ตอนที่8 ผลการทดสอบ
“ไปก่อนนะคะ”ซ่งเย่ลุกขึ้นยืนและกำลังจะเดินออกไป
“เดี๋ยวไปส่งที่โรงเรียนครับ”หลิวเย่พูดขึ้นมาลอยๆ
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจแต่ก็ตอบตกลงที่เขามีน้ำใจ
อันที่จริงหลิวเย่ได้ทำการสืบประวัติและแฮ็คข้อมูลส่วนตัวของเธอแล้ว
ทำให้เขารู้ว่าเธอเพิ่งจะมาอยู่ร่วมกับตระกูลซ่งโดยมีเพียงซ่งซ่านจิง พ่อของเธอเท่านั้นที่ยินดีกับการกลับมา
แต่บรรยากาศและความสัมพันธ์กับคนอื่นๆไม่ดีนัก
จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ทำให้เขาเดาผลลัพธ์ได้ไม่ยาก
ดังนั้นเขาจึงอาสาที่จะไปส่งเธอและนั่นเป็การเพิ่มเวลาอยู่ด้วยกันของพวกเขาด้วย
สรุปแล้วมันเป็ผลดีสำหรับตัวเขามากกว่า
..........
ซ่งจูหว่านยืนหลบหลังป้อมรักษาความปลอดภัยหน้าประตูโรงเรียน
เธออยากรู้ว่าซ่งเย่จะมาโรงเรียนได้อย่างไร?
ในขณะนี้มีรถฮัมเมอร์สีเขียวเข้มมาจอดหน้าโรงเรียน
และคนที่ก้าวลงมาจากรถคือ ซ่งเย่
เธอจ้องเขม็งและมองเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ปิดบังใบหน้าส่วนใหญ่ด้วยแว่นกันแดด
เขาพูดทักทายกับซ่งเย่อย่างสนิทสนมกัน
ซ่งจูหว่านกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ!
เธอโมโหและอิจฉา!
ใช่!เธออิจฉาที่ซ่งเย่มีชายหนุ่มรูปงามมาส่งถึงหน้าโรงเรียน
“น้องสาวคงลำบากที่ได้มาโรงเรียนเองพรุ่งนี้ฉันจะบอกทางบ้านให้ดีไหมจ๊ะ?”
น้ำเสียงที่ดูเหมือนมีน้ำใจดังมาจากด้านหลังของซ่งเย่เมื่อเธอเดินเข้าประตูโรงเรียน
“ไม่ต้อง!” ซ่งเย่หันกลับไปตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เมื่อซ่งเย่เดินผ่านไปแล้ว
ซ่งจูหว่านกัดฟันพูดเสียงเบากับตัวเองว่า“ซ่งเย่! อย่าคิดว่าจะอยู่อย่างมีความสุขเลย!”
ซ่งเย่ไม่ได้สนใจซ่งจูหว่านในตอนนี้
เพราะเธอยังมีแผนจัดการกับซ่งจูหว่านเพื่อให้ลิ้มรสชาติความเ็ปอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
..........
ทางด้านหลิวเย่หลังจากส่งซ่งเย่ที่หน้าโรงเรียนแล้ว
เขาขับรถไปที่ร้านตามใจ
หลี่ซูเต๋อที่เฝ้าร้านอยู่รีบเข้ามารายงานกับเขาทันทีว่า“เ้านายครับ เมื่อวานมีคดีแปลกเกิดขึ้นแถบนี้”
“แล้ว?” หลิวเย่ถามรายละเอียดเพิ่มเติม
“ปู้เล่ยที่เพิ่งจะย้ายมาประจำการที่นี่กำลังเข้ามารายงานกับเ้านายครับ” หลี่ซูเต๋อกล่าวถึงตำรวจอีกคนในทีม
“.....”หลิวเย่พยักหน้ารับรู้
อีกสิบนาทีต่อมา
ชายหนุ่มหน้าตาดีสวมเครื่องแบบตำรวจเดินกึ่งวิ่งเข้ามาภายในร้านตามใจ
“เ้านายครับมีเื่น่าสนใจรายงานครับผม” เสียงะโดังลั่นดังออกจากปากของเขา
“มีอะไร?”หลิวเย่กุมขมับกับเสียงแหกปากของลูกน้อง
“รายงานครับ! เมื่อวานเวลา 18.10น.มีคนพบชายคนหนึ่งหมดสติอยู่ในพงหญ้าในตรอกเล็กห่างจากด้านหลังโรงเรียนมัธยมอันดับ
หนึ่งประมาณ 2 กิโลเมตรจากการตรวจสอบอาการไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายในส่วนอื่นๆ พบมีดพกในตัวเขาแต่.....”
ปู้เล่ยกำลังเรียบเรียงเนื้อหา
“แต่อะไร?” หลิวเย่ขมวดคิ้วที่รายงานหยุดชะงัก
“เอ่อ!ตรวจร่างกายแล้วพบว่ากระดูกสันหลังที่เชื่อมกระโหลกถูกกระแทกด้วยของแข็งอะไรสักอย่างทำให้หมดสติและที่แปลกคืออีกนิดเดียวเท่านั้นเขาสามารถเสียชีวิตได้ทันทีแต่อาจเป็โชคดีที่ของแข็งนั่นไม่ได้กระแทกแรงมากเกินไปแต่จะว่าเป็ของแข็งก็ไม่เชิงเพราะไม่พบร่องรอยหรือรอยช้ำบนิัส่วนนั้นเลยครับผม”
ปู้เล่ยแสดงสีหน้าที่เคร่งเครียด
“ข้อมูลกล้องวงจรปิดล่ะ?” หลิวเย่หันไปถามหลี่ซูเต๋อ
“ไม่พบความผิดปกติอะไรครับก่อนที่จะเ้าโจรนั่นจะไปหมดสติแถวนั้น ดูเหมือนมันจะเดินผ่านหน้าประตูโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง
ครับ”หลี่ซูเต๋อแสดงภาพที่กล้องวงจรปิดจับภาพขณะที่เขาเดินผ่านหน้าประตูโรงเรียน
“โจร?” หลิวเย่ขมวดคิ้วถามอย่างแปลกใจ
“ใช่ครับเ้านายเ้าโจรนี่มีประวัติลักขโมย จี้ชิงทรัพย์ และทำร้ายร่างกายเพิ่งพ้นโทษได้หนึ่งเดือนครับ”
ปู้เล่ยตอบหลิวเย่ตามจริง
“ดูภาพก่อนหน้านั้นสิอาเต๋อ”หลิวเย่้าดูรายละเอียดส่วนอื่นๆที่อาจเชื่อมโยงกันได้
หลี่ซูเต๋อกดปุ่มถอยหลังเวลาออกไปอีก15 นาที
ในขณะนั้นมีเด็กนักเรียนหลายคนเดินไปมาหน้าโรงเรียน
แต่สายตาของหลิวเย่เห็นซูฉีและซ่งเย่เดินนำโจรคนนั้นไปก่อนห่างกันประมาณ 5 นาที
หลังจากนั้นมีภาพของซูฉีและซ่งเย่นั่งในร้านขนมหลังจากผ่านไปราว15 นาที
และภาพของซูฉีและซ่งเย่ที่กำลังเดินกลับมารอรถที่หน้าโรงเรียน
หลิวเย่ลูบคางด้วยความสนใจแต่เขายังไม่ได้พูดอะไรกับลูกน้อง
“อาเล่ยทำตามหน้าที่ต่อไป” หลิวเย่สั่งการปู้เล่ยและทำท่าเหมือนไม่ได้สนใจเื่นี้อีก
ปู้เล่ยและหลี่ซูเต๋อมองหน้ากันและรู้ในทันทีว่าเ้านายไม่สนใจเื่นี้
พวกเขาจึงแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง
“น่าสนใจ!”เสียงพึมพำของหลิวเย่ดังขึ้นเมื่อพวกเขาทั้งสองคนออกไปแล้ว
เขามองเห็นความผิดปกติเล็กน้อยเหล่านี้และสามารถเชื่อมโยงได้อย่างรวดเร็ว
มันต้องมีเหตุผลที่สาวน้อยทำเช่นนั้น
เขาแฮ็คเข้าระบบกล้องวงจรปิดทั้งหมดในบริเวณนั้นทันที
พบว่ามี่หนึ่งที่โจรเดินตามหลังพวกเธอไปแล้วหลังจากนั้นไม่มีภาพของซ่งเย่ปรากฏที่ใดอีก
จนกระทั่งมาเจออีกครั้งที่ร้านขนมนั่น
เขายกยิ้มมุมปากด้วยความสนใจ
โจรยังไม่ตายไม่ถือเป็การฆาตกรรม แต่จะจับในข้อหาทำร้ายร่างกายก็ไม่พบหลักฐาน อืม.....น่าสนใจ!
