รมย์รวัตรเดินทางมาถึงโรงพยาบาลแล้วตรงไปหาแฟนสาวทันที เขาชะงักเมื่อเห็นคนอื่นมานั่งแทนที่ แล้วหล่อนหายไปไหนกันดวงตาเรียวคมกวาดมองรอบห้องเพื่อค้นหาคนที่ต้องการพบแต่กลับว่างเปล่า
“มาหาใครคะหมอวัตร?” หัวหน้าพยาบาลเอ่ยพลางยิ้มโปรยเสน่ห์ให้เขา
“ผมมาหาพยาบาลลักษิณีครับ”
“อ๋อพยาบาลณีย้ายไปแล้วคะ”
“อะไรนะย้ายไปแล้ว!” ตะโกนลั่นออกมาด้วยความตกใจ
เขาหันขวับเดินออกมามือล้วงควานหาโทรศัพท์มือไม้สั่นเทากดเบอร์เพื่อติดต่อหาหล่อนทันทีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นดวงตาเรียวสวยหลุบมองหน้าจอแล้วกดปิดมัน หล่อนคงต้องเปลี่ยนเบอร์แล้ว
รมย์รวัตรยืนนิ่งมือถือขนมเพื่อมาฝากหล่อนนั้นอ่อนแรงจนทำมันตกลงกับพื้นพรหมเมศร์เดินยิ้มให้กับพี่ชายแล้วถือวิสาสะหยิบถุงขนมขึ้นมาหยิบมันทานแล้วส่งยิ้มกวนอารมณ์ให้กับพี่ชาย รมย์รวัตรจ้องมองสีพน้าไม่พอใจ
“ยิ้มอะไรพรหม” เขาหันไปดุน้องชายตนเอง
“อ้าว!ก็ยิ้มให้พี่ไงครับ วันนี้ผมอารมณ์ดี” พรหมเมศร์เริ่มกวน
“แกยังไม่เลิกไอ้นิสัยกวนๆแบบนี้เสียทีนะ!”
“แหม...จริงๆ แล้วมันเป็นนิสัยดั่งเดิมของผม ผมไปก่อนนะ” พรหมเมศร์โบกมือลาแล้วเดินจากไปก่อนหยุดเท้าหันกลับมาเยาะเย้ยพี่ตนเอง “พี่ครับขอบคุณสำหรับขนมนะครับ อร่อยมาก”
สองเท้าก้าวเดินแทบไม่มีแรงหัวสมองมึนงงไปหมด หล่อนจากไปโดยไม่ลาเขาสักคำ เพราะอะไร อยากจะรู้ มิน่าละวันนั้นหล่อนถึงได้พูดแบบนั้นเพราะกำลังจะทิ้งเขา ทั้งๆที่ หัวใจเริ่มรักใหม่ เหตุใดถึงต้องทิ้งกันกลางทางเช่นนี้เขาผิดอะไรทำไมไม่บอก สุดท้ายแล้วหล่อนก็ไม่รอเหมือนที่เขาหวังจริงๆ
พรหมเมศร์แอบมองพี่ชายเงียบๆแม้ว่าเขาไม่เข้าใจกับสีหน้าและท่าทางพี่เลยว่ารู้สึกยังไงกับผู้หญิงที่ตนเองทอดทิ้งกันแน่แต่ก็อยากให้พี่ได้รู้เรื่องที่หล่อนตั้งท้อง ไม่อยากเห็นหลานขาดพ่อ ถ้าจะให้เขาเปิดปากคงต้องขอดูพฤติกรรมของพี่ชายเสียก่อน
ระหว่างพักรักษาตัวดาวเรืองสังเกตพฤติกรรมของบุตรสาวและลูกเขย ดูเหมือนพ่อคมยังไม่ได้ทำอะไรบุตรสาวถึงยังมีท่าทีเย็นชาเช่นเดิม คนแสร้งป่วยส่ายหน้าดูท่าหล่อนต้องออกโรงอีกแล้ว
“มิลูกไม่ได้โกรธอะไรกับคมใช่ไหม” หล่อนเอ่ยถามบุตรสาว
คนถูกถามชะงักแล้วแสร้งยิ้ม“เปล่าค่ะแม่”
“ตั้งแต่แม่เห็นมิมากับคมแม่ไม่เห็นมิคุยกับพี่เขาสักคำ”
หล่อนช้อนมองสามีแล้วมองมารดา
“พอดีมิคิดเรื่องแม่อยู่ค่ะมิกับพี่คมยังคุยกันดีค่ะแม่” มิลันดาตอบเลี่ยงความจริงหล่อนยังไม่อยากพูดกับเขาสักเท่าไหร่ เพราะเรื่องของกานต์สินี
“ยังรักกันดีแม่ก็ดีใจแล้วแม่ไม่อยากเห็นมิไม่มีความสุขรู้ไหมลูก มีเรื่องอะไรไม่เข้าใจกัน คุยกันตรงๆมัวแต่ไม่พูดกันจะเข้าใจกันเหรอ ชีวิตคู่มันต้องมีเรื่องระหองระแหงกันอยู่แล้วแต่อยู่ที่เราจะประคับประคองมันไปได้แค่ไหน เรื่องนี้มันอยู่ที่ความรู้สึกของลูกทั้งสองคนแล้ว”
คนฟังน้ำตาคลอหล่อนโกรธที่พี่คมไม่ยอมบอกว่าไปหากานต์สินี ไม่พูดความจริงต่อกันแถมยังไปจูบกันในคอนโดที่เขาให้ผู้หญิงคนนั้นอาศัย ใช่มิลันดาเข้าใจมันเป็นสิทธิ์ของเขา แต่หล่อนได้ชื่อว่าเป็นภรรยาเคยบอกกันแล้วหากไปหาให้บอกกันตามตรง สุดท้ายพี่คมยังคงปิดบังเหมือนเคย
“มิเข้าใจแล้วค่ะแม่”
“ดีแล้วล่ะจ้ะ”
ดาวเรืองพักฟื้นอยู่สามวันหมอใหญ่อนุญาตให้กลับบ้านได้หล่อนมาถึงบ้านนั่งลงบนโซฟาในห้องโดยมีบุตรสาวคอยประคองไม่ห่างคมฉณัฐมองแม่ยายเห็นส่งสายตามีเลศนัยให้อีกครั้ง
“พ่อคมเดี๋ยวไปซื้อไหมพรมมาให้แม่หน่อยนะ”
“เอามาทำอะไรครับ?” เขาแสร้งตีหน้าเซ่อ
“แม่จะเอามาถักเสื้อไว้ให้หลาน” รอยยิ้มระบายทั่วใบหน้า
มิลันดาทำหน้าไม่ถูกหากหล่อนมีความสัมพันธ์กับเขาและท้องขึ้นมาจริงๆ แล้วต้องแยกจากกัน คงทำใจได้ยากการมีพันธะทางกายมันเป็นเรื่องใหญ่ มันสร้างความสัมพันธ์ทางความรู้สึกนึกคิดด้วยหล่อนไม่อยากถลำลึงลงไปอีก
เขาหันมองหญิงสาวซึ่งกำลังขมวดคิ้วเหมือนใช้ความคิด ไม่นึกว่าแม่ยายจะให้ความช่วยเหลือมากขนาดนี้ หากน้องมิต้องการมีลูกจริงๆคงป็นสิ่งที่ดี เขาเองก็อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์กับผู้หญิงที่รักเสียที
มิลันดาคว้าข้อมมือรีบรั้งชายหนุ่มให้เดินตามดาวเรืองยิ้มพรายยกมือชูกำปั้นให้พ่อคมของหล่อนสู้ตาย มาถึงห้องนอนปิดประตูดันเขาให้นั่งลงบนเตียงข้างกัน
“มิมีอะไรจะคุยกับพี่หรือเปล่า” เขาเอ่ยถาม อมยิ้มเล็กๆ
ริมฝีปากบางเม้มแน่นหล่อนกระดากที่จะพูดมันออกไป แต่สิ่งนี้สำคัญกับชีวิตของแม่
“พี่คมเห็นที่เราคงต้องมีลูกกันแล้วล่ะค่ะ” หล่อนโพลงออกมา
คมฉณัฐชะงักเพราะแผนการของแม่ยายเขาได้ผล นอกจากหล่อนจะยอมพูดคุย ยังยอมมีลูกอีกด้วย
“หมายความว่ายังไงครับมิพี่ไม่เข้าใจ”แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง
“มิต้องการจะมีลูกค่ะมิอยากให้แม่สบายใจ”
“แล้ว...มิจะยอมมีอะไรกับพี่อย่างนั้นหรือ” เขาถามตามตรง
หล่อนนิ่งใช้ความคิดสักพักควรทำยังไง ไม่อยากมีความสัมพันธ์กับเขา แต่หล่อนต้องการเด็กเมื่อสิ่งที่หล่อนเห็นระหว่างเขากันกานต์สินียังคงตราตรึงอยู่ในหัวสมองไม่ไปไหนสักที
แต่ ณตอนนี้การแพทย์มันพัฒนาไปไกล มีหรือคนอย่างมิลันดาจะไม่มีทางออกการทำกิฟท์เกิดขึ้นมากมายเพียงแค่ใช้สเปิร์มของผู้ชายเท่านั้นหล่อนปิ๊งไอเดียนี้ทันที
“ไม่ค่ะมิจะไม่ยอมมีอะไรกับพี่คมเด็ดขาด!” ยืนยันหนักแน่น
“ถ้าเราไม่มีอะไรกันแล้วเราจะมีลูกได้ยังไง!” เขาเริ่มหัวเสีย
“พี่คมคงต้องไปโรงพยาบาลกับมิแล้วล่ะค่ะ”
“หมายความว่ายังไง”
“มิไม่ต้องการมีอะไรกับพี่คมแต่มิต้องการสเปิร์มของพี่!”
คมฉณัฐแทบสะอึกเมื่อเจอหล่อนเล่นไม้นี้ก็หล่อนเป็นหมอถึงได้คิดอะไรแบบนี้ออกมาได้ เลยทำให้เขาถึงกับพูดอะไรไม่ออก คนถูกขอร้องส่ายหน้าถอนใจเฮือกใหญ่เขาไม่มีวันยอมเด็ดขาด แม้จะรู้ดีว่ายังไงเสียหล่อนก็คงไม่มียอมมีอะไรกับเขาเช่นกัน
“ไม่เด็ดขาด!” ปฏิเสธอีกฝ่ายเสียงแข็ง
มิลันดาชักสีหน้าไม่พอใจเมื่อถูกปฏิเสธ หล่อนไม่เข้าใจทำไมถึงได้พูดแบบนี้ออกมาในเมื่อหล่อนกำลังหาทางออกที่ดีที่สุดแล้ว
“ทำไมล่ะคะมิคิดตั้งนานนะคะ นี้เป็นทางเดียวที่จะทำให้เรามีลูกได้!”
“มันไม่ใช่ทางนี้ทางเดียวมิก็น่าจะรู้พี่จะไม่ยอมมีลูกด้วยวิธีที่มิคิดเด็ดขาดหากต้องการมีลูกกับพี่ทางเดียวเท่านั้นที่จะทำได้ คือเราต้องมีอะไรกันเท่านั้น!” ชายหนุ่มยืนยันเสียงหนักแน่น
“บ้าหรือไงพี่คม!ใครจะไปยอมมีอะไรกับพี่ ในเมื่อพี่เองก็มีคืนอื่นที่ตัวเองชอบอยู่!” หญิงสาวย้อน นึกโมโหทำไมเขาถึงได้เห็นแก่ตัวนัก
“ใครกันพี่มีใครกันมิ!” ชายหนุ่มย้อนถามเสียงเครียด
“ก็คุณกานต์สินียังไงล่ะคะ!”
