ยิ่งคุณจอร์นดิ้นเท่าไหร่ผีแม่กลิ่นแก้วก็บีบคอคุณจอร์นหนักมือเท่านั้น พร้อมทั้งแสยะยิ้มด้วยความโเี้ทว่าระหว่างนั้นเอง อลินตาก็สวดมนต์คาถาบทหนึ่งขึ้น น้ำเสียงสวด่แรกยังหวานใสแต่เมื่อสวดไปนานๆ ก็กลายเป็เสียงหวานแต่ดุและทำนองการสวดก็หาใช่ทำนองที่ใครต่อใครเคยได้ยิน เพราะมันเป็เสียงสวดอาขยานแบบคนโบราณสวดผีแม่กลิ่นแก้วได้ยินเสียงสวดมนต์ก็เริ่มหยุดนิ่ง
ในจังหวะนั้นเอง ปรากฏมีตาข่ายสีน้ำเงินครอบรอบตัวอลินตาเอาไว้อลินตาลืมตาพรึ่บทันที พร้อมด้วยแสงสีน้ำเงินปรากฏเต็มดวงตา เมื่ออลินตาลืมตาขึ้น ก็ใช้มือจับไปที่ตาข่ายสีน้ำเงินแล้วหยิบมันออกมา จากนั้นตาข่ายสีน้ำเงินก็สว่างวาบก่อนจะหายพรึ่บไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมกันนั้นตาข่ายสีน้ำเงินที่อลินตาเอื้อมหยิบมาก็กลายเป็ด้ายสีน้ำเงินอลินตานำด้ายนั้นมาผูกแขนของคุณจอร์นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะผูกแขนของทุกคนในห้องยกเว้น เป๋าคนเดียว..
เพียงแค่อลินตาผูกด้ายสายสิญจน์สีน้ำเงินไปที่แขนของคุณจอร์นเท่านั้น ิญญาของแม่กลิ่นแก้ว ก็กรีดร้องด้วยความปวดแสบปวดร้อนและผงะกระเด็นไปติดฝาผนังห้องอย่างแรงผีแม่กลิ่นแก้วหวีดร้องโหยหวน ทั้งเ็ปและโกรธแค้นเหลือคณา
“มึงไม่เกี่ยวมึงอย่าเสือกเื่ของกู กูไม่ได้ผูกกรรมกับมึงมามึงควรถอยห่างอย่ามายุ่งเื่นี้อีก..” อลินตาทำหูทวนลมก่อนจะใช้ด้ายสีน้ำเงินพันไปที่หีบโบราณซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง นั่นยิ่งทำให้ผีแม่กลิ่นแก้วเดือดดาลยิ่งขึ้นเพราะมันทำให้ผีแม่กลิ่นแก้วเข้าครอบงำหีบไม่ได้อีกต่อไป
“ใช่ฉันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเื่ของเธอและกิเลสของเธอที่ติดตัวมาร้อยกว่าปีแต่หน้าที่ฉันคือส่งิญญาที่ตกค้างบนโลกใบนี้ไปเกิด โดยเฉพาะิญญาหัวดื้ออย่างเธอแม่กลิ่นแก้ว”อลินตาพูดพลางผูกด้ายสายสิญจน์สีน้ำเงินที่หีบจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นอลินตาก็หันไปทางเป๋าแล้วเป่ามนต์ไปหาเป๋าเพียงเท่านั้นเอง เป๋าสาวสองของเราก็ลืมตาขึ้น ในขณะที่สายตามนุษย์ทุกคนเห็นเป๋าเป็เป๋าคนเดิม แต่สายตาของผีแม่กลิ่นแก้วกลับเห็นเป๋าเป็ชายคนรักที่เธอรอคอยมานานแสนนานอ้ายพุ่ม!! เป๋าเผยอปากเรียกผีสาวโบราณด้วยเสียงทุ้ม นุ่ม ไพเราะ
“แม่กลิ่นแก้ว”โอว... คุณพระ ิหนุ่มโอ้ปป้าถึงกับประหลาดใจในความแมนของเพื่อนสนิทที่ไม่มีร่องรอยความตุ้งติ้งจริตของสาวสองหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย...
