ณ คอนโดอีกฝั่ง
เสียงร้องไห้โฮดังขึ้นยกใหญ่ั้แ่ที่พลอยใสมาถึง เพื่อนๆต่างปลอบใจและด่านักกีฬาหนุ่มที่ทำเช่นนั้น ดวงตากลมโตแดงก่ำพอๆกับปลายจมูก เสียงสะอึกสะอื้นและคราบน้ำตาไหลอาบไปทั่วแก้ม ยิ่งเห็นภาพสองคนนั้นกระหน่ำกันอยู่บนเตียงที่ทั้งเธอเคยหลับนอน มันก็ยิ่งทำให้คุณหนูพลอยใสถึงกับร้องไห้ฟูมฟายออกมาอีกครั้ง
“ฉันบอกแกแล้วว่ายัยหนุงหนิงนั่นมันมีท่าทางแปลกๆ”
“ทิ้งๆพวกมันไปเถอะ สวยๆอย่างแกหาใหม่ตอนไหนก็ได้”
“ใช่ จะไปแคร์พวกมันทำไม”
“ฮืออ ฮือออ...”
ไม่ว่าเหล่าเพื่อนสาวจะพากันรุมปลอบใจมากแค่ไหนพลอยใสก็ยังไม่หยุดร้อง เธอไม่รู้ว่าสองคนนั้นมีอะไรกันมานานแล้วหรือยัง เพราะถ้าเป็เช่นนั้นเธอก็คงจะดูโง่มากที่ปล่อยให้เพื่อนสนิทและแฟนหนุ่มสวมเขามานาน อีกเพียงแค่ปีเดียวคุณหนูพลอยใสก็จะเรียนจบแล้ว เธอวางแผนอนาคตไว้กับแซมเอาไว้มาก แถมครอบครัวของทั้งสองฝ่ายก็ได้เจอหน้าคร่าตาราวกับจะเป็ครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว
“เอางี้ คืนนี้ออกไปดื่มกันหน่อยเป็ไง”
“ฉันเห็นด้วย ั้แ่ที่ยัยพลอยเป็แฟนกับไอ้นั่นแกก็ไม่ค่อยได้ออกไปกับพวกฉันเลย”
“ฉัน….ฉัน….ฮึก….ไม่มีอารมณ์ไปไหนหรอก”
พลอยใสพยายามพูด เสียงของเธอยังคงสะอื้นจนเหล่าเพื่อนๆต่างส่ายหน้า ดวงตาบวมแดงเกินกว่าจะแต่งแต้มเครื่องสำอางได้ในตอนนี้ แต่เหล่าเพื่อนๆก็ช่วยจับคุณหนูให้ลุกขึ้น พร้อมกับบอกให้พลอยใสรีบไปขนข้าวขนของออกมาจากคอนโดแห่งนั้นซะ
“อย่ารับเด็ดขาด”
“ฮึก…ฮืออ”
ปลายสายจากแฟนหนุ่มโทรมาไม่หยุด มือเรียวตัดสายตามคำที่เพื่อนบอก เพราะเธอเองก็ยังไม่สามารถพูดคุยสนทนากับแซมได้ ภาพที่เห็นมันยังคงติดตาไม่หาย เธอรักชายหนุ่มคนนั้นมาก และที่เจ็บใจมากที่สุดก็คงเป็เพื่อสนิทที่ร่ำเรียนด้วยกันมาตั้งสามปี
“เอาเป็ว่าคืนนี้ไปเที่ยวกันนะ”
“อือ…ก…ก็ได้”
“ดี เดี๋ยวคืนนี้พวกฉันเลี้ยงแกเอง อยากกินอะไรก็สั่งได้เลย”
พลอยใสยิ้มจางๆให้เพื่อน เมื่อเวลาผ่านไปจนถึง่ดึก มันก็ถึงเวลาที่คุณหนูจะต้องออกไปปลดปล่อยในรอบหลายปีให้สุดเหวี่ยง...