เหมยเหนียงเองก็ยินดีให้ไป๋เหลียนฮวาทำอาหาร เพราะไป๋เหลียนฮวาใช้เงินของตัวเองซื้อวัตถุดิบ ซึ่งเหมยเหนียงกับฟู่ซินหลางต่างก็ชอบใจที่ได้กินของฟรี
เพราะงั้น ถึงแม้ไป๋เหลียนฮวาจะผัดเนื้อกินวันละสองมื้อ พวกเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แน่นอนว่า สิ่งที่ฟู่ซินหลางกลัวมากที่สุด ก็คือการที่ไป๋เหลียนฮวาผัดเซ่งจี๊ให้เขากิน แต่ก่อนเขาชอบกินเซ่งจี๊ผัดมาก แต่เดี๋ยวนี้แค่เห็นก็อยากจะอาเจียนออกมาแล้ว
เนื้อหมูที่ใช้ผัดนั้นล้วนแต่เป็นเนื้อที่ขายไม่หมดจากแผงเนื้อของไป๋เหลียนฮวา ทุกวันมักจะเหลือประมาณหนึ่งถึงสองชั่ง ดังนั้นนับตั้งแต่ไป๋เหลียนฮวาแต่งเข้าตระกูลฟู่ ที่บ้านจึงมีเนื้อสัตว์กินทุกมื้อ หากดูจากเรื่องการกินเพียงอย่างเดียวแล้ว พวกเขาก็เหมือนเข้าสู่ชนชั้นกลางของระบบสังคมนิยมล่วงหน้าไปแล้ว
ไป๋เหลียนฮวาลุกขึ้นยืนแล้วบอกว่า “เดี๋ยวฉันไปถามพ่อดูหน่อย ว่าที่แผงยังมีเซ่งจี๊เหลืออยู่ไหม แล้วก็ขอเนื้อหมูมาอีกสักหนึ่งชั่ง เย็นนี้จะผัดหมูกับเห็ดหอม”
ในเมื่อเหมยเหนียงได้กินเนื้อหมูฟรีๆ ใครจะไปคัดค้าน เธอจึงพยักหน้าเห็นด้วย
ไป๋เหลียนฮวาโบกกระดาษโฆษณาในมือแล้วบอกอีกว่า “ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพกำลังปรับปรุงร้านค้าใหม่ ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าลดราคาทุกชิ้นเลย ที่บ้านเรายังขาดตู้เย็นอีกอย่าง ถ้ามีตู้เย็นแล้ว ฉันก็เอาเนื้อที่ขายไม่หมดมาแช่ไว้ได้ อยากกินเมื่อไหร่ก็หยิบมากินได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาออกไปเอาแบบนี้”
เหมยเหนียงที่สะดุ้งเมื่อได้ยินว่าจะซื้อตู้เย็นรีบบอกว่า “ตู้เย็นมันแพงนะ ตั้งหลายพันหยวน ตอนนี้ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก แถมตู้เย็นยังกินไฟเยอะอีกด้วย วันหนึ่งก็ปาไปหนึ่งหน่วยกว่าๆ แล้ว นี่เท่ากับว่าเราไม่ได้ทำอะไรเลย แต่กลับเสียค่าไฟไปหนึ่งหน่วยกว่าๆ ตอนนี้ค่าไฟหนึ่งหน่วยก็แปดเหมา เดือนหนึ่งก็ตั้งยี่สิบกว่าหยวน ใครจะไปจ่ายไหวกัน?”
จากสถิติของคนรุ่นหลังๆ ค่าไฟ หมากฝรั่ง หรือโคล่าล้วนแต่เป็นสินค้าที่มีคุณธรรม เพราะราคาแทบจะไม่ขึ้นเลยตลอดหลายสิบปี แม้แต่ในศตวรรษที่ 21 ราคาก็ยังไม่ต่างจากเดิม
ราคาพวกนี้ถ้าหากอยู่ในศตวรรษที่ 21 ถือว่าถูกมาก แต่ในยุคสมัยนี้ มันคือตัวแทนของสินค้าฟุ่มเฟือย
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันออกค่าตู้เย็นกับค่าไฟให้เอง”
จุดประสงค์ของไป๋เหลียนฮวาคือสร้างสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายให้กับตนเอง เธอจึงกล่าวอย่างใจกว้าง
เธอพอมีเงินอยู่บ้าง เธอฆ่าหมูมาสิบกว่าปี นอกจากเงินจากแผงขายเนื้อที่พ่อให้ เธอยังมีแผงขายเนื้อเป็นของตัวเอง นานวันเข้า เธอก็เก็บเงินสะสมไว้ได้จำนวนมาก
ที่บ้านของไป๋เหลียนฮวายังมีพี่ชายอีกสองคน พวกเขาก็เป็นคนฆ่าหมูและมีฐานะร่ำรวยเช่นกัน ดังนั้นพ่อจึงไม่ค่อยควบคุมเธอ แถมเขายังรู้ว่าเธอแอบเก็บเงิน แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ เพราะงั้นการซื้อตู้เย็นสักเครื่อง จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับไป๋เหลียนฮวา
“ถ้าเธออยากซื้อก็ซื้อเลย แต่ว่าค่าไฟน่ะ ฉันออกให้ไม่ไหวจริงๆ” เหมยเหนียงบ่นอุบอิบ
เธอเป็นเพียงแค่หญิงชรา ไม่ได้มีความปรารถนาอะไรเกี่ยวกับตู้เย็น ถึงยังไงเธอก็กินของเย็นๆ ไม่ได้ หากกินเข้าไป ร่างกายของเธอคงแย่แน่ๆ เธอเพียงแค่เสียดายค่าไฟเท่านั้น
แน่นอนว่าการมีตู้เย็นตั้งอยู่ที่บ้านเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจมาก หากเพื่อนบ้านมาเห็นคงจะอิจฉา ในเมื่อไม่ได้เสียเงินสักหยวน ดังนั้นเหมยเหนียงจึงไม่ได้คัดค้านอะไร เพียงแต่พูดถึงเรื่องค่าไฟแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายเงิน
“ไม่ต้องห่วง ฉันออกค่าตู้เย็นกับค่าไฟเอง”
ไป๋เหลียนฮวาเบะปาก ถ้าไม่ใช่เพราะชอบที่ฟู่ซินหลางดูสะอาดสะอ้าน เป็นถึงนักศึกษาวิทยาลัย แถมเธอยังหาสามียาก เธอคงไม่แต่งงานเข้าบ้านที่ยากจนเช่นนี้หรอก
ช่างเถอะ ในเมื่อเธอมีเงิน ส่วนเหมยเหนียงเป็นหญิงชราร่างกายอ่อนแอ คงอยู่ได้อีกไม่นาน วันหน้าเธอจะได้ตกแต่งบ้านหลังเล็กๆ ของเธอได้อย่างเต็มที่ ไป๋เหลียนฮวาคิดถึงเรื่องนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นมากที่ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพกำลังจะเปิดกิจการ
ฟู่ซินหลางเดินออกมาจากห้องนอน พอดีได้ยินไป๋เหลียนฮวาพูดถึงเรื่องจะไปซื้อตู้เย็นที่ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ จู่ๆ เขาก็คิดขึ้นมาได้ว่า นักเรียนที่คังอิงไปฝึกสอนที่วิทยาลัยครูอำเภอหลี่ว์คือพนักงานของห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ แล้วคังอิงจะเกี่ยวข้องอะไรกับห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ?
ทันใดนั้นเอง ฟู่ซินหลางก็เริ่มสนใจห้างสรรพสินค้ามิตรภาพขึ้นมา ไป๋เหลียนฮวาเห็นฟู่ซินหลางก็เลยเอ่ยถามว่า
“ตอนที่ฉันไปซื้อตู้เย็น นายจะไปด้วยไหม?”
“ไปสิ ฉันจะไปดูห้างสรรพสินค้ามิตรภาพที่เพิ่งจะตกแต่งใหม่ด้วย” ฟู่ซินหลางตอบด้วยท่าทางใจเย็น
ไป๋เหลียนฮวาไม่ได้สงสัยอะไร เธอพยักหน้ารับอย่างแรง ฟู่ซินหลางเห็นไป๋เหลียนฮวาจ้องมองเขา ก็รู้สึกขาสั่นโดยไม่รู้ตัว
นับตั้งแต่ไป๋เหลียนฮวาขืนใจเขา เธอก็ติดใจ ขอแค่เธอมีอารมณ์ ก็จะขอให้ฟู่ซินหลางร่วมหลับนอนด้วย และมักจะขอให้เขาร่วมหลับนอนกับเธอสองถึงสามครั้งในคืนเดียว
ถึงเขาจะเป็นหนุ่มร่างกายแข็งแรง แต่ก็ใช่ว่าจะทนไหว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงคนนี้ยังหน้าตาอัปลักษณ์ หากเทียบกับคังอิงในตอนนี้แล้ว คนหนึ่งเหมือนนางฟ้า แต่อีกคนหนึ่งเหมือนมั่วหมู่
ฟู่ซินหลางนึกถึงคำพูดติดตลกหยาบคายของเหล่าบุรุษ ‘ผู้หญิงทุกคนล้วนเหมือนกัน ขอแค่ปิดไฟก็ไม่แตกต่าง’
แต่หลังจากที่ได้สัมผัสด้วยตนเองแล้ว ฟู่ซินหลางก็รู้สึกว่า ผู้หญิงแต่ละคนนั้นต่างกันจริงๆ บางคนต่อให้ปิดไฟแล้ว เขาก็ไม่อาจลงมือได้…
ฟู่ซินหลางเริ่มรู้สึกเสียใจที่กลับมาที่นี่หลายวัน หากเขากลับมาเพียงแค่คืนเดียวก็คงจะดีกว่า ทั้งคลายความหิวกระหาย แถมยังไม่ต้องกลัวว่าจะถูกเธอสูบพลังจนหมดตัว
โชคยังดี พอเปิดเทอมแล้ว เขาจะได้ไปเรียนที่วิทยาลัยครู ไม่ต้องอยู่กับไป๋เหลียนฮวาทุกคืน ผู้หญิงคนนี้ช่างเป็นเหมือนหมาป่าหิวโหยในหมู่สตรี…
ครั้นคิดถึงเรื่องนี้ ฟู่ซินหลางก็ทำได้เพียงบอกกับตัวเองว่า ต้องอดทน รอจนเขาเรียนจบและได้งานทำ จากนั้นค่อยหย่าร้างกับไป๋เหลียนฮวาแล้วไล่เธอออกจากบ้านตระกูลฟู่
คังอิงไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่า ใบปลิวโฆษณาการเปิดกิจการของห้างสรรพสินค้าฉบับนี้จะทำให้คนรอบข้างของเธอเกิดความวุ่นวาย ถึงรู้ก็ไม่กลัว บางเรื่องก็ต้องเผชิญหน้าไม่ช้าก็เร็ว
เธอไม่ชอบครอบครัวของคังอิงตัวจริง แต่พวกเขาคือพ่อแม่ พี่น้องของคังอิง คังอิงตัวจริงกตัญญูต่อพวกเขามาก แถมยังดูแลพวกเขาอย่างดี
ในเมื่อคังอิงได้มาเกิดใหม่ในร่างนี้ เธอก็ต้องดูแลพ่อแม่ของอีกฝ่ายให้ดี
ส่วนฟู่ซินหลางนั้นได้แต่งงานกับไป๋เหลียนฮวาไปแล้ว หลังจากที่รู้ว่าฟู่ซินหลางเลิกกับอู๋ฮวนแล้วแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นในทันที ในใจของคังอิงก็รู้สึกวางใจ
ขอแค่ฟู่ซินหลางไม่สมองไหลมาตอแยเธอเหมือนตอนที่อยู่วิทยาลัยครูก็พอ
คังอิงเดินลงไปตรวจสอบสถานการณ์ที่ห้างสรรพสินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ทยอยถูกนำขึ้นชั้นวาง ชั้นวางสินค้าที่เคยว่างเปล่า ตอนนี้เต็มไปด้วยสินค้า ดูแล้วคึกคักขึ้นมาทันที
คังอิงให้ช่างไฟฟ้าเปิดไฟประดับบนชั้นวางสินค้า พอพนักงานที่กำลังขนย้ายสินค้าเห็นไฟเปิด ต่างก็หยุดงานในมือด้วยความตื่นตะลึง
พวกเขามองดูห้างสรรพสินค้าที่สว่างไสวราวกับไข่มุก ไฟประดับบนชั้นวางสินค้าส่องแสงระยิบระยับ สะท้อนกับตัวเครื่องที่เป็นประกาย ยิ่งขับให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดูหรูหราอยู่แล้วดูมีระดับและอลังการมากยิ่งขึ้น ทุกคนมองดูภาพตรงหน้าด้วยความตะลึง
พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่า หลังจากตกแต่งห้างสรรพสินค้าแล้ว จะทำให้มันดูมีระดับมากขึ้น ซึ่งไม่ต่างจากห้างสรรพสินค้าในเมืองหลวงเลย
“เยี่ยมมากเลยครับ ประธานคัง การตกแต่งห้างสรรพสินค้าของเราช่างยอดเยี่ยมมากจริงๆ!”
มีคนหนึ่งเริ่มปรบมือ จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย บนใบหน้าของคังอิงก็ปรากฏรอยยิ้มแห่งความจริงใจเช่นกัน
“ทุกคนเหนื่อยมาก อีกสองวันพอห้างสรรพสินค้าเปิด ความเหน็ดเหนื่อยของทุกคนในวันนี้ จะได้รับผลตอบแทนอย่างแน่นอน!” คังอิงกล่าวสั้นๆ แต่คำพูดกลับเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
เมื่อเห็นผลลัพธ์ของการตกแต่งห้างสรรพสินค้าที่งดงามเช่นนี้ พนักงานหลายคนก็รู้สึกมั่นใจในห้างสรรพสินค้าของพวกเขาขึ้นมา