5
ทางด้านเสวี่ยหง เธอเดินตรงไปทางลำธารอย่างสบายใจ
จากความทรงจำของเธอแล้ว บริเวณใกล้ๆ ลำธารไม่ค่อยมีอะไรให้สำรวจมากนัก เพราะมีหลายบ้านตั้งอยู่แถวนั้นเพื่อความสะดวกในการใช้น้ำ แต่ถ้าเดินเข้าป่าที่อยู่ข้างๆ อาจจะพอมีของป่าให้เก็บอยู่บ้าง
ดังนั้น เมื่อเธอมาถึงลำธารที่ชาวบ้านมักมาซักผ้ากัน เธอจึงเดินเข้าป่าในทันที
‘เอาล่ะ มาทดสอบกันดีกว่า เผื่อจะปลดล็อกทักษะได้’ เสวี่ยหงคิดอย่างหมายมาด
เธอเดินเข้าไปในป่าโดยใช้หินแหลมๆ ที่หยิบมาจากลำธารทำสัญลักษณ์กันหลงทางเอาไว้ ขณะเดียวกันนั้นก็กวาดสายตามองทั้งพื้นดินและบนต้นไม้
เดินมาสักพักใหญ่เธอก็ยังไม่เจออะไรที่ดูคุ้นตาเลย จึงคิดว่าเพราะตอนนี้บ่ายแก่ๆ แล้ว ชาวบ้านคงเข้ามาเก็บของป่าไปหมดั้แ่เช้า ถ้าเธออยากจะเจออะไรจริงๆ ก็คงต้องเข้าไปลึกกว่านี้
เธอตัดสินใจเดินลึกเข้าไปอีกหน่อย จนกระทั่งไม่เห็นรอยเท้าคนนั่นแหละ เธอจึงเริ่มค้นพบของดี
“นี่มันลูกหม่อนป่าหนิ!” เสวี่ยหงดวงตาเป็ประกายขณะเดินเข้าไปใกล้ต้นไม้ที่ออกผลสีดำอยู่เต็ม แต่เธอยังระแวดระวังตัวด้วยการมองไปทั่วบริเวณเพื่อหารอยเท้าสัตว์เล็กและเงี่ยหูฟังว่ามีเสียงการเคลื่อนไหวของสัตว์เลื้อยคลานขณะเลื้อยผ่านใบไม้หรือพุ่มหญ้าหรือไม่
มองเห็นรอยเท้าที่เหมือนของกระต่าย แต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเป็พิเศษ จึงขยับเข้าไปใกล้พุ่มไม้ขึ้นอีก แต่ก็ต้องใเมื่อจู่ๆ นกสองตัวก็โผบินออกไปจากต้นหม่อน
เป็เพราะใบของต้นหม่อนมีขนาดใหญ่ จึงบดบังร่างเ้านกกระจิบตัวน้อยทั้งสองเสียมิด
เสวี่ยหงยิ้ม แล้วรีบเก็บลูกหม่อนเข้ามิติ
หลังจากนั้นเธอก็เดินหาของป่าแถวๆ นั้น และก็ได้เจอต้นกระเทียมป่าหลายกอ เสวี่ยหงกวาดเรียบเข้ามิติทั้งราก
“เอ๊ะ กิ่งเล็กๆ ที่ยื่นออกมาจากดินนี่มันอะไรกัน”
ด้วยความสงสัย เธอจึงเอื้อมมือไปหยิบกิ่งสีน้ำตาลออกดำ และก็พบว่ามันฝังอยู่ในดิน เธอจึงค่อยๆ แซะมันออกมา
เสวี่ยหงอ้าปากค้างตาโตเท่าไข่ห่านทันทีที่เห็นส่วนรากของมันซึ่งมีรูปร่างคล้ายหนอน
ไม่ใช่สิ…หญ้าหนอนถือกำเนิดจากหนอนจริงๆ เธอเคยเห็น!
“ถังเช่า!”
ติ๊ง!
ยินดีด้วยค่ะ โฮสต์ปลดล็อกทักษะหาสมุนไพรได้สำเร็จ
“โอ้ย โชคดีชะมัด ถังเช่าพวกนี้ขายได้ราคาดีสุดๆ เสียดายที่สมัยนี้คนยังไม่ค่อยนิยม” พูดจบ เธอก็เริ่มหาต่อ จนได้ถังเช่ามาอีกหลายต้นทีเดียว ทั้งยังเจอขิงอีกหลายหัวด้วย
“เอาล่ะ พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน ดูเหมือนท้องฟ้าจะมืดลงแล้ว รีบไปอาบน้ำที่ต้นน้ำดีกว่า” เธอพึมพำกับตัวเองอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินตามสัญลักษณ์ที่ทำไว้จนออกมาที่ลำธารอีกครั้ง
ติ๊ง!
ยินดีด้วยค่ะ โฮสต์ปลดล็อกทักษะแกะรอยได้สำเร็จ
‘โอ้ ไหนบอกว่าเงื่อนไขยากมากไงล่ะหลิงปา’ เธอถามอย่างหยอกเย้า
‘ถือว่ายากแล้วค่ะ ยิ่งกับคนที่ไม่เคยเข้าป่าอย่างโฮสต์แล้วด้วย’ หลิงปาตอบกลับเสียงใส
‘ชิ! ปัญญาประดิษฐ์จะฉลาดเกินไปแล้ว รู้จักเหน็บแนมเสียด้วย’
‘น้อมรับคำชมค่ะโฮสต์’
เสวี่ยหงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ แล้วเร่งเดินเลียบลำธารขึ้นไปยังต้นน้ำ เพราะจำได้ว่าบริเวณนั้นไม่ค่อยมีใครขึ้นไป ทั้งยังมีโขดหินใหญ่อยู่หลายก้อน การอาบน้ำกลางแจ้งจึงพอจะทำได้
ขณะเดินไปเธอก็เรียกหน้าต่างสถานะของเธอขึ้นมาดู
โฮสต์: หลี่เสวี่ยหง
สภาพร่างกาย: กำลังขับของเสียและบำรุงกำลัง
ทักษะปลดล็อก:
ทักษะปิดบัง: 3/10
ทักษะทำความสะอาด: 2/10
ทักษะหาสมุนไพร: 3/10
ทักษะแกะรอย: 1/10
‘อื้อหือ หาสมุนไพรได้ตั้งเยอะ แต่คะแนนขึ้นแค่ 3 นี่เท่ากับว่านับเป็ชนิดน่ะสิ’ เสวี่ยหงบ่นในใจ
‘ใช่แล้วค่ะโฮสต์’
‘ฉันบ่นเฉยๆ ไม่ต้องตอบรับก็ได้นะหลิงปา’
‘อ้อ ค่ะ’
บางทีเสวี่ยหงก็รู้สึกอุ่นใจที่มีคนคุยด้วย แต่บางครั้งความตรงไปตรงมาของหลิงปาก็มากเสียจนเธอหงุดหงิด
ตรงเป็ไม้บรรทัด ตรงจนกวนประสาท!
ไม่นานเธอก็เดินมาถึงต้นน้ำ จึงรีบตรงดิ่งไปที่โขดหินที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างลำธารกับชายป่า
เป็จุดหลีกเลี่ยงสายตาที่เหมาะมาก!
เสวี่ยหงรีบถอดเสื้อผ้าออกแล้วค่อยๆ ลงไปแช่ตัวในน้ำเย็นเยียบ
เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ เพราะเธอรู้สึกเหนียวตัวมาก จะทำแค่เช็ดตัวมันคงไม่พอ จึงได้แต่ทำใจ หยิบสบู่ออกมารีบถูตัวให้สะอาดโดยเร็วที่สุด และเธอก็พบว่าฟองสบู่สีขาวกลับกลายเป็สีเทา
“อี๋ ของเสียขับออกมาทางเหงื่อด้วยงั้นเหรอ หลิงปา” เธอถามพลางฟอกสบู่ทั่วตัวเป็รอบที่สอง
‘ใช่ค่ะ แต่เนื่องจากร่างกายของโฮสต์อ่อนแอและมีโรคภัยแฝงอยู่เยอะมาก การขับของเสียผ่านทางเหงื่ออย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ ทำให้โฮสต์ต้องอาเจียนออกมาด้วยน่ะค่ะ’
“อ้อ เข้าใจล่ะ” หลังจากได้คำตอบ เธอก็พลันกระจ่าง
น้ำในลำธารเย็นเฉียบจนตัวเธอสั่นสะท้าน แต่ถึงอย่างไรเธอก็ต้องล้างของเสียออกไปให้หมด ั้แ่หัวจรดปลายเท้า ไม่อย่างนั้นคืนนี้เธอคงนอนไม่หลับ ยิ่งเห็นคราบที่ออกมาจากตัวเธอเอง เธอก็ยิ่งขนลุก และได้แต่นึกไว้อาลัยให้กับคนที่อยู่ปลายน้ำ
‘ขอโทษนะ ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าจะเป็แบบนี้ ่นี้ขออย่าให้มีใครตักน้ำไปดื่มเลยนะ เพี้ยง!’
โชคดีที่เธอเป็คนชอบทำของแฮนด์เมด นอกจากงานฝีมือทั่วไปแล้ว เธอยังชอบทำพวกสบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก ฯลฯ แบบออแกนิกเองอีกด้วย ในห้องอพาร์ตเมนต์ของเธอจึงเต็มไปด้วยของใช้ออแกนิก รวมถึงพวกหัวเชื้อและของสำคัญในการผลิตพวกมัน
ก็มันช่วยไม่ได้ ใจรักอยากจะช่วยลดภาวะโลกร้อน แต่สินค้าออแกนิกทั้งหลายกลับราคาแพงลิบลิ่ว ในเมื่อเธอสามารถทำมันขึ้นมาเองในราคาต้นทุนที่ถูกกว่ามาก แล้วทำไมเธอจะไม่ทำล่ะ?
ต้องขอบคุณความมัธยัสต์และช่างประดิดประดอยของเธออีกครั้ง
เมื่อขัดถูตัวกับสระผมจนรู้สึกสบายตัวแล้ว เธอก็รีบขึ้นจากน้ำ หยิบผ้าเช็ดตัวออกมาพร้อมกับชุดชั้นในที่อยู่ในมิติ จากนั้นจึงหยิบชุดเก่าซอมซ่ออีกตัวที่เสวี่ยหงไว้ใช้เปลี่ยน ซึ่งเธอยัดมันเข้ามิติก่อนออกจากบ้านมา
ในตอนที่เธอสวมกางเกงเพิ่งเสร็จนั้น เธอก็ได้ยินเสียงคล้ายฝีเท้าสัตว์ มันดังมาจากทางชายป่า เธอจึงหันไปมอง
แซ่กๆๆ กุบกับๆ
ก่อนที่เธอจะรู้ว่าเ้าสัตว์ตัวนี้คือตัวอะไร มันก็โผล่พรวดออกมาจากชายป่าและพุ่งตรงมาทางเธอ!
ปึก!
“โอ้ย!!”
เสวี่ยหงถึงกับน้ำตาไหลนองหน้า เพราะสัตว์ตัวนี้พุ่งชนท้องเธออย่างจัง! ทำเอาจุกจนพูดอะไรไม่ออก
เมื่อเธอก้มลงมอง ก็เห็นว่าเป็กวางตัวเมียร่างปราดเปรียวตัวหนึ่ง และมันกำลังถอยหลังเตรียมหลบหนี แต่เธอเห็นว่าตรงคอของมันมีเชือกรัดอยู่ จึงรีบคว้าเชือกนั้นเอาไว้และดึงตัวมันเข้ามาหา
‘บังอาจชนคนอื่นจนจุก มาให้แม่จับเป็อาหารเสียดีๆ เถอะ’ เสวี่ยหงคิดอย่างหมายมาด แต่พละกำลังของเธอช่างน้อยนิด ทั้งตอนนี้ยังเจ็บบริเวณหน้าท้องอย่างหนัก
เ้ากวางพยายามสะบัดตัวหนีเมื่อถูกเสวี่ยหงล็อกคอ มันไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆ
เธอพยายามใช้แรงทั้งหมดที่มีในการกอดรัดคอของมันไว้จนเ้ากวางเริ่มมีท่าทางหายใจติดขัด
แต่โชคคงไม่เข้าข้างหล่อนเสียเท่าไหร่
เ้ากวางใช้แรงเฮือกสุดท้ายดิ้นรนสะบัดตัว เรี่ยวแรงของมันมีมากกว่าเสวี่ยหงจึงเหวี่ยงตัวเธอไปทางชายป่า
“ว้าย!”
ในขณะที่เธอกำลังจะล้มลงไปกองกับพื้น จู่ๆ เธอก็ััได้ถึงไออุ่น จากนั้นจึงตามมาด้วยความเจ็บแปลบจากการกระแทก
“อุ๊บ!” เสียงทุ้มดังอยู่เหนือศีรษะ แต่เสวี่ยหงไม่ได้สนใจนักเพราะตอนนี้เธอหมดแรงและเจ็บท้องน้อยมากจนไม่สามารถขยับตัวได้อีกแล้ว
“ขอโทษนะ” เ้าของเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ก่อนที่เขาจะโอบแขนรอบเอวเธอเพื่อช่วยพยุงตัว
“โอ้ย! เจ็บ!” เพราะเขากดลงมาโดนบริเวณที่ถูกเ้ากวางชน เธอจึงเผลอร้องออกไป
เ้าของวงแขนรีบผ่อนน้ำหนัก แต่ก็ไม่ได้เก็บมือกลับไป เพราะเขาััได้ว่าหญิงสาวในอ้อมแขนของเขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยืนด้วยตัวเองแล้ว
จากนั้นเขาก็ทำในสิ่งที่เสวี่ยหงไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
ฟิ้ววววว ฉึก!
มีดพร้าเล่มยาวถูกเขวี้ยงออกไป มันปักลงบนคอเ้ากวางชะตาขาดทันที
เสวี่ยหงสะดุ้งเล็กน้อยกับเืที่สาดกระเซ็นและสภาพเ้ากวางที่ลงไปนอนชักอยู่บนพื้น ก่อนจะแน่นิ่งไป
เธออยากจะอุทานดังๆ แต่ก็ไม่มีแรงพอ ทำได้เพียงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองคนเื้ั แต่เนื่องจากชายหนุ่มตัวสูงกว่าเธอราว 20 กว่าเิเ เธอจึงมองเห็นแค่ปลายคางและริมฝีปากของเขาเท่านั้น
ทางด้านชายหนุ่ม เมื่อจัดการกับ ‘เหยื่อ’ เสร็จ เขาก็ก้มลงมองคนในอ้อมแขน นั่นทำให้เสวี่ยหงมองเห็นใบหน้าของเขาชัดเจน
เขาคือหยวนิ!
ทำไมเธอถึงรู้จักผู้ชายคนนี้น่ะเหรอ? ก็เพราะเขาเป็คนดังของหมู่บ้านอย่างไรล่ะ กระทั่งหลี่เสวี่ยหงคนก่อนที่ไม่ได้ออกไปไหนยังรู้จักเขา
หยวนิคือยุวชนบัณฑิตที่ถูกส่งตัวมาที่หน่วยผลิตของเสวี่ยหง ตอนนั้นเขาอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น และทำงานไร่นาไม่เป็เลยสักนิด แต่ถึงจะทำงานในไร่นาไม่เป็ เขาก็เป็คนเรียนรู้เร็วและปรับตัวเก่ง มาอยู่ที่หมู่บ้านหลี่ซวนได้ 2 ปีก็ทำเป็ทุกอย่าง
ถือเป็ยุวชนบัณฑิตที่หลายๆ บ้านหมายตาให้มาเป็ลูกเขย เพราะเขาทำงานได้ค่าแรง 10 แต้มเท่ากับผู้ใหญ่คนหนึ่งเลยทีเดียว!
แล้วไหนจะได้รับความเอ็นดูจากผู้ใหญ่บ้านและเสนาธิการของหน่วยผลิตอีกเล่า
นอกจากนี้เขายังเป็คนหน้าตาดี ดีมากเลยล่ะ
เมื่อรวมข้อดีทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว หากใครได้ไปเป็ลูกเขย อาจถือเป็โชคดีของบ้านนั้นเลยทีเดียวเชียว
ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาของเขาทำเอาเสวี่ยหงตาพร่าไปชั่วขณะ ส่วนหยวนิที่ก้มลงมาก็พลันผงะและหน้าแดงก่ำ
นี่เขาเพิ่งเห็นอะไรไป?
ูเาขนาดย่อมๆ เลยนะนั่น!
หยวนิหันหน้าไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระแอมไอเรียกสติตัวเอง แต่อาการของเขายังทำให้เสวี่ยหงตื่นจากภวังค์เช่นกัน
เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย ่บนมีเพียงเสื้อชั้นในเพียงตัวเดียว!
อย่าเห็นว่าเธอเป็เด็กขาดสารอาหารเลย ถึงเธอจะกินไม่เคยอิ่ม แต่รูปร่างของเธอนั้นเหมือนกับมารดาที่เสียไปอย่างมาก ส่วนที่ควรนูนก็นูนจนเกินมาตรฐาน ส่วนที่ควรเว้าก็เข้ารูปงดงาม แต่ปกติเสื้อผ้าที่สวมใส่จะช่วยอำพรางหุ่นเอาไว้
ใบหน้าของหญิงสาวพลันแดงก่ำ และลามไปถึงลำคอกับใบหู
‘ตายๆๆๆ ’ เธอรู้สึกขัดเขินจนทำอะไรไม่ถูก แต่ถึงอยากจะเดินไปหยิบเสื้อมาใส่ เธอกลับไม่มีเรี่ยวแรงมากพอนี่สิ
ชายหนุ่มที่แอบเหลือบมองมาเห็นว่าเนื้อตัวของหญิงสาวแดงก่ำก็อดสงสารไม่ได้
“ขอโทษด้วยที่ล่วงเกิน คุณพอจะยืนไหวไหม ผมจะได้ไปหยิบเสื้อมาให้คุณ” เขาเอ่ยถาม
เสวี่ยหงพยายามข่มความอาย “ฉันไม่มีแรงจริงๆ ตอนนี้เจ็บท้องน้อยมากเลยค่ะ แต่คุณให้ฉันนั่งลงก็ได้นะคะ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณนั่งลงก่อนนะ เดี๋ยวผมรีบไปหยิบเสื้อมาให้”
เขาโอบไหล่เล็กเพื่อช่วยประคองเธอให้นั่งลงช้าๆ แม้จะไม่อยากมองแต่สายตาเ้ากรรมก็คอยแต่จะวนเวียนกลับไปหาเนื้อนวลตรงหน้าราวกับมีแม่เหล็กดึงดูด
อย่างไรเสียเขาก็เป็เพียงเด็กหนุ่มเืร้อนคนหนึ่งเท่านั้น
เสวี่ยหงกอดตัวเองและก้มหน้างุด ในใจนึกก่นด่าโชคชะตาของตัวเอง
‘แค่วันเดียว! ทะลุมิติมาแค่วันเดียวก็เจอแต่ปัญหา! จะมีเื่ไหนซวยกว่านี้อีกไหม!!’