นับั้แ่ที่ฉันค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา ท่ามกลางผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ในป่า สิ่งแรกที่ได้เห็นตรงหน้าคือฟาร์ม
ขนาดใหญ่ มีรั้วเป็ทางยาวล้อมรอบผืนดินอันโล่งเตียน โรงเก็บของขนาดใหญ่เทียบเท่ากับบ้าน 2 ชั้น ที่เปิดโล่งทางหน้า
ประตู ทำให้ได้เห็นของที่อยู่ภายใน มีทั้งรถที่มีรูปร่างแปลกประหลาดเหมือนกับแมลง บางคันหัวเหมือนกับตัวด้วงแต่ส่วน
ใหญ่รถที่ฉันเห็นจะมีสีส้มดำเหมือนกับเ้าต่อหัวเสือ นอกจากนั้นก็มีอุปกรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างเช่น จอบเสียม ขวดยา
เครื่องพ่นยา
ในขณะที่กำลังมองทิวทัศน์ตรงหน้าไปเรื่อย ๆ จากฝั่งที่ไม่ไกลมากนัก ก็มีต้นไม้ชนิดหนึ่งที่รูปร่างคล้ายกับฉัน
ใบอันอวบอิ่มจากวุ้นที่อยู่ภายในและหนามแหลมเล็ก ๆ ตามขอบใบ
เพียงแต่ว่า......ทำไมพวกเขาถึงต้นใหญ่กว่าฉันจังเลยล่ะ?.........
ว่านหางจระเข้ นี่คือชื่อที่พวกมนุษย์ตั้งให้กับพวกเรา แต่ก็จะแบ่งแยกออกเป็อีก 300 กว่าครอบครัว
ครอบครัวที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้าน่าจะเป็ครอบครัวที่ชื่อว่า บาร์บาเดนซิส แต่ถ้าจะถามว่า แล้วฉันอยู่ครอบครัว
ไหนน่ะเหรอ
อืม..ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ บางทีอาจจะไม่มีอยู่ใน 300 ครอบครัวนี้เลยก็ได้มั้ง?.......
อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังอาบแดดสบาย ๆ อยู่ ก็มีมนุษย์หลายคนมาที่บ้านครอบครัวบาร์บาเดนซิส
จากนั้นเขาก็พ่นยาอะไรสักอย่างออกมาจากเครื่องพ่นยา แล้วพ่นไปตามพื้นดินรอบสมาชิกครอบครัวแต่ละต้น
ในขณะที่อีกหลายคนก็พ่นยาที่ฉันไม่รู้จักอีกชนิด ใส่ตามตัวของเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงหน้า
“นี่!” ด้วยความสงสัยจึงะโออกไปเรียกเพื่อนบ้านที่อายุน่าจะใกล้กับฉัน (เพียงแต่เขาต้นใหญ่กว่ามาก)
แล้วเขาก็หันมาเพื่อมองหาเสียงเรียก
“ใครน่ะ! เรียกฉันหรือเปล่า” เขาตอบพลางหันมองไปรอบ ๆแต่ก็ไม่พบใคร
“เฮ้! ฉันอยู่ตรงนี้” ฉันตอบพร้อมกับโยกใบตัวเองไปมา
“ไหนล่ะ...อ๋อ..เฮ้ย! ทำไมเธอตัวเล็กจัง ” เธอดูใมาก
“แหะ ๆ ฉันก็เป็แบบนี้มาั้แ่เกิดแล้วล่ะ พอดีว่าฉันมีเื่อยากจะถามเธอนิดหน่อย ถ้าไม่รบกวนเวลาของ
เธอนะ ฉันชื่อ อาโลลี่ เธอชื่ออะไรเหรอ?” ต้นว่านหางหางจระเข้น้อยถามด้วยความเกรงใจ
“ชื่อ เดนี่ มีอะไรก็ว่ามา” เมื่อเดนี่ได้รู้ว่าอาโลลี่ตัวเล็กมาแต่เกิด เธอก็รู้สึกหมดอารมณ์ที่จะสนทนาด้วยทันที
“พวกมนุษย์เขาพ่นอะไรใส่พื้นดินน่ะ?” อาโลลี่ถามขึ้น
“พ่นยาฆ่าหญ้าน่ะสิ เธอไม่รู้หรอ ลองดูรอบตัวฉันสิมีแต่ที่โล่งสบาย ๆแต่ดูรอบตัวเธอสิมีแต่หญ้ารก ๆ ขวางหูขวาง
ตาไปหมด” เดนี่ตอบพร้อมกับมองเ้าตัวเล็กด้วยสายตาดูถูก
“อืม...หญ้าพวกนั้นดูขวางหูขวางตาหรอ?” อาโลลี่ตอบแล้วมองไปรอบๆตัวเอง
“ั้แ่ที่ฉันเกิดมาก็มีพวกหญ้าพวกนี้คอยเป็เพื่อนเวลาเหงาตลอดนะ” ฉันแย้งขึ้น
“เธอนี่ไม่รู้อะไร เ้าหญ้าพวกนี้แหละที่ทำให้เธอตัวเล็กแบบนี้ไงล่ะ” เดนี่ตอบ
“จริงเหรอ แต่ฉันว่ามีหญ้าพวกนี้แล้วมันอบอุ่นดีนะ” อาโลลี่เถียงต่อ
“อึดอัดล่ะสิไม่ว่า” เดนี่พูดขึ้นแล้วมองอาโลลี่ด้วยสายตาดูถูก
“แล้วพวกมนุษย์เขาพ่นอะไรใส่ตัวของเธอล่ะ? ยาฆ่าหญ้าหรอ?” เ้าตัวเล็กรีบพูดตัดบท
“หา! อะไรนะ..ยาฆ่าหญ้าเนี่ยนะ ฮ่าๆๆ เธอบ้าหรือเปล่า นั่นยาบำรุงต่างหาก ฉันถึงได้ต้นใหญ่อย่างนี้ไง ลองดูตัว
ฉันกับตัวเธอสิ ฉันตัวใหญ่กว่าเธออีก...ว่าแต่ว่ายาฆ่าหญ้าเนี่ยมัน...ฮ่าๆๆๆๆ” เดนี่ตอบแล้วหัวเราะจนน้ำตาเล็ด
“แสดงว่าถ้าฉันได้ฉีดยาบำรุงด้วย ฉันก็จะตัวโตได้เหมือนกันใช่ไหม?” ฉันถามด้วยความสงสัย
“โธ่เอ๊ย! อย่างเธอน่ะเหรอ พวกมนุษย์น่ะเขามองไม่เห็นเธอกันหรอก ตัวเล็กขนาดนั้น” เมื่อเดนี่ตอบเสร็จเธอก็
หัวเราะแล้วหันไปเม้าท์มอยกับเพื่อนด้วยความสนุกปาก
“อ้าว! อะไรกัน เดี๋ยวสิ!” อาโลลี่อุทานออกมาด้วยความผิดหวังแล้วมองไปรอบ ๆ ตัวเอง
“เฮ้อ! ถ้าฉันตัวใหญ่ฉันก็คงจะมีที่ว่างสบาย ๆ มากกว่านี้ และคงจะแข็งแรงแล้วก็เข้าพวกกับพวกเขาได้สินะ แต่ถ้า
ฉันเดินไปที่ฝั่งนั้นได้ ฉันก็คงไม่ต้องมาแออัดอยู่ในป่านี่ จนต้องตัวเล็กแบบนี้แน่ ๆ เสียดายจัง ขาฉันมันติดอยู่ในดินอยู่
ไม่งั้นฉันคงจะเดินไปตั้งนานแล้วนะเนี่ย ” อาโลลี่บ่นขึ้นมาทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันไม่มีทางเป็ไปได้
เวลาผ่านไป 1 เดือน
อาโลลี่เติบใหญ่ขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่เท่าเ้าพวกบาร์บาเดนซิสก็เถอะ เธอก็ยังอยู่ในป่าแห่งนี้และเติบโตไป
พร้อมกับหญ้าที่อยู่เป็เพื่อนกันมานาน ส่วนเดนี่ตอนนี้ก็ต้นใหญ่โตมโหฬารมากจนสูงกว่ารั้วที่ล้อมรอบที่ดินนี้อีก
“เดนี่คงจะจำเราไม่ได้แล้วมั้ง?” อาโลลี่คิดพลางขำ
ในขณะที่อาโลลี่กำลังเต้นรำไปตามสายลมที่พัดผ่านมาไปกับต้นหญ้ารอบ ๆ ทันใดนั้นเธอก็เห็นมนุษย์จำนวนมาก
พากันมายังที่ดินแห่งนี้ ซึ่งแต่ละคนนั้นมีอาวุธครบมือไม่ว่าจะเป็ มีด เสียม อุปกรณ์การตัดหั่นทั้งหลายที่เห็นแล้วต้อง
ขนลุก แล้วลอบกลืนน้ำลายได้อย่างยากลำบาก
ทันใดนั้นพวกมนุษย์ต่างตัด เฉาะ หัก หรืออะไรต่อมิอะไรที่จะทำครอบครัวบาร์บาเดนซิสเพื่อนบ้านฉันจาก
เป็ต้น ๆจนราวกับผักเป็มัด ๆ ที่เขาวางขายกันในตลาดสด ตอนนี้ฉันต้องรีบเอาใบอุดหูตัวเองเพื่อไม่ให้แก้วหูตัวเอง
แตกจากเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเ็ปอันน่าสยดสยองของเพื่อนบ้านฉัน
ตอนนี้จากผืนดินที่เคยเต็มไปด้วยว่านหางจระเข้บาร์บาเดนซิส เรียงรายกันเป็แถวยาว กลับเหลือแค่เศษซาก
เืเนื้อของกองเพื่อนบ้านบาร์บาเดนซิสทุกคนที่โดน.......ไป
ตอนนี้ฉันไม่รู้แล้วว่าใครเป็ใคร เพราะทุกต้นต่างโดนมัดรวมกันแล้วโดนโยนใส่รถบรรทุกที่ตอนนี้เต็มไปด้วยใบ
ว่านหางจระเข้จำนวนมาก
“เดนี่!.....เดนี่!.....เดดดดนี่นนนนน!” ฉันพยายามะโเรียกจนสุดเสียง แต่ก็ไม่มีเสียงของเดนี่ตอบรับ
กลับมา มีแต่เสียงสะอื้นกรีดร้องอย่างเ็ปดังระงม จนรถบรรทุกค่อย ๆ เคลื่อนออกไปจนลับสายตา.........
ผ่านไปหลายเดือน
ที่ดินก็ได้รับการไถพรวนดินใหม่อีกครั้งจนดูสะอาดสะอ้าน ส่วนหญ้ารอบ ๆ ฉัน ตอนนี้สูงกว่าฉันจนมิดหัว
ไปแล้ว แต่แบบนี้มันก็ดีเพราะมันอาจช่วยให้ฉันไม่ต้องเป็เหมือนกับเพื่อนบ้านเมื่อก่อนก็ได้
(ถ้าฉันจะไม่ตัวใหญ่ไปกว่านี้อีกนะ)
เฮ้อ! ดีนะที่ฉันเกิดมาตัวเล็ก ไม่งั้นตอนนี้ฉันคงต้องไปเป็โลชั่นทาผิวให้พวกมนุษย์ หรือเป็ขนมหวานวุ้นแสน
อร่อย....
เอ่อ....พอๆ ฉันเริ่มจะตัวสั่นขึ้นมาแล้วล่ะ เอาเป็ว่าฉันก็ยังคงอยู่ที่ป่าแห่งนี้เพื่อมองดูว่านหางจระเข้ล็อตใหม่ที่
กำลังจะโดนปลูกในอีกไม่นานนี้ละกัน
เผื่อว่าบางทีฉันอาจจะบอกความจริงให้กับเด็ก ๆ ว่านหางจระเข้บาร์บาเดนซิสได้บ้าง (ถ้าบอกได้นะ ฮ่า ๆ ๆ )
END