ตอนที่ 1 (2)
และแล้ววันนี้ ก็ถือเป็วันแรกที่เขามาทำงาน
ผีสาวจากแผนกบริหารทรัพยากรบุคคลได้นำทางเขาเข้าไปในห้องครัวที่มีขนาดใหญ่เสียยิ่งกว่าห้องบรรยายในมหาวิทยาลัยถึงสองเท่า มีผีจำนวนหลายสิบตัวกำลังเคลื่อนไหวไปมาระหว่างหม้อใหญ่ที่เรียงรายกันอยู่เป็แถว มีบางตัวกำลังเทเครื่องปรุงน้ำแกงลงในหม้อ บางตัวกำลังปรับระดับไฟ และมีบางตัวกำลังคัดกากน้ำแกงออกมา ต่างคนต่างกำลังยุ่งวุ่นวาย ดังนั้นจึงมีสายตาที่สังเกตเห็นผีสองตัวลอยเข้ามาข้างในไม่มากเท่าไรนัก
“ที่นี่เป็ที่ทำงานของคุณ” ผีสาวเอ่ย
“ครับผม” หร่วนจือหวนพยักหน้า ตอนที่เขาถูกพาตัวมาที่ห้องครัว เขาก็จำได้อย่างคลับคล้ายคลับคลาแล้วว่าตัวเองสมัครงานเบ็ดเตล็ดในโรงครัวเอาไว้ แต่พอได้เห็นฉากที่อยู่ข้างหน้าด้วยตัวเอง หากพูดว่าเขาไม่รู้สึกใอะไรเลยก็คงเป็เื่โกหก...เขาได้มาถึงสถานที่ปรุงน้ำแกงยายเมิ่ง และสถานที่แห่งนี้กำลังจะกลายเป็ที่ทำงานของเขา
“บริษัทของพวกเรามีห้องครัวทั้งหมดสี่สิบแปดห้อง ที่นี่ก็คือห้องหมายเลขสามสิบเจ็ด” เมื่อผีสาวเห็นั์ตาที่เต็มไปด้วยความตื่นใของหร่วนจือหวนแล้ว ก็อดที่จะอธิบายเพิ่มเติมอีกสักหน่อยไม่ได้ “ที่นี่ถือเป็ห้องครัวที่ค่อนข้างเล็กแล้ว เพราะห้องครัวหมายเลขหนึ่งและหมายเลขสองใหญ่กว่าห้องนี้ถึงสามเท่าได้”
“จริงหรือครับ” หร่วนจือหวนไม่สามารถจินตนาการถึงห้องครัวที่ใหญ่กว่าที่อยู่ตรงหน้าของตัวเองนี้ได้เลย “สุดยอดขนาดนี้เลยหรือ”
“แน่นอน พวกเราต้องทำเพื่อให้แน่ใจว่าิญญาที่เข้าจุติครรภ์ทั้งหมดจะได้ดื่มมัน” ผีสาวเอ่ยประโยคนี้อย่างภาคภูมิใจ ก่อนที่จะหันตัวไปรอบๆ ตามหาผีตัวหนึ่ง เธอกวาดสายตามองอยู่หลายครั้ง หลังจากนั้นเธอก็ะโเรียกผีที่สวมหมวกพ่อครัวสีเขียว[1] อีกตนว่า “ต้าโจว มานี่หน่อย! พนักงานใหม่ที่เข้ามาวันนี้มาถึงแล้ว!”
ใบหน้าของหร่วนจือหวนอดที่จะกระตุกเล็กน้อยไม่ได้ ให้ผีผู้ชายสวมหมวกพ่อครัวสีเขียวอย่างนั้นหรือ บริษัทของเขาช่างมีรสนิยมแย่จริงๆ
ต้าโจวนั้นเป็หัวหน้าของห้องครัวหมายเลขสามสิบเจ็ด เพื่อให้ลูกน้องเชื่อฟังคำสั่ง เขาจึงรักษารูปลักษณ์ของคนอายุประมาณสี่สิบกว่าปีเอาไว้ หากพูดอย่างตรงไปตรงมานั่นคือคุณลุงตัวกำยำที่มีรอยบากบนหน้า อีกทั้งยังมีคิ้วดกดำและดวงตากลมโตอีกด้วย เพียงแค่ได้เห็นก็อดคิดไปถึงพวกหัวหน้ามาเฟียในโลกมืดที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนไม่ได้
“ยินดีต้อนรับน้องชาย นายชื่ออะไรหรือ” ที่นี่ไม่ได้มีพนักงานใหม่มานานแล้ว ต้าโจวที่ไม่ได้วางท่าใหญ่โตอะไรลอยเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขายังยกยิ้มที่มุมปากหวังจะแสดงท่าทีเป็มิตรออกมาเล็กน้อยอีกด้วย ทว่าในสายตาของผีตัวอื่น นี่คือรอยยิ้มจอมปลอมที่พวกหัวหน้ามาเฟียทั้งหลายทำกันก่อนจะฆ่าใครสักคนแน่นอน
เห็นได้ชัดว่า หร่วนจือหวนก็เป็หนึ่งในบรรดาผีเ่าั้เช่นกัน
เขาใจนร่างกายแข็งเกร็ง ถึงเขาจะเตรียมสภาพจิตใจให้พร้อมรับกับงานที่ยากลำบากแล้ว แต่เขาไม่ได้เตรียมใจมาเพื่อพบกับพี่ใหญ่ของแก๊งอันธพาลในบริษัทเช่นนี้...หากเขาทำอะไรผิดไป คนชื่อต้าโจวคนนี้จะทุบตีเขาจนสลบแล้วโยนลงหม้อเพื่อทำเป็เครื่องปรุงของน้ำแกงยายเมิ่งหรือไม่
นี่มันน่ากลัวเป็บ้าเลย
แน่นอนว่าผีสาวเห็นต้าโจวบ่อยจนไม่กลัว เมื่อเธอเห็นว่าหร่วนจือหวนยังไม่กล้าเอ่ยปาก เธอจึงเป็ฝ่ายพูดก่อน “เขาคือหร่วนจือหวนพนักงานต้มน้ำแกงระดับสาม ไม่ค่อยมีประสบการณ์มากนัก คุณชี้แนะเขาหน่อยก็แล้วกัน”
“น้องชายนายชื่อยาหวน[2]อย่างนั้นหรือ ช่างเป็เอกลักษณ์จริงเชียว” อย่างไรเสียที่นี่ก็เป็ห้องครัวที่มีเสียงอึกทึกวุ่นวาย ผีทุกตัวอยู่ที่นี่เวลาจะพูดอะไรกันก็ต้องะโคอแทบแตก ต้าโจวเลยได้ยินชื่อของหร่วนจือไม่ชัด เขาก็ยังไม่ทันแก้ให้ถูกต้อง “เอาละ ยาหวน อย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่เลย ทุกวันนี้มีผีที่รอดื่มน้ำแกงยายเมิ่งเพื่อไปจุติครรภ์มากมาย หากพวกเราหยุดผลิตน้ำแกงตามใจชอบมันอาจจะไม่พอได้ มานี่ มาล้างมือเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เริ่มทำงานกันได้เลย”
“...ไม่คือ ผมชื่อจือหวนครับ” จือหวนกล่าวโต้แย้งด้วยเสียงอันแ่เบา น่าเสียดายที่ที่นี่เสียงดังเกินไป ต้าโจวจึงไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร อีกฝ่ายยังส่งสัญญาณให้เขาขยับไม้ขยับมือเร็วๆ อีกด้วย สุดท้ายหร่วนยาหวนก็ทำได้เพียงเริ่มใช้ชีวิตเป็ผีต้มน้ำแกงอย่างเป็ทางการเท่านั้น
งานต้มน้ำแกงเป็งานที่ค่อนข้างกดดันกว่าที่หร่วนจือหวนจินตนาการไว้ ทว่านอกจากความวุ่นวายในตอนแรกแล้ว ตัวเขาก็ค่อยๆ ปรับตัวได้ เป็เวลาหนึ่งเดือนที่เขาต้มน้ำแกงอย่างราบรื่นใต้การชี้นำของต้าโจว และไม่ถูกอีกฝ่ายโยนเข้าไปในหม้อเพื่อทำเป็เครื่องปรุง
จริงๆ แล้ว ถึงลักษณะภายนอกของต้าโจวค่อนข้างดุ ทว่าเขากลับใส่ใจความปลอดภัยของพนักงานทุกคนที่นี่มากกว่าใคร ทุกวันเขาจะเตือนให้ลูกน้องระวังถูกน้ำแกงลวก และจำไว้ว่าห้ามลองชิมเด็ดขาด
อย่างไรเสียสิ่งที่พวกเขาต้มอยู่ก็คือน้ำแกงยายเมิ่ง หากดื่มเข้าไปก็จะลืมเื่ชาติก่อนจนหมดสิ้น แม้จะดื่มเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ พนักงานต้มน้ำแกงของที่นี่จะไม่ชิมรสชาติ แต่ปรุงรสตามกลิ่นและสีของมันเท่านั้น
ฝีมือการปรุงอาหารในชาติก่อนของหร่วนจือหวนนับว่าพอถูไถไปได้ แน่นอนว่าการต้มน้ำแกงย่อมง่ายนิดเดียว เขาต้มตามสูตรพื้นฐานที่ต้าโจวสอน โดยใส่น้ำจากแม่น้ำหลงลืมลงไปก่อน หลังจากน้ำเดือดก็ใส่หญ้าคลายกังวลและเครื่องปรุงที่ไม่รู้ชื่ออีกหกชนิดซึ่งเป็สัญลักษณ์ของความสุข ความเ็ป ความเศร้า ความแค้น ความทุกข์และความรัก สุดท้ายก็เติมเกลือไปตามกลิ่นเล็กน้อยก็เป็อันเสร็จ
เพื่อนร่วมงานต่างขบขันที่เขาตั้งใจทำงาน เพราะต้าโจวไม่เคยยุ่งเื่ฝีมือการปรุงอาหารของลูกน้องเลย หรือกล่าวได้ว่าเขาเป็พวกให้อิสระด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้หร่วนจือหวนเคยเห็นผีตัวหนึ่งเติมน้ำตาลขวดหนึ่งลงไปในน้ำแกง จากนั้นยังเติมเกลือไปอีกสองขวด สุดท้ายไม่รู้ทำไมถึงได้เติมเปลือกมะนาวกับแป้งลงไปด้วย เขาไม่รู้จริงๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังวางยาพิษลงในน้ำแกงหรือปรุงรสกันแน่
เชิงอรรถ
^ สวมหมวกเขียวแปลว่ามีชู้^ แปลว่าสาวใช้