บทที่ 16 ลงมือ
ยามรัตติกาลที่เงียบสงัด ดวงจันทร์ทราลอยเด่นท่ามกลางหมู่เมฆบนท้องนภา เหล่ามวลดาราเปล่งประกายระยิบระยับพร่างพราวราวกับกำลังร่ายระบำ
ภายใต้แสงจันทร์ยามค่ำคืน ปรากฏร่างของบุรุษในชุดคลุมสีดำผู้หนึ่ง ชุดคลุมสีดำของเขาพลิ้วไหวไปมาราวกับกำลังหยอกล้อสายลม ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์ที่กำลังออกล่าเหยื่อจ้องมองไปยังป่าลึกที่ด้านหน้าเขา
เบื้องหน้าที่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรนั้นมีร่างของผู้คนมากมายกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือน หลายสิบชีวิตที่ต้องตกตายอย่างน่าอเนจอนาถ
"เจียวมิ่ง โปรดใจเย็นก่อน! ข้ากับเ้าต่างก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรกัน เหตุใดจึงไม่เหลือทางเลือกให้กันบ้าง! งั้นเอาเช่นนี้เป็อย่างไร เ้าปล่อยพวกข้าไป แล้วเื่ของเราถือว่าจบลงดีหรือไม่!?"
ชายในชุดสีเขียวดั่งมรกตที่สภาพสะบักสะบอมเนื้อตัวยามนี้เต็มไปด้วยาแฉกรรจ์หลายแห่งเอ่ยขึ้นมาอย่างหวาดผวา
"เหอะ ใช่แล้วเฟยฉี! พวกเราไม่มีความแค้นอะไรกัน แต่พวกเ้ากลับอ้างใช้ความยุติธรรมจอมปลอมหมายจะสังหารพวกข้า หวังจะแย่งชิงแผนที่ไป! แต่ตอนนี้กลับมาร้องขอชีวิตงั้นรึ โง่เง่า!!"
ชายชราที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศพูดจบก็ไม่รอช้าสร้างฝ่ามืออากาศสีโลหิตขึ้นมา แล้วพุ่งแหวกนภาไปใส่เฟยฉีในทันที
เฟยฉีที่หวาดผวากับภาพเบื้องหน้า ฝ่ามืออากาศพุ่งเข้าใส่เขารวดเร็วดุจสายฟ้าจาก์
"ไม่!!!"
ตู้มมมม!!!!
เสวี่ยซานที่แอบมองอยู่จากระยะไกลถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก การโจมตีของผู้เชี่ยวชาญปราณนั้นรุนแรงจริงๆ
"สังหารพวกมันให้หมด!" เจียวมิ่งที่หันไปสั่งการกับศิษย์สำนักโลหิตด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
"ปะ…ปีศาจจ!!!"
"หนี!!!!"
เหล่าลูกศิษย์จากสำนักวายุมรกต่างโยนอาวุธในมือของตนทิ้ง ศิษย์ทุกคนวิ่งหนีกระจัดกระจ่ายไปทั่วสารทิศ ราวกับปูที่หลุดออกจากกระด้ง
อ๊ากกกก!!! อ๊ากกก!!!
ในป่าที่เคยเป็ป่าที่เงียบสงบแต่ยามนี้เต็มไปด้วยเสียงร้องเ็ปโหยหวน เสียงเข่นฆ่าของศิษย์จากสองสำนักดังกังวานไปทั่วป่า
เสวี่ยซานที่มองเห็นฉากนี้จากภายในมุมมืดก็อดที่จะรู้สึกใจสั่นขึ้นมาเบาๆไม่ได้ ฉากที่ผู้คนสังหารกันราวกับผักปลา ดีที่เขาเคยผ่านประสบการณ์การสังหารคนมาแล้ว เลยทำให้เขาสามารถสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้ภายในชั่วพริบตา
ทว่าหากเป็ตัวเขาก่อนหน้านี้คงจะใกับฉากนี้จนหนีเตลิดไปไหนต่อไหนแล้ว
เสวี่ยซานที่ตั้งสติได้ก็จ้องไปยังเจียวมิ่ง ผู้าุโของสำนักโลหิต หลังจากที่สั่งให้เหล่าลูกศิษย์ของตนไปจัดการกับศิษย์สำนักวายุมรกต ในยามนี้รอบๆตัวเขาไม่มีศิษย์เหลือเลยแม้แต่คนเดียว
แค่กๆ!!
