Chapter 27 : พลังที่แท้จริงของพยัคฆ์
ดีเอโก้กวาดสายตาอันดุร้ายของมันไล่มองไปยังเหล่ามนุษย์ตัวจ้อยทั้งหกคนซึ่งกำลังย่างกรายมาหามันอย่างช้า ๆ
ดีเอโก้ ใช่ นั่นคือชื่อของมัน ชื่อของมอนสเตอร์เสือเขี้ยวดาบที่มีขนาดตัวใหญ่เท่ากับช้าง โดยชื่อนี้คือชื่อที่มินตั้งให้กับมัน โดยที่มาของชื่อมาจากภาพยนตร์อนิเมชั่นเื่ดังที่ชายหนุ่มชอบ ไม่ว่าจะย้อนกลับไปดูกี่ครั้งก็ทำให้เขาอารมณ์ดีไปซะทุกครา นั่นก็คือเื่ Ice Age เดาไม่ผิดหรอก ดีเอโก้ที่ตั้งให้มาจากเ้าเสือเขี้ยวดาบในเื่นี้นั่นแหลพ
เมื่อมันไล่สายตาอันคมกริบของมันไปเรื่อยๆ พลันสายตาของเ้าเสือร่างั์ก็มาหยุดอยู่ที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งในนั้น มันจำเด็กหนุ่มทั้งสี่คนนี้ได้ดีโดยเฉพาะคนที่มือทั้งสองข้างของเขาไม่ได้ถืออาวุธอันใดไว้ ผู้ที่โจมตีมันที่จุดอ่อนเมื่อคราวก่อน แม้สุดท้ายอีกฝ่ายจะสิ้นท่าจากการถูกมันงับหัวก็เถอะ
ขู่คำรามในลำคอเสียงก้องโดยมีเจตนาที่จะแสดงถึงพลังอันมหาศาลของตน มันแยกเขี้ยวออกมาพร้อมกับตั้งท่าเตรียมกระโจนเข้าหาศัตรูเบื้องหน้า
“ทุกคนเตรียมตัว” มนุษย์ตัวเล็กผู้สวมใส่ชุดคลุมพูดขึ้น
ดีเอโก้หันขวับไปยังทิศทางของต้นเสียงดังกล่าวทันที เนื่องจากตัวมันถูกอัพเกรดความฉลาดขึ้น ทำให้เ้าเสือร้ายมีความนึกคิดเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้
มันสามารถเรียนรู้เทคนิคและทักษะต่างๆ ได้ไวขึ้นจากประสบการณ์ที่ได้รับมาจากพวกเพลเยอร์ (แม้จะยังไม่มีใครโค่นมันได้ก็ตาม) โดยเฉพาะจอห์นซึ่งจนถึงตอนนี้ยังเป็มนุษย์คนเดียวที่สามารถสู้ได้สูสีกับมัน (ตอนที่ไม่ได้ใช้ทักษะเพิ่มพลัง)
เพราะว่ามีความฉลาดขึ้นหลายเท่าตัวทำให้มันรู้ว่าเด็กหนุ่มคนดังกล่าวจะต้องเป็ผู้ที่คอยสังเกตการณ์ให้กับคนที่เหลืออีกห้าคนเป็แน่ ดีเอโก้จึงเปลี่ยนเป้าหมายของมันเล็งไปที่เขาให้เป็เหยื่อคนแรกผู้ที่จะต้องตายจากกรงเล็บของมัน
เงื่อนไขในการจัดการเพลเยอร์ที่มินสั่งเอาไว้กับดีเอโก้นั้นง่ายเพียงนิดเดียว ถ้าหากเพลเยอร์ที่เข้ามาในดันเจี้ยนมีไม่ครบหกคนล่ะก็ มันจะปรากฏตัวขึ้นมาหลังจากที่พวกเขาจัดการก็อบลินทั้งสามตัวได้แล้ว
แต่ถ้าหากปาร์ตี้ของผู้เล่นครบทั้งหกคน มันสามารถปรากฏตัวขึ้นก่อนที่ก็อบลินจะถูกจัดการได้ โดยมันสามารถฆ่าปาร์ตี้ดังกล่าวได้คนหนึ่งในเหลือเพียงแค่ห้าคน ก่อนจะถอยออกมาเพื่อเฝ้ามอง รอให้ปาร์ตี้นั้นจัดการก็อบลินทั้งสามได้เสียก่อน มันถึงจะสามารถออกโล่งได้
และไม่เพียงแค่นั้น มินยังให้อิสระกับมันในการเลือกคู่ต่อสู้อีกด้วย กล่าวคือ ดีเอโก้สามารถเลือกได้ว่ามันจะสู้กับศัตรูของมันดีหรือแค่จัดการให้จบๆ ไปโดยเร็วเพื่อไม่ให้ทั้งมันและเพลเยอร์เสียเวลา (ตามที่มันคิดเองเออเอง)
ในจังหวะที่มันกำลังจะกระโจนเข้าหาเด็กหนุ่ม แต่เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวเสียก่อน เขาะโออกมาเสียงดันลั่น
“แผนเอ!”
ทันใดนั้น มนุษย์ที่ถือโล่อันใหญ่ั์ก็วิ่งเข้ามาขวางหน้ามันไว้ไม่ให้มันจัดการเหยื่อที่เล็งเอาไว้ คำรามออกมาเสียงดังเพราะว่ารู้สึกรำคาญสิ่งมีชีวิตอวดดีเบื้องหน้า มันใช้กรงเล็บของมันข่วนเข้าไปที่โล่หวังให้แตกเป็เสี่ยงๆ
แต่กระนั้น ความเสียหายเกิดขึ้นก็มีเพียงรอยข่วนลึกของกรงเล็บของมันบนพื้นผิวของโล่ และดูเหมือนว่าเ้ามนุษย์ตัวจ้อยก็ไม่ยอมแพ้หรือมีความเกรงกลัวมันแต่อย่างใด เขายังคงเดินหน้าเข้ามาหามันเรื่อยๆ โดนยกโล่กันเอาไว้
แต่เพราะเหตุใดก็ไม่ทราบ ทั้งๆ ที่มันก็เลือกเหยื่อเอาไว้แล้วแท้ๆ แต่มันกลับอยากใช้กรงเล็บของมันโจมตีออกไปอย่างไร้สาเหตุไปที่เด็กหนุ่มเบื้องหน้าผู้ที่กำลังเดินเข้ามาหามัน
สิ่งที่ทำให้ดีเอโก้รู้สึกเช่นนั้นก็คือมนตรายั่วยุซึ่งสองไม่ค่อยได้นำออกมาใช้เท่าไหร่นัก มันคือความสามารถที่พวกแทงค์สมัยก่อนนิยมใช้กันไม่ว่าจะฝั่งจอมยุทธ์หรือนักเวทย์ก็ตาม
พวกเขาใช้มนตราบทนี้เพื่อทำให้มอนสเตอร์เข้ามาหาผู้ที่มีพลังป้องกันสูงสุดในปาร์ตี้ เพื่อที่จะให้คนอื่นๆ ที่มีพลังโจมตีสูงๆ จัดการกับมอนสเตอร์ตัวดังกล่าวและกันไม่ให้มอนสเตอร์ไปโจมตีคนที่อ่อนแอในปาร์ตี้อย่างเช่นนักเวทย์ เป็ต้น
แต่เพราะว่าหลังจาการ้อยปีเมื่อสองร้อยปีก่อน หลังการกวาดล้างทำให้มอนสเตอร์ที่มีบนโลกนั้นแทบไม่เหลือ และแม้่ไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาจะเกิดธุรกิจดันเจี้ยนขึ้นแต่เพราะว่าเอไอของดันเจี้ยนใน่แรกๆ ยังไม่มีความฉลาดเท่าไหร่นัก
พวกผู้วิเศษสายแทงค์ส่วนใหญ่จึงไม่นิยมเรียนกันใน่แรกๆ โดยเฉพาะสองที่มีพัฒนาการที่เร็วกว่าชาวบ้านชาวช่องยิ่งแล้วใหญ่ หากไม่ใช่เพราะว่าเขาเรียนมนตราบทนี้เอาไว้ยั่วโมโหพวกญาติๆ ที่ชอบส่งสายตาอิจฉามาแล้วล่ะก็ เขาไม่มีทางเรียนเป็อันขาด
ดีเอโก้คำรามออกมาอีกครั้งพร้อมกับะโเข้าไปตะปบสองอย่างรวดเร็ว แต่แม้จะรวดเร็วเพียงใด มันก็ไม่สามารถเร็วเท่ากับมนุษย์ที่อยู่เทียร์หนึ่งแรงก์บีได้โดยเฉพาะในขณะนี้ที่มันไม่สามารถใช้ทักษะเพิ่มความแข็งแกร่งที่มีเงื่อนไขที่ว่าปาร์ตี้ต้องไม่ครบหกคน
“อ่อนวะ” เด็กหนุ่มผู้ยกโล่กันการโจมตีของมอนสเตอร์ตรงหน้าเอ่ยออกมาพลางทำท่าทางแสยะยิ้ม
เ้าเสือร้ายมองไปหาอีกฝ่ายด้วยสายอันเย็นะเืพลางคิดในใจว่าผู้ที่ดูถูกมันจะต้องไม่ตายดี มันตั้งท่าเตรียมกระโจนออกไปอีกครั้ง แต่ก่อนที่มันจะโจมตีอีกฝ่าย พลันร่างกายของมันก็ถูกบางอย่างกระแทกเข้ามาอย่างจัง เมื่อมันมองไปก็พบว่าผู้ที่ทำร้ายมันก็คือเด็กหนุ่มคนเดิม เขาใช้หมัดต่อยมาที่บริเวณท้องน้อยซึ่งเป็จุดอ่อนของมัน
“โคร่งงง!”
คำรามออกไปด้วยความโมโหพร้อมกับพุ่งเข้าหาบอยอย่างไม่รีรอ เช่นเคย ก่อนที่มันจะได้ขยับเขยื้อนตัว พลันก็มีบอลลมอัดอากาศลอยเข้ามากระแทกหน้ามันเข้าอย่างจัง เ้าเซเบอร์ทูธมองหาผู้ที่ร่ายเวทมนตร์บทดังกล่าวทันที
ตูม!
เป็อีกครั้งที่ร่างกายของมันโดนโจมตีจากแรงกระแทก แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะว่าจุดที่มันโดนนั้นเป็กระสะโพกแต่ครั้งนี้ผู้ที่โจมตีมันไม่ใช่เด็กหนุ่มต่อยหนักแต่เป็มนุษย์ตัวขาว
“หนังหนากว่าที่คิดแฮะ” อันบ่นขึ้นมาหลังจากที่หลังเตะไปที่สะโพกของเ้าเซเบอร์ทูธ
เด็กหนุ่มะโเหยาะๆ เป็จังหวะไม่ไกลจากจุดที่เ้าเสืออยู่เท่าไหร่นัก ดีเอโก้หันไปหาอันทันที มันใช้กรงเล็บของมันเอื้อมออกไปเพื่อหวังจะข่วนอีกฝ่ายให้ขาดออกเป็ชิ้นๆ แต่กระนั้น มนุษย์ตัวขาวเบื้องหน้าของมันกลับทำเพียงแค่เอียงตัวหลบด้วยท่าทางสบายๆ
“ไม่ได้เร็วอย่างที่คาดไว้แฮะ” เขากล่าวขึ้นอีกครั้งก่อนจะหันไปหาเด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง
เมื่อดีเอโก้ไล่สายตาไป เผยให้เห็นถึงมนุษย์เพศชายอีกคน เขายืนอยู่ในท่าร่าง ย่อขาทั้งสองข้าง โดยที่มือของเขากำลังจับท่อนซุงขนาดใหญ่พาดอยู่บนบ่าของเขา
เ้าเสือเขี้ยวดาบมองดูด้วยความสงสัย แต่ความสงสัยในหัวของมันก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อมันเห็นเด็กหนุ่มพุ่งเข้ามาหามันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะใช้มือทั้งสองข้างยกท่อนซุงหนักหลายร้อยกิโลกรัมฟาดมาราวกับว่าสิ่งที่เขาถืออยู่นั้นเป็เพียงกิ่งไม้เล็กๆ ธรรมดาเท่านั้น
ดีเอโก้ะโหลบการโจมตีของอีกฝ่าย มันถอยหลังเพื่อตั้งหลักพร้อมกะจังหวะเพื่อที่จะโจมตีสวนกลับ แต่ทันใดนั้นเอง เบื้องหน้าของมันก็พลันมีกระบี่ลอยพุ่งมาเฉือนเข้าที่มาหน้าของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แม้จะไม่ได้รับความเสียหายเท่าไหรนัก แต่กระบี่เล่มดังกล่าวกลับสร้างความรำคาญใจให้กับเ้าเสือั์เป็อย่างมาก ราวกับแมลงหวี่ที่มาตอมส่งเสียงดังหึ่งๆ มันจึงอุ้มเท้าขนาดใหญ่พยายามปัดกระบี่ให้กระเด็นออกไปให้พ้นทางอย่างรวดเร็ว
ปัก! กระบี่เล่มงามกระเด็นไปปักคาต้นไม้ที่อยู่ไกลออกไปหลายเมตร
เมื่อจัดการแมลงหวี่ไปได้แล้ว เ้าดีเอโก้ก็พร้อมที่จะกลับเข้าสู้โหมดต่อสู้ทันที มันมองซ้ายมองขวาหาเหยื่อของมันอีกครั้ง โล่หนาที่มีรอยข่วนของมันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทันที เ้าเสือร้ายเริ่มรู้สึกอยากจะขย้ำมนุษย์เบื้องหน้าอย่างบอกไม่ถูก มันไม่รู้ตัวเลยว่า ณ ตอนนี้มันติดกับดักอยู่ในวังวนของมนุษย์ทั้งหกเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ถึงแม้ว่าซิสเตมจะอัพเกรดเพิ่มความฉลาดให้กับมัน แต่มันก็ยังคงเป็เพียงแค่มอนสเตอร์แรงก์เอฟเท่านั้น มอนสเตอร์ระดับต่ำที่มีความฉลาดน้อย มีเพียงสัญชาตญาณเท่านั้นที่ช่วยมันได้ แล้วมีหรือที่ความฉลาดระดับนี้จะไม่ถูกสิ่งมีชีวิตที่มีความฉลาดหลักแหลมอย่างมนุษย์หลอกเอา
แผนเอของสามเป็แผนง่ายๆ โดยรายละเอียดของแผนของเด็กหนุ่มก็คือ ให้ทุกคนทำให้เรียกร้องความสนใจของเ้าเซเบอร์ทูธสลับกันโดยมีสอง ซึ่งเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของทีมเป็ศูนย์กลางคนเปิด
สองร่ายคาถายั่วยุไปที่เซเบอร์ทูธเพื่อให้มันสนใจเขาเพียงคนเดียว หลังจากนั้นสมาชิกคนที่เหลือก็ผลัดกันโจมตีทีละคน เมื่อพวกเขาแต่ละคนได้รับความสนใจของบอสมอนสเตอร์ สมาชิกคนต่อไปก็จะโจมตีเพื่อให้มันหันไปสนใจพวกเขาแทนสลับกันเช่นนี้เรื่อยไป
แล้วเหตุใดพวกเขาจะต้องทำเื่ยุ่งยากขนาดนี้ด้วยล่ะ นั่นก็เพราะแม้มอนสเตอร์เสือั์เบื้องหน้าพวกเขาจะมีระดับอยู่เพียงแค่แรงก์เอฟก็ตาม แต่พลังป้องกันของมันสูงเอามากๆ
โดยข้อมูลนี้ได้มาจากบอยผู้ซึ่งนั่งดูการต่อสู้ของจอห์นและดีเอโก้ทุกวัน เด็กหนุ่มสังเกตเห็นว่าแม้ระดับของจอห์นก็เท่ากับสองก็ตาม แต่เขาก็ไม่สามารถทะลุหนังที่มีป้องกันสูงของเ้าเสือร้ายนี่ได้เพียงการโจมตีแค่ครั้งเดียว
ขนาดจอห์นผู้ซึ่งใช้ดาบเป็อาวุธยัง้าพลังโจมตีที่สูงเลย แล้วจะไม่เหลืออะไรกับสองที่ใช้โล่ที่ไม่มีคมแหลม จะเอาอะไรไปสู้
หรือต่อให้สองและสามรวมพลังกันเข้าไปสู้กับดีเอโก้เพียงสองคน ทั้งบอยและนนก็คงไม่ยอมเป็แน่ เพราะมันขัดหลักกับการที่พวกเขาเข้ามาในดันเจี้ยนแห่งนี้ นั่นก็คือการต่อสู้เป็ทีม
เ้าดีเอโก้ถูกหลอกไปหันซ้ายทีหันขวาทีอยู่นาน ราวกับเสือโง่ๆ ตัวหนึ่ง ถ้าหากใครได้เห็นสภาพมันตอนนี้พวกเขาก็ต้องคิดเช่นนั้นเป็แน่ ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่ามันไม่สามารถใช้ทักษะของมันได้ล่ะก็ มันคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้
เพราะว่าพลังโจมตีของมันส่วนใหญ่มาจากทักษะดังกล่าว ทำให้ในตอนนี้ที่มันไม่สามารถใช้ความสามารถนั้นได้เปรียบเสมือนว่ามันคือเต่าทะเลที่กระดองพลิก หงายท้องขึ้นฟ้า พลิกตัวกลับไปไม่ได้ รอวันที่จะมีสัตว์ร้ายต่างๆ นานามากินมันโดยที่มันไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ด้วยคาถายั่วยุของสอง ทำให้เด็กหนุ่มทั้งหกคนหลอกให้เ้าเสือั์ติดกับของพวกเขาได้สำเร็จ ใช้เวลาเพียงแค่สี่สิบกว่านาทีเท่านั้น ก่อนที่ร่างใหญ่เท่ากับช้างป่าล้มลงไปนอนกองกับพื้นหญ้า
ภาพเบื้องหน้าของดีเอโก้ค่อยๆ ดำมืดลง มันคำรามในลำคออีกครั้งแต่ครั้งนี้เสียงที่มันส่งออกมากลับแ่เบา สายตาที่อ่อนระทวยกวาดมองไปยังมนุษย์ทั้งหกเพื่อที่จะจดจำใบหน้าของบุคคลเหล่านี้ไว้ ‘
เหอะ ไอ้พวกมนุษย์หน้าโง่’ มันคิดในใจพร้อมๆ กับที่สติของมันจะดับวูบไป
“สำเร็จ!” นนะโขึ้นอย่างดีใจ
ทุกคนยิ้มออกมาด้วยความปีติยินดีในความสำเร็จครั้งนี้ พลางคิดไปถึงชื่อของพวกเขาที่จะถูกสลักเอาไว้บนบอร์ดหลังเคาน์เตอร์
“ง่ายกว่าที่คิดเอาไว้แฮะ” อันกล่าวออกมาโดยมีอุงพยักหน้าเห็นด้วย
“เพราะว่าพวกเรามาครบหกคน ทำให้บอสใช้ทักษะไม่ได้ด้วยแหละนะ” สามเอ่ยขึ้น
“เห็นไหมกูบอกแล้ว หมูๆ ไอ้เสือั์นี่ถ้ามันไม่มีทักษะนั้นมันก็แค่ลูกแมวกระจอกๆล่ะวะ” สองพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
แต่ในขณะนั้นเองบอยก็พลันเรียกพวกเขา “พวกมึง”
“อะไรวะบอย” นนถามเพื่อนสนิทของตน
“มึงว่ามันไม่แปลกๆ หน่อยเหรอวะ” เด็กหนุ่มถามเพื่อนสนิททั้งสี่คนของเขา ก่อนจะหันไปหาสมาชิกใหม่ทั้งสอง “ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอพี่อัน อุง”
“อะไรของมึงวะบอย มีไรก็รีบๆ พูดมาดิวะ อย่าลีลา” สองเอ่ยเสียงแข็งพลางขมวดคิ้ว
บอยชี้ไปที่ร่างของเ้าเซเบอร์ทูธที่บัดนี้กำลังสลายเป็ละอองแสงอย่างช้าๆ พร้อมกล่าว “มีใครในนี้ได้พลังชีวิตหลังจากที่จัดการมันได้หรือยัง”
เมื่อได้ยินคำถามของเด็กหนุ่ม ทุกคนที่เหลือก็พลางขมวดคิ้วทันที เนื่องจากพวกเขาไม่ได้รู้สึกว่าตนได้รับพลังชีวิตเลยสักนิดเดียว แต่ที่พวกเขาไม่ทันสังเกตก่อนหน้านี้ก็เพราะมัวแต่ดีใจกันอยู่
“จริงด้วยว่ะ” สามพูดขึ้น
“ต้องรอให้ไอ้เสือห่านี้สลายไปหมดก่อนเปล่า” สองพูดขึ้น
“ไม่ใช่ดิสอง ถ้าลองมานึกๆ ดูแล้ว หลังจากที่เราจัดการเซเบอร์ทูธได้ มันไม่มีเสียงประกาศเหมือนแบบของพี่น้ำนะ” สามหันไปกล่าวกับแฝดของตน
“บัครึเปล่า” อุงถามออกมา
“อาจจะใช่” นนตอบ
“ไม่น่าจะใช่นะไอ้นน กูเคยลองถามพี่มินแล้ว เขาบอกว่าดันเจี้ยนสตูเขาไม่มีบัค เอาใบอนุญาตเปิดร้านเป็ประกันเลย” บอยหันไปพูดกับนน
“มึงก็เชื่อคนง่-” นนกำลังจะเถียงเพื่อนสนิทของตนกลับ แต่ในขณะนั้นเองเขาก็ถูกขัดจังหวะจากการกระทำอันปุบปับของใครบางคน
นั่นคืออันผู้ซึ่งยืนอยู่นิ่งๆ ก่อนหน้านี้นั้นอยู่ๆ เด็กหนุ่มก็ะโขึ้นฟ้าไปอย่างรวดเร็ว อุงไม่รอช้า ะโตามพี่ชายของตนไปติดๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเพราะเหตุใด แต่เขารู้จักพี่ชายของตนดี เขาไม่มีทางทำอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลแน่
เด็กหนุ่มผิวขาวอมชมพูก้มหน้ามองลงมาจากฟ้า คิ้วของเขาขมวดขึ้นก่อนจะแหกปากะโขึ้นทันที “ทุกคนหลบเดี๋ยวนี้!!”
เพราะไม่แน่ใจว่าอีกฝ่าย้าจะทำอะไรกันแน่ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ทุกคนตอบสนองกับคำเตือนของอันช้าไปเสี้ยววินาที หลังจากนั้นไม่นาน แค่เพียงพริบตาเดียว ไม่ไกลจากสายที่ยืนอยู่บนพื้นดินก็พลันเกิดเสียงดัง
ตู้ม!