“บ้าไปกันใหญ่แล้วพี่กับกานต์เลิกกันไปนานแล้ว พี่จะชอบกานต์ได้ยังไง!” ไม่เข้าใจทำไมมิลันดาถึงเอาเรื่องกานต์สินีมาพูดอีก
“ถ้าไม่ได้ชอบกันอยู่แล้วพี่คมไปจูบกับคุณกานต์ทำไมล่ะคะ!” หล่อนแย้งเขาน้ำตาคลอ ก็เห็นมากับตาว่าเขาทำอย่างนั้น
คมฉณัฐมองแววตาซึ่งเอ่อคลอน้ำตาเขาไม่เข้าใจว่ามิลันดารู้ได้อย่างไรว่าเขาจูบกับกานต์สินี
“น้องมิรู้ได้ยังไงว่าพี่จูบกับกานต์ใครมาบอก”
“ทำไมต้องมีใครบอกล่ะคะในเมื่อมิเห็นมากับตา”
“เห็นอย่างนั้นหรือ?”
มิลันดาสุดจะทนกับท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวหยิบมือถือออกมาส่งให้ดู ข้อความที่ส่งมาหาหล่อนเอง เขารับมาขบกรามแน่นกานต์สินีกำลังสร้างเรื่องให้อีกแล้ว
“ที่มิเห็นมันไม่ได้เป็นอย่างที่มิคิดพี่กับกานต์ไม่มีอะไรกัน พี่แค่ช่วยเหลือกานต์เท่านั้น” ชายหนุ่มพยายามอธิบาย
“มันฟังไม่ขึ้นหรอกค่ะพี่คมคนช่วยเหลือกันจะต้องจูบกันด้วยเหรอคะ” หญิงสาวกอดอกเถียง
“เอาเป็นว่าพี่พูดอะไรไปมิก็คงไม่เชื่อแต่ว่า... เรื่องลูก พี่ขอบอกมิเลยนะว่า มีทางเดียวเท่านั้นที่พี่จะยอมมีลูกกับมิเราต้องมีความสัมพันธ์ทางกายเท่านั้น ไม่ใช่วิธีทางวิทยาศาสตร์ พี่บอกมิแค่นี้ล่ะ” คมฉณัฐตัดบท ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เพราะมิลันดาเห็นภาพนั้นกับตาตอนนี้เขารู้สึกหงุดหงิดกับแฟนเก่ามากกว่า
“พี่คมทำไมพี่คมทำแบบนี้ล่ะคะ!” มิลันดาตะโกนไล่หลัง
มิลันดาสะบัดก้นนั่งลงบนเตียงลมหายใจหอบหนักด้วยความโมโหคว้าหมอนมาได้เลยชกลงไปไม่ยั้ง หมั่นไส้เขานัก อุตส่าห์ขอร้องให้มีลูกด้วยแต่ดันกลับถูกเขาปฏิเสธใครจะยอมขึ้นเตียงกับเขาบ้าไปแล้วหรือไง แค่คิดก็รู้สึกอายจนหน้าแดงไปหมดแล้ว
คมฉณัฐสาวเท้าเดินออกมาจากห้องสายตาสบเข้ากับแม่ยาย ซึ่งยืนกอดอกมองมา ใบหน้าคมซีดเผือดลงทันทีใจก็หวังว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ยินเรื่องทั้งหมดนั้น
“พ่อคมมาคุยกับแม่หน่อยได้ไหม?” ดาวเรืองบอกแล้วเดินนำลงไปชั้นล่าง
เขาเดินตามนั่งลงตรงข้ามกับหล่อนใบหน้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ดาวเรืองนั่งกอดอกมองลูกเขยด้วยความไม่เข้าใจ
“เกิดอะไรขึ้นระหว่างพ่อคมกับยัยมิ?”
คมฉณัฐชะงักกับคำถามเงยหน้าขึ้นมาสบตาอีกฝ่าย
“ผมกับมิเราแต่งงานกันเพราะเห็นว่าคุณแม่ป่วย มิต้องการแต่งงานกับผมหลอกๆ หากคุณแม่หายเมื่อไหร่เธอบอกว่าจะหย่ากับผมครับ” เขายอมเปิดปากเล่าความจริงทั้งหมดออกไป
“อย่างนั้นหรือ?แล้วพ่อคมทำไมถึงยอมแต่งกับลูกสาวแม่ล่ะ”
“ผม...ไม่ได้อยากแต่งงานกับน้องมิแบบหลอกๆนะครับ เพราะผมรักน้องมิจริงๆ” ชายหนุ่มสารภาพ
ดาวเรืองยิ้มออกมาหล่อนรู้ดีว่าสองคนนี้รักกัน แต่ที่กำลังทำกันอยู่นี้เพราะทิฐิเท่านั้น
“ถ้าพ่อคมรักลูกสาวแม่จริงแม่ก็จะช่วยพ่อคมต่อไป จำไว้นะอย่านอกใจยัยมิเด็ดขาดไม่อย่างนั้นล่ะน่าดู”
“ผมไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอกครับ!”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นเมื่อกี้ยัยมิต้องการให้พ่อคมทำอะไร” ดาวเรืองเริ่มคำถามอีกครั้ง
“เอ่อ...มิต้องการมีลูกกับผม”
“ก็ดีน่ะสิแล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ”
คมฉณัฐถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เขาอยากจะบ้าตายเมื่อนึกถึงคำพูดเมื่อกี้นี้ของมิลันดา
“ก็น้องมินะสิครับบอกว่าจะเอาเฉพาะสเปิร์มของผมเท่านั้น!” เขารู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้มากจริงๆ
ดาวเรืองนิ่งสักพักแล้วหัวเราะออกมากับความคิดของลูกสาวตนเองไม่น่าเชื่อเลย ก็อย่างว่าลูกสาวเป็นหมอ คงจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ยาก
“แล้วพ่อคมจะทำยังไงล่ะถ้ายัยมิต้องการแบบนั้น”
“ผมต้องการมีชีวิตคู่ปกตินะครับหากผมจะมีลูกกับน้องมิผมก็ต้องการให้เขาเกิดจากธรรมชาติ เกิดจากความรักของพ่อแม่ครับ”
ดาวเรืองพยักหน้าด้วยความเข้าใจหากเป็นแบบนี้หล่อนคงต้องลงมือช่วยลูกเขยเสียแล้ว
รมย์รวัตรนั่งทอดอาลัย ตรงนี้เคยมีความทรงจำมากมายของเขากับลักษิณีลมหายใจหลายเฮือก ก็ยังไม่สามารถลดทอนความกลัดกลุ้มภายในจิตใจมือยังคงกดเบอร์โทรหาคนในห้วงคำนึงอยู่แต่หล่อนไม่เคยรับสายหรือติดต่อกลับมาอีกเลย ไปอยู่ที่ไหน ทำไมถึงได้ไปจากเขาคำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัว
สรรหาเหตุผลสักกี่ร้อยก็ยังไม่เข้าใจทำไมหล่อนถึงย้ายไปทำงานที่อื่นโดยไม่ลาสักคำ มือยกกุมขมับแน่นทำไมตอนหล่อนอยู่จึงไม่ถนอมความรู้สึกให้มากกว่านี้ เขาคงผิดที่ไม่เคยนึกถึงลักษิณีให้มากพอสูญเสียไปแล้ว กลับต้องมานั่งน้ำตาตก ในอกเจ็บปวดรวดร้าวขนาดนี้
พรหมเมศร์ยืนมองพี่ชายสภาพเช่นนี้มันไม่ปกติแล้ว อาการแบบนี้หรือ ที่คุณลักษิณีบอกว่าพี่ชายไม่เคยรักหล่อนเลยแล้วท่าทางเหมือนกับคนจะตายนี้มันหมายความว่ายังไง ยืนมองดูแล้วรู้สึกสงสารเขาเองก็จนใจทำอะไรไม่ได้ คงต้องให้เวลาช่วยตัดสิน