เจียวมิ่งที่หลังจากสังหารเฟยฉีได้ ก็กระอักเืออกมาเพราะใช้พลังเกินขีดจำกัดที่ตนเองจะรับไหว และในเวลาเดียวกันระดับพลังของเขาที่อยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญปราณ ก็ค่อยๆลดลงมาจนกลับมาอยู่ระดับผู้ฝึกปราณขั้นเก้าเหมือนเดิม
"เป็เช่นที่เ้าบอกจริงๆด้วย การยกระดับพลังของเขานั้นเกิดขึ้นเพราะเคล็ดวิชา"
"แน่นอนอยู่แล้ว เพราะข้าคือคนที่เก่งที่สุดและยังผ่านโลกมาอีกมากมาย เพียงแค่มองปราดเดียวก็รู้แล้ว" เ้าหอกผีโม้ออกมาทันที
เสวี่ยซานถึงกับเหลือกตามองบน เ้าหอกนี่ พูดชมเป็ไม่ได้เลย แต่ไม่นานเขาก็กลับมาให้ความสนใจกับเจียวมิ่งอีกครั้ง เขาต้องรีบลงมือตอนนี้ เพราะลูกศิษย์ของสำนักโลหิตที่ตอนนี้ไปตามสังหารคนของสำนักวายุมรกตจนหมด เหลือเพียงเจียวมิ่งไว้คนเดียว
เสวี่ยซานที่กระชับหอกเมฆาในมือแน่นพร้อมพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วราวกับลูกะุ
ฟิ้ววว~
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นจากในป่าลึกทำให้เจียวมิ่งตื่นตัวทันทีพร้อมกับใช้ฝ่ามือฟาดไปที่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว
เคร้งง!!
เสียงการปะทะระหว่างฝ่ามือกับศาสตราวุธดังขึ้น เจียวมิ่งที่ะโไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมมองไปที่ชายชุดคลุมสีดำปกปิดหน้าตามิดชิด ในมือของชายคนนั้นถือหอกด้ามนึงไว้ ตัวหอกสีดำสนิท ใบหอกเป็สามแฉก ปล่อยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวออกมา
"เ้าเป็ใคร!" เจียงมิ่งพูดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ชายผู้นี้น่าจะเป็ยอดฝีมือแน่นอน และสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ก็ดูจะไม่สู้ดีนัก เนื่องจากผลกระทบของวิชาที่เขาใช้เพื่อเพิ่มพลังเมื่อกี้
"เ้าไม่จำเป็ต้องรู้" เสวี่ยซานที่ยามนี้สวมผ้าคลุมปกปิดใบหน้ามิดชิดแล้วเอ่ยออกมาอย่างเฉยชา
"ดี! เล่นนั้นก็ตายซะ!" พูดจบเจียวมิ่งก็พุ่งเข้าใส่เสวี่ยซานด้วยความรวดเร็ว ฝ่ามือสีแดงดั่งโลหิตถูกฟาดออกไปหมายเอาชีวิตของเสวี่ยซานภายในการโจมตีเดียว
เคร้งงง!!! เคร้งงง!!
เสวี่ยซานที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาเมื่อเห็นดังนั้นจึงแทงหอกเมฆาในมือเข้าไปปะทะกับฝ่ามือของเจียงมิ่งเสียงดังลั่น
หลังจากที่ทั้งสองปะทะกันหลายสิบกระบวนท่า ทั้งคู่จึงแยกออกจากกัน เจียวมิ่งที่มีใบหน้าบิดเบี้ยว คาดไม่ถึงเลยว่าจะทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้แม้เพียงนิด!
"สหาย ข้าเจียวมิ่ง ผู้าุโของสำนักโลหิต หากเ้าปล่อยข้าไป ข้าสัญญาว่าจะไม่เอาเื่เ้า และจะไม่พูดเื่นี้กับใคร"
เสวี่ยซานได้ยินดังนั้นก็เผยยิ้มออกมา ตาแก่นี่คิดหรือว่าจะหลอกเขาได้ ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติก่อนเขาล้วนพบเจอคนมามากมาย สายตาที่อาฆาตแค้นของมัน มีหรือที่เสวี่ยซานจะมองไม่ออก หลังมันกลับไปถึงสำนัก ก็คงจะนำเื่ที่เขาลอบโจมตีพวกมันไปบอกกับคนในสำนักเพื่อที่จะล้างแค้นแน่นอน
"คนที่เก็บความลับได้ดีที่สุด คือคนที่ตายแล้ว"
พูดจบเสวี่ยซานก็ควงหอกเมฆาพุ่งออกไปหาเจียวมิ่งทันที หอกเมฆาในมือของเสวี่ยซานจ้วงแทงแหวกอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว
เคร้งง!! เคร้งง!!
เพียงชั่วพริบตา ทั้งคู่ก็ประมือกันไปหลายสิบกระบวนท่าแล้ว เสวี่ยซานที่ควงหอกเมฆาในมืออีกครั้งก็ปรากฏแสงสีฟ้าส่องสว่างออกมา
"ทะลวงเมฆา!" นี่คือทักษะที่เสวี่ยซานซื้อมาจากเมืองต้าจี๋ แน่นอนว่ามันคือทักษะระดับต่ำ แต่ในทวีปเล็กๆแบบนี้มันก็เพียงพอแล้วที่จะใช้สังหารคนอื่น
หอกในมือของเสวี่ยซานพุ่งฉีกอากาศเป็ทางยาว จุดหมายของมันคือตรงหัวใจของเจียวมิ่ง เจียวมิ่งที่รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายจึงเอี้ยวตัวหลบ พร้อมทั้งปล่อยฝ่ามือหมายกระแทกหน้าอกของเสวี่ยซานเช่นกัน
ฉั้วะ!
ปึกก!
หอกของเสวี่ยซานที่จ้วงแทงออกไปนั้นแทงทะลุหัวไหล่ของเจียวมิ่งจนเกิดแผลฉกรรจ์ แต่ทว่าหน้าอกของเสวี่ยซานก็ถูกฝ่ามือของเจียวมิ่งกระแทกอย่างแรงเช่นกัน ทั้งสองต่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง
"แค่กๆ!"
เสวี่ยซานที่กระอักเืออกมาคำโต ตอนนี้เขารู้สึกหายใจไม่ออกเนื่องจากหน้าออกถูกกระแทกอย่างรุนแรง อีกฝั่งเจียวมิ่งก็อาการสาหัสไม่แพ้กัน หัวไหล่ของเขาเป็รูกลวงโบ๋อย่างน่ากลัว
ถ้าหากเขาไม่ได้รับผลกระทบจากเคล็ดวิชาเพิ่มพลังละก็ ไอ้ขยะนี่คงตายภายใต้เงื้อมมือเขาอย่างง่ายดายไปแล้ว
"เ้าหนุ่ม ในเมื่อข้าเสนอให้ทางรอดไปแล้วแต่เข้ากลับไม่รับ เช่นนั้นก็ตายเสีย"
เจียวมิ่งพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม แต่ทันใดนั้นระหว่างที่เขากำลังจะลงมือปิดชีวิตของเสวี่ยซาน ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมา
"เ้าหัวเราะอะไร?" เจียวมิ่งถามด้วยใบหน้าอัปลักษณ์ หรือเ้านี่มันดูถูกข้ากัน!
"ข้าต่างหากที่จะสังหารเ้า!" เสวี่ยซานที่พูดจบก็ชี้มือไปที่บนท้องฟ้า เจียวมิ่งที่หันไปมองตามทิศที่เสวี่ยซานชี้ก็ตาค้างตกตะลึง
บนท้องฟ้าที่เคยเต็มไปด้วยหมู่ดาว ยามนี้มันกลับปรากฏสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาจนครอบคลุมทั่วบริเวณ
รูปร่างของมันเป็ปลาตัวสีดำ ปล่อยไอพลังปราณสีขาวดำตลบอบอวล ตามลำตัวมันมีอักขระโบราณสีทองปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาล แน่นอนว่านั้นคือ คุนแปลงเต๋าะหยินหยาง!
"ลาก่อนไอ้แก่!" เสวี่ยซานพูดพร้อมชูนิ้วกลางให้ และในขณะเดียวกันคุณแปลงเต๋าก็ฟาดหางลงมาใส่เจียวมิ่งทันที!
ตู้มมมมม!!!
ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำนะครับ