"แค็ก เื่นี้ เดี๋ยวท่านอาจะบอกถังเป่านะ พวกเรากินไข่ตุ๋นให้หมดก่อน ดีไหมจ๊ะ?"
จักรพรรดิคังซีได้สติกลับมา แล้วรีบปลอบถังเป่าอย่างระมัดระวัง เพราะเกรงว่านางจะไม่ตกลง
ถังเป่ากะพริบตาปริบ ๆ รู้สึกว่าท่านอาคนนี้เหมือนมีเื่อยากจะพูด แต่ดูเหมือนจะยังพูดออกมาในทันทีไม่ได้
ว้า เธอจะเป็ถังเป่าที่ดีที่รู้จักห่วงใยท่านอา!
ดังนั้นถังเป่าที่ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อยจึงตบแขนของจักรพรรดิคังซีเบา ๆ แล้วพูดอย่างใจกว้างว่า
"ถ้าอย่างนั้นก็ได้จ้ะ ท่านอาไม่ต้องรีบนะ ถังเป่าจะเป็เด็กดีที่เชื่อฟังตลอดเลย!"
จักรพรรดิคังซี "??"
เขารู้สึกว่า ความคิดของเขากับถังเป่าน่าจะไม่ตรงกันเสียแล้ว
แต่ไม่เป็ไร ด้วยภาพลักษณ์ของคุณพ่อผู้โง่เขลาทำให้จักรพรรดิคังซีในตอนนี้สลัดทุกความคิดทิ้งไป และจมดิ่งอยู่ในความสุขของการป้อนข้าวลูกน้อย
"มา ถังเป่าอ้าปากนะ"
เมื่อมองดูช้อนคันเล็กที่ยื่นมาตรงหน้า ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่มสั่นไหวเล็กน้อยอยู่บนนั้น พร้อมกับไอความร้อนที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ถังเป่าเบิกตากลมโตเป็ประกาย แล้วอ้าปากน้อย ๆ "อ้ามมมมม"
งับเดียว ไข่ตุ๋นในช้อนก็ถูกกินจนสะอาดเกลี้ยง!
ตอนนี้ถังเป่ายังเล็กมาก หากนับให้ครบถ้วนก็อายุเพียงสามขวบครึ่งเท่านั้น ไข่ตุ๋นชามเล็ก ๆ ชามเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้ท้องน้อย ๆ ของนางอิ่มได้แล้ว
ดังนั้นเมื่อพบว่าในชามใบเล็กว่างเปล่า จักรพรรดิคังซีจึงรู้สึกใจหายเล็กน้อย
เขายังััความรู้สึกในการเลี้ยงลูกน้อยได้ไม่เต็มที่เลย!
หลังจากรับผ้าเช็ดหน้าเปียกที่เหลียงจิ่วกงส่งให้ จักรพรรดิคังซีก็ใช้มือที่ดูเงอะงะเช็ดปากและมือน้อย ๆ ทั้งสองข้างให้ถังเป่าที่นอนแผ่อยู่ในอ้อมอก พร้อมกับถามนางว่า
"ถังเป่าอิ่มแล้วใช่ไหมจ๊ะ?"
"อื้อ ๆ !"
ถังเป่าลูบท้องน้อย ๆ ที่ป่องขึ้นมา แววตาเต็มไปด้วยความสุข
"ถังเป่าอิ่มแล้วจ้ะ!"
หลังจากส่งเสียงดีใจ ถังเป่าก็พลันหดไหล่เล็ก ๆ ลงอย่างท้อแท้ "จะกินเยอะในทีเดียวไม่ได้นะ... ไม่อย่างนั้นเวลาที่ถังเป่าไม่มีข้าวให้กิน ท้องจะหิวแล้วจะรู้สึกเศร้ากว่าเดิม..."
ไม่นึกเลยว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้ แววตาของจักรพรรดิคังซีดูลึกซึ้งขึ้นมาทันที แต่โทนเสียงยังคงผ่อนคลายเหมือนเช่นเคย
"ทำไมถังเป่าถึงไม่มีข้าวกินล่ะ?"
ถังเป่าก้มหน้า ลูบท้องที่นาน ๆ ครั้งจะป่องขึ้นมาด้วยความเสียดาย "เพราะว่า... เพราะว่ามัวมัวกับท่านอาหญิงมักจะลืมให้ถังเป่ากินข้าว..."
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาของถังเป่าก็เป็ประกาย นางยืดหัวน้อย ๆ ขึ้นให้สูงที่สุด เงยหน้ามองจักรพรรดิคังซีที่กำลังก้มลงมา
"ถังเป่ามีวิธีดี ๆ ด้วยนะ! ถ้าท่านอาเรียนรู้ไว้ ก็จะไม่ต้องหิวท้องบ่อย ๆ แล้ว!"
จักรพรรดิคังซีเห็นความดีใจที่ไม่ได้ปกปิดบนใบหน้าของถังเป่า จึงถามนางเบา ๆ ว่า "โอ้ เป็วิธีอะไรหรือจ๊ะ ถังเป่าช่วยสอนท่านอาหน่อยได้ไหม?"
ถังเป่าผู้ใจกว้างพยักหน้า และสอนประสบการณ์ของตนให้จักรพรรดิคังซีโดยไม่ปิดบังแม้แต่นิดเดียว
"ท่านอาต้องจำไว้นะ ข้าวแต่ละมื้อห้ามกินให้หมด... ต้องแบ่งเป็สอง... ไม่สิ ต้องแบ่งเป็สามส่วนนะ!"
พูดไปถังเป่าก็แกว่งเท้าเล็ก ๆ อย่างร่าเริง "ถ้าทำแบบนี้ ก็จะมีข้าวกินในอีกสองมื้อถัดไป! จะได้ไม่ต้องท้องหิวยังไงล่ะ!"
จักรพรรดิคังซี "..."
ชั่วขณะหนึ่ง เขาแทบจะทนความเ็ปที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจไม่ได้
ทั้งที่เป็ลูกสาวของเขา เป็องค์หญิงน้อยแห่งราชวงศ์ชิง เกิดมาควรจะเป็เด็กหญิงที่สูงส่งที่สุด แต่กลับต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ภายใต้สายตาของเขา ในพระราชวังอันกว้างใหญ่แห่งนี้
เขากะพริบตา รู้สึกถึงความเปียกชื้นที่ขอบตาซึ่งหาได้ยาก จักรพรรดิคังซีจึงกระชับอ้อมกอดที่กอดถังเป่าให้แน่นขึ้น จนได้รับสายตาสงสัยจากลูกน้อย
"ท่านอา ท่านไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าจ๊ะ?"
ถังเป่ายื่นมือออกไปลูบใบหน้าของจักรพรรดิคังซีเบา ๆ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลอย่างจริงใจ
"ท่านอาไม่เป็ไร... ไม่..."
มุมปากของจักรพรรดิคังซีเพิ่งจะยกขึ้นเล็กน้อย ก็ถูกเขาใช้แรงใจมหาศาลกดมันไว้ไม่ให้ยิ้มออกมา
เขามองลูกน้อยในอ้อมอกด้วยสายตาที่จริงจังยิ่ง "ถังเป่า ท่านอามีเื่สำคัญมากเื่หนึ่งจะบอกเ้า!"
"หือ?" ถังเป่าเอียงคอ ทำหน้าซื่อบริสุทธิ์
ทั้งที่เตรียมจะเปิดเผยฐานะของตนเอง แต่ในวินาทีนี้ หัวใจของจักรพรรดิคังซีกลับสั่นไหวขึ้นมา
หากรู้ความจริงแล้ว ถังเป่าจะรู้สึกว่าเขาเป็ท่านพ่อที่น่ารังเกียจหรือไม่?
ทั้งที่อยู่ในพระราชวังต้องห้ามเหมือนกัน แต่กลับไม่เคยรู้ถึงการมีอยู่ของถังเป่า แม้แต่ตอนที่นางถูกรังแก เขาก็ไม่ได้ปกป้องนางเลย...
"ท่านอา!"
เมื่อเห็นจักรพรรดิคังซีตกอยู่ในภวังค์ความคิด ถังเป่าจึงสะกิดแขนเขา "ท่านอาอยากจะพูดอะไรหรือจ๊ะ?"
แปลกจัง ทำไมท่านอาถึงเงียบไปกะทันหันเล่า?
เมื่อถูกเสียงของถังเป่าเรียกสติ จักรพรรดิคังซีจึงลูบหัวน้อย ๆ ของถังเป่า ััของเส้นผมที่หยาบกร้านทำให้เขายิ่งรู้สึกปวดใจ
"คืออย่างนี้ ตอนที่ถังเป่าหลับ ท่านอาให้คนไปสืบเื่ของถังเป่านิดหน่อย" จักรพรรดิคังซีพูดพลางรู้สึกประหม่าอย่างที่ไม่ค่อยเป็บ่อยนัก "แล้วท่านอาก็พบว่า ที่แท้ท่านอาคือท่านพ่อของถังเป่านั่นเอง!"
ถึงขั้นที่ฝ่ามือของจักรพรรดิคังซีเต็มไปด้วยเหงื่อ เขาขยำหมัดแน่น ราวกับว่าการทำเช่นนี้จะทำให้เขาไม่หวาดหวั่น
เขามองถังเป่าด้วยความหวัง แต่ว่า...
ถังเป่าขมวดคิ้วน้อย ๆ ใช้นิ้วชี้มือขวาแตะที่คาง "ท่านอา คางคกคืออะไรหรือจ๊ะ?"
ท่านพ่อ... คางคก...
จักรพรรดิคังซีจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ถังเป่าที่ไม่เคยมีใครสั่งสอนมาั้แ่เด็กอาจจะไม่เข้าใจความหมายของคำว่า ‘ท่านพ่อ’ จึงฟังผิดเป็คำว่า ‘คางคก’ *[1]
เขารีบอธิบายทันที "หมายถึง ท่านพ่อ ไงล่ะ! พวกเราเป็ชาวแมนจู ชาวแมนจูเรียกพ่อว่าอามา! และท่านอาก็เป็ฮ่องเต้ ดังนั้นเวลาถังเป่าเรียกท่านพ่อ ต้องเรียกว่าท่านพ่อ!"
ท่านพ่อ... หมายถึง... ท่านพ่อ...
ถังเป่ายังไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าเล็ก ๆ ยังคงมีความสงสัยอยู่ แต่จักรพรรดิคังซีเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เด็กคนนี้กำลังอึ้งไปแล้ว!
"ท่านพ่อ...?"
ผ่านไปครู่ใหญ่ ถังเป่าจึงค่อย ๆ ได้สติ
นั่นหมายความว่า ความจริงแล้วนางได้พบท่านพ่อของนางแล้ว ใช่หรือไม่?
ดวงตากลมโตสองข้างที่เคยสดใสั้แ่แรกพบ พลันมีม่านน้ำตาคลอเบ้าอย่างหนาแน่น
มือน้อย ๆ ที่ผอมแห้งของถังเป่ากำแขนเสื้อของจักรพรรดิคังซีไว้แน่น นางใช้สายตาที่ไม่กล้าจะเชื่อมองสำรวจสีหน้าของจักรพรรดิคังซีซ้ำไปซ้ำมา เพราะเกรงว่าวินาทีถัดไปเขาจะบอกนางว่า
"ขอโทษนะ เมื่อกี้พ่อหลอกเ้า!"
เพราะหูมัวมัวและท่านอาหญิงฟางเสียที่ดูแลนาง มักจะล้อเล่นกับนางอย่างร้ายกาจเช่นนี้เสมอ ดังนั้นแม้ว่าหัวใจดวงน้อยของถังเป่าจะเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น แต่นางก็ยังไม่กล้าเชื่อทั้งหมด
แต่จักรพรรดิคังซีไม่ได้คืนคำ เขามองถังเป่าด้วยสายตาอ่อนโยน รอคอยการตอบรับจากถังเป่า
"ถังเป่า เมื่อก่อนท่านพ่อไม่รู้ว่าเ้าเกิดมาแล้ว จึงไม่เคยได้พบถังเป่าเลย ทำให้เ้าต้องลำบากถึงเพียงนี้"
เหงื่อในฝ่ามือของเขายิ่งเพิ่มมากขึ้น
"แต่ตอนนี้ท่านพ่อหาถังเป่าเจอแล้ว ถังเป่าเต็มใจจะยกโทษให้ท่านพ่อที่แย่ขนาดนี้ไหมจ๊ะ?"
ความรู้สึกเช่นนี้ สำหรับจักรพรรดิคังซีแล้ว มันเป็เื่ที่มหัศจรรย์มากจริง ๆ
ทั้งที่เขาเป็เ้าเหนือหัวของแผ่นดิน ปัจจุบันมีโอรสและธิดามากมาย แต่ไม่รู้ทำไม เมื่อเขาเห็นถังเป่า และได้โอบกอดถังเป่าไว้ในอ้อมแขน กลับรู้สึกเหมือนได้กอดสมบัติที่สำคัญที่สุดในชีวิต!
นี่เป็ความรู้สึกที่ไม่เคยััมาก่อน และหลังจากที่ได้รับสมบัติชิ้นนี้มา เขาจะไม่มีวันยอมให้นางต้องได้รับาเ็แม้แต่นิดเดียวตลอดชีวิตนี้!
แม้จะไม่ได้พูดออกมา แต่จักรพรรดิคังซีได้สาบานไว้ในใจอย่างเงียบ ๆ
หลังจากผ่าน่เวลาที่เหมือนเื่ตลกอันยาวนาน ถังเป่าก็เบะปาก และในที่สุดก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ร้องไห้ออกมา
"ท่าน... ท่านเป็ท่านพ่อ... คางคกของถังเป่าจริง ๆ หรือ... ทำไมท่านถึงหลบตั้งนาน ให้ถังเป่าหาท่านไม่เจอเสียที... ฮือ ๆ ๆ !!"
*[1] “ท่านพ่อ” ภาษาจีนแมนจูคือ ฮั่นอามา “คางคก” คือ ห่าหมา เนื่องจากถังเป่ายังเด็กมากจึงเข้าใจผิด