บทที่สิบหก
ทั่วทั้งกรุงเทพมหานครได้รับความเสียหายจากการเกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่มากแต่ก็ถือว่าน้อยกว่าที่อื่นๆ ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้นเรียกได้ว่าทั่วทั้งโลกได้รับความเสียหายจากการที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งนี้มากพอๆกัน
แต่ประเทศที่ดูเหมือนว่าจะได้รับความเสียหายมากที่สุดคงจะเป็ ประเทศสหรัฐอเมริกา
นี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้วเหล่ามนุษย์ต่างช่วยการซ่อมแซมบ้านเรือนของตนเอง พวกเขาพยายามฟื้นฟูประเทศของตนเองให้กลับมาเป็เหมือนเดิมให้ได้รวดเร็วที่สุด
ตอนนี้ทุกประเทศต่างสูญเสียเงินจำนวนมากในการใช้ซ่อมแซมประเทศ การเกิดการเปลี่ยนแปลงโลกในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็เหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทรัพยากรทางมนุษย์ตอนนี้เป็สิ่งที่้าเป็อย่างมากของทุกประเทศ คนงานของหลายๆประเทศถูกสหรัฐอเมริกาซื้อตัวไปทำงานด้วยจำนวนเงินมหาศาล
เพราะเช่นนั้นทำให้เกิดการส่งออกแรงงานข้ามประเทศ ทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาฟื้นฟูได้รวดเร็วมากกว่าประเทศอื่นๆ
ในขนาดที่เมื่อแรงงานมนุษย์ถูกส่งออกไปต่างประเทศ หลายๆประเทศก็ได้มีการฟื้นฟูประเทศที่ช้าลงอย่างเห็นได้ชัดในขนาดที่สหรัฐอเมริกากลับฟื้นฟูประเทศของตนเองได้รวดเร็ว
โดยประเทศที่ฟื้นฟูประเทศได้อย่างเชื่องช้าหนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทย….
ณ ประเทศไทย
เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร
ท้องฟ้าเบิกกว้างหมู่มวลเมฆเบิกโล่งทำให้แสงแดดยามสายส่องลงมาจากฟากฟ้าทำให้ทั่วทั้งทุกมุมของโรงพยาบาล
โรงพยาบาลที่มีพื้นที่กว้างขวางตอนนี้โรงพยาบาลแห่งนี้เต็มไปด้วยคนป่วยที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดการเปลี่ยนแปลงของโลก
แต่สถานที่แห่งนี้มีผู้ป่วยคนหนึ่งที่ต่างจากคนอื่น รอบตึกโรงพยาบาลเด็กหนุ่มวัยสิบแปดที่สวมใส่ชุดคนป่วยสีฟ้าอ่อนนั้นได้ออกวิ่งด้วยแรงทั้งหมด ชุดสีฟ้าอ่อนที่เปียกไปด้วยเหงื่อทั้งร่างกายลมหายใจที่หายใจเข้าออกอย่างรวดเร็วแสดงถึงความเหนื่อย
ขาทั้งสองของเขาเริ่มหมดแรง หลังจากที่วิ่งครบรอบเด็กหนุ่มวัยสิบแปดได้หยุดวิ่ง หลังจากที่อยู่วิ่งตัวของเขาได้ล้มตัวของตนเองนั่งลงไปกับพื้นทันที
ด้วยความเหนื่อยเด็กหนุ่มรีบยกนาฬิกาที่ข้อมือขวาของตนเองขึ้นมาดูทันที ดวงตาของเขามองไปที่หน้าจอของนาฬิการที่ข้อมือทันที
ระยะทางที่วิ่ง 20 กิโลเมตร
“ ให้ตายเถอะ….ร่างกายนี้อ่อนแอจริงๆ ” เอ็กซ์เอ่ยออกมาด้วยเหนื่อยหอบหลังจากที่เขามองระยะเท่าที่ตนเองวิ่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว
------
ค่าความแข็งแกร่ง +2
ค่าความรวดเร็ว +4
------
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนขึ้นมาดวงตาของเด็กหนุ่มนั้นมองที่หน้าต่างของระบบที่แจ้งเตือนขึ้นมา เขาได้รับค่าสถานะเพิ่มมาจากระบบเพราะว่าตัวของเขาได้ออกกำลังกายโดยการวิ่ง
ในสถานที่แห่งนี้คงจะมีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่วิ่งในตอนเช้าเช่นนี้ ในขนาดที่เขากำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่นั้นใบหน้าของเด็กหนุ่มได้เงยมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
ใบหน้าที่เปียกปอนไปด้วยเหงื่อเขาได้อาบแสงแดดในยามสาย
‘ ยังไม่พอหรอกเราต้องออกกำลังกายให้มากกว่านี้อีก โปรแกรมทุกอย่างที่เราออกแบบเอาไว้เพื่อใช้เพิ่มค่าสถานะต่างๆ ความรู้หลายสิบปีที่เราเก็บรวบรวมมันมาไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งตัวของเราจะได้ใช้มันจริงๆ ’
“ ไม่ได้นะเธอเพิ่งฟื้นจากอาการป่วยจะมาออกกำลังกายหนักๆอย่างนี้ไม่ได้นะ ” เสียงนั้นได้ดังขึ้นในขนาดที่ตัวของเด็กหนุ่มกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
ใบหน้าที่กำลังแหงนมองท้องฟ้าที่เปิดโล่งอยู่นั้นได้หันไปมองทางต้นเสียงที่ดังขึ้นทันที ร่างของคุณหมอที่เป็รุ่นน้องของพ่อนั้นได้เดินตรงเข้ามาหาตัวของเขา
“ คุณหมอวิทย์… ” เด็กหนุ่มที่นั่งพักเหนื่อยอยู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบาเพราะความเหนื่อย
“ อะไรกันเรียกคุณอาก็ได้ ” คุณหมอที่เดินเข้ามาอยู่ตรงเขานั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น
ตัวของเอ็กซ์นั้นนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามคุณหมอด้วยข้อสงสัยของตนเอง “ ผมจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่เหรอครับ ”
คุณหมอที่กำลังแสดงรอยยิ้มอยู่นั้น ประหลาดใจที่ตัวของเด็กหนุ่มเอ่ยถามเช่นนั้นเขาจึงเอ่ยถามออกไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย “ ทำไมงั้นเหรอ? ”
“ ผมแค่อยากจะออกจากโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดน่ะครับ ” เด็กหนุ่มนั้นตอบคำถามออกไป
คุณหมอที่ยืนอยู่นั้นได้ทำท่าทางครุ่นคิดหลังพลางกับใช้ดวงตาของตนเองมองไปที่ร่างของเด็กหนุ่มเพื่อประเมินอาการ
ผ่านไปเพียงครู่…
“ เข้าใจแล้ว ” คุณหมอนั้นกล่าวพลางกับพยักหน้า
“ งั้นฉันขอให้เธอพักฟื้นที่โรงพยาบาลอีกสักสองวันแล้วกันเพื่อว่าเธอจะมีอาการแทรกซ้อนอย่างกะทันหัน ” คุณหมอตอบกลับไปด้วยเหตุผล
“ เข้าใจแล้วครับ…. ” ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะพอใจในคำตอบ
่กลางวันเด็กหนุ่มที่นั่งพักอยู่ที่เตียงคนป่วยของตนเอง ภายในห้องสีฟ้าอ่อนตัวของเขากำลังใช้นิ้วของตนเองเลื่อนไปหน้าจอโทรศัพท์เพื่ออ่านข่าวในอินเตอร์เน็ต
ดวงตาของเด็กหนุ่มกำลังมองข่าวที่กำลังเป็ที่โด่งดังในตอนนี้ นั้นคือเื่หน้าต่างของระบบที่ปรากฏขึ้นมาของมนุษย์ทุกคน
ตอนนี้เหล่ามนุษย์กำลังอยู่ในความสับสน แน่นอนว่าเมื่อเป็เช่นนี้ทีมนักวิจัยของทุกประเทศก็กำลังทำการค้นไขว้อย่างหนักพวกเขาหวังว่าจะหาคำตอบเหล่านี้ได้เร็วที่สุด
เหล่ามนุษย์กำลังวุ่นวายตัวของเขาที่รู้เกี่ยวกับระบบเป็อย่างดีในตอนนี้ย่อมได้เปรียบกว่าคนอื่น เขาสามารถก้าวหน้าไปรวดเร็วกว่าคนอื่น
ในอนาคตมีฮันเตอร์ที่เก่งกาจมากมาย แต่ในตอนนี้พวกเขาก็เป็ค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น พวกเขาต้องใช้เวลาพัฒนาตนเองอีกประมาณหนึ่งถึงสองปีกว่าที่ความสามารถของพวกเขาจะปรากฏออกมา
แต่ตัวของเอ็กซ์ในตอนนี้สามารถพัฒนาความสามารถของตนเองได้อย่างรวดเร็วเพราะความรู้ที่เขานั้นมี
ผ่านไปสองวัน….
เช้าวันใหม่วันนี้เป็วันที่ครบกำหนดที่คุณหมอนั้นตั้งเอาไว้ให้กับเอ็กซ์ ที่ผ่านมาตัวของเด็กหนุ่มนั้นไม่มีอาการแทรกซ้อนแต่อย่างใด
เพราะฉะนั้นตอนนี้คุณหมอก็อนุญาติให้ตัวของเขานั้นออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ชั้นหนึ่งของโรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยผู้ป่วยคนอื่นๆมากมาย
เด็กหนุ่มวัยสิบแปดที่เคยสวมใส่ชุดคนป่วยสีฟ้าอ่อนเขานั้นได้เปลี่ยนกลับมาใส่ชุดปกติของตนเอง เสื้อแขนยาวสีขาวและกางเกงขายาวสีดำผมสีดำของเขานั้นลงมาปิดด้านหน้าเอาไว้เป็ทรงหน้าม้า
เขาเดินผ่านฝูงคนป่วยมากมายที่อยู่ภายในโรงพยาบาลแห่งนี้แล้วเดินตรงออกไปด้านนอกทันที บริเวณประตูหน้าของโรงพยาบาลที่อยู่ด้านหน้า เขามองมันแต่ไกลด้วยสายตาของเขาที่มองทอดยาวออกไป
พ่อและแม่ของเขากำลังยืนคุยกับคุณหมอวิทย์อยู่ด้วยรอยยิ้ม และเมื่อตัวของเด็กหนุ่มเข้าออกไปสายตาของทั้งสามคนนั้นหันมองมาที่เด็กหนุ่มวัยสิบแปดที่แสดงท่าทางเคร่งขรึมทันที
“ โอ้…มาแล้วงั้นเหรอ ” ผู้เป็พ่อทักทายลูกชายของตนเองด้วยรอยยิ้ม
ใบหน้าที่เคร่งขรึมของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปทันที ตัวของเขาแสดงรอยยิ้มที่มุมปากทั้งสองข้างออกมาเพื่อตอบรับผู้เป็พ่อก่อนจะเอ่ยตอบรับ “ ครับ ”
“ ขอบคุณคุณหมอสิเราจะได้กลับบ้านกัน ” พ่อของเขาเอ่ย
เด็กหนุ่มไม่รอช้าตัวของเขาได้ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประนมเอาไว้ด้านหน้าแล้วไหว้ขอบคุณตามมารยาท “ ขอบคุณมากครับคุณหมอวิทย์ ”
คุณหมอคนได้ยกมือขึ้นมารับไหว้
จบบท
เป็คนไทยตอนขอบคุณก็ต้องยกมือไหว้ไรท์เลยบรรยายออกมาเป็แบบนี้คงไม่แปลกไปเนอะ เพราะปกติจะอ่านนิยายพวกจีนหรืออะไรเขาก็ไม่ได้มีวัฒนธรรมเหมือนกับเรา