่บ่ายในวันเสาร์ วีณากำลังเดินหาชินในร้านคาเฟ่ที่พวกเขาพึ่งนัดกันมาครั้งแรก “ทางนี้ๆ” ชินเรียกหาวีณา เมื่อเธอเห็นต้นเสียงจึงได้มานั่งอยู่ตรงข้ามชิน ที่ๆ พวกเขานั่งเป็มุมที่อยู่ลึกๆ ของร้าน ชินชอบมานั่งอยู่มุมนี้เพราะเวลาคุยอะไรกันแทบจะไม่มีเสียงรบกวนจากโต๊ะอื่น ชินตั้งใจเรียกวีณามาวันนี้เพื่อถามเื่กล้องโดยเฉพาะแต่อ้างว่ามาเดตกัน ครอบครัวฝั่งพ่อของเธอชำนาญเื่กล้องและที่บ้านยังขายกล้องตั้งหลายปี เมื่อคุยกันได้สักพักชินจึงเอ่ยถามเื่กล้องออกมา
ชิน: เธอรู้อะไรเื่กล้องนี่รึมั้ย
วีณา: กล้องที่เธอบอกว่าใครก็ไม่รู้ส่งมานั่นเหรอ
ชิน: ใช่ ฉันพึ่งเห็นสัญลักษณ์ของรูปที่มันถ่ายได้น่ะ แต่ไม่เคยเห็นกล้องรุ่นไหนเป็แบบนี้เลย เลยตั้งใจมาถามเธอเผื่อจะรู้อะไรบ้าง
วีณา: ที่จริงฉันไม่ค่อยรู้เื่กล้องเท่าไหร่หรอก ถึงที่บ้านจะขายกล้องก็เถอะ555 แต่จะลองดูให้ละกัน ไหนล่ะสัญลักษณ์ที่ว่าน่ะ
ชินยื่นรูปสัญลักษณ์ที่ถ่ายจากมือถือมาอีกทีให้วีณาดู
วีณา: ไม่รู้สิ ว่าแต่มันอยู่ตรงไหนของกล้องล่ะ
ชิน: ไม่ได้อยู่ที่ตัวกล้องหรอก มันติดอยู่ด้านหลังรูปที่ถ่ายด้วยกล้องน่ะ
วีณา: บางทีคงเป็รอยของฟิล์มก็ได้นี่
ชิน: ลองหาฟิล์มที่ถ่ายแล้วมีลายแบบนี้เหมือนกัน แต่ก็ไม่เจอเลย แต่คิดว่ามันจะเป็ที่กล้องมากกว่านะ
วีณา: เหรอ อืม… งั้นเธอส่งรูปมาที่ไลน์ฉันละกัน เดี๋ยวลองให้พ่อดูให้
ชิน: ได้ๆ ขอบใจนะ
ขณะที่ชินยังไม่ทันส่งรูปไปถึงวีณา “อ๊ะ” เมื่อชินเงยหน้าขึ้นจากมือถือเขาก็เห็นวีณาเปียกไปด้วยกาแฟที่เพิ่งสั่งมา “โธ่ ฉันนี่โง่จริง เผลอทำหกใส่ตัวเองซะได้” หลังพูดจบเธอก็รีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ โดยเปิดโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ
“ติ๊ง” เสียงโทรศัพท์วีณาดังขึ้น มีข้อความจากจอห์นส่งมาถึงเธอ ชินที่เห็นชื่อคนส่งจึงชะโงกหน้าเข้าไปอ่านใกล้ๆ ทันที
เมื่อวาน
จอห์น:
พรุ่งนี้ว่างมั้ย มาเจอกันหน่อยสิ
วีณา:
ไว้วันหลังน้าา พอดีมีนัดกับชินน่ะ
จอห์น:
ไอ้นั่นอีกแล้วเหรอ เมื่อไหร่เธอจะบอกเลิกมันซะที
วีณา:
เดี๋ยวก่อนสิ เห็นว่าที่บ้านชินมีเงินเยอะเลยนา ขออีกหน่อยนึงน่า
จอห์น:
เหอะ ไม่รู้มันจะมาทำงานที่แบบนี้ทำไมถ้ารวยขนาดนั้น
จอห์น:
ยังไงก็รึบเลิกละกัน
วีณา:
จ้าาา
วันนี้
จอห์น: (เมื่อสักครู่)
อยากเจอเธอจัง
จอห์น: (เมื่อสักครู่)
รีบบอกลาไอ้นั่นแล้วมาหาฉันเถอะน่าา
ชินเห็นข้อความทั้งหมดที่วีณาคุยกับจอห์น และได้ยินเสียงของวีณาที่เดินมาจากห้องน้ำแต่ไกล เขารีบกดผิดหน้าจอมือถือของวีณาและกลับมานั่งที่เดิม “โทษทีนะ รอนานมั้ย” วีณาถาม แต่ชินยังนั่งเงียบด้วยใบหน้าที่ดูเหม่อลอย “นี่ ชิน ได้ยินมั้ยเนี่ย” วีณาเริ่มสงสัยอาการผิดปกติของชิน “เปล่า ไม่มีอะไรหรอก พอดีมีธุระน่ะ คงต้องไปก่อน” ชินตอบกลับไปด้วยเสียงเรียบๆ “แต่ก่อนไป ขอถ่ายรูปด้วยกันซักรูปสิ” ชินขอถ่ายรูปพร้อมกับยกกล้องสีแดงออกจากกระเป๋า “…ได้สิ มาถ่ายกันนะ”
แชะ
หลังกลับมาถึงบ้าน ชินร้องห่มร้องไห้แทบทั้งบ่าย พร้อมรำพึงรำพันถึงวีณา เขาไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หลังจากรู้ว่าถูกหลอกมาั้แ่แรก เมื่อตั้งสติได้ เขาจึงคิดที่จะทำอะไรบางอย่างในที่สุด “จอห์น เพราะไอ้จอห์นนั่นแหละ จะต้องฆ่ามัน แล้วก็ฆ่าอีนั่นไปด้วย ตั้งใจหลอกกันั้แ่แรกแล้วสินะ ได้ ถ้างั้นกูก็จะฆ่าพวกมึงไปพร้อมกันทั้งคู่เลย!” หลังจากคิดได้ดังนั้น เขาก็นั่งวางแผนที่จะทำการฆาตกรรมที่ไม่มีหลักฐานถึงตัวเองทั้งคืน
ห้าวันต่อมา มีข่าวคดีฆาตกรรมเพิ่มขี้น 3 ราย คนแรกเป็คนมีฐานะดี เคยทำผิดหลายครั้งแต่ไม่เคยโดนดำเนินคดีเพราะใช้อำนาจที่ตนมี ผู้ตายถูกเผาทั้งเป็โดยไฟที่ลุกขึ้นเองตามร่างกาย คนที่สองเป็คนร้ายคดีข่มขืนที่พึ่งออกจากคุกมาไม่นาน ตายเพราะร่างกายกระดูกหักผิดรูปหมดทั้งตัว สภาพศพเป็เหมือนบอลกลมๆ ลูกหนึ่ง คนที่สามเป็ฆาตกรที่ชอบทรมานเหยื่อก่อนฆ่า พึ่งถูกปล่อยตัวออกจากคุกเช่นกัน สภาพศพคือมีเืไหลจากนิ้วชี้ข้างขวา เป็แผลที่เล็กน้อยมาก แต่ดูเหมือนเืจะไม่หยุดไหลไม่ว่าจะห้ามเืยังไงก็ตาม สุดท้ายจึงไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
“สำเร็จ ตรงตามกฏของกล้องเลย” ชินพูดขึ้น ศพทั้งสามเกิดขึ้นจากฝีมือของเขาเอง “รูปคนแรกหลังจากเอาไปเผา ศพก็ไหม้ไฟ คนที่สองก็ขยำเล่นจนขาด คนสุดท้ายแค่เอาเข็มจิ้มที่ปลายนิ้วมันก็ตายแล้ว แถมยังอยู่ใน 24 ชั่วโมงหลังจิ้มอีก วิเศษจริงๆ” หลังจากนั้น คดีทั้งสามก็ไม่มีใครคลี่คลายได้ ชินใช้เวลาสามวันในการไปตระเวนถ่ายรูปเหยื่อทั้งสามที่อยู่คนละจังหวัดกัน ทั้งสามเป็คนที่เป็ข่าวดังพอตัว การจะหาที่อยู่หรือไปแอบถ่ายไม่ใช่เื่ยากอยู่แล้ว จากนั้นรอเวลาอีกวันกว่าๆ จึงทำลายรูปของเหยื่อด้วยวิธีต่างกันในเวลาเดียวกัน เหยื่อทั้งสามจึงทยอยตายเวลาไล่เลี่ยกัน และจากนั้นไม่นานข่าวก็แพร่ไปทั่ว เขากลายเป็ฮีโร่ที่ลงโทษคนร้ายในโลกอินเทอร์เน็ตไปแล้ว
หลังจากฆ่าคนไปอีกสามคน ชินก็รีบทักไปหาวีณาทันที โดยบอกให้เธอมาหาที่ออฟฟิศในวันพรุ่งนี้หลังทำโอทีเสร็จ และทันทีที่วีณาตอบตกลงมา เขาก็ทักไปหาจอห์นเพื่อนัดคุยหลังทำโอทีเช่นกัน วันพรุ่งนี้บังเอิญว่าพวกเขาทั้งสามต้องทำโอทีจนถึง 3 ทุ่มพร้อมกัน และเวลานั้นคนทั้งหมดก็คงกลับไปหมดแล้ว เหลือแค่ยามและพนักงานอีกไม่กี่คนที่อยู่ห้องห่างๆ จากชิน “เอาล่ะ สำเร็จ พรุ่งนี้พวกแกก็ถึงเวลาตายแล้ว” ชินพูดพลางจัดเตรียมของใส่กระเป๋า รวมถึงกล้องและรูปของคุนิน ก่อนจะจัดเตรียมรูปคู่ของตอนและวีณา ซึ่งรูปนั้นถ่ายติดหน้าของชินแค่ครึ่งเดียว และรอเวลาจนถึง่ประมาณตี 2 ครึ่ง จึงลงมือนำมีดคัตเตอร์มากรีดรูปของวีณาที่คอ “ทุกอย่างเพอร์เฟค เธอเหลือเวลาแค่ 24 ชั่วโมงแล้วนะวีณา หึๆๆ”
To be continued…