“เฮ้อ… ดิน! น้ำ! ลม! ไฟ! เรียงหน้ากันมาอย่างกับขบวนการห้าสี! ต่อไปจะเป็อะไรอีก? เหลืออะไรอีกมั่ง? สายฟ้า! น้ำแข็ง! อืม… พิษเหรอ? ไม่น่ามั้ง พิษมันจะเป็ธาตุอะไร?”
่แรกออสการบ่นพึมพำออกมาอย่างหงุดหงิด แต่ตอนหลังกลายเป็วิตกจริตขึ้นมาจริง ๆ เพราะถ้าต้องเจอกับเวทย์พิษ! ทักษะที่มีของเขาในตอนนี้ช่วยอะไรไม่ได้เลย วิธีแก้ก็คือต้องขนยาแก้พิษติดตัวเข้าไปในถ้ำให้มากที่สุดทุกครั้งเท่านั้น
เด็กหนุ่มผ่านถ้ำที่ 4 มาได้อย่างยากลำบาก แต่กลับกันกับถ้ำก่อนหน้า จะเป็ ‘ฮิปโปหางจระข้’ หรือ ‘จระเข้หัวฮิปโป’ ออสการ์ไม่แน่ใจนัก แต่รู้ว่าบอสตัวนี้แพ้ทางสายฟ้า! และในห้องบอสเป็บึงขนาดใหญ่ที่มีสันดอนโผล่พ้นน้ำกระจายอยู่เต็มไปหมด คอมโบท่าเท้าท่องไพรกับธนูสายฟ้าได้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง
และเหมือนเคย ออสการ์ปิดฉากเก็บงานด้วยทวนเหล็กเล่มเดิมของเขา
ง่าย! มันเป็บอสที่ง่ายที่สุด บอกได้คำเดียว!
แต่กว่าที่จะไปถึงห้องบอสได้ก็เล่นเอาเด็กหนุ่มรากเืไปเหมือนกัน สัตว์ที่อยู่ในนั้นมีจำนวนลดลงมาเหลือแค่ประมาณ 5-600 ตัวอีกครั้ง แต่มันโหด! แม้จะผ่านมาได้แล้ว แต่นึกย้อนหลังไปออสการ์ยังขนลุกไม่หายเลย
บล๊อบฟิช! ลักษณะภายนอกของมันเหมือนกับปลาจากใต้ทะเลลึกที่น่าเกลียดน่ากลัวที่สุดในโลกไม่มีผิด แต่สีที่กลมกลืนกับบึงน้ำตื้น ๆ ในถ้ำทำให้แทบจะสังเกตไม่เห็น และที่สำคัญ ิัเนื้อตัวของมันเป็เมือกและนุ่มหยึกหยึ๋ยน่าขยะแขยงเป็ที่สุด
เป็ครั้งแรกที่ในถ้ำมีสัตว์อยู่มากกว่า 1 ชนิด ออสการ์ต้องเผชิญหน้าโดยตรงกับฝูงสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำปากกว้างกรามแข็งแรงที่จะพุ่งเข้ามาโจมตีทันทีที่น้ำกระเพื่อม และต้องคอยหลบหลีกการโจมตีของเ้าบล๊อบฟิชที่แอบซุ่มอยู่ในบึงตลอดเวลา
เขาเกือบตาย! เวทย์หอกน้ำที่มันใช้ทำให้ร่างกายของเด็กหนุ่มเป็รูพรุนเหมือนรังผึ้ง เกราะหนังที่สวมใส่อยู่แทบจะป้องกันอะไรไม่ได้ ต้องหลบหลีกให้พ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งมันเป็ไปได้ยากเมื่อถูกฮิปโปหางจระเข้จำนวนมากรุมโจมตีอยู่
…
‘ทักษะเวทย์
- ธนูสายฟ้า (ชำนาญ)
- วารีบำบัด (ชำนาญ)
- กายหินผา (เข้าใจ)
- เพลิงสีชาด (เชี่ยวชาญ)
- ปีกแห่งสายลม (ชำนาญ)’
กินข้าวเสร็จ! ออสการ์กลับมานอนอยู่ในห้องพัก เปิดหน้าต่างทักษะเวทย์ขึ้นมาตรวจสอบเพื่อวางแผน ระดับความยากของดันเจี้ยนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ การเตรียมตัวจะต้องสมบูรณ์แบบ ถ้าเขายังไม่อยากตายอยู่ในนั้น
“เพลิงสีชาดยังใช้ได้อยู่! ยิ่งถ้ายกระดับให้เป็ ‘ดั่งใจ’ ได้น่าจะช่วยประหยัดเม็ดยามานาไปได้อีกโข ปีกแห่งสายลมก็ประสานกับทักษะการเคลื่อนไหวได้ดี! มี 2 ทักษะนี้อยู่ การโจมตีและการป้องกันของเราค่อนข้างจะสมดุลแล้ว”
