หลังจากนั้นไม่นาน คุณหมอเ้าของไข้ก็เข้ามาตรวจอาการของชัชชนอย่างละเอียด ท่านยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าการตอบสนองของผู้ป่วยดีขึ้นมาก
"ถือว่าเป็ข่าวดีมากนะครับที่คุณชัชชนฟื้นขึ้นมาได้" คุณหมอกล่าวด้วยน้ำเสียงดีใจ
"ร่างกายยังอ่อนเพลียมาก ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ และทานอาหารอ่อน ๆ บำรุงร่างกายนะครับ"
ชัชชนพยักหน้าอย่างอ่อนแรง "ขอบคุณครับคุณหมอ..."
เปมิกาดูแลพี่ชายอย่างใกล้ชิด เธอป้อนน้ำ ป้อนยา และคอยเช็ดตัวให้เขาอย่างทะนุถนอม ความรักและความห่วงใยของเธอเป็กำลังใจสำคัญที่ช่วยให้ชัชชนค่อย ๆ ฟื้นตัว
ชัชชนยกมือที่ยังอ่อนแรงขึ้นลูบผมน้องสาวเบา ๆ "มิกา... พี่ขอโทษนะ... ที่ทำให้เป็ห่วง..." เสียงของเขาแหบแห้ง
"ไม่ใช่ความผิดของพี่ชัชเลยค่ะ..." เปมิกาส่ายหน้าทั้งน้ำตา "มิกาไม่น่าพูดแบบนั้นกับพี่ชัชในวันนั้น..."
"ไม่เป็ไรหรอกมิกา... พี่เข้าใจ..." ชัชชนพยายามฝืนยิ้ม
"พี่ชัชรู้ไหมว่ามิกากลัวแค่ไหน..." เปมิกากระชับมือพี่ชายแน่นขึ้น "มิกาคิดว่าจะเสียพี่ชัชไปแล้ว..."
"พี่จะไม่ไปไหนมิกา... พี่สัญญา..." ชัชชนมองน้องสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย
ความเงียบปกคลุมห้องพักครู่หนึ่ง ก่อนที่เปมิกาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "พี่ชัชคะ... มิกาตัดสินใจแล้ว... ว่าจะลาออกจากมหาวิทยาลัย แล้วหางานทำ... พี่ชัชจะได้ไม่ต้องเหนื่อยคนเดียวอีกต่อไป... พี่ชัชต้องมีชีวิตเป็ของตัวเองบ้างนะคะ..."
ชัชชนเบิกตากว้าง "ไม่นะ!...มิกาต้องเรียนต่อ... นั่นคือความฝันของมิกา... พี่จะทำงานหาเงินส่งเอง... พี่สัญญาว่าจะไม่กลับไปทำงานแบบนั้นอีกแล้ว... พี่จะหางานอื่นทำ..." น้ำเสียงของเขาจริงจังและหนักแน่น
"แต่พี่ชัชชเหนื่อยมามากแล้วนะคะ... มิกาไม่อยากเห็นพี่ชัชต้องลำบากอีก..." เปมิกามองพี่ชายด้วยความกังวล
"พี่ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ... แค่เห็นมิกาเติบโตและมีการศึกษาที่ดี พี่ก็มีความสุขแล้ว..." ชัชชนยิ้มอ่อนโยน
"แต่ถ้ามิกาอยากช่วยจริง ๆ ... มิกาหางานพาร์ทไทม์ทำ่เสาร์-อาทิตย์ก็ได้ค่ะ... จะได้ไม่กระทบกับการเรียน...ส่วนเงิน จันทร์-ศุกร์พี่รับผิดชอบเองค่ะ"
เปมิกามองพี่ชายด้วยความรักและความซาบซึ้ง น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
"เราจะเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกันนะมิกา... พี่จะดูแลน้องสาวสุดที่รักให้ดีที่สุดเท่าที่พี่จะทำได้..."ชัชชนตอบด้วยรอยยิ้มที่สดใสขึ้นเล็กน้อย
"ค่ะพี่ชัช... มิกาจะตั้งใจเรียน และจะหางานพิเศษทำด้วย" เปมิกาพยักหน้าอย่างหนักแน่น ความรักและความเข้าใจของพี่น้องกลับมาเชื่อมโยงกันอีกครั้ง ความมืดมิดในจิตใจของพวกเขาเริ่มจางหายไป
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หรู ชยากรได้รับรายงานล่าสุดจากบอดี้การ์ด
บอดี้การ์ด: ชัชชนฟื้นแล้วครับ
ชยากรที่กำลังนั่งจ้องมองออกไปยังวิวเมืองถึงกับชะงัก
ชยากร: ฟื้นแล้วเหรอ
ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาในใจ ทั้งโล่งใจ กังวล และความรู้สึกผิดที่ยังคงกัดกิน
บอดี้การ์ด: ครับ... ตอนนี้รู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลอยู่ครับ
ชยากรเงียบไปครู่หนึ่ง ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัว เขาควรจะทำอย่างไรต่อไป เขาควรจะไปเยี่ยมชัชชนหรือไม่ หรือเขาควรจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็ไปตามทางของมัน
ชยากร: แล้ว... น้องสาวเขา... เป็ยังไงบ้าง (ชยากรถามเสียงแ่)
บอดี้การ์ด: ยังคงอยู่ที่โรงพยาบาลครับ ดูแลชัชชนอย่างใกล้ชิด
ชยากรถอนหายใจออกมาอย่างหนักอึ้ง ความรู้สึกผิดยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อรู้ว่ามิกาต้องเผชิญกับความยากลำบากเพียงลำพัง
ชยากร: อื้ม... เฝ้าดูต่อไป... รายงานฉันทุกความเคลื่อนไหว
บอดี้การ์ด: ครับ
ชยากวางสายลงอย่างช้า ๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและการตัดสินใจที่ยากลำบาก
หลังจากพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็เวลาพอสมควร อาการของชัชชนก็ดีขึ้นตามลำดับ ร่างกายที่เคยอ่อนแรงเริ่มกลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง จิตใจที่เคยบอบช้ำก็ได้รับการเยียวยาจากความรักและความเข้าใจของเปมิกา
เมื่อถึงกำหนดวันออกจากโรงพยาบาล ชัชชนและเปมิกาเริ่มปรึกษาหารือกันเื่ค่ารักษาพยาบาล
"ค่ารักษาพยาบาลเยอะมากเลยคะ..." เปมิกาพูดด้วยน้ำเสียงกังวลขณะที่พวกเขากำลังนั่งรอเอกสารที่เคาน์เตอร์
ชัชชนถอนหายใจเล็กน้อย "ใช่ค่ะ... แต่ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะลองคุยกับทางโรงพยาบาลดูว่าจะสามารถผ่อนจ่ายเป็งวดได้ไหม..."
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน เ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก็เดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ
"คุณชัชชนคะ... เื่ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด...มีผู้ใจดีชำระให้เรียบร้อยแล้วค่ะ" เ้าหน้าที่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ชัชชนและเปมิกามองหน้ากันด้วยความงุนงง "ใครกันครับ/คะ?" ชัชชนถามด้วยความสงสัย
"ทางผู้บริจาคไม่ประสงค์จะออกนามค่ะ เพียงแต่ฝากมาบอกว่าอยากช่วยเหลือคุณกับน้องสาว..." เ้าหน้าที่ตอบ
เปมิกาจับมือพี่ชายแน่น "ใครกันนะพี่ชัช... ทำไมถึงใจดีกับเราขนาดนี้..."
ชัชชนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ความรู้สึกแปลก ๆ บางอย่างเกิดขึ้นมาในใจ เขารู้สึกขอบคุณ แต่ในขณะเดียวกันก็อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันคือผู้ใจดีที่ไม่ประสงค์จะออกนามคนนั้น
ในคฤหาสน์หรู ชยากรนั่งมองรายงานค่ารักษาพยาบาลของชัชชนที่บอดี้การ์ดส่งมาให้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความรู้สึกผิดในใจยังคงอยู่ แต่เขาก็รู้สึกโล่งใจที่อย่างน้อยเขาก็ยังสามารถช่วยเหลือชัชชนได้บ้าง แม้จะต้องทำในเงามืดก็ตาม
เมื่อชัชชนและเปมิกาออกจากโรงพยาบาล พวกเขายังคงสงสัยเกี่ยวกับผู้ใจดีที่ไม่ประสงค์จะออกนามคนนั้น แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง พวกเขาตัดสินใจว่าจะตั้งใจใช้ชีวิตให้ดีที่สุด เพื่อตอบแทนความเมตตาที่ได้รับมา
"ขอบคุณเขานะคะพี่ชัช... ใครก็ไม่รู้ที่ช่วยเราไว้..." เปมิกาพูดด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งขณะที่พวกเขากำลังนั่งรถแท็กซี่กลับบ้าน
ชัชชนพยักหน้า "อืม... ขอบคุณจริง ๆ... เราต้องตั้งใจใช้ชีวิตให้คุ้มค่า... เพื่อตอบแทนน้ำใจของเขา..."
ในใจลึก ๆ ของชัชชนกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่บอกว่าผู้ใจดีคนนั้นอาจจะไม่ใช่คนแปลกหน้าอย่างที่พวกเขาคิด... แต่เขาไม่สามารถหาเหตุผลหรือหลักฐานมายืนยันความสงสัยนั้นได้
หลังจากออกจากโรงพยาบาล ชัชชนยังคงรู้สึกขอบคุณผู้ใจดีที่ไม่ประสงค์จะออกนามที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกัน ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเขาอย่างห้ามไม่ได้ หรือว่าคนนั้นจะเป็... ชยากร
(จะเป็เขาเหรอ?) ชัชชนคิดอย่างสับสน เป็ไปได้ยังไง... คนอย่างเขาจะมาสนใจคนอย่างเราได้ยังไง...
เขาพยายามปัดความคิดนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว มันดูไร้สาระสิ้นดี ชยากรในความทรงจำของเขายังคงเป็ภาพของไฮโซผู้เ็าและเย่อหยิ่ง คนที่ทิ้งเขาไปอย่างไร้เยื่อใยเพื่อจะแต่งงานกับดาราดัง
(ไม่มีทาง... ไม่มีทางที่จะเป็เขา...) ชัชชนพยายามบอกตัวเอง (เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเราด้วยซ้ำ... เรามันก็แค่คนแปลกหน้าสำหรับเขา...)
แต่ถึงกระนั้น ความสงสัยก็ยังคงวนเวียนอยู่ในใจของเขาอย่างไม่ยอมจางหาย ความเมตตาที่ได้รับมันมากเกินไป เกินกว่าที่จะเป็คนแปลกหน้าจริง ๆ ที่ไหนก็ไม่รู้ จะมอบให้ได้
(แต่ทำไมล่ะ? ทำไมเขาต้องทำแบบนั้น?) ชัชชนครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง
(เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องช่วยเหลือเรา... หลังจากที่เขาทำกับเราไว้แบบนั้น...)
ความโกรธแค้นที่เคยจางหายไปบ้างแล้ว เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงชยากร ภาพของการถูกทอดทิ้ง และการถูกปฏิเสธอย่างเ็า ยังคงฝังลึกอยู่ในใจของเขา
(ไม่... ไม่มีทางเป็เขา... เขาไม่มีวันสนใจคนอย่างเราหรอก... เรามันไม่ได้มีค่าอะไรมากมายขนาดนั้นในสายตาของเขา... เรามันก็แค่... แค่ความผิดพลาดชั่วคราวในชีวิตที่แสนสมบูรณ์แบบของเขาเท่านั้น...)
ชัชชนกำมือแน่น ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและความโกรธประดังเข้ามา เขาพยายามสลัดความคิดเกี่ยวกับชยากรออกไปจากหัว เขาต้องมุ่งมั่นกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ กับงานใหม่ และการดูแลเปมิกา นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้
"พี่ชัช... เป็อะไรไปคะ? ดูเหม่อ ๆ นะคะ" เสียงใสของเปมิกาดึงเขากลับมาจากห้วงความคิด
ชัชชนฝืนยิ้ม "ไม่มีอะไรค่ะ... พี่แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย..."
"คิดถึงเื่งานใหม่เหรอคะ?"
"ใช่ค่ะ" ชัชชนตอบปัด ๆ เขาไม่อยากให้น้องสาวต้องมาเป็ห่วงเื่ที่เขากำลังสับสนอยู่
ในใจลึก ๆ ชัชชนหวังว่าเขาจะสามารถลืมชยากรไปได้ตลอดกาล เขาอยากจะตัดผู้ชายคนนั้นออกจากชีวิตให้หมดสิ้น เหมือนที่ชยากรเคยทำกับเขา แต่ความทรงจำและความรู้สึกที่เขาเคยมีให้ชยากร มันกลับฝังแน่นเกินกว่าที่เขาจะลบเลือนได้ง่าย ๆ
และความสงสัยเกี่ยวกับผู้ใจดีที่ไม่ประสงค์จะออกนาม... มันก็ยังคงเป็เหมือนเงาที่คอยตามหลอกหลอนอยู่ในความคิดของเขาอยู่ลึก ๆ ...
หนึ่งปีผ่านไป
ชีวิตของชัชชนและเปมิกาค่อย ๆ เข้าที่เข้าทาง ชัชชนตั้งใจทำงานอย่างหนักในตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดครัวและผู้ช่วยเตรียมวัตถุดิบที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง เชฟใหญ่ค่อนข้างเข้มงวดและมักจะสั่งงานชัชชนอย่างเร่งรีบ ทำให้บางครั้งเขาก็สับสนและทำวัตถุดิบเสียหาย
"ชัชชน! หอมแดงที่สั่งไว้ทำไมยังไม่ได้แกะเปลือกอีก! แขกกำลังรอซุปอยู่นะ!" เสียงเชฟใหญ่ตวาดลั่นมาจากหน้าเตา ชัชชนสะดุ้งเฮือก มือที่กำลังหั่นผักกาดขาวชะงักกึก เขารีบละมือจากถาดผักกาดขาว รีบคว้าตะกร้าหอมแดงมาแกะเปลือกอย่างเร่งรีบ มือของเขาเลอะและเหนียวเหนอะหนะ ทำให้แกะเปลือกได้ช้ากว่าปกติ
"เร็วเข้าสิชัชชน! มัวทำอะไรอยู่? ถ้าซุปเสิร์ฟช้า แขกคอมเพลน ฉันจะหักเงินเดือนนาย!" เชฟใหญ่เร่งอีกครั้งพร้อมกับตบไปที่เคาน์เตอร์เบา ๆ ชัชชนเหงื่อผุดที่หน้าผาก เขาพยายามเร่งมือให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะรู้สึกว่านิ้วเริ่มเจ็บจากการแกะเปลือกหอมแดงอย่างรวดเร็ว
"เสร็จแล้วครับเชฟ!" ชัชชนรีบส่งหอมแดงที่แกะแล้วให้เชฟ มือยังคงสั่นเล็กน้อย
"ช้า! ไปเตรียมเห็ดแชมปิญองต่อเลย เอาแบบสด ๆ หน่อยนะ อย่าเอาเหี่ยว ๆ มาให้ฉัน!" เชฟใหญ่สั่งเสียงห้วน ก่อนจะหันไปปรุงอาหารต่อโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าชัชชน
ชัชชนถอนหายใจแ่เบา เขาพยายามอย่างเต็มที่แล้ว แต่บางครั้งความกดดันก็ทำให้เขาทำผิดพลาดอยู่บ้าง เพื่อนร่วมงานบางคนก็ไม่ค่อยเป็มิตรนัก มักจะคอยจ้องจับผิดและซุบซิบนินทาเขาอยู่ลับหลัง
"ไอ้เด็กใหม่นั่นมันซุ่มซ่ามจริง ๆ ทำอะไรก็ชักช้า" เสียงของพี่กานต์ คนที่อยู่แผนกเดียวกับเขา ดังแว่วมาจากมุมห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของอีกสองสามคน ชัชชนได้ยินแต่ก็เลือกที่จะเงียบ เขาไม่อยากมีปัญหากับใคร เขาตั้งใจว่าจะทำงานที่นี่ให้ดีที่สุดและเรียนรู้ทุกอย่างให้เร็วที่สุด
ชัชชนก้มหน้าก้มตาเตรียมเห็ดแชมปิญองอย่างเงียบ ๆ พยายามไม่สนใจเสียงซุบซิบเ่าั้ แต่ก็อดรู้สึกเสียใจไม่ได้ เขาเคยคิดว่าการได้ทำงานในโรงแรมใหญ่ ๆ แบบนี้จะเป็ก้าวสำคัญของชีวิต แต่กลับกลายเป็ว่าทุกวันเต็มไปด้วยความกดดันและคำดูถูก
"เฮ้ยชัชชน! ทำเห็ดเสร็จยัง เชฟจะใช้แล้วนะเว้ย!" พี่ดำ อีกคนหนึ่งในครัวที่ดูไม่เป็มิตรไม่แพ้พี่กานต์ ะโถามจากอีกฝั่งของโต๊ะ
"ใกล้แล้วครับพี่ดำ" ชัชชนตอบเสียงอ่อย พลางเร่งมือหักก้านเห็ดออกอย่างระมัดระวัง
"ช้าจริง ๆ เลยว่ะ อย่างนาย...นี่จะอยู่ได้นานแค่ไหนในครัวนี้" พี่ดำส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะในลำคอ ชัชชนกำเห็ดแน่น เขาอยากจะเถียงกลับไปว่าเขาก็พยายามพัฒนาอยู่ แต่ก็เลือกที่จะเก็บคำพูดไว้ในใจ เขาไม่อยากสร้างศัตรูในที่ทำงานนี้
"ชัชชน! เห็ดหมดแล้วรึไง! เอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
"นี่ครับเชฟ"
เชฟใหญ่หยิบเห็ดไปดูอย่างพิจารณา "ใช้ได้" คำสั้น ๆ คำเดียวทำให้ชัชชนรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะไม่ได้ดีใจมากมายนัก แต่ก็ดีกว่าโดนด่า
หลังจากส่งเห็ดให้เชฟ ชัชชนก็กลับมาที่โต๊ะเตรียมวัตถุดิบและพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้