..........
ในเวลานี้ซ่งเย่เดินมาถึงหน้าห้องที่สามแล้ว
ทุกคนจับจ้องมาที่เธอเป็จุดเดียว
พวกเขากำลังกังวลและตื่นเต้นกับผลการทดสอบทั้งสองวิชา
ไม่เพียงแค่นั้น มันมีการพลิกบทบาทการเรียนในห้องใหม่ที่แตกต่างจากเดิมเป็อย่างมาก
และแล้วเวลาประกาศผลก็มาถึงด้วยเสียงรองเท้าส้นสูงของอาจารย์เผิง
“สวัสดีนักเรียนทุกคนจ้ะ” เสียงตื่นเต้นที่ปิดไม่มิดของอาจารย์เผิงดังขึ้น
หรูเพ่ยเพ่ยหันหลังจ้องมองมายังซ่งเย่ด้วยสายริษยาและรังเกียจเธอ
นักเรียนทุกคนในห้องต่างพากันยืดตัวขึ้นเหมือนลุ้นกับการประกาศรางวัล
“หัวหน้าห้องมารับเอกสารไปแจกทุกคนด้วยจ้ะ” อาจารย์เผิงสั่งเสียงดัง
ตันจิ่ว เดินไปหยิบเอกสารบนโต๊ะอาจารย์มาแจกเพื่อนๆทีละคน
เขาเหลือบเห็นคะแนนของตนเองได้ 120คะแนนจึงรีบเก็บไว้ด้านล่างของเอกสารในอ้อมแขนทันที
ราวห้านาทีเขาแจกเอกสารครบทุกคนแต่ไม่พบเอกสารของซ่งเย่
“เอาละ ตอนนี้อาจารย์จะประกาศผลการทดสอบของซ่งเย่ที่ได้มีการทำข้อตกลงกันไว้แล้วจ้ะ”
ทันใดนั้นความสงสัยของทุกคนก็ถึงเวลาสิ้นสุดเมื่อเสียงของอาจารย์เผิงดังขึ้นอย่างตื่นเต้น
“คะแนนทดสอบภาษาอังกฤษของซ่งเย่ ได้ 150 คะแนนเต็ม!”
นักเรียนทุกคนอึ้งไปชั่วครู่ก่อนที่จะมีเสียงปรบมือดังเริ่มต้นจากซูฉี “โอ้!เก่งจังเลยซ่งเย่”
“ปรบมือ ปรบมือ ปรบมือ”
“ปรบมือ ปรบมือปรบมือ”
จากนั้นเพื่อนนักเรียนทุกคนก็ปรบมือให้กับซ่งเย่รวมถึงอาจารย์เผิงด้วย
หรูเพ่ยเพ่ยส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาให้กับซ่งเย่
เธอได้ส่งข้อความหาซ่งจูหว่านเพื่อแจ้งผลแล้ว
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่ยืนขึ้นก้มหัวเล็กน้อยให้กับทุกคนด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ถ้าเช่นนี้ซ่งเย่ทำอะไรก็ได้แต่ห้ามรบกวนเพื่อนคนอื่นใครได้คะแนนเท่าใดก็อย่าเสียใจเกินไปจ้ะ จงพยายามมากขึ้นเวลาพวกเธอเหลือ
น้อยแล้วสำหรับการสอบเข้าวิทยาลัย พวกเราเริ่มเรียนกันได้แล้วจ้ะ”
อาจารย์เผิงประกาศเงื่อนไขอีกครั้งและเริ่มเข้าสู่บทเรียนตามปกติ
“ซ่งเย่! เยี่ยมมาก!”ซูฉีกระซิบพลางยกนิ้วโป้งชื่นชมซ่งเย่
“ขอบใจจ้ะ”ซ่งเย่หันมายิ้มมุมปากให้กับซูฉีเป็การขอบคุณ
เมื่อหมดเวลาเรียนภาษาอังกฤษและอาจารย์เผิงเดินออกจากห้องเรียนไปแล้ว
“ทำไมฉันได้คะแนนต่ำขนาดนี้?”
“ฉันเก่งไม่สู้เธอเลยเหรอนี่?”
“นี่มันเยี่ยมมาก! ห้องเรามีคนเก่งแล้ว”
“ใช่ๆซ่งเย่เป็หน้าตาของห้องเรา”
“แน่นอนอยู่แล้วเธอคือดอกไม้ของโรงเรียนที่แท้จริง”
เสียงดังลั่นโวยวายทั้งต่อว่าทั้งชื่นชมจากเพื่อนร่วมห้อง
ครู่หนึ่งเสียงเงียบลงเมื่อมีคนส่งสัญญาณว่าอาจารย์อู๋กำลังเดินมา
“สวัสดีนักเรียนทุกคนเมื่อคืนหลับสบายดีไหมครับ?”
อาจารย์อู๋วางกองเอกสารแบบทดสอบบนโต๊ะพลางกวาดสายตามองนักเรียนทุกคนและไปหยุดอยู่ที่ซ่งเย่
“หัวหน้าห้องมาเอาเอกสารไปแจกทุกคนครับ”อาจารย์อู๋ออกคำสั่งเสียงต่ำคล้ายกำลังสะกดอารมณ์ตนเองอยู่
ขณะที่ทุกคนกำลังส่งเสียงฮือฮามีทั้งพอใจและไม่พอใจเมื่อเห็นคะแนนของตนเอง
ซ่งเย่ที่รอรับเอกสารอยู่เธอมองตามหัวหน้าห้องแล้วพบว่าเขาเดินผ่านเธอไปมาจนเอกสารแจกเกือบหมดแล้ว
“กระดาษคำตอบของซ่งเย่อยู่ที่นี่ครับอาจารย์จะเก็บไว้ให้ก่อน เนื่องจากคะแนนของซ่งเย่คือ 150 คะแนนเต็ม”สิ้นคำพูดของอาจารย์อู๋
เสียงฮือฮาดังขึ้นมากกว่าครั้งแรกในวิชาภาษาอังกฤษของอาจารย์เผิง
“ซ่งเย่! สุดยอด!”ซูฉีอ้าปากค้างและหันมามองหน้าซ่งเย่ด้วยแววตาตื่นเต้นและชื่นชมอย่างจริงใจ
หรูเพ่ยเพ่ยกำมือแน่นมากกว่าเดิมเธอมีใบหน้าบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา
ตันจิ่วหัวหน้าห้องที่เคยมีคะแนนการเรียนสูงสุดในแทบทุกวิชา ในตอนนี้เขามองซ่งเย่ด้วยสายตาชื่นชม
“จริงหรือ? ซ่งเย่ทำได้จริงๆ”
“นี่มัน! สุดยอดไปเลยห้องเรา”
“พวกเราสามารถคุยโวได้แล้ว”
“ฉันจะพยายามให้มากกว่านี้”
ปรากฏว่ารอบนี้เสียงชื่นชมจากเพื่อนๆมีมากกว่าเดิม
ซ่งเย่ลุกขึ้นยืนขอบคุณเพื่อนๆด้วยคำพูดเรียบเฉย“ขอบคุณทุกคนค่ะ”
“ตอนบ่ายซ่งเย่ไปพบอาจารย์ที่ห้องพักอาจารย์ด้วยนะครับ”
อาจารย์อู๋มองหน้าซ่งเย่และบอกด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับคำ
“เอาละ! กลับเข้าสู่บทเรียนได้แล้วใครอยากทำคะแนนได้มากขึ้นก็จงตั้งใจเรียนสิ้นเดือนจะมีสอบประจำเดือนอีกครั้งตามปกติ”
ในเวลานี้ซ่งเย่สามารถเปิดหนังสือเล่มอื่นๆที่ไม่ใช่วิชาเรียนได้แล้ว
ซึ่งเป็ไปตามข้อตกลงนั่นคือ ไม่รบกวนเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ
ซ่งเย่เปิดโทรศัพท์มือถือซึ่งได้ตั้งค่าเชื่อมต่อกับดาวเทียมโดยตรงเครือข่ายข้อมูลจะมีความละเอียดและลึกซึ้งมากกว่าทางอินเตอร์เน็ต
ทั่วไป
เธอกำลังเรียนรู้บทที่สี่ของความรู้ทางการแพทย์
นั่นคือสรีรวิทยาว่าด้วยระบบการทำงานของร่างกายมนุษย์ เช่น ระบบการหายใจ ระบบขับถ่าย เป็ต้น
..........
เมื่อถึงเวลาพักทานอาหารกลางวันซ่งเย่ไปทานข้าวกับซูฉีเหมือนเดิม
แต่ที่แตกต่างออกไปคือมีเพื่อนที่ไม่ได้รับเชิญมาร่วมทานด้วยนั่นคือ เกาเฉิน!นักเรียนใหม่จากห้องห้า
ซ่งเย่แค่ขมวดคิ้วเบาๆแล้วก้มหน้าทานข้าวโดยไม่ได้สนใจเขาแต่อย่างใด
ซูฉีที่เริ่มระงับความตื่นเต้นได้แล้วเธอก็ทานข้าวเงียบๆเหมือนซ่งเย่
เกาเฉินเหล่ตามองพวกเธอเมื่อเห็นว่าแต่ละคนก้มหน้าทานข้าวตามปกติ
เขาจึงกลับมาทานข้าวในถาดของตนเอง
สายตาอิจฉาริษยามีมารอบทิศทาง!
ทั้งจากชายหนุ่มและหญิงสาวแต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาก่อกวนยกเว้น หวางเม่ยลี่ เพื่อนสาวคนสนิทของซ่งจูหว่าน
“ทานด้วยคนสิจ๊ะ”เธอนั่งข้างซ่งเย่ซึ่งเป็ฝั่งตรงข้ามกับเกาเฉินพอดี
“.....”ปรากฏว่าทั้งสามคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะสี่ที่นั่งไม่มีใครเงยหน้าขึ้นมาทักทายเธอเลยสักคน
“ปึ้ก!”หวางเม่ยลี่ที่ไม่เคยถูกใครละเลยเช่นนี้ เธอโมโหจึงกระแทกถาดอาหารบนโต๊ะอีกครั้ง
“.....”ซ่งเย่และเกาเฉินเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“หวางเม่ยลี่! ถ้าเธอจะทานก็นั่งลงสิพวกเราทานใกล้อิ่มกันแล้วนะ” ซูฉีช่วยพูดแก้สถานการณ์ให้กับทุกคน
“ฉันจะทานหรือไม่ทานมันก็เื่ของฉัน” หวานเม่ยลี่ที่ยังอารมณ์ขุ่นเคืองอยู่พูดเสียงดังอย่างไม่พอใจ
“เม่ยลี่เธออย่ามารบกวนน้องสาวของฉันสิจ๊ะ”เสียงอ่อนหวานของซ่งจูหว่านดังขึ้นคล้ายกับแก้ตัวแทนเพื่อนเธอ
“นั่นสิเม่ยลี่มาทานกับพวกเราสิครับ” กู้เจ๋ออ้ายออกตัวช่วยแฟนสาวของตน
“ชิชะ! คนไม่มีมารยาท ใครจะอยากทานด้วย”เม่ยลี่ที่ตั้งใจจะมาหาเื่ซ่งเย่แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
จึงบ่นและเดินถือถาดไปหาซ่งจูหว่านที่นั่งห่างออกไปสองแถว
ในเวลานี้ซ่งจูหว่านรู้สึกอึดอัดเป็อย่างมากที่ได้ทราบผลคะแนนเต็มสองวิชาของซ่งเย่
ซึ่งคะแนนเ่าั้ทำให้ความมั่นใจของเธอสั่นคลอน
เธอกำมือแน่นพลางครุ่นคิดอย่างจริงจัง
เธอต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีที่นั่งเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์ประเทศและโอลิมปิก
ซ่งเย่ก้มหน้าทานข้าวต่อโดยไม่ได้สนใจเหตุการณ์นี้
“ยินดีด้วยครับได้ข่าวว่าสอบได้คะแนนเต็มทั้งสองวิชา” จู่ๆเสียงของเกาเฉินก็ดังขึ้น
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่เงยหน้าขึ้นและกล่าวขอบคุณเขาเบาๆ
“ทำไมคุณรู้ล่ะคะ?” ซูฉีเอ่ยถามเกาเฉินด้วยความสงสัย
“อ้ออาจารย์ทั้งสองคนเอาแบบทดสอบมาแจกให้คนเก่งๆแต่ละห้องทำด้วยน่ะครับ”
เกาเฉินอธิบายที่มาของเื่ราว
ซ่งเย่ที่ก้มหน้าทานข้าวยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
เธอกำลังเก็บแต้มจากซ่งจูหว่านทีละเม็ด
“แล้วผลเป็อย่างไรบ้างคะ?”ซูฉีถามอย่างสนใจ
“ห้องอื่นไม่รู้สิครับแต่ห้องห้าได้สูงสุด 106 คะแนน” เกาเฉินนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนตอบคำถาม
“อิ่มแล้วจ้ะ”ซ่งเย่เงยหน้าและเตรียมจะลุกเอาถาดไปเก็บ
เกาเฉินได้รีบถามเธอขึ้นมาทันทีว่า“วิชาอิสระ สนใจไปเล่นบาสเก็ตบอลด้วยกันไหมครับ?”
ซ่งเย่เอียงคอมองเกาเฉินด้วยความแปลกใจ“ตกลงค่ะ” เธอตอบกลับอย่างเป็ธรรมชาติ
“ฉันไปด้วย”ซูฉีเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ตกลงครับไปด้วยกันทั้งหมด” เกาเฉินพยักหน้าเห็นด้วย
พวกเขาทั้งสามคนลุกขึ้นพร้อมกันและเอาถาดอาหารไปเก็บท่ามกลางสายตาไม่พอใจจากหลายคนในโรงอาหาร
จากนั้นพวกเขาทั้งสามคนเดินกลับห้องเรียนเพื่อเข้าเรียนอีกหนึ่งวิชาก่อนถึงวิชาอิสระ
ซ่งเย่พูดบอกซูฉีว่า“เดี๋ยวไปพบอาจารย์ก่อนนะจ๊ะ”
“โอเคจ้ะ”ซูฉีพยักหน้าตกลง
..........
ในห้องพักอาจารย์ซึ่งกำลังวุ่นวายจากการที่มีอาจารย์สองคนใช้แบบทดสอบกรณีพิเศษกับนักเรียนบางคน
ทำให้พวกเขาเกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์เผิงและอาจารย์อู๋?
“อาจารย์เผิงอาจารย์อู๋ พวกคุณเกิดขยันอะไรขึ้นมาถึงได้เริ่มทำแบบทดสอบั้แ่เปิดเทอมแบบนี้?”
เสียงของอาจารย์เล่อไน่อาจารย์วิชาฟิสิกส์ ชายวัยกลางคนใส่แว่นตาถามพวกเขาด้วยความสงสัย
“ต้นกล้าที่ดีค้นพบเร็ว ก็ย่อมหล่อเลี้ยงให้เป็ต้นไม้ใหญ่ที่สวยงาม”
อาจารย์อู๋พูดตอบเชิงปรัชญาด้วยสายตาเ้าเล่ห์
“อาจารย์อู๋คุณยังมีความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงโควต้าคณิตศาสตร์ประเทศและโอลิมปิกอีกหรือ?”
เสียงของอาจารย์เฮ่อปั๋วชายวัยกลางคนซึ่งสอนวิชาเคมีเอ่ยขึ้น
เขารู้จักอาจารย์อู๋เป็อย่างดีที่พยายามค้นหาต้นกล้าที่ดีเพื่อล้มแชมป์ของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของเมืองหลวง
“ถ้าพวกคุณได้พบและทดสอบเธอเหมือนกับฉันพวกคุณก็จะทำเช่นเดียวกัน”
อาจารย์เผิงกล่าวสนับสนุนอาจารย์อู๋อย่างเต็มที่
อาจารย์ที่เหลือในห้องต่างพากันส่ายหัวให้กับความพยายามของพวกเขา
ในเวลานี้ซ่งเย่เดินมาถึงห้องพักอาจารย์แล้ว
เธอเดินตรงไปที่โต๊ะอาจารย์อู๋และถามเขาว่า“อาจารย์อู๋ มีอะไรหรือคะ?”
“เธอลองทำแบบทดสอบนี่ดูสิครับ”อาจารย์อู๋ไม่พูดอะไรมาก เขายื่นแบบทดสอบชุดหนึ่งให้มีทั้งหมด 100 ข้อ
ซ่งเย่พยักหน้าและนั่งลงบนโต๊ะหนึ่งที่ว่างอยู่แล้วลงมือขีดเขียนทันที
อาจารย์ในห้องที่เห็นเหตุการณ์นี้ต่างพากันแปลกใจกับพฤติกรรมของอาจารย์อู๋และซ่งเย่
นี่แสดงว่าอาจารย์อู๋เอาจริงใช่ไหม?
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอาจารย์เฮ่อปั๋วหยิบแบบทดสอบวิชาเคมีที่เขาเตรียมเอาไว้ให้นักเรียนทดสอบสิ้นเดือนขึ้นมาและเดินไปหา
ซ่งเย่“ถ้าเธอทำวิชาคณิตศาสตร์เสร็จแล้ว ช่วยทำแบบทดสอบชุดนี้ด้วยได้ไหมครับ”
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่มองเขาครู่หนึ่งก่อนจะเห็นความคาดหวังจากเขา เธอตอบตกลงโดยไม่คิดอะไรมาก
อาจารย์ทุกคนในตอนนี้จับจ้องไปที่ซ่งเย่อย่างสนใจ
เธอก้มหน้าขีดเขียนไม่หยุดแบบทดสอบคณิตศาสตร์ชุดใหม่ที่อาจารย์อู๋ยื่นให้ ซ่งเย่ใช้เวลาทำทั้งหมด 30 นาที
เมื่อเสร็จแล้วเธอยื่นให้อาจารย์อู๋
จากนั้นกลับมานั่งทำแบบทดสอบวิชาเคมีต่อทันทีโดยขีดเขียนตลอดเหมือนทำอย่างสบายใจไม่ยุ่งยากใดๆ
เมื่ออาจารย์อู๋ได้รับแบบทดสอบมาจากซ่งเย่เขารีบตรวจคำตอบทันที
ชุดนี้เป็ชุดที่เขาออกแบบเป็พิเศษสำหรับคัดเลือกคนที่จะได้เป็ตัวแทนของโรงเรียนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์ประเทศและ
โอลิมปิกมันมีความยากมากกว่าปกติเป็สองเท่า
“คำตอบข้อที่ 1ถูกต้อง”
“คำตอบข้อที่ 2ถูกต้อง”
“คำตอบข้อที่ 3ถูกต้อง”
“คำตอบข้อที่ 4ถูกต้อง”
…..
“คำตอบข้อที่100 ถูกต้อง!”