แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้แกะสลัก ตกกระทบลงบนพื้นห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานจันทน์หอมและกลิ่นกายสาว ซูซูนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนขอบเตียงไม้จันทน์ที่ปูด้วยฟูกหนานุ่ม หัวใจของนางเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ใบหน้าที่เคยนวลขาวบัดนี้แดงก่ำลามไปถึงลำคอระหง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำถามและแววตาที่เต็มไปด้วยความนัยของอาอิง เพื่อนสาวคนสนิทที่บัดนี้กลายเป็สตรีที่เจนจัดในรสรักของโลกีย์ไปเสียแล้ว
อาอิงขยับกายเข้ามาใกล้ซูซูมากขึ้นจนไหล่ของทั้งสองัักัน นางยิ้มอย่างมีเล่ห์นัยก่อนจะเริ่มเปิดบทสนทนาที่ทำให้ซูซูต้องกลั้นหายใจ "ซูซู... เ้าอย่าทำหน้าเหมือนกระต่ายตื่นตูมเช่นนั้นสิ เื่ระหว่างชายหญิงมันเป็เื่ธรรมชาติที่สุดในโลก และความสุขสมที่เ้าจะได้รับจากสามีนั้น มันคือของขวัญที่์ประทานมาให้สตรีอย่างเราโดยเฉพาะ"
ซูซูกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แต่อาอิง... เื่ที่เ้ากำลังจะเล่า มัน... มันดูจะลึกซึ้งเกินกว่าที่ข้าจะจินตนาการได้"
อาอิงหัวเราะเบาๆ เสียงหัวใจของนางช่างดูมีความสุขและมั่นใจ "นั่นเพราะเ้ายังไม่เคยััความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของชายที่รักเ้าอย่างไรเล่า มาเถิด ข้าจะเล่าให้เ้าฟังว่าเมื่อคืนนี้ สามีของข้า... ท่านเศรษฐีเหอ เขาทำให้ข้ารู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนสรวง์ชั้นฟ้าได้อย่างไร"
อาอิงเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาแต่ชัดเจนในทุกถ้อยคำ "เมื่อคืนนี้ หลังจากที่แสงเทียนถูกดับลง เหลือเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาในห้องหอ สามีของข้าเดินเข้ามาหาข้าอย่างช้าๆ แววตาของเขาในตอนนั้นมันช่างเร่าร้อนและเต็มไปด้วยความปรารถนาจนข้าแทบจะละลายหายไปกับอากาศ เขาเริ่มด้วยการประคองใบหน้าของข้าขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ก่อนจะประทับจูบลงบนริมฝีปากของข้าอย่างแ่เบาในตอนแรก"
นางหยุดหายใจครู่หนึ่ง ราวกับกำลังหวนรำลึกถึงัันั้น "แต่แล้วจูบที่แสนอ่อนโยนก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความเร่าร้อน ลิ้นของเขาสอดแทรกเข้ามาในโพรงปากของข้าอย่างชำนาญ เขาชิมความหวานล้ำภายในราวกับนักเดินทางที่กระหายน้ำกลางทะเลทราย ลิ้นของเราเกี่ยวพันกันอย่างดูดดื่ม เสียงจูบที่ดังขึ้นในความเงียบงันมันช่างน่าอายแต่กลับกระตุ้นอารมณ์ของข้าให้พลุ่งพล่านอย่างบอกไม่ถูก ข้าััได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของเขาที่รดรินอยู่บนพวงแก้มของข้า"
ซูซูฟังอย่างตั้งใจ มือของนางกำชายเสื้อแน่นจนยับย่น จินตนาการตามคำบอกเล่าของอาอิงอย่างไม่รู้ตัว "แล้ว... แล้วอย่างไรต่อหรือเ้าคะ?"
อาอิงยิ้มกว้างขึ้น "มือของเขา... โอ้ซูซู มือของเขามันช่างซุกซนนัก เขาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของข้า ก่อนจะเลื่อนลงไปบีบเค้นที่สะโพกมนอย่างหนักสลับเบา ััจากฝ่ามือที่หยาบกร้านเล็กน้อยของเขาทำให้ข้ารู้สึกเสียวซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย เขาค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของข้าออกทีละชิ้นอย่างช้าๆ ราวกับ้าจะชมเชยเรือนร่างของข้าในทุกตารางนิ้ว เมื่อร่างกายของข้าเปลือยเปล่าต่อหน้าเขา แสงจันทร์ที่ตกกระทบผิวเนื้อของข้าทำให้เขาส่งเสียงครางในลำคอด้วยความพึงพอใจ"
"เขาโน้มตัวลงมาหาทรวงอกของข้า" อาอิงบรรยายต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "เขาใช้มือทั้งสองข้างกอบกุมเต้าทรวงของข้าไว้ บีบเคล้นมันอย่างมันมือจนข้าต้องแอ่นอกรับัั ลิ้นร้อนของเขาเริ่มไล้เลียไปตามฐานทรวงอก ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปยอดถันที่ชูชันเป็ไตแข็ง เขาดูดดึงมันอย่างดูดดื่มราวกับทารกที่หิวกระหาย เสียงดูดเม้มที่ดังชัดเจนในห้องที่เงียบสงัดทำให้ข้าต้องขยุ้มเส้นผมของเขาไว้แน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ถาโถมเข้ามา"
ซูซูรู้สึกว่าร่างกายของนางเริ่มร้อนผ่าวตามไปด้วย นางไม่เคยคิดเลยว่าการบรรยายเช่นนี้จะส่งผลต่อความรู้สึกของนางได้มากมายถึงเพียงนี้ "เขาทำเช่นนั้น... นานไหมเ้าคะ?"
"นานจนข้ารู้สึกว่าทรวงอกของข้ามันแทบจะะเิออกมาด้วยความซ่านสยิว" อาอิงตอบ "แต่เขาก็ไม่หยุดเพียงเท่านั้น มือของเขาเลื่อนต่ำลงไปหา 'จุดลี้ลับ' ของข้า นิ้วเรียวของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามกลีบกุหลาบที่ฉ่ำแฉะไปด้วยน้ำหวานที่ร่างกายของข้าผลิตออกมาเพื่อต้อนรับเขา เขาใช้ปลายนิ้วคลึงวนรอบเม็ดตุ่มเล็กๆ ที่แสนไวต่อัั ข้าบิดกายไปมาบนฟูกหนา ส่งเสียงครางออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน เมื่อเขาใช้ลิ้น... ใช่ซูซู เขาใช้ลิ้นของเขาเลียลงไปที่จุดนั้นอย่างจดจ่อ"
ซูซูเบิกตากว้าง "เขาใช้... ลิ้น... ตรงนั้นหรือเ้าคะ?"
"ใช่แล้ว" อาอิงพยักหน้า "ลิ้นร้อนๆ ของเขาตวัดวนไปมาอย่างรวดเร็วสลับช้า เขาดูดดึงจุดอ่อนไหวนั้นราวกับจะกลืนกินข้าเข้าไปทั้งตัว ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้านับพันสายวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ข้าเกร็งตัวไปทั้งร่าง ขาสองข้างสั่นระริกด้วยความสุขสมที่เกินจะบรรยายได้ จนในที่สุดข้าก็กระตุกเกร็งและปลดปล่อยน้ำหวานออกมาอย่างมากมาย นั่นคือจุดสูงสุดครั้งแรกของข้าในคืนนั้น"
"ซูซู... เ้าต้องรู้ไว้ว่าลิ้นของชายนั้นมันช่างวิเศษนัก" อาอิงกระซิบเสียงพร่า "มันสามารถสร้างความสุขสมที่เหนือกว่าสิ่งใดๆ ได้ โดยเฉพาะเมื่อมันัักับ 'ร่องรัก' ของเรา ลิ้นที่อ่อนนุ่มแต่เปี่ยมไปด้วยพลังนั้นจะตวัดเลียวนไปมาอย่างชำนาญ ดูดดึงเม็ดตุ่มเล็กๆ ที่แสนไวต่อััอย่างไม่หยุดหย่อน ความรู้สึกที่ได้รับมันช่างรุนแรงและลึกซึ้งจนแทบจะทำให้ิญญาหลุดออกจากร่าง ข้าััได้ถึงกระแสความสุขที่พุ่งพล่านจากจุดนั้นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับมีน้ำพุแห่งความสุขผุดขึ้นจากภายใน"
"เ้าต้องทำให้สามีของเ้าปรนเปรอเ้าด้วยลิ้นเช่นนี้ให้ได้นะซูซู" อาอิงเน้นย้ำ "อย่าได้อายที่จะบอกเขาว่าเ้า้าอะไร เพราะความสุขของเ้าคือความสุขของเขาเช่นกัน และเมื่อใดที่เขาสามารถทำให้เ้าไปถึงสรวง์ด้วยลิ้นของเขาได้ เมื่อนั้นแหละที่เขาจะหลงใหลเ้าจนโงหัวไม่ขึ้น เขาจะรู้ว่าไม่มีสตรีคนใดจะมอบความสุขสมเช่นนี้ให้เขาได้อีกแล้ว ลิ้นของเขาจะกลายเป็กุญแจสำคัญที่จะไขไปสู่ความสุขที่แท้จริงของเ้า และมันจะทำให้เขายิ่งรักและหวงแหนเ้ามากยิ่งขึ้นไปอีก"
อาอิงพักจิบน้ำชาครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าถึง่เวลาที่สำคัญที่สุด "เมื่อเขาเห็นว่าข้าพร้อมแล้ว เขาก็แยกขาของข้าออกกว้าง ก่อนจะค่อยๆ สอดแทรก 'ความเป็ชาย' ที่แข็งขึงและใหญ่โตของเขาเข้ามาในกายข้า ความรู้สึกคับแน่นในตอนแรกทำให้ข้าต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแปลบ แต่เพียงครู่เดียวความเ็ปก็มลายหายไป กลายเป็ความรู้สึกอิ่มเอมและซาบซ่านเข้ามาแทนที่"
ซูซูกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ใบหน้าของนางแดงก่ำยิ่งขึ้น "มัน... มันเจ็บมากหรือเ้าคะ?"
"ในตอนแรกใช่" อาอิงตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน "แต่ซูซู... เ้าต้องเข้าใจว่าความเ็ปนั้นเป็เพียง่เวลาสั้นๆ เท่านั้น มันเป็การเปิดประตูสู่โลกแห่งความสุขสมที่เ้าไม่เคยรู้จักมาก่อน เมื่อเขาเริ่มขยับกายเข้าออกอย่างเชื่องช้า ความเ็ปนั้นก็จะค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกที่หวานล้ำจนแทบจะทำให้ข้าหลุดสติ"
"เขาเริ่มขยับกายเข้าออกอย่างเป็จังหวะ" อาอิงเล่าต่อด้วยแววตาที่เป็ประกาย "เริ่มจากจังหวะที่เนิบนาบ หนักหน่วง เน้นย้ำในทุกครั้งที่เขากระแทกกระทั้นเข้ามาจนสุดทาง ข้าััได้ถึงความร้อนแรงที่เสียดสีอยู่ภายในกาย เสียงเนื้อกระทบกันดัง พั่บ พั่บ พั่บ สอดประสานไปกับเสียงลมหายใจหอบถี่ของเราทั้งคู่ เขาโน้มตัวลงมาจูบข้าอย่างดูดดื่มอีกครั้งในขณะที่่ล่างยังคงทำหน้าที่อย่างไม่หยุดหย่อน มือของเขาข้างหนึ่งยังคงเอื้อมมาบีบเคล้นทรวงอกของข้า ส่วนอีกข้างก็เลื่อนลงไปบดคลึงเม็ดตุ่มเล็กๆ นั้นในจังหวะเดียวกับที่เขากระแทกตัวเข้ามา"
ซูซูฟังจนลืมหายใจ ร่างกายของนางเริ่มร้อนผ่าวและมีความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่เคยเป็มาก่อน "แล้ว... แล้วเ้ารู้สึกอย่างไรบ้างเ้าคะ?"
"ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายของข้ากำลังจะแตกสลายออกเป็เสี่ยงๆ ด้วยความสุขที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน" อาอิงบรรยายถึงความรู้สึก "จังหวะของเขาเริ่มเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ข้าสะบัดหน้าไปมาบนหมอน ผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด ปากก็พร่ำเรียกชื่อเขาไม่ขาดสาย จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายที่เขากระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างหนักหน่วงและลึกที่สุด ร่างกายของเขากระตุกเกร็งพร้อมกับฉีดพ่นความร้อนแรงเข้ามาในกายข้าจนล้นปรี่ เราทั้งคู่ต่างกอดรัดกันแน่น หายใจหอบถี่อย่างเหนื่อยอ่อนแต่เปี่ยมไปด้วยความสุข"
"แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ" อาอิงยิ้มลึกลับ "เขาไม่ยอมให้ข้าพักผ่อนนาน หลังจากที่ความแข็งขืนของเขาคลายลงเพียงเล็กน้อย เขาก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง คราวนี้เขาให้ข้านั่งหันหลังให้เขาบนตัก ท่วงท่านี้ทำให้ความยิ่งใหญ่ของเขาสามารถรุกรานเข้าไปได้ลึกที่สุด ข้าต้องใช้มือทั้งสองข้างยันกับหัวเข่าของเขาเพื่อขยับกายขึ้นลง ความรู้สึกที่ได้รับในท่วงท่านี้มันช่างแตกต่างและเข้มข้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว"
ซูซูรู้สึกว่าใจของนางเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ภาพที่อาอิงบรรยายทำให้นางจินตนาการตามไปโดยไม่รู้ตัว "ท่านั้น... มันรู้สึกอย่างไรเ้าคะ?"
"มันทำให้ข้ารู้สึกเหมือนกำลังควบคุมจังหวะด้วยตัวเอง" อาอิงอธิบาย "ข้าสามารถเลือกได้ว่าจะขยับเร็วหรือช้า ลึกหรือตื้น แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็ใช้มือบีบเคล้นทรวงอกของข้าจากด้านหลัง และใช้นิ้วบดคลึงจุดอ่อนไหวเบื้องหน้า ความรู้สึกที่ได้รับจากหลายทิศทางพร้อมกันทำให้ข้าต้องส่งเสียงครางออกมาอย่างไม่อาจสะกดกลั้น"
"หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนเป็ท่าที่ข้านอนตะแคงข้าง" อาอิงเล่าต่อ "เขาอยู่ข้างหลังและรุกรานอย่างต่อเนื่อง ท่วงท่านี้ทำให้เขาสามารถใช้มือสำรวจร่างกายของข้าได้อย่างอิสระ มือข้างหนึ่งบีบเคล้นทรวงอก อีกข้างก็ไปเล่นกับจุดอ่อนไหวเบื้องหน้า ในขณะที่่ล่างยังคงขยับเขยื้อนอย่างไม่หยุดหย่อน ความรู้สึกที่ได้รับมันช่างซับซ้อนและรุนแรงจนข้าแทบจะสำลักความสุข"
ซูซูพบว่าตัวเองกำลังหายใจหอบเล็กน้อย ร่างกายของนางรู้สึกร้อนผ่าวและมีความรู้สึกแปลกๆ ที่กึ่งกลางกาย "เ้า... เ้าไม่เหนื่อยหรือเ้าคะ?"
"เหนื่อยสิ แต่มันเป็ความเหนื่อยที่หวานล้ำ" อาอิงหัวเราะเบาๆ "และเขาก็ไม่ปล่อยให้ข้าเหนื่อยคนเดียว เขาเปลี่ยนเป็ท่าที่ข้าคุกเข่าและเขาอยู่ข้างหลัง ท่วงท่านี้ทำให้เขาสามารถควบคุมจังหวะและความลึกได้อย่างสมบูรณ์ เขากระแทกเข้ามาอย่างแรงและลึก ทุกครั้งที่เขาโถมกายเข้าใส่ ข้าจะรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของเขาที่บดเบียดเข้ากับจุดลึกสุดภายในกาย มันเป็ความรู้สึกที่รุนแรงจนข้าต้องกัดหมอนเพื่อสะกดกลั้นเสียงกรีดร้อง"
"ในท่าสุดท้าย เขาให้ข้านอนหงายและยกขาทั้งสองข้างขึ้นพาดบ่าของเขา" อาอิงเล่าด้วยเสียงที่เริ่มแหบพร่า "ท่วงท่านี้ทำให้ช่องทางรักของข้าเปิดกว้างที่สุด และเขาสามารถรุกรานเข้าไปได้ลึกจนถึงใจ ข้าสามารถมองเห็นใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา เห็นแววตาที่จ้องมองข้าด้วยความรัก ความรู้สึกที่ได้รับในท่วงท่านี้มันช่างสมบูรณ์แบบ ทั้งทางกายและทางใจ"
ซูซูนั่งฟังจนลืมหายใจ เื่ราวที่อาอิงเล่ามานั้นมันช่างเปิดโลกทัศน์ของนางอย่างสิ้นเชิง นางไม่เคยรู้เลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงจะสามารถนำพาไปสู่ความรู้สึกที่รุนแรงและลึกซึ้งได้ถึงเพียงนี้
"ในวินาทีสุดท้าย" อาอิงกระซิบ "เมื่ออารมณ์รักของเราทั้งคู่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด เขากระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างหนักหน่วงและลึกที่สุด ร่างกายของข้ากระตุกเกร็งอย่างรุนแรงประหนึ่งถูกสายฟ้าฟาด ความสุขสมที่ท่วมท้นทำให้ข้าต้องหวีดร้องออกมาสุดเสียง ในขณะเดียวกัน เขาก็ปลดปล่อยความร้อนแรงเข้ามาในกายข้าจนล้นปรี่ เราทั้งคู่กอดรัดกันแน่นในวินาทีแห่งความสุขสมที่สมบูรณ์แบบ"
อาอิงเห็นเพื่อนสาวนิ่งอึ้งไป จึงเอื้อมมือมาลูบแก้มของซูซูเบาๆ "ซูซู... ที่ข้าเล่าให้เ้าฟังทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพื่อให้เ้าอาย แต่เพื่อให้เ้ารู้ว่าความสุขสมเช่นนี้คือสิ่งที่เ้ามีสิทธิ์จะได้รับ และในฐานะภรรยา เ้าต้องเรียนรู้ที่จะมอบความสุขเช่นนี้ให้สามีของเ้าด้วยเช่นกัน เพื่อที่เขาจะได้หลงใหลในตัวเ้าและไม่ไปชายตามองสตรีอื่น"
"แต่เ้าต้องจำไว้" อาอิงเน้นย้ำ "ครั้งแรกอาจจะเจ็บเล็กน้อย แต่ความเจ็บนั้นจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความรู้สึกที่หวานล้ำจนเกินบรรยาย สิ่งสำคัญคือเ้าต้องผ่อนคลายและไว้ใจสามีของเ้า อย่าได้เกร็งตัวหรือต่อต้าน เพราะยิ่งเ้าผ่อนคลาย ความเจ็บก็จะยิ่งน้อยลง และความสุขก็จะยิ่งมากขึ้น"
ซูซูพยักหน้าช้าๆ แม้ในใจจะยังคงมีความประหม่าอยู่มาก "ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะอาอิง ข้าจะจำคำสอนของเ้าไว้"
"และอีกสิ่งหนึ่ง" อาอิงกระซิบลึกลับ "เ้าต้องเรียนรู้ที่จะใช้ปากและลิ้นของเ้าปรนเปรอสามีด้วย ชายทุกคนชอบเมื่อภรรยาของเขาทำเช่นนั้น มันจะทำให้เขารู้สึกว่าเ้ารักและปรารถนาเขาอย่างแท้จริง เ้าเริ่มด้วยการใช้มือลูบไล้ก่อน จากนั้นค่อยใช้ลิ้นเลียเบาๆ และสุดท้ายก็ใช้ปาก จำไว้ว่าต้องทำด้วยความรักและความเต็มใจ เขาจะรู้สึกได้ถึงความจริงใจของเ้า"
อาอิงยิ้มอย่างพอใจ "ดีมาก... และถ้าวันไหนเ้าอยากจะรู้เทคนิคที่ลึกซึ้งกว่านี้ หรืออยากจะลอง 'ฝึกฝน' วิธีการใช้มือและปากให้ชำนาญ ข้ายินดีจะสอนเ้าอย่างละเอียดทุกลำดับขั้นตอนเลยทีเดียว"
บทสนทนาของทั้งคู่ดำเนินต่อไปอีกครู่ใหญ่ อาอิงยังคงแนะนำเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการวางตัวและการดูแลร่างกายให้หอมหวานอยู่เสมอ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนที่แสนพิเศษ ซูซูรับฟังด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป นางเริ่มมองเห็นว่าความสวยงามของสตรีไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อการประดับประดาจวนเท่านั้น แต่ยังมีพลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ภายในเรือนร่างที่สามารถสยบชายผู้เข้มแข็งที่สุดลงได้
เมื่อถึงเวลาที่ซูซูต้องขอตัวลากลับ อาอิงได้เดินมาส่งนางที่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับกระซิบสั่งลาด้วยประโยคที่ทำให้ซูซูต้องจดจำไปอีกนาน "จำไว้นะซูซู บนเตียงนั้นไม่มีคำว่าอาย มีเพียงความปรารถนาและความสุขสมเท่านั้นที่จะนำพาเ้าไปสู่หัวใจของสามีได้"
ซูซูขึ้นรถม้ากลับจวนราชครูด้วยหัวใจที่พองโตและความคิดที่สับสนวุ่นวาย ภาพเหตุการณ์ที่อาอิงเล่ายังคงวนเวียนอยู่ในหัวของนางราวกับภาพหลอนที่แสนหวาน นางมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า เห็นผู้คนเดินขวักไขว่ในตลาด แต่ในใจของนางกลับคิดถึงเพียงเื่เดียว... คืนนี้ที่จวนราชครู นางจะมองท่านราชครูและสามีของนางด้วยสายตาแบบเดิมได้อีกหรือไม่?
ในระหว่างทางกลับ ซูซูเอนกายพิงผนังรถม้าที่บุด้วยผ้าไหมอย่างดี นางหลับตาลงและพยายามทบทวนทุกถ้อยคำที่อาอิงพูด ััที่อาอิงบรรยายถึงการใช้มือและลิ้นนั้นทำให้นางรู้สึกวูบวาบในช่องท้องอย่างประหลาด นางลองจินตนาการว่าหากเป็มือนั้นเป็มือของสามีนาง หรือเป็ััจากท่านราชครูผู้ที่ดูเคร่งขรึมคนนั้น... ความคิดนี้ทำให้นางต้องรีบลืมตาขึ้นด้วยความใในความฟุ้งซ่านของตนเอง
นางรู้ดีว่าชีวิตในจวนราชครูหลังจากนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป คำสอนของอาอิงเปรียบเสมือนกุญแจที่เปิดประตูบานใหม่ให้นางได้เห็นโลกที่ซ่อนเร้นอยู่เื้ัม่านไหมและฉากกั้นห้องหอ นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมบิดามารดาถึงได้มีความห่วงใยในตัวนางนัก เพราะโลกของผู้ใหญ่นั้นมันช่างซับซ้อนและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะควบคุม
เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตจวนราชครู ซูซูสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติและปรับสีหน้าให้กลับมาเป็ปกติ นางต้องเก็บซ่อนความลับและสิ่งที่ได้รับรู้มาในวันนี้ไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของหัวใจ รอคอยเวลาที่เหมาะสมที่จะนำมันออกมาใช้ เพื่อพิสูจน์ว่านางไม่ใช่เพียงเด็กสาวผู้อ่อนต่อโลกอีกต่อไป แต่คือนายหญิงแห่งจวนราชครูผู้สง่างามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่ยากจะต้านทาน