เมื่ออ้ายพุ่มในร่างของเป๋าเรียกชื่อแม่กลิ่นแก้วเพียงเท่านั้นิญญาของแม่กลิ่นแก้วที่เห็นเป๋าเป็อ้ายพุ่มก็ชะงักกึกและน้ำตาเริ่มไหลรินเอ่อท้นขึ้นมาทันที
“อ้ายพุ่มเอ็งไปอยู่ที่ใดมา? เอ็งไม่รู้รึ?ว่าข้ารอเอ็ง รอเอ็งคนเดียว...” เป๋าที่เดินแมนเวอร์อินเนอร์ราวกับชายชาตรีในสายเื ก้าวเข้าไปหาผีสาวนามว่ากลิ่นแก้วเมื่อไปถึงร่างผีแม่กลิ่นแก้วที่โชกไปด้วยเืก็ไม่ได้แสดงอาการรังเกียจแต่อย่างใด กลับโอบกอดร่างของแม่กลิ่นแก้วเอาไว้ แล้วพูดสำเนียงคนโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยาแบบแม่นเป๊ะไม่เหลือเค้าโครงสาวสองผู้ออกล่าผู้ชายของเป๋าเลยสักนิด
“ข้าวนเวียนอยู่ตรงที่ข้าตายมานานแสนนานข้าก็รอเอ็งเช่นกัน แต่.. ข้าก็รอหาย รอหาย มิรู้เลยว่าเอ็งไปอยู่ที่ใดไปเกิดหรือเป็ผีเช่นข้า” ผีสาวนามว่ากลิ่นแก้วได้ยินิญญาคนรักพูดเช่นนั้นก็จับมือของเป๋ามาอังกับแก้มตนเองอย่างแสดงความรักสุดหัวใจ
“ข้าแค้นใจนักที่อ้ายเศรษฐีอุ่นมันลอบฆ่าเอ็งเอ็งตายอย่างทรมานเพราะมันใช้ดาบแทงที่หัวใจเอ็ง ข้าเห็นกับตาข้าใวิ่งเข้าไปจะช่วยเหลือเอ็ง แต่ลูกน้องมันก็ใช้ดาบแทงด้านหลังข้าจนข้าล้มลงใกล้ๆ กับเอ็ง กระทั่งข้าก็ตายตามเอ็งไป”ผีแม่กลิ่นแก้วพูดขึ้นพร้อมน้ำเสียงที่เริ่มแข็งดุอีกครั้งทุกคนในห้องได้ยินเื่ราวทั้งหมด ยกเว้นเป๋าที่ตอนนี้โดนอ้ายพุ่มสิงร่างอยู่
“เอ็งก็เลยเป็ผีตามเอาชีวิตของตระกูลพวกมันอยู่รึ?” ผีแม่กลิ่นแก้วหยุดชะงัก ก่อนจะเงียบไปเพราะผีคนรักพูดเป็ความจริงเมื่ออ้ายพุ่มเห็นว่าผีแม่กลิ่นแก้วเงียบเป็การยอมรับกรายๆ ก็พูดขึ้นอีก
“บัดนี้วาระกรรมของข้าหมดสิ้นลงแล้วข้ากำลังจะไปเกิดในไม่ช้านี้ ถ้าเอ็งรักข้าจริง เอ็งจะไปเกิดกับข้ารึไม่?” ผีแม่กลิ่นแก้วเงยหน้ามองชายคนรัก น้ำตาไหลริน แต่ิญญาของอ้ายพุ่มในร่างเป๋าก็เหมือนจะรู้ว่าผีสาวของตนคิดเช่นไรจึงพูดขึ้นอีกครั้ง
“แต่ถ้าเอ็งยังห่วงกับความยึดติดคิดจะจองเวรพวกมันต่อเอ็งก็จะเป็สัมภเวสีที่น่าเกลียดน่ากลัวไม่เหมาะกับข้าเห็นทีข้าคงต้องไปหาเมียใหม่ที่เหมาะสมกับข้าในชาติหน้าเสียแล้วกระมัง” โอ๊ะ...! ช่างเป็คำพูดที่ได้ผลยิ่งเพราะแววตาของผีแม่กลิ่นแก้ววาวโรจน์ดุจนางเสือ ใครจะไปยอม เสียทองเท่าหัว แต่แม่กลิ่นแก้วไม่คิดจะเสียผัวล่ำๆอย่างอ้ายพุ่มให้ใครเป็แน่ แม่กลิ่นแก้วรีบเข้าประชิดตัวอ้ายพุ่มทันทีก่อนจะพูดขึ้นเสียงแข็ง แต่ไม่ใช่เพราะแรงอาฆาตเช่นเดิม ทว่า..ฟังแล้วมันค่อนไปทางน้ำเสียงแห่งความหึงหวงเสียแล้วล่ะ
“ข้าจะไปเกิดกับเอ็งข้ากับเอ็งมาเจอกันแล้วข้าไม่มีวันให้เอ็งไปมองแม่หญิงคนไหนอีก จะไม่มีแม่หญิงคนไหนได้เอ็งเป็ผัวนอกจากข้า”แรงใดเล่าจะเท่าแรงรัก จากนั้นผีแม่กลิ่นแก้วก็หันไปทางอลินตาที่กำลังยืนมองสองผีคุยกันอยู่อย่างตั้งใจ
“ข้าจะไปเกิดพร้อมกับผัวของข้าเอ็งอยากได้หีบใช่รึไม่ ข้ายกให้เอ็ง” เอ๊า...! บทจะง่ายก็ง่ายเหมือนมีคนปอกกล้วยยัดใส่ปากแล้วจับปากเคี้ยวกล้วยอีกทีด้วยนะ ชนิดที่กลืนอย่างเดียวไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว…
“แต่...”ยังไม่สิ้นเยื่อขาดใย เพราะผีแม่กลิ่นแก้วคำรามขู่สำทับพลางหันไปมองสามทายาทของเศรษฐีอุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่
“กูยกหีบใบนี้ให้แม่หญิงที่ชื่ออลินตาคนเดียวมันผู้ใดโดยเฉพาะตระกูลของอ้ายเศรษฐีอุ่น บังอาจมาแตะต้องหีบแลทรัพย์สมบัติภายในหีบกูขอสาปแช่งให้มันตายโหงไปตามๆ กัน” ก็ยังอุตส่าห์ไม่ทิ้งรอยแห่งความอาฆาตเรียกได้ว่าอาฆาตกันจนหยดสุดท้ายจริงๆ กับตระกูลนี้ ส่วนอลินตาเมื่อิญญาออกปากเช่นนั้นก็หันไปมองทางคุณจอร์นคุณอนงค์พร และคุณนวลจันทร์
“ได้ยินกันทั้งหมดแล้วนะคะ”ฝ่ายสามทายาทแห่งความซวยกับเื่ที่ตนไม่ได้ก่อขึ้น ก็พยักหน้าพร้อมกันทันทีความหมายเดียวกันคือ เอาไปเถอะแม่คุณ อยากเอาไปต้มยำทำแกงจืดอะไรก็เอาไปเลย
เมื่อทุกคนรับทราบข้อตกลงกันถ้วนหน้าแล้วอลินตาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าพร้อมปากกา โดยให้ิช่วยส่องไฟฉายให้นั่นเพราะว่าอำนาจิญญาของผีแม่กลิ่นแก้วไม่ยอมทำการเปิดไฟให้นั่นเอง อันที่จริงอลินตาจะเปิดไฟก็ทำได้นะแต่ก็เลือกไม่ทำ! สลัวๆ แบบนี้น่ะดีแล้วผีแม่กลิ่นแก้วจะได้ไม่เห็นอะไรชัดเจน เดี๋ยวเื่มันจะยุ่งเข้าไปกันใหญ่...?