รมย์รวัตรลุกขึ้นยืนสูดหายใจเข้าปอดความเป็นหมอทำให้ต้องตัดเรื่องส่วนตัว ยังมีคนไข้ที่ต้องดูแล ไม่มีหล่อนอยู่กับเขารู้สึกเหมือนชีวิตมันขาดสิ่ง สองเท้าก้าวผ่านร้านกาแฟ เป็นร้านประจำซึ่งเขามันซื้อทานบ่อยๆและลักษิณีก็รู้เลยซื้อมาฝากเสมอ แต่เวลานี้เขาไม่เคยเข้าร้านอีกเลยจังหวะเหม่อมองกลับชนเข้ากับใครบางคน ชายหนุ่มชะงักสีหน้าตระหนก
“ขอโทษครับ” บอกขอโทษแล้วรีบเก็บเอกสารที่หลุดร่วงลงมาจากแฟ้มให้เข้าที่
“ไม่เป็นไรค่ะ” ปิ่นมณีบอก แล้วรับแฟ้มคืนจากคุณหมออีกคน
หมอปิ่นมณีเดินจากไปแต่สายตาเขากลับเห็นกระดาษอีกแผ่นที่หล่นอยู่ ก้มลงหยิบคิดจะคืนเจ้าของ เผลออ่านมันสองเท้าหยุดเดินดวงตาเบิกกว้าง ร่างกายมันสั่นสะท้านขึ้นมา เกิดอะไรขึ้น!ทำไมมีชื่อลักษิณีอยู่ในกระดาษแผ่นนี้แล้วผลการตรวจทำไมบอกว่าหล่อนกำลังตั้งครรภ์
หรือนี่คือเหตุผลในการจากลา ใจร้ายเหลือเกินณี
ถ้าหากหล่อนท้องจริงลูกในท้องก็คือ... ลูกของเขา รมย์รวัตรแทบล้มทั้งยืน รู้สาเหตุที่หล่อนจากไปแล้วทำไมถึงทำแบบนี้ ไม่บอกกล่าวตัดสินใจเอาเอง เขายินดีรับผิดชอบทุกอย่างอยู่แล้ว
“ณีคุณไม่เจ็บปวดบ้างหรือไงที่หอบลูกผมไปกับคุณด้วย” เขารำพึงกับตนเองน้ำตาคลอ
รมย์รวัตรรีบเดินไปหาฝ่ายบุคคลของโรงพยาบาลทันทีเขาต้องตามหาลักษิณีให้เจอไม่ว่าหล่อนจะอยู่ที่ไหน
“ขอโทษครับผมจะมาสอบถามว่าพยาบาลที่ชื่อลักษิณีย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาลไหนครับ?” คุณหมอถามเสียงสั่น
“คือ...ทางเราแจ้งให้ทราบไม่ได้หรอกนะคะ เพราะคุณลักษิณีขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับค่ะ”
“ผมขอร้องล่ะครับช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม?” รมย์รวัตรพยายามอ้อนวอน
“ไม่ได้หรอกค่ะขอโทษด้วยนะคะ”
รมย์รวัตรเดินคอตกกลับมามือกำกระดาษในมือแน่น นั่งกุมขมับน้ำตาคลออีกครั้งที่พรหมเมศร์เห็นพี่ชายอยู่ในสภาพเช่นนี้ และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เห็นพี่กำลังร้องไห้สิ่งนี้คงพิสูจน์ได้แล้ว คุณพยาบาลณีคงคิดผิดเรื่องความรู้สึกพี่ที่มีต่อตัวเอง ร่างสูงเดินตรงไปนั่งข้างๆพี่ชาย เอื้อมมือจับไหล่เบาๆ รมย์รวัตรหันมองน้องชาย
“พี่วัตรผมรู้ว่าคุณณีอยู่ที่ไหน หากพี่ต้องการ ผมจะบอกที่อยู่ขอให้กับพี่แต่พี่ต้องบอกความจริงผมบางเรื่องก่อนผมถึงจะยอมบอก”
รมย์รวัตรจ้องหน้าน้องชายแล้วหลุบตามองพื้นมือกำแน่น แม้ว่าเขาจะโกรธที่น้องชายรู้เรื่องลักษิณีแต่ไม่ยอมบอกแต่อีกใจกลับมีความหวัง ไม่ว่าไกลแค่ไหนต้องตาหาหล่อนให้พบ
“แกต้องการให้ฉันบอกความจริงเรื่องอะไรพรหม?”
