สำนักจิ้งจอกขาว
“ท่านเ้าสำนัก ท่านเ้าสำนัก เกิดเื่แล้วขอรับ” เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น
“เอะอะ โวยวายอะไรกัน” ไป๋หู่ เ้าสำนักจิ้งจอกขาว ชายหนุ่มที่ดูอายุไม่มากราวสามสิบกว่า ดวงตาเรียว แต่เฉียบคม โครงหน้าคมเข้ม ตัดกับสีผิวที่ขาวซีด ราวกับหิมะ จึงได้ฉายาจิ้งจอกขาว มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองลั่วหยาง จนเขาได้ก่อตั้งสำนักจิ้งจอกขาวขึ้นมาเพื่อทำการค้า ที่นั่งจิบชา และดูรายงานรายได้ของเดือนนี้อยู่
“ท่านเ้าสำนัก เกิดเื่แล้วขอรับ” ชายร่างเล็ก วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“มีอะไร ก็ว่ามา เสียงดังเอะอะโวยวายอยู่ได้” เ้าสำนักหนุ่มยังไม่ละสายตาจากรายงานตรงหน้า
“เอ่อ...”
“เอ้า มีอะไร ทำไมไม่พูด อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ได้” เ้าสำนักหนุ่มวางรายงานในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้ามาต่อว่าผู้ช่วยเขาที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแต่ไม่ยอมรายงานเื่ราวเสียที จนทำให้เขาเริ่มหงุดหงิดรำคาญใจ
“มะ มัน มันอีกแล้วนายท่าน มันมาขวางทางขบวนสินค้าที่พวกเราคุ้มกันอีกแล้วนายท่าน” ชายร่างเล็กรีบรายงาน
“เสียหายเท่าไหร่” เ้าสำนักยังคงนิ่งสงบ
“สะ สะ เสียหาย ไปเกือบครึ่ง นะ นายท่าน”
“บัดซบ!” ไป๋หู่ตบโต๊ะฉาด เขาลุกขึ้น แล้วรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
สำนักจิ้งจอกขาว เป็หนึ่งในสำนักในยุทธภพ ที่มีชื่อเสียงเื่การค้าขายสินค้า แล้วพวกเขายังรับคุ้มครองขบวนสินค้าที่้าเดินทางไปต่างเมืองอีกด้วย เนื่องจากพวกโจรชุกชุม ทำให้กิจการของสำนักนี้ไปได้สวย มีกำไร รวมถึงกิจการก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะเพิ่งก่อตั้งสำนักมาได้ไม่นาน อีกทั้ง เ้าสำนักก็ยังเป็ชายหนุ่มหน้าตาดี รวมทั้งมีวรยุทธสูง เรียกว่ามีชื่อเสียงในยุทธภาพอยู่บ้าง จึงทำให้เขามีเครือข่าย และเป็ที่เกรงกลัวอยู่พอสมควร
สำนักจิ้งจอกขาว ตั้งอยู่ชายแดนเมืองลั่วหยาง ในมณฑลเหอหนาน โดยรอบสำนักเป็กำแพงสูงล้อมรอบ น้อยคนที่จะเคยได้เห็นภายใน หรือเคยเข้าภายในสำนักแห่งนี้ มีเพียงลูกศิษย์ และผู้ที่ทำงานในสำนักนี้เท่านั้น ที่เข้าออกได้ และทุกคนต่างก็เก็บเงียบไม่เคยแพร่งพรายเื่ในสำนักให้คนนอกรู้มาก่อน หากใคร้าจ้างให้สำนักนี้ไปคุ้มครองสินค้าให้ ต้องจ้างผ่านนายหน้าที่ป้อมลับเท่านั้น!
เ้าสำนักหนุ่มเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ จุดที่โดนดักปล้นสินค้าทันที เขารู้ดีว่าคนที่ปล้น ไม่ใช่โจรธรรมดาเป็แน่ เพราะพวกโจรกระจอก ไม่มีทางที่จะเอาชนะเหล่าลูกศิษย์ของเขาได้แน่ ต้องเป็ยอดฝีมือเท่านั้น ที่ทำแบบนี้ได้ โชคดีที่รอบนี้เสียหายไม่มากนัก เพราะสินค้าด้านในเป็เพียงผ้าแพรที่ไม่ได้มีราคาค่างวดมากนัก แต่สิ่งมีค่าที่แท้จริง ที่ซ่อนอยู่ภายในห่อผ้าพวกนี้ต่างหากที่พวกเขาต้องดูแล และนี่คือเหตุผลที่ทำให้เขาต้องรีบออกมาดูด้วยตัวเองทันที
“ยังอยู่” เ้าสำนักหนุ่มโล่งใจเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุแล้วพบว่าของที่เขาต้องดูแลนั้นยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในหีบห่อผ้าแพร แต่ตัวเขาเองกลับไม่สบายใจ เพราะรู้สึกว่านี่ไม่สมเหตุสมผล โจรที่มีฝีมือมากขนาดนั้น จะมาดักปล้น แล้วเอาไปแค่ผ้าแพรไม่กี่ผืนนั้น เป็ไปไม่ได้ ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ คิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มดวงตาคมเข้ม ผิวซีดขาว รีบฟันกุญแจหีบออกแล้วเปิดห่อด้านในอย่างรวดเร็ว
“บ้าเอ้ย...ตามหามันให้ทั่ว แล้วเอาของคืนมาให้ได้!” เ้าสำนักหนุ่ม ะโบอกเหล่าลูกศิษย์ให้กระจายตัวออกตามหาโจรคนนั้นทันที พลางทิ้งสิ่งของที่อยู่ในมือ ก้อนหิน ที่ห่อด้วยผ้าแพร ใช่...เขาถูกไอ้โจรกระจอกนั่นหลอกเอาเสียแล้ว
ไป๋หู่ เ้าสำนักหนุ่มนั่งหน้านิ่ง บนเก้าอี้ภายในห้องนอนส่วนตัว ในสำนัก อาณาเขตหวงห้ามที่มีแค่คนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเข้ามาในพื้นที่นี้ได้ ชายหนุ่มนั่งหน้านิ่ว คิวขมวด ด้วยความคิดไม่ตก ว่าเ้าโจรนั้นมันรู้ได้อย่างไร และมันเอาของไปได้อย่างไร และที่สำคัญ มันเป็ใคร ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ยิ่งคิดก็ยิ่งจมลึกลงไปในห้วงความคิด จนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมงที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
ขณะที่เขากำลังนั่งคิดไม่ตกอยู่นั้น สาวใช้คนสนิทก็ยกสุราชั้นดี พร้อมกับแกล้มที่เขาชอบเข้ามาในห้อง พร้อมจุดไฟรอบห้อง ทำให้ในห้องที่มืด กลับกลายมาสว่าง จนทำให้คนที่นั่งอยู่ภายใต้ความมืดมานาน ก็ได้สติรู้ตัวขึ้นมา
“นายท่าน ข้านำสุราและกับแกล้มมาให้เ้าค่ะ” เสี่ยวเอิ้น สาวใช้คนสนิท วัยแรกรุ่น หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก นิสัยก็เรียบร้อย อ่อนน้อม อีกทั้งยังเป็คนจิตใจดี