ใช้ได้ ‘ดั่งใจ’ ระดับทักษะที่สูงกว่าการใช้ได้อย่าง ‘เชี่ยวชาญ’ ออสการ์คิดว่าตัวเองน่าจะควบคุมจังหวะการเรียกใช้เพลิงสีชาดออกมาเคลือบอาวุธได้ดีขึ้น ไม่ต้องเคลือบเอาไว้ตลอดเวลาให้เปลืองพลังเวทย์เหมือนเดิมอีก
‘เข้าใจ’ ทำให้เด็กหนุ่มเคลือบดาบสั้นด้วยเพลิงสีชาดได้เป็ระยะเวลานาน ‘ชำนาญ’ ทำให้เขาเคลือบทวนเหล็กด้ามยาวด้วยเพลิงสีชาดได้
‘เชี่ยวชาญ’ คือการควบคุมความเข้มข้นของเปลวเพลงที่ใช้ ที่เหลือก็คือเรียกเปลวเพลิงออกมาเคลือบเฉพาะในจังหวะที่้าได้ดั่งใจนึกเท่านั้น
“ไม่รู้ว่าไอ้ ‘เพลิงฟ้าคราม’ ที่เพิ่งโผล่ออกมาจะรุนแรงมากมั้ย? แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งเสี่ยงเลยดีกว่า รอให้ใช้เพลิงสีชาดได้ดั่งใจแล้วค่อยคิด”
ออสการ์พึมพำออกมาถึงทักษะเวทย์โจมตีไฟชนิดใหม่ที่ราคาแพงกว่าเกือบ 3 เท่า คำอธิบายบอกว่ามันใช้เหมือนกับเพลิงสีชาด แต่เขาไม่แน่ใจจริง ๆ ว่ามันต้องเรียนรู้และฝึกใหม่ั้แ่ต้น หรือสามารถโอนเทียบหน่วยกิตจากทักษะเดิมไปย่นระยะเวลาได้?
‘พลังเวทย์ 5
ความต้านทานเวทย์ 1
ความกลมกลืน
- ดิน 0 (รู้จัก)
- น้ำ 0 (รู้จัก)
- ลม 0 (คุ้นเคย)
- ไฟ 0 (เชื่อใจ)
- สายฟ้า 0 (รู้จัก)
- ิญญา 1 (ว่าง)’
‘ทำความรู้จัก’ ‘รู้จัก’ ‘คุ้นเคย’ และ ‘เชื่อใจ’ ระดับขั้นของความกลมกลืนกับเวทย์เพิ่มขึ้นมาอีก 2 อย่าง ‘คุ้นเคย’ กับ ‘เชื่อใจ’ เด็กหนุ่มมีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับวิธีที่ใช้ในการยกระดับอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงคลุมเครือไม่ชัดแจ้งอยู่เหมือนเดิม
“เราใช้เพลิงสีชาดได้จนเชี่ยวชาญ ระดับความกลมกลืนเพิ่มเป็เชื่อใจ! อันนี้เข้าใจได้ แต่ทำไมความกลมกลืนกับเวทย์น้ำถึงยังเป็แค่ ‘รู้จัก’ ล่ะ วารีบำบัดก็อยู่ในระดับชำนาญเหมือนปีกแห่งสายลม ความกลมกลืนกับเวทย์สายฟ้าก็ด้วย ธนูสายฟ้าอยู่ในระดับชำนาญแท้ ๆ ทำไมยังไม่คุ้นเคยอีก… เพราะเวลาที่ัักับเวทย์มนต์ยังน้อยไปอย่างนั้นหรือ?”
เขาบ่นพึมพำออกมาอย่างไม่แน่ใจนัก และมันมีอีกประเด็นที่น่าจะต้องทดลอง ถ้าเรียนรู้เวทย์สายเดียวกันมากกว่า 1 ทักษะ ความกลมกลืนกับเวทย์จะยกระดับได้เร็วขึ้นหรือไม่?
“ทิ้งเวทย์สายดิน ไปซื้อ ‘ม่านวารี’ มาใช้เป็เวทย์ป้องกันระยะประชิดแทน!? เฮ้อ… คิดไม่ตกเลยแฮะ ม่านวารีมันจะป้องกันการโจมตีทางกายภาพได้ดีหรือเปล่าก็ไม่รู้…”
มันเป็ประโยคที่พึมพำออกมาตอนสุดท้าย ก่อนที่ออสการ์จะผล็อยหลับไป…
………………
“าล่าล้างจักรวาล!? แล้วไอ้ ‘จักรวาล’ ที่ว่านี่มันหมายถึงทั้ง ‘ยูนิเวิร์ส’ หรือแค่ ‘กาแล็กซี่’ กันล่ะ?”
ระหว่างที่เดินทางไปยังหน้าผาสูงเพื่อตะลุยดันเจี้ยนเป็ครั้งที่ 6 ออสการ์ก็พึมพำออกมาอย่างสงสัย การทำความเข้าใจกับภาษาของมนุษย์ต่างเผ่าพันธุ์ยังมีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย และส่วนใหญ่แล้วมันมาจากการ ‘นิยาม’ ความหมายของผู้รับสารที่จำกัดอยู่แค่ความรู้ความเข้าใจในอารยะธรรมของเผ่าพันธุ์ตนเอง
‘าล่าล้างจักรวาล’ เป็ชื่อเรียกตำนานที่เด็กหนุ่มได้ยินมาจากเพื่อนใหม่ที่เพิ่งได้คุยกันก่อนออกเดินทางมาบุกดันเจี้ยน เหล่า ‘มหาเทพ’ ทั้งหลายจะรวบรวมกำลังไพร่พลนักรบผู้กล้าในจักรวาลให้เป็หนึ่งเดียว และกองทัพอันเก่งกล้าเกรียงไกรก็จะถูกยกบุกตะลุยไปทั่วจักรวาลเพื่อล่าล้างความชั่วร้ายที่หมักหมมมานับล้านปีให้สิ้นซาก
และเพื่อนใหม่ของออสการ์เชื่อว่าตัวเองกำลังอยู่ในขั้นตอนของการคัดเลือกนักรบผู้กล้าไปเข้าร่วมา เอ่อ… ‘เฮอร์คิวลิส’ ‘อะคิลลิส’ ‘นาจา’ ‘กวนอู’ ‘จูล่ง’ เจงกิสข่าน’ ‘อเล็กซานเดอร์แห่งมาซิโดเนีย’ หรือแม้แต่ ‘นายขนมต้ม’ นายจันหนวดเขี้ยว’ ไปไหนกันหมด ทำไมไม่ไปตามพวกนั้นมาคัดเลือก!!
ถ้าตำนานนี้เป็ความจริง เด็กหนุ่มจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก ‘มหาเทพ’ ให้หมดตัวเลยสาบานได้ นักรบผู้เก่งกล้าทั้งในตำนาน และประวัติศาสตร์ของโลกมีตั้งมากมาย แต่ดันเลือก ‘ลักพาตัว’ และ ‘บังคับขืนใจ’ หนอนหนังสือติดเกมส์ไร้เพื่อนและมีอาการอินโทรเวิร์ตหน่อย ๆ ที่อ่อนแอบอบบางกระดูกเปราะและไม่เคยออกกำลังกายเล่นกีฬาอย่างเขามาแทน
มันไม่สมเหตุสมผลเลยแม้แต่น้อย!
แต่! ออสการ์ได้ยินตำนานแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว หลายเผ่าพันธุ์มีตำนานการรวมกองทัพที่คล้ายกัน แค่เป้าหมายในการทำาแตกต่างกันออกไป และถูกเรียกรวมผลจากแม่ทัพใหญ่ที่ตำแหน่งต่างกัน ‘มหาเทพ’ ‘พรหม’ หรือแม้แต่พระเ้า
ตำนานบนโลกที่ใกล้เคียงที่สุดก็คงเป็าแร็กนาร็อคในตำนานนอร์ส แต่นั่นก็เป็การรบกันเองระหว่างเหล่าเทพกับอสูร ไม่มีการบังคับขู่เข็ญให้คนนอกต้องไปเข้าร่วมเสียหน่อย
หรือถ้าเป็ตำนานจากเผ่าพันธุ์ของ ‘นิซาซุ’ ก็จะน่าสนใจในการเข้าร่วมขึ้นมาหน่อย ผู้เก่งกล้าจะได้ขึ้น์กลายเป็นักรบเทพ ทุก ๆ พันปีจะมีการรวมพลไปประลองกับเผ่าพันธุ์ตระกูลแมวด้วยกันอย่าง ‘มนุษย์เสือ’ หรือ ‘มนุษย์แมวป่า’ ฝ่ายที่ชนะจะกวาดต้อนหญิงงามของฝ่ายที่พ่ายแพ้กลับมา
ใช่มั้ย! ของรางวัลมันน่าสนใจจะตาย!!
เมื่อนึกถึงนิซาซุ ความคิดของออสการ์ก็อดไพล่ไปคิดถึงเพื่อนอีก 2 คนไม่ได้ เด็กหนุ่มอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอหน้ากับพวกเขาอีกแล้ว เพราะต่อให้รอดชีวิตออกมาจากถ้ำสุดท้ายบนชั้นที่ 3 ได้ ทั้ง 3 คนก็คงจะบุก ‘ฝ่าถ้ำทมิฬ’ ต่อไปในทันที
ออสการ์ไม่มีเวลาเหลือมากพอที่จะมาดักรอเพื่อพบหน้าและส่งพวกเขาเข้าด่านสุดท้าย!
และได้แต่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามชะตากรรม…