ทอฝันหยุดยืนหอบหายใจพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ตัว
หน้าปากซอย นี่เธอวิ่งมาไกลกว่าห้าร้อยเมตรเชียวหรือ...
เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเธอออกมาจากบ้านนั้นได้อย่างไรมารู้ตัวอีกทีก็มาโผล่อยู่ที่นี่แล้ว ทอฝันยืดตัวตรงพยายามสูดอากาศให้เข้าไปในปอดให้มากที่สุดเพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยหอบแล้วพยายามตั้งสติคิดทบทวนถึงเื่ราวที่เกิดขึ้น
เมื่อครู่นี้มันอะไรกันผู้ชายที่เธอเห็นเป็ใคร...ผีเหรอ...
นี่เธอเพิ่งจะถูกผีหลอกมาสดๆ ร้อนๆ เลยใช่ไหม!
ถ้าในตอนนี้มีใครสักคนมาบอกว่าผีไม่มีในโลกเธอขอเถียงขาดใจแล้วเธอควรทำอย่างไรดี...ไปทำบุญเหรอ?
ใช่เธอควรไปทำบุญ...
เธอเคยได้ยินมาว่าส่วนใหญ่ที่ิญญามาปรากฏตัวให้เห็นก็เพราะพวกเขา้าบุญ!
พอคิดได้อย่างนั้นทอฝันก็เลิกเดินวนไปวนมาเหมือนที่ชอบทำเป็ประจำเวลาที่เธอกำลังใช้ความคิดแล้วเงยหน้ามองรอบตัวอีกครั้ง
สายตาหลายคู่กำลังพากันมองมาที่เธออย่างสงสัยยังไม่นับรถอีกหลายคันที่พากันชะลอความเร็วลงเพื่อที่จะได้มองเห็นเธอได้ถนัด
มองอะไรกัน...
ทอฝันคิดพลางก้มลงมองสำรวจตัวเองแล้วก็เข้าใจ
ชุดนอนสายเดี่ยวลายหมีแถมยังไม่ใส่รองเท้า! แล้วสภาพหน้าตาของเธอในตอนนี้คงไม่ต้องพูดถึง!
ทอฝันแทบจะะโขึ้นไปนั่งบนรถแท็กซี่คันแรกที่จอดรับเธอทันที ( ซึ่งไม่นับอีกสามคันที่เพียงแค่ชะลอความเร็วลงและเร่งความเร็วจากไป) สภาพของเธอตอนนี้คงดูไม่ได้เลยจริงๆ
“ ไปไหนครับ” เสียงคนขับรถแท็กซี่ที่ใจดียอมจอดรับถามขึ้นมาซึ่งทอฝันก็ตอบได้ทันที
“ ไปที่ไหนก็ได้ค่ะแค่ไปให้พ้นๆ จากตรงนี้ก่อน! ”
คนขับทำหน้างงๆ ผ่านกระจกหลังมาให้แต่ก็ยอมขับออกไปตามที่เธอขอ
ออด...ออดๆๆๆๆ
เสียงกดออดหน้าห้องดังติดกันถี่เสียจนคนที่กำลังนอนซุกตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มเริ่มทนไม่ไหวต้องลุกจากเตียงออกมาดู
“ โอ๊ยมาแล้วๆ จะกดให้มันพังเลยหรือไง! ” เสียงธนเดชหรือที่เ้าตัวชอบให้ใครต่อใครพากันเรียกตัวเองว่าจูลี่บ่นโวยวายขึ้นมาตลอดทางที่เ้าตัวพาร่างกายกำยำของตัวเองเดินมาเปิดประตูห้อง
“ อ้าวไอ้ฝัน! แกเองเหรอ ตายแล้ว! ทำไมสภาพแกถึงเป็อย่างนี้...อย่าบอกนะว่าแกโดนรุมโทรมมา! ”
“ ไม่ใช่อย่างที่แกคิดเลยไอ้ลี่ฉันยังบริสุทธิ์อยู่! เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังแต่แกเอาเงินมาให้ฉันยืมก่อนฉันจะเอาไปจ่ายค่าแท็กซี่”
ถึงแม้จะยังงงๆ อยู่แต่ธนเดชก็ยอมเดินกลับเข้าห้องไปหยิบกระเป๋าสตางค์มายื่นให้พอได้เงินทอฝันก็ตั้งท่าจะวิ่งจากไปแต่ก็ฉุกคิดขึ้นได้ซะก่อน!
ขาเพรียวถือวิสาสะก้าวเข้าไปในห้องของเพื่อนแล้วคว้าเอาเสื้อคลุมกับรองเท้าที่ใหญ่ปานเรือของเ้าของห้องมาใส่ก่อนจะรีบวิ่งกลับลงไปทำธุระที่ค้างไว้
“ สรุปแกโดนผีหลอก? ” ชายหนุ่มที่ชอบคิดว่าตัวเองสวยถามขึ้นขณะมองเพื่อนรักยกน้ำขึ้นดื่มราวกับเพิ่งกลับมาจากทะเลทราย
“ ใช่! ตัวเป็ๆ เลยล่ะ เห็นชัดยิ่งกว่าชัด แน่ยิ่งกว่าแน่ นาฬิกาทะลุตัวได้ขนาดนั้นไม่ใช่คนแน่นอน! ” ทอฝันพูดพลางยกมือขึ้นเช็ดหยดน้ำออกจากปาก
“ แกแน่ใจนะว่าแกไม่ได้ฝันไป”
“ ฉันตาสว่างั้แ่ลืมตาขึ้นมาเจอนายนั่นมานั่งทำหน้าเจ๋อมองฉันอยู่ที่ข้างเตียงแล้วย่ะ! ”
“ แกเห็นชัดขนาดนั้นเลยเหรอวะ ว่าแต่...ผีคนนี้หล่อไหมวะแก”
“ คุณลี่เพื่อนกำลังเครียดค่ะ! ” ทอฝันทำน้ำเสียงดุใส่ทันทีที่อาการบ้าผู้ชายของเพื่อนกำเริบไม่รู้จักเวล่ำเวลา
“ แหม...ฉันก็แค่ล้อเล่นนิดเดียวเองว่าแต่แกเถอะจะทำยังไงต่อ”
“ ย้ายสิคะจะอยู่ทำไมเพื่อนลี่ไม่น่าถาม! ”
“ แล้วเ้าของบ้านเขาจะยอมเหรอแกจ่ายมัดจำเขาไปแล้วนี่”
“ ก็ว่าจะลองโทรไปคุยดูได้มัดจำคืนครึ่งหนึ่งก็ยังดี”
“ จะบ้าเหรอแกเงินมัดจำไม่ใช่น้อยๆ ที่สำคัญแกเพิ่งจ่ายเขาไปเมื่อวานยังไม่ทันจะครบยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำแกต้องได้คืนทั้งหมดสิถึงจะถูกให้ฉันไปคุยให้ไหมล่ะ” เพื่อนสาวโวยวายขึ้นทันทีตามประสานักธุรกิจที่ไม่ชอบการขาดทุน
“ ไม่เป็อะไรหรอกลี่ฉันไปคุยเองดีกว่าว่าแต่ตอนนี้แกไปเอาชุดแกมาให้ฉันยืมใส่ก่อนดีกว่าฉันอยากอาบน้ำเหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว”
เพื่อนสาวไล่สายตามองเพื่อนรักั้แ่หัวจรดเท้าก่อนจะทำเป็เชิดหน้าแล้วจีบปากจีบคอพูด
“ แกจะใส่ชุดฉันได้เหรอในเมื่อหุ่นฉันออกจะเพรียวบางกว่าแกตั้งเยอะ”
ทอฝันลืมเื่นี้ไปซะสนิทเธอลืมไปเลยว่าหุ่นของเธอกับหุ่นของเพื่อนมันคนละไซส์กันถ้าเปรียบกับหุ่นเพรียวบางขนาดน้องๆ หมีควายของจูลี่เป็ XL หุ่นของเธอก็ขนาดแค่ SS เท่านั้น สรุปว่าเธอต้องกลับไปบ้านหลังนั้นอีกใช่ไหม! ถ้ารู้ว่าจะเป็แบบนี้เธอจะไม่รีบขนของเลยจริงๆ ให้ฟ้าผ่าสิ!
ในที่สุดรถโฟร์คคันสีชมพูหวานของหนุ่มจูลี่ก็มาจอดเทียบริมฟุตบาทอยู่หน้าบ้านไม้หลังสีขาว...
เ้าของรถต้องออกแรงทั้งดึงทั้งลากให้ทอฝันยอมออกมาจากรถสุดท้ายพอสู้แรงของเพื่อนไม่ไหวหญิงสาวก็เปลี่ยนมาใช้ร่างกายกำยำของเพื่อนแทนกำบังแล้วคอยผลุบๆ โผล่ๆ ยื่นหน้าออกมามองอย่างกล้าๆ กลัวๆ แทนแล้วพอเพื่อนสาวเปิดประตูบ้านออกเธอก็ก้มหน้าหลับตาปี๋แต่ภายในบ้านกลับว่างเปล่าไม่มีวี่แววของ ' ผี' ที่เธอพูดถึงพอธนเดชหันมาเห็นท่าทางตาขาวของเพื่อนก็โวยวายใส่ทันที
“ เอ้าไอ้คุณเพื่อนลืมตาได้แล้วย่ะแหกตาดูสิเนี่ยมีอะไรที่ไหน! ”
" ห้องนอนล่ะแกที่ห้องนอนน่ะ! " ทอฝันพูดพลางชี้มือชี้ไม้ไปที่ห้องนอนขณะที่ยังยึดแผ่นหลังของเพื่อนสาวแทนเกราะกำบังไว้อย่างเหนียวแน่น
ธนเดชมองไปที่ประตูห้องนอนอันเป็จุดเกิดเหตุแล้วลอบกลืนน้ำลายใช่ว่าเขาจะไม่กลัวผีแต่ในยามที่เพื่อนรักกำลังขวัญหนีดีฝ่อเช่นนี้สาวสวยบอบบางอย่างเธอจึงจำต้องขุดเอาความแมนของผู้ชายที่ยังพอจะมีหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดออกมาใช้
“ จะเปิดแล้วนะแก! ” ธนเดชหันมาส่งสัญญาณบอกเพื่อนรักซึ่งทอฝันก็หลับตาปี๋มุดหน้าลงกับแผ่นหลังของเพื่อนทันที
ว่างเปล่า...
ภายในห้องยังคงอยู่ในสภาพเดิมเหมือนกับตอนที่หญิงสาววิ่งออกไป
“ ไม่มีอะไรเลยไอ้ฝัน! เลิกเกาะหลังฉันได้แล้วฉันไม่ใช่แม่ลิงอุรังอุตังนะยะจะได้มีลูกอ่อนคอยคลอเคลีย! ”
ทอฝันค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมองทีละข้างแล้วพอเห็นว่าปลอดภัยแน่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อความกลัวเริ่มจางหายเ้าตัวก็คิดอยากรีบทำธุระให้เสร็จๆ ไป
“ แกรอฉันแป๊บนึงนะเดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนอย่าเพิ่งหนีไปไหนล่ะ”
“ ย่ะเร็วๆ เข้าเถอะหล่อนฉันมีนัดกับลูกค้า”
พอทอฝันยอมเดินหายเข้าห้องไปธนเดชก็หันมาให้ความสนใจกับบ้านใหม่ของเพื่อนรักที่กำลังจะกลายเป็อดีต
“ บ้านสวยขนาดนี้จะมีผีได้ยังไงกันสงสัยเมื่อเช้ายายทอฝันคงจะเมาขี้ตาแน่ๆ ” ธนเดชบ่นก่อนจะเลือกไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวนิ่มเพื่อรอเพื่อนจนเกือบจะทับใครอีกคน
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ก่อนค่อยๆ กระเถิบหนีแล้วชะโงกหน้าถามพลางทดลองเอามือโบกไปมาอยู่ตรงหน้าธนเดช
“ คุณมองเห็นผมไหม? ”
เงียบ...
ธนเดชยังคงนั่งเล่นโทรศัพท์ต่อไม่ได้รับรู้ถึงการมีตัวตนของเขาเลยสักนิด ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วเลื่อนสายตาไปหยุดอยู่ที่ประตูห้องนอน
คงจะมีแต่ผู้หญิงคนนั้นสินะที่มองเห็นเขา...