พร้อมกับร่างของสองที่กระเด็นเข้าไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ และเมื่อคนที่เหล่าเห็นภาพดังกล่าว สามบอยและนนก็ไม่รอช้า ะโขึ้นต้นไปอย่างไม่รีรอ
สองกระอักเืออกมาก้อนใหญ่ พร้อมกับใช้มือของเขายันพื้นเอาไว้ เด็กหนุ่มร้องครางออกมาด้วยความเ็ป
“โชคดีนะที่เมื่อกี้เอาโล่กันไว้ได้ทัน” เขาเอ่ยเสียงแ่พลางมองเศษโล่ที่แตกหักเป็เสี่ยงๆ เบื้องหน้า ถ้าหากไม่มีโล่ล่ะก็ เด็กหนุ่มไม่อยากคิดสภาพร่างกายของเขาในตอนนี้เลยว่าจะเละขนาดไหน
“เหี้ยสอง มึงรีบะโขึ้นมาเร็ว!” สามะโ
‘โดดได้กูก็ขึ้นไปแล้วสิไอ้ฉิบหาย!’ เขาที่ยังเจ็บจากการถูกโจมตีเมื่อสักครู่สบถในใจ แต่ยังไม่ทันขาดคำ เงาดำตะคุ่มของอะไรบางอย่างก็พลันพุ่งเข้าไปหาเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มหลับตาปี๋พร้อมที่จะรับชะตากรรมของตน
แต่แล้ว
เคร้ง!
เสียงของโลหะกระทบกันก็ดังขึ้นเบื้องหน้าของเขา สองรีบลืมตาทันที พลันก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขา เผยให้เห็นถึงภาพของกระบี่ของนนซึ่งลอยหน้าเขา กระบี่เล่มดังกล่าวกำลังต้านพลังกับสัตว์ขนทองตัวเล็กอยู่
“ลูกแมว?” สองอุทานออกมาด้วยความประหลาดเมื่อเห็นมอนสเตอร์ที่ทำร้อยเขาจนาเ็สาหัส
“เมี๊ยว” มันร้องออกมาด้วยเอียงเล็กแหลมอันน่ารักทั้งๆ ที่กรงเล็บของมันก็ยังดันอยู่กับคมกระบี่ของนน
ไม่ใช่เพียงแค่สองเท่านั้นที่ประหลาดใจ สมาชิกที่เหลือทั้งห้าคนก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาไม่ต่างกัน และสิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจที่สุดก็คือ เ้าลูกแมวที่กำลังพยายามใช้กรงเล็บของมันปะทะกับกระบี่ของนนอยู่ตอนนี้ ยืนสองขา!
“นี่มันเชี่ยไรวะเนี่ย” นนสบถออกมา
“อย่าบอกนะว่าบอสมีสเตจสองอะ” สามเอ่ยขึ้น
“เกินไปปะวะพี่มิน ปกติพวกเอไอบอสที่มีสเตจสองมันต้องอยู่ดันเจี้ยนแรงก์สูงๆ ไม่ใช่เหรอวะ” บอยอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา
“แล้วทีนี้เอาไงอะ” อันที่ยืนอยู่บนกิ่งไม้ถามออกมา
“ก็คงต้องสู้แหละ แต่พวกเราไม่รู้ความสามารถของมัน ไม่แน่ครั้งนี้อาจจะคว้าน้ำเหลวอีกรอบ” สามตอบ
“อย่าเพิ่งคุย ช่วยไอ้สองก่อน” นนะโเสียงแข็ง เมื่อััได้ว่าพลังฉีของตนลดลงไปทุกทีหลังจากบังคับให้กระบี่ป้องกันการโจมตีของเ้าแมวน้อย
“เดี๋ยวพี่ช่วยเรียกความสนใจมันเอง” อันเอ่ยขึ้นพร้อมกับะโพุ่งลงไปทันที
ก่อนหน้านี้นั้นที่เด็กหนุ่มะโขึ้นกิ่งไม้ไปก็เพราะประสาทการได้ยินเสียงอันดีเลิศของเขาได้ยินการเคลื่อนไหวมาจากร่างของเ้าเสือั์ เพราะว่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนแห่งนี้มีเพียงแค่สี่ตัวเท่านั้นนั่นก็คือ ก็อบลินทั้งสามและเซเบอร์ทูธ ทำให้อันใและะโขึ้นต้นไม้ไปตามสัญชาตญาณของตนเมื่อได้ยินเสียงแปลกปลอมจากรอบข้าง
และเมื่อเขาะโขึ้นไปและมองลงมายังเบื้องล่าง อันก็เห็นภาพที่ไม่น่าเชื่อ ณ จุดกึ่งกลางของร่างเ้าเสือั์มีเงาดำปรากฏตัวขึ้น มันกางกรงเล็บจากมือทั้งสองข้างตั้งท่าพร้อมต่อสู้ และนั่นก็ทำให้เขาะโให้ทุกคนหลบทันที
กลับมาที่ปัจจุบัน เด็กหนุ่มพุ่งลงไปอย่างรวดเร็วพลางหมุนตัวง้างเท้าของตนเตรียมเตะเข้าไปที่ศัตรูเบื้องล่าง แต่ในจังหวะที่เท้าของเขากำลังจะถึงตัวอีกฝ่าย เ้าแมวน้อยก็พลันเลิกสนใจกระบี่ตรงหน้าของมันก่อนที่จะหันหลังกลับมาใช้เล็บจากมือ(อุงเท้า)ทั้งสองข้างของมันรับการโจมตีของอันไว้
อันใช้กรงเล็บของเ้าแมวน้อยเป็ฐานรองก่อนจะะโลอยไปบนอากาศพร้อมกับหมุนตัวเตะเข้าไปที่ศัตรูหน้าขนอีกครั้ง
“เมี๊ยว” มันร้องออกมาพลางมองอันด้วยดวงตาสีทองกลมโต
เด็กหนุ่มเดาะลิ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะเหตุใดก็ไม่ทราบ เมื่อเขาเห็นสายตาของอีกฝ่าย เขากลับรู้สึกว่ามันกำลังดูถูกเขาอยู่ที่ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่มันได้
สามใช้โอกาสนี้ที่เ้าแมวกำลังสนใจอันอยู่ ขี่ไม้กวาดลงมาพยุงตัวแฝดของตนเพื่อนำขึ้นไปนั่งพักบนกิ่งไม้ เด็กหนุ่มในชุดเกราะเหล็กนั่งพิงลำต้นอย่างไม่สู้ดีนัก
“เป็ไงล่ะมึง ไม่มีปัญหา ปักเดธแฟล็กไม่เข้าเื่” บอยหยอกล้ออีกฝ่าย เมื่อนึกถึงสิ่งที่สองพูดขึ้นก่อนหน้านี้
“เชี่ยบอยเงียบไปเลยอย่าล้อกู” สองเอ่ยเสียงแข็งด้วยใบหน้าซีดเซียว
“เอาไงอะทีนี้ แทงค์นอนเป็ผักอยู่ตรงนี้ แถมดูเหมือนว่าบอสสเตจสองจะเก่งขึ้นด้วย” นนถามขึ้น
“กูพอมีวิธีแต่มันใช้เวลา พวกมึงไปคอยถ่วงเวลาให้กู” สามตอบออกไป
คนที่เหลือทั้งสามคนพยักหน้า บอยยิ้มให้กับเพื่อนสนิทของตนก่อนจะกล่าว “ต้องเป็งั้นแหละ จะให้สมาชิกใหม่ออกแรงอยู่คนเดียวแล้วพวกเรากินแรงได้ไง” พร้อมกับมองไปที่พื้นดินซึ่งมีภาพของอันและเ้าแมวน้อยกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
“ถ้าเราไม่ลืมเอาแหวนเวทมนตร์มานะ” อุงพูดกับตัวเองเสียงแ่พลางมองไปยังพี่ชายของตน
_______________
สวัสดีค่า ไรท์เตอร์นะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายเื่นี้นะคะ ถ้าหากมีคำพิมพ์ตกหรือคำผิด สามารถคอมเม้นบอกได้นะคะ
ขอบคุณที่กดไลค์และคอมเม้นนะคะ