“ท่านพี่ จะออกเดินทางแล้วใช่หรือไม่” ชิงฮั่วถามพี่สาวด้วยสายตาสับสน
“ใช่ รถม้าน่าจะใกล้ถึงแล้ว ข้าวและเงินพวกนี้เ้าเก็บไว้ให้ดี” เหม่ยหลินกำชับน้องชายพลางถือห่อผ้าเข้าห้องมารดา
“ท่านแม่ ข้าต้องเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อรับใช้หญิงงามที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือกพระชายาแล้ว ท่านแม่รักษาตัวด้วย” สำหรับนางการไม่พูดความจริง จะทำให้ท่านแม่สบายใจกว่า
“หลินเอ๋อ รักษาตัวให้ดีนะ ครึ่งเดือนแม่กับน้องจะรอเ้ากลับมา”
“เหม่ยหลิน เหม่ยหลิน! เร็วเข้า เราต้องรีบออกเดินทาง” เสียงตื้นเต้นยินดีของซูซู ร้องเรียกจากนอกเรือน
“ไปเถอะ!” ลี่ถิงกล่าวกับบุตรี แต่ยังกุมมือนางไว้แน่น
“ ท่านแม่ รักษาตัวด้วย ” เสียงหวานปนสะอื้นดังขึ้นก่อนหันกายเดินจากห้องไป
“พี่ของเ้า ไปเป็สาวใช้จริง ๆ หรือ ” ลี่ถิงถามกับบุตรชายอย่างแม่แน่ใจนัก กลัวว่าบุตรสาวจะเข้าไปเสี่ยงอันตรายที่ไม่อาจคาดเดาได้
“ ขอรับ” ชิงฮั่วตอบมารดาทั้งที่ยังไม่ถอดสายตามาจากแผ่นหลังของพี่สาว
“เหม่ยหลิน เหม่ยหลิน เ้าดูนี่!” ซูซูร้องเรียกอย่างตื่นเต้น แต่มีหรือคนที่กำลังง่วนอยู่กับการปักผ้าจะได้ยิน
“หยุดปักได้แล้ว เ้าปักมาตลอดทางไม่ปวดมือหรือไง”
“เราถึงเมืองผิงอันแล้ว เ้าดูสิ บ้านเรือนโออ่า ร้านค้าหรูหรากว่า เป่ยโจวยิ่งนัก” ซูซูกล่าวตาโต ต่างจากเหม่ยหลินที่มองด้วยสายตาเรียบเฉย ‘นางมาที่นี้เพื่อไม่ให้ได้รับคัดเลือกเป็พระชายาก็เท่านั้น’
“ซูซู ข้าบอกเ้าตามตรง ข้าไม่มีความคิดที่จะเป็พระชายา ข้าอยากผ่านการคัดเลือกรอบแรกเพื่อเงินรางวัลเท่านั้น” เหม่ยหลินเห็นควรว่านางต้องบอกกับอินซูซู อย่างชัดเจน
“ห๊า! เ้านี่แปลกคนจริง หญิงงามมากมายอยากเป็ชายาอ๋องลู่ มีแต่เ้าหวังเพียงเงิน 20 ตำลึง” ซูซูกล่าวอย่างเสียดาย
มีเพียงแต่เหม่ยลินที่สายตาว่างเปล่า ไม่ได้รู้สึกอยากได้ตำแหน่งพระชายาแม้แต่น้อย ในใจนางมีเพียงเขาผู้นั้น ทหารหนุ่มที่นางช่วยไว้ริมทะเลสาบจินชา
“ถึงด้านหน้าพระราชวังแล้วขอรับ” เสียงคนม้าเรียกสติของเหม่ยหลินกลับมา
ด้านหน้าพระราชวัง เต็มไปด้วยหญิงงามจากทั้ง 12 หัวเมือง อาภรณ์ที่แต่ละคนสวมใส่ บ่งบอกได้ถึงฐานะของวงศืตระกูล แตกต่างจากนางโดยสิ้นเชิง แต่นี่กลับไม่ทำให้เหม่ยหลินน้อยเนื้อต่ำใจ กลับกลายเป็เครื่องดอกย้ำว่านางจะต้องไม่ได้รับคัดเลือกเป็พระชายาอย่างแน่นอน เพียงเท่านี้นางก็ใจชื้นขึ้นอย่างมาก
“คุณหนูทุกท่าน โปรดตามข้ามา” เสียงมามาทำให้เหม่ยหลินหลุดจากภวังค์
“กฏการอยู่ในวังข้อแรกที่ทุกท่านต้องปฏิบัติคือ ห้ามเดินไปไหนมาไหนในวังโดยไม่มีนางกำนัล และทุกท่านจะให้พักรวมกันที่เรื่อนรับรองฟางหัว ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในวันพรุ่งนี้จะได้ย้ายไปที่จวนอ๋อง ผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือก จะถูกส่งกลับบ้านเกิด พร้อมของกำนัลอีกจำนวนหนึ่ง” มามากล่าวพลางพาหญิงงามไปยังเรือนรับรอง
ไม่รู้ด้วยความตื่นเต้น แปลกที่ หรือความกังวัล ตลอดทั้งคืนเหม่ยลินไม่สามารถข่มตาหลับได้เลย ซึ่งไม่ต่างจากหญิงงามจากเมืองต่าง ๆ ที่อวดครวญถึงขอบตาหมองคล้ำจากกการนอนไม่หลับเช่นกัน ถึงกระนั้นต่างคนก็สวมอาภรณ์งดงามราวบุปผา์ก็มิปาน
“คุณหนูทุกท่านโปรดตามข้ามา ถึงเวลาคัดเลือกพระชายาแล้ว” สิ้นเสียงมามา ทุกคนต่างแย่งกันเดินนำหน้า เพื่อให้ฮ่องเฮาทอดพระเนตรเห็นตนอย่างชัดเจน มีเพียงแต่เหม่ยหลินที่พาซูซูเดินตามหลังอย่างเงียบเชียบ
ภายในศาลาเฟยหลงมีสตรีสูงศักดิ์ แม้มีอายุ แต่ผิวพรรณยังผุดผ่อง ใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตา ใส่อาภรณ์ปักลิ้นทองคำ สวมมงกฎหงส์ ประทับอยู่ แม้มองจากท้ายแถวเหม่ยหลินก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือฮองเฮาหลี่ิ มารดาของแผ่นดิน เสด็จแม่ของอ๋องลู่
“หม่อมฉันเหล่าหญิงงาม ถวายพระพรฮองเฮา ทรงพระเจริญพันปีพันพันปี”
“คุณหนูทุกท่านลุกขึ้นเถอะไม่ต้องมากพิธี” ฮองเฮาหลี่ิเอ่ยด้วยความเมตตา
“การคัดเลือกพระชายาอ๋องลู่ในวันนี้ ใช้การชงชาตัดสิน หากคุณหนูคนใดอธิบายที่มาของชาที่ตนชงได้ดี ก็จะได้รับเลือกเป็พระชายาอ๋องลู่” สิ้นพระเสาวนีย์ฮองเฮา ความมั่นอกมั่นใจก็ปรากฎชัดบนใบหน้าของสาวงามแต่ละคน
“หม่อมฉันอ้ายลู่ชิง ถวายพระพรเสด็จแม่พะยะค่ะ” เสียงเข้มแฝงด้วยความเ็าดังขึ้น เบี่ยงเบนความสนใจของทุกผู้ให้มองไปยังบุรุษผู้มาใหม่ บุรุษตัวสูงผู้มีดวงหน้างดงาม เผยให้เห็นสันกรามชัดเจนดังชายชาตรี รับกับดวงตาดังกวางป่าที่แฝงด้วยความเ็า เข้กับอาภรณ์ัสีดำ ทำให้ชายหนุ่มผู้นี้ดูเ็ามายิ่งนัก เหล่าหญิงงามแทบหยุดหายใจเมื่อได้้เห็นดวงหน้าเทพบุษนั้น