“ผมอยากรู้ว่าพี่รักใครกันแน่ระหว่างคุณณีหรือหมอมิลันดา” พรหมเมศร์ถาม สีหน้าจริงจังเขาอยากรู้ความรู้สึกแท้จริงของพี่ เพราะไม่อยากให้คุณณีต้องเจอกับความเจ็บปวดอีก
“ทำไมแกถึงได้ถามฉันแบบนี้พรหม” ชายหนุ่มไม่เข้าใจ
“พี่ตอบผมมาก่อนดีกว่าว่าพี่รักใครกันแน่ถ้าผมได้คำตอบของพี่แล้วผมจะบอกว่าทำไมผมถึงได้ถามพี่แบบนี้”
รมย์รวัตรครุ่นคิดคำถามน้องชายจี้ใจดำจริงๆ ถามว่าเวลานี้เขากำลังรักใครอย่างนั้นหรือ? คงไม่ต้องหาคำตอบแล้วล่ะมั้งในเมื่อเขารู้อยู่เต็มอก หากไม่รักคงไม่ทรมานแบบนี้
“ฉันรัก...ลักษิณี” รมย์รวัตรบอกความจริง
พรหมเมศร์ยิ้มนึกถึงเรื่องราวที่เขาได้เคยพบพาน และเห็นด้วยสายตา ในวันที่พยาบาลสาวต้องเจอภาพบาดตาหลายต่อหลายครั้ง
“ผมสงสารคุณณีมากนะพี่ผมเคยเห็นเธอร้องไห้หลายครั้งเพราะพี่...”รมย์รวัตรหันมามองน้องชาย แววตาอยากรู้ “ทุกครั้งที่พี่กอดกับหมอมิลันดาไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม ผมมักเห็นคุณณีร้องไห้บ่อยๆ เธอคงรู้ใช่ไหมว่าพี่รักใครไม่ว่าพี่กับคุณณีจะมีความสัมพันธ์ด้วยความรู้สึกแบบไหนแต่ผมบอกพี่ได้เลยว่าคุณณีรักพี่มากจริงๆ และที่เธอจากไป เพราะต้องการให้พี่สบายใจไม่ต้องมาทุกข์ใจและยอมรับเธอเพียงเพราะมีลูกกับพี่เท่านั้นเธอต้องการให้พี่ยอมรับเธอด้วยหัวใจ”
คนฟังสะอึกเหมือนมีก้อนบางอย่างมาจุกในอก นี่เขาทำอะไรลงไปละเลยความรู้สึกของลักษิณีถึงเพียงนี้เชียวหรือ ไม่เคยอธิบาย ไม่เคยสนใจเพราะคิดว่าอย่างไรเสียหล่อนคงไม่จากไปไหน คงอยู่เคียงข้างเขาเสมอสุดท้ายนี่คือสิ่งที่ผิดถนัด หล่อนคงเจ็บปวดจนทนไม่ไหว ถึงได้ตัดสินใจจากลาแบบนี้
“ฉันไม่เคยรู้เลยว่าณีจะต้องมาเจ็บปวดเพราะฉันมากขนาดนี้”น้ำเสียงแฝงด้วยความรู้สึกผิดเอ่ยออกมา
“เพราะพี่ไม่เคยหันมามองคุณณีเลยสักครั้งพี่มองแต่คนที่พี่รักเท่านั้นหากพี่หันมามองคุณณีบ้างเรื่องทั้งหมดนี้มันคงไม่เกิดขึ้น”น้องชายตำหนิพี่อีกครั้ง
“ฉันจะทำยังไงดี...ฉันผิดไปแล้ว...”
พรหมเมศร์ส่งกระดาษจดที่อยู่ของลักษิณีไว้ให้กับพี่ชายก่อนจะบีบไหล่เบาๆ
“ผมช่วยพี่ได้แค่นี้เรื่องของหัวใจคงต้องให้จัดการกันเองโชคดีนะครับ” พรหมเมศร์บอกอีกครั้งแล้วเดินจากไป