ปลายมีดขูดลึกไปถึงชั้นในสุดเนื้อเน่าหลุดออกมา เลือดสดปนกับหนองไหลลงพื้น ทำให้คนมองรู้สึกคลื่นไส้
จ้าวอวิ๋นถึงกับร้องครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด
ชาวบ้านที่ยืนอยู่ข้างๆแค่มองดูก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ฝ่าเท้า
หลังจากขูดเอาเนื้อเน่าด้านนอกออกจนหมดต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เอาสมุนไพรที่จากแห้งมาบดละเอียดแล้วโป๊ะให้ทั่วฝ่าเท้าของจ้าวอวิ๋น
"ซี๊ด!"
จ้าวอวิ๋นเจ็บจนหนังหัวชาไปหมดเธอตัวสั่นโดยที่ไม่รู้ตัว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวจัดการพันแผลให้สะใภ้จ้าวอย่างคล่องแคล่วแล้วลุกขึ้นยืน เหลือบมองคนที่เจ็บปวดจนร้องคร่ำครวญออกมา
"เรียบร้อยแล้วช่วงสองวันนี้อย่าให้แผลโดนน้ำ นี่คือยาผงที่จะต้องทาทุกวัน วันละครั้งจำเอาไว้ให้ดีล่ะ!"
หลังจากกำชับข้อควรระวังเสร็จเธอก็เก็บของเตรียมกลับบ้าน
"แค่ยาผงนิดเดียวคิดเงินตั้งสามสิบหยวน อาจจะเป็นหมอเถื่อนก็ได้!"
เสิ่นเจาตี้คนที่สนิทกับจ้าวอวิ๋น พูดขึ้นมา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกปวดตุบๆที่ขมับ ฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิดเป็น เธอจึงรีบเดินเข้าไป
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือของเธอตบลงบนใบหน้าของเสิ่นเจาตี้
"ฉันทนเธอมานานแล้ว!"
เห็นเธอไม่เอาเรื่องก็คิดว่าเป็นคนหัวอ่อนงั้นเหรอ?
เธออดทนมาครั้งแล้วครั้งเล่าแต่คนคนนี้ได้คืบกลับจะเอาศอก
พอถูกตบหน้าโดยไม่รู้สาเหตุเสิ่นเจาตี้โกรธจนแทบคลั่ง เธอตะโกนใส่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเสียงดัง
"ต่งเสี่ยวเสี่ยวเธอกล้าตบฉันเหรอ?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย
"ใช่ฉันตบเธอนั่นแหละ!ทั้งวันไม่ทำอะไร คอยแต่พูดจายุยงคนอื่น ฉันอยากจะตบเธอตั้งแต่ตอนอยู่ในทุ่งนาแล้วแต่ก็ยั้งใจเอาไว้อยู่ แต่เธอก็ยังพูดไม่หยุด"
"วันนี้ฉันจะจัดการเธอซะ!"
เสิ่นเจาตี้พุ่งเข้าใส่ต่งเสี่ยวเสี่ยวอย่างบ้าคลั่ง
เพี๊ยะ!
ผลปรากฏว่าแก้มอีกข้างก็โดนต่งเสี่ยวเสี่ยวตบไปด้วย
เหอเถาฮวาฉวยโอกาสนี้พุ่งกระโจนเข้าใส่เสิ่นเจาตี้อย่างรวดเร็ว เธอตบหน้าเสิ่นเจาตี้ไม่ยั้งปากก็ด่าไปด้วย
"ฉันเคยพูดแล้วว่าถ้าใครกล้ารังแกเสี่ยวเสี่ยว ก็อย่าหวังว่าจะได้มีความสุข! เธอพูดจาไม่ดีเองจะไปโทษใครได้! ฉันก็ทนเธอมานานแล้วเหมือนกัน"
เพี๊ยะๆๆ
ในลานบ้านจึงได้ยินเสียงตบหน้าดังเป็นระยะๆพร้อมกับเสียงด่าทอของเหอเถาฮวา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงกับปรบมือให้กำลังใจอยู่ในใจไม่คิดเลยว่าป้าเถาฮวาจะมีด้านที่ห้าวหาญแบบนี้ด้วย
ปกติเหอเถาฮวาเป็นคนอ่อนโยนเข้าอกเข้าใจผู้อื่น ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