กุ้ยอิงผุดลุกขึ้นพร้อมกระชับกระบี่ในมือของนาง และเตรียมที่จะก้าวเท้าเดินต่อ แต่มิทันที่นางจะได้ไปไหน กุ้ยอิงก็หันมาเห็นบุตรชายของนางกำลังนั่งสมาธิอยู่บนพื้น ไม่ยอมลุกขึ้น และเนื่องจากกุ้ยอิงยังเคืองเวิ่นกวงอยู่นางจึงมิได้เอ่ยปากถามว่ามันเป็อันใด นางเพียงแค่มองด้วยแววตาเอือมระอา พลางคิดในใจว่า เ้าลูกคนนี้คิดจะทำอันใดอีก ช่างไม่รู้จักโตเอาเสียเลย แต่ข้าก็คงไม่ใจอ่อนกับเ้าหรอกนะ อยากนั่งก็นั่งไป ข้าไม่สนใจเ้า ดูซิว่าจะเป็เช่นไร กุ้ยอิงครุ่นคิดในใจ ก่อนที่นางจะหันขวับไปทางอื่นแล้วก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดีเวิ่นกวงแม้แต่นิดเดียว ผิดกับมันที่ร้องเรียกมารดาเสียงหลงว่าให้รอต่ออีกสักหน่อย แต่กุ้ยอิงก็ไม่ได้แม้แต่จะเหลียวมามองแม้แต่น้อย "ปัดโธ่..!! ท่านแม่ นะท่านแม่ จะคอยข้าก่อนก็ไม่ได้ อีกประเดี๋ยวเ้าทวนน้อยของข้าก็จะอ่อนลงแล้ว สงสัยนางคงยังไม่หายงอนข้าแน่ ๆ แต่จะว่าไปยามท่านแม่งอลก็น่ารักไม่ใช่เล่นเหมือนกัน..หากข้ามีคนรักเช่นนี้ข้าคงจะตามง้อจนหายเป็แน่ โบราณเขาว่าพ่อแง้แม่งอลนี่ ลูกมักจะดกสินะ.."
แม้จะอยู่ในสถานการณ์ นี้เ้าเวิ่นกวงก็ยังมิวายที่จะคิดทะลึ่งสัปดนอยู่ดี ช่างเกินจะเยียวยาแล้วจริง ๆ
จากนั้นอีกไม่นานเ้าทวนตรงหว่างขาของมันก็กลับคืนสู่สภาพเดิม เวิ่นกวงลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก็รีบพุ่งตัวตามมารดาของมันไปติด ๆ กุ้ยอิงเองก็หาใช่ว่านางจะเร่งฝีเท้าเร็วไวจนเดินทิ้งห่างไปไกล เพราะลึก ๆ นางก็ยังเป็ห่วงบุตรชายตัวแสบอยู่ดี และในไม่ช้าเวิ่นกวงก็ตามมาทันด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน แถมพอมาถึงมันก็รีบขอโทษขอโพย พร้อมกับออดอ้อนมารดาบุญธรรมคนงามของมันสารพัดจนในที่สุดกุ้ยอิงก็ใจอ่อนหายโกรธ แต่นางก็กำชับมันว่า อย่าได้พูดถึงเื่คำทำนาย ของเฉินซี่ยี่ อีกเป็อันขาด ให้ทำเป็ลืมไปนึกเสียว่าเคยได้อ่าน เวิ่นกวงรีบพยักหน้ารับเร็วพลันเพราะมันไม่อยากให้กุ้ยอิงโกรธอีก จากนั้นรอยยิ้มอันสดใสของนางก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง มันช่างเป็รอยยิ้มที่แสนงดงามเสียเหลือเกิน แล้วสองแม่ลูกก็เดินทางต่อไป..
ระหว่างทางกุ้ยอิงเห็นว่าใกล้ค่ำแล้ว จึงคิดจะหาที่แวะพัก นับเป็โชคดีเหลือเกินที่ได้มาพบกับโรงเตี๊ยม แห่งหนึ่งเข้าพอดี "โชคดีจังวันนี้ข้าจะไม่ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายอีกต่อไปแล้ว"เวิ่นกวงยิ้มร่าก่อนจะกล่าวออกมา กุ้ยอิงได้มอง แล้วก็อมยิ้ม จากนั้นทั้งสองก็ก้าวเท้าเข้าไปด้านใน เมื่อเข้ามาเถ้าแก่ของที่นี่ก็ออกมาต้อนรับด้วยตนเอง “เถ้าแก่ วันนี้ข้าจะขอพักสักคืน พอจะมีห้องว่างให้พวกข้าสักสองห้องหรือไหม”มู่กุ้ยอิงกล่าวด้วยรอยยิ้มแบบสบาย ๆ
“อ้อ มีสิ มีแม่นาง เป็ห้องริมสุดทางเดินชั้นสอง” เถ้าแก่กล่าวขึ้นอย่างพินอบพิเทา แต่ในตอนนั้นเองเวิ่นกวงก็ได้หันมาถามมารดาของมันเร็วพลันด้วยความสงสัย "เหตุใดจึงเป็สองห้องกัน ข้านอนกับท่านมิได้หรือ? "
กุ้ยอิงรีบตอบบุตรชายบุญธรรมของกลับทันที "นอนได้อยู่แล้ว เพียงแต่ข้าอยากอาบน้ำด้วยเกรงว่าถ้าเราอยู่ห้องเดียวกันจะไม่สะดวกเท่าไหร่"
พอเวิ่นกวงได้ฟังก็เข้าใจแต่มันก็แอบอดคิดทะลึ่งตึงตังไม่ได้อีกแล้ว "ก็ไม่เห็นจะยาก ท่านแม่ก็อาบน้ำพร้อมกับข้าก็หมดเื่ พวกเราเป็แม่ลูกกันไม่เห็นจะต้องอาย" ความคิดเข้าข้างตัวมันสุด ๆ และดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่กลับแอบแฝงไปด้วยภาพลามกมากมายในหัวมัน กุ้ยอิงจึงตกลงตามนี้ว่าจะพักสองห้องหนึ่งคืน ก่อนที่นางจะหันไปหาเถ้าแก่โรงเตี๊ยม ซึ่งบัดนี้ มันก็ใช้สายตาสำรวจแทะโลมเรือนร่างของกุ้ยอิงอยู่ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอไปหนึ่งเฮือก
“เถ้าแก่! ท่านควรจะรู้จักให้เกียรติลูกค้าบ้างนะไม่ไหวเลยมามองข้าแบบนี้ ดีนะว่าไม่อยากนอนกลางไม่งั้นข้าจะออกไปจากที่นี่จริงด้วย ๆ”
กุ้ยอิงพูดตำหนิเถ้าแก่โรงเตี๊ยม แล้วถอนหายใจใส่ก่อนจะสะบัดร่างเดินขึ้นบันไดไปห้องพักของนางที่อยู่ ชั้นสอง เ้าเถ้าแก่ยังจ้องมองก้นคู่งามของกุ้ยอิงส่ายไปมาจนน้ำลายหกใส่พุงอ้วนๆ ของมัน
จนมันได้ยินเสียงกระแอมของเว่ยเซี่ยพร้อมกับสายตาอันโกรธเกรี้ยวแดงก่ำราวกับจะกินเืกินเนื้อ เ้าเถ้าแก่จึงรีบผงกหัวขอโทษเป็การใหญ่ "ข้าน้อยขออภัยนายท่าน ข้าผิดไปแล้ว อย่าตำหนิหรือติเตียนข้าน้อยเลยที่มองคนรักคนงามของท่านด้วยแววตาน่าเกลียดเช่นนั้น" เ้าเถ้าแก่รีบเอ่ยปากขึ้นเร็วพลันแถมมันยังคิดเองเออเองไปด้วยว่า กุ้ยอิง กับ เวิ่นกวง เป็คู่รักชาวยุทธ์ที่บังเอิญผ่านทางมาหาใช่ มารดากับบุตรชายกันไม่ และเป็เพราะกุ้ยอิงไม่ได้พูดอย่างชัดเจนด้วยว่านางมากับใคร เ้าเถ้าแก่จึงเข้าใจผิด "คนรักคนงามเช่นนั้นรึ.." เวิ่นกวงกล่าวถามมันกลับพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ พอเ้าเถ้าแก่โรงเตี๊ยมเห็นแบบนั้นมันก็รีบหาช่องทางประจบสอพลอทันที
"ชะ ใช่แล้วคนรักของนายท่านช่างงดงามราวกับเทพธิดาเสียจริง ๆ ชายใดได้พบเห็นก็มิอาจหักห้ามใจที่จะแอบมองได้ นายท่านช่างโชคดีเหลือเกิน" พอพยักพเยิดนกวงได้ยินเช่นนั้นมันก็อดกระหยิ่มยิ้มย่องเสียมิได้ แม้นในความจริงจะเป็คนล่ะเื่เลยก็ตาม "มันแน่นอนอยู่แล้ว นับเป็โชคดีของข้าเสียจริงที่มีแม่ เอ่อ…หมายถึงมีแม่นางผู้นี้เป็คนรัก" จากนั้นเ้าเถ้าแก่โรงเตี๊ยมก็ประจบสอพลอต่อมันกล่าวขึ้นว่า "แต่ก็น่าเสียดายที่คืนนี้ นางไม่ยอมนอนห้องเดียวกับท่าน ดูท่าทางพวกท่านคงจะพึ่งคบหาดูใจกันสินะ" เวิ่นกวงชักสนุกก็เลยเออออห่อหมกตามน้ำไปเรื่อย
"ถูกอย่างที่เ้าคิด ข้ากับนางพึ่งจะรู้จักกันได้ไม่กี่เดือนแต่เราทั้งคู่ก็ถูกชะตากัน แถมมีคนบอกด้วยว่าข้ากับนางมีดวงสมพงษ์เกื้อหนุนกันหากภายภาคหน้าได้แต่งงานเข้าหอก็จะมีโชคมีลาภเจริญรุ่งเื่ไม่จบไม่สิ้น"
พอเ้าเถ้าแก่ได้ฟังมันก็ตาลุกวาวยิ้มกว้างจนปากจะถึงรูหู "งั้นก็แสดงว่าพวกท่านทั้งสองยังมิมีอะไรเกินเลยกันข้าเข้าใจถูกหรือไม่ขอรับ" เวิ่นกวงพยักพเยิดใบหน้า "เช่นนั้นให้ข้าน้อยช่วยอะไรสักอย่างจะได้หรือไม่ถือว่าเป็การทำคุณไถ่โทษในเื่ที่ข้าเสียมารยาทกับคนรักของท่านเมื่อสักครู่" พอมันพูดจบเวิ่นกวงก็รู้สนใจขึ้นมาทันทีก่อนจะเล่นละครต่อ"ช่วยรึ? ช่วยอย่างไรไหนเ้าลองว่ามาสิ"
จบบทที่ 3
บทต่อไป ผงหอมคลายทุกข์