ภายในเรือนโอสถ เงียบงันเสียจนได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำจากสระหยก
ไอสีเขียวอ่อนยังลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวน้ำ
เสี่ยวชวนนั่งขัดสมาธิอยู่กลางสระ ลมหายใจเริ่มมั่นคงขึ้น สีเืดำที่เคยปนออกมากับาแลดลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่สีหน้าของหลิงซูเหยา...
กลับเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม
นางยืนอยู่ข้างสระ สองนิ้วคีบเข็มเงินเล่มสุดท้ายเอาไว้ ปลายเข็มแตะเืสีดำที่เพิ่งถูกขับออกมา
หยดเืนั้น...
มิได้ละลายในน้ำทันที
กลับรวมตัวเป็ก้อนเล็ก ๆ ก่อนส่งกลิ่นคาวรุนแรง
แล้วค่อย ๆ กัดกร่อนผิวน้ำจนเกิดเสียงซู่เบา ๆ
หลิงเปาสีหน้าเปลี่ยนทันที
"นี่มัน..."
หลิงเอ๋อก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนต้องชะงัก
หยดเืดำมีเส้นสีแดงคล้ายเส้นไหมเคลื่อนไหวอยู่ภายใน ราวกับสิ่งมีชีวิต
เพียงมองก็ทำให้หนังศีรษะชาวาบ
หลิงซูเหยาสะบัดมือ
เปลวไฟสีเขียวสายหนึ่งพุ่งออกจากปลายนิ้ว
หยดเืถูกเผาทันที
แต่ก่อนมอดดับ กลับส่งเสียงแหลมเล็ก ๆ คล้ายเสียงกรีดร้อง
ทั้งห้องพลันเย็นเยียบ
หลิงเอ๋อขนลุกไปทั้งตัว
"ท่านน้า..."
หลิงซูเหยาไม่ตอบ
นางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นจึงเอ่ยช้า ๆ
น้ำเสียงเย็นลงกว่าปกติหลายส่วน
"พิษนี้..."
"ไม่ใช่พิษธรรมดา"
หลิงเปากลืนน้ำลาย
"หรือว่า..."
หลิงซูเหยาหันกลับมา
ดวงตาของนางเย็นเฉียบราวน้ำแข็งพันปี
"พิษโลหิตกลืนิญญา"
"วิชาพิษเฉพาะของสำนักอสูรโลหิต"
คำว่า "สำนักอสูรโลหิต"
ทำให้บรรยากาศทั้งเรือนแข็งตัว
หลิงเอ๋อหน้าเสียทันที
แม้แต่นางเองก็เคยได้ยินชื่อเสียงอันน่าสะพรึงของสำนักนี้
สำนักชั่วร้ายที่หายสาบสูญไปเมื่อหลายสิบปีก่อน
เชี่ยวชาญพิษ เื และการหลอมมนุษย์เป็หุ่นสังหาร
ว่ากันว่า ผู้ใดถูกพิษของพวกมัน
ต่อให้ไม่ตายทันที
ก็จะถูกพิษกัดกินิญญาช้า ๆ
จนกลายเป็สัตว์ประหลาดไร้สติ
หลิงเปาหน้าซีดเผือด
"แต่มันถูกกวาดล้างไปแล้วมิใช่หรือ?"
หลิงซูเหยาหรี่ตา
"นั่นคือสิ่งที่ทุกคนเชื่อ"
นางมองหยดเืที่เหลืออยู่บนเข็ม
แววตาลึกขึ้น
"แต่พิษนี้สดใหม่"
"และผู้ใช้... ฝีมือไม่ต่ำ"
เสี่ยวชวนที่นั่งฟื้นพลังอยู่ในสระ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
"หมายความว่า..."
"สำนักอสูรโลหิตยังมีคนเหลืออยู่"
หลิงซูเหยาพยักหน้า
"ไม่เพียงเหลือ"
"แต่กำลังเคลื่อนไหว"
คำพูดนั้นหนักอึ้งราวูเา
หลิงเอ๋อกำหมัดแน่น
"หรือคนที่ลอบโจมตีพี่เสี่ยวชวน..."
"อาจเกี่ยวข้องกับพวกมัน"
หลิงซูเหยาหันไปมองเสี่ยวชวน
"เ้าถูกใครโจมตี?"
เสี่ยวชวนเล่าเหตุการณ์อย่างกระชับ
ั้แ่การปะทะ
จนถึงชายสวมชุดดำที่ใช้วิชาประหลาด
เมื่อฟังจบ
หลิงซูเหยาก็เงียบไปนาน
จากนั้น นางยกมือขึ้น
บนปลายนิ้ว ปรากฏอักขระเืเล็ก ๆ
รูปทรงคล้ายดวงตาอสูร
ทันทีที่เห็น เสี่ยวชวนหรี่ตาลง
เพราะสัญลักษณ์นี้...
เขาเคยเห็นในโลกมายา
นักพรตไร้หน้าหัวเราะเบา ๆ ในจิต
"ดูเหมือนโชคเ้าจะดีเกินไป"
"หรือร้ายเกินไปกันแน่?"
เสี่ยวชวนถามในใจ
"ท่านรู้จัก?"
"แน่นอน"
น้ำเสียงนักพรตจริงจังขึ้น
"นี่คือเครื่องหมายของหน่วยล่าสังหารระดับสูง"
"หากมันปรากฏ..."
"หมายความว่า สำนักอสูรโลหิตไม่ได้ฟื้นคืนธรรมดา"
"แต่มันกำลังเตรียมบางอย่าง"
เสี่ยวชวนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
หลิงซูเหยามองเขา
ราวกับอ่านความคิดออก
"เ้ารู้บางอย่าง?"
เสี่ยวชวนลังเลครู่หนึ่ง
ก่อนตอบเพียงว่า
"ข้าเคยเห็นสัญลักษณ์นี้"
หลิงซูเหยาพยักหน้า
นางไม่ได้ซักต่อ
เพราะรู้ว่าทุกคนย่อมมีความลับ
แต่แววตาของนาง...
กลับมองเสี่ยวชวนต่างออกไปอีกครั้ง
เด็กหนุ่มผู้นี้
ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ทันใดนั้น
เสียงระฆังเตือนภัยดังขึ้นจากภายนอก
กังวานสามครั้งติดกัน
สีหน้าของหลิงเปาและหลิงเอ๋อเปลี่ยนทันที
"ระฆังฉุกเฉิน!"
หลิงเอ๋อร้อง
ประตูเรือนโอสถถูกเปิดออกอย่างแรง
ศิษย์ตระกูลหลิงผู้หนึ่งวิ่งเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ
"คุณหนูใหญ่!"
"พบศพสามรายที่ชายป่าทิศตะวันออก!"
"บนร่างมีสัญลักษณ์เื!"
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
หลิงซูเหยากำเข็มเงินแน่น
แววตาเย็นเยียบจนผู้พบเห็นต้องสะท้าน
"มันเริ่มแล้ว..."
นางกล่าวช้า ๆ
"สำนักอสูรโลหิตกลับมาแล้วจริง ๆ"
ลมเย็นพัดผ่านเรือนโอสถ
เปลวตะเกียงสั่นไหว
เสี่ยวชวนเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำผ่านช่องหน้าต่าง
ภายในใจ เขารู้ดี
คลื่นลมครั้งใหญ่
กำลังก่อตัวขึ้น
และครั้งนี้
เขาไม่มีทางหลีกหนีได้อีกต่อไป.
ยามราตรีปกคลุมทั่วคฤหาสน์ตระกูลหลิง
สายลมอ่อนพัดผ่านโคมแดงที่แขวนเรียงรายตามระเบียงยาว แสงไฟสีทองส่องสะท้อนบนพื้นหินหยก ดูสงบนิ่ง หากกลับแฝงด้วยอำนาจที่ไม่ต้องเอ่ยคำใด
หลังจากพักฟื้นได้ไม่นาน เสี่ยวชวนก็ได้รับคำเชิญ
ไม่สิ...
ควรเรียกว่า "คำเรียก"
จากบุรุษผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของตระกูลหลิง
หลิงเทียนเหอ
ประมุขผู้ควบคุมเส้นทางสมุนไพร โอสถ และการค้าครึ่งหนึ่งของนครเทียนหลิง
ศาลารับรองตั้งอยู่ริมสระบัวกลางสวน
เงียบสงบและโดดเดี่ยว
มีเพียงโต๊ะหินหนึ่งตัว ชาสองถ้วย และบุรุษวัยกลางคนในชุดคลุมสีเขียวเข้ม
เขานั่งหลังตรง ท่วงท่าสงบนิ่ง
แม้ไม่ได้ปลดปล่อยแรงกดดันใด ๆ
แต่เพียงนั่งอยู่ตรงนั้น ก็ให้ความรู้สึกเหมือนูเาสูงที่ตั้งตระหง่านมาหลายร้อยปี
เสี่ยวชวนก้าวเข้าไปอย่างไม่เร่งรีบ
สีหน้าเรียบเฉย
ไม่ประหม่า
ไม่ประจบ
หลิงเทียนเหอเหลือบมองเพียงครั้งเดียว
แววตาลุ่มลึกฉายประกายชื่นชมบางเบา
"นั่ง"
เสี่ยวชวนประสานมือ
"ขอบคุณท่านประมุข"
เขานั่งลงฝั่งตรงข้าม
หลิงเทียนเหอรินชาให้ด้วยตัวเอง
การกระทำเล็กน้อยนี้ หากมีผู้อื่นเห็น คงตกตะลึงไม่น้อย
เพราะประมุขหลิง ไม่เคยรินชาให้คนรุ่นเยาว์ง่าย ๆ
"ชาของตระกูลหลิง"
"ช่วยฟื้นฟูเืลม"
"ลองดู"
เสี่ยวชวนยกถ้วยขึ้น สูดกลิ่นก่อนจิบ
รสชาติขมเล็กน้อยในตอนแรก
ก่อนเปลี่ยนเป็หวานลึกติดปลายลิ้น
เพียงอึกเดียว เขาก็รู้สึกได้ว่าลมปราณหมุนเวียนลื่นไหลขึ้น
"ชาดี"
หลิงเทียนเหอยิ้มบาง
"เ้ารู้ชา?"
"พอรู้เล็กน้อย"
"หรือรู้มากกว่าที่พูด"
คำพูดนั้นทำให้ทั้งสองสบตากัน
เสี่ยวชวนยิ้มเล็กน้อย
หลิงเทียนเหอหัวเราะเบา ๆ
"ดี"
"ข้าชอบคนพูดน้อย"
เขาวางถ้วยชา
เสียงกระทบโต๊ะเบาราวขนนก
แต่บรรยากาศกลับจริงจังขึ้นทันที
"ซูเหยาบอกข้า"
"เ้าระบุสมุนไพรหายากได้แม่นยำ"
"แม้กระทั่งจับสมุนไพรปลอมจากคลังของข้า"
เสี่ยวชวนตอบเรียบ ๆ
"โชคช่วย"
หลิงเทียนเหอส่ายหน้า
"โชคไม่มีทางทำให้คนเห็นตำหนิที่ผู้เชี่ยวชาญยังพลาด"
เขาจ้องเสี่ยวชวน
ดวงตาราวกับมองทะลุถึงจิตใจ
"เ้าหนุ่ม..."
"เ้ามีความลับมากมาย"
เสี่ยวชวนไม่ปฏิเสธ
ไม่ยอมรับ
เพียงยกชาขึ้นจิบอีกครั้ง
การตอบสนองเช่นนี้ ทำให้หลิงเทียนเหอหัวเราะออกมาอย่างพอใจ
"นิ่ง"
"มั่นคง"
"ไม่ตื่นตระหนก"
"เด็กวัยเ้า ทำได้เช่นนี้ น้อยนัก"
เขาเอนหลังเล็กน้อย
สายตามองไปยังสระบัว
"รู้หรือไม่ว่า ข้าชอบคนแบบใด?"
เสี่ยวชวนส่ายหน้า
"คนที่มีพร์ ข้าพบมามาก"
"คนที่ฉลาด ข้าก็พบไม่น้อย"
"แต่คนที่อยู่ต่อหน้าผู้มีอำนาจ แล้วใจยังนิ่ง..."
"นั่นหายากที่สุด"
ลมพัดผ่าน
ใบบัวไหวเบา ๆ
หลิงเทียนเหอหันกลับมา
"เ้าช่วยหลานสาวข้า"
"ช่วยเปาเอ๋อร์"
"และยังทำให้ซูเหยายอมลงมือรักษาด้วยตัวเอง"
"เ้าสร้างหนี้บุญคุณกับตระกูลหลิง"
เสี่ยวชวนวางถ้วยชา
"ข้าไม่ได้ช่วยเพราะหวังผลตอบแทน"
"ข้ารู้"
หลิงเทียนเหอพยักหน้า
"นั่นยิ่งทำให้หนี้นี้มีค่า"
เขายกมือขึ้นเบา ๆ
แหวนมิติวงหนึ่งลอยมาหยุดตรงหน้าเสี่ยวชวน
"ของเล็กน้อย"
"ถือว่าเป็คำขอบคุณ"
เสี่ยวชวนรับมา
เมื่อััจิตเข้าไป เขาพบสมุนไพรฟื้นฟูหลายชนิด หินิญญาระดับกลาง และตำราหนึ่งเล่ม
บนหน้าปก เขียนไว้ว่า
"บันทึกพิษและเื"
ดวงตาเสี่ยวชวนวูบไหว
หลิงเทียนเหอเห็นดังนั้น จึงยิ้มบาง
"เ้ากำลังจะยุ่งเกี่ยวกับเื่ใหญ่"
"การรู้ไว้ ย่อมดีกว่าไม่รู้"
คราวนี้ เสี่ยวชวนประสานมืออย่างจริงจัง
"ขอบคุณ"
หลิงเทียนเหอพยักหน้า
ก่อนเสียงของเขาจะต่ำลง
"สำนักอสูรโลหิต..."
"เ้าคิดอย่างไร?"
เสี่ยวชวนเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมา
"พวกมันไม่ได้กลับมาเพื่อแก้แค้นอย่างเดียว"
"ต้องมีเป้าหมายบางอย่าง"
หลิงเทียนเหอหัวเราะ
เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
"ดี"
"ข้าคิดเช่นเดียวกัน"
เขามองเสี่ยวชวนอย่างจริงจัง
"เ้ามองไกลกว่าคนวัยเดียวกันมาก"
"และนั่น..."
"อาจเป็เหตุผลที่พวกมันสนใจเ้า"
ประโยคนี้ ทำให้สายตาเสี่ยวชวนเย็นลงเล็กน้อย
หลิงเทียนเหอไม่พลาด
"อย่ากังวล"
"ตราบใดที่เ้าอยู่ในตระกูลหลิง"
"ไม่มีใครแตะต้องเ้าได้ง่าย ๆ"
คำพูดเรียบง่าย
แต่หนักแน่นราวภูผา
นี่คือคำรับรองจากประมุขตระกูลหลิง
มีค่ามหาศาล
เสี่ยวชวนลุกขึ้น ประสานมือคารวะ
"ข้าจะจดจำบุญคุณนี้"
หลิงเทียนเหอโบกมือ
"ไม่ต้องรีบตอบแทน"
"เพียงมีชีวิตอยู่ให้นาน"
"และเติบโตให้เร็ว"
เขาหยุดเล็กน้อย
มุมปากยกขึ้น
"ข้าอยากเห็นว่า..."
"เ้าจะไปได้ไกลเพียงใด"
เสี่ยวชวนสบตาเขา
ในสายตานั้น ไม่มีเพียงความชื่นชม
แต่ยังมีความคาดหวัง
และการลงทุนของผู้ยิ่งใหญ่
เมื่อเสี่ยวชวนจากไป
หลิงซูเหยาก้าวออกมาจากด้านหลังม่านไม้ไผ่
"ท่านพี่คิดจะดึงเขาเข้าสู่ตระกูลหรือ?"
หลิงเทียนเหอมองเงาจันทร์บนผิวน้ำ
"ไม่"
"ข้าไม่คิดล่ามั"
เขายิ้มบาง
"ข้าเพียง้า..."
"ให้ัมองตระกูลหลิงเป็รังของมัน"
หลิงซูเหยานิ่งไป
ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
เพราะนางรู้ดี
คืนนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวชวนกับตระกูลหลิง
ได้ก้าวข้ามคำว่า "ผู้มีพระคุณ"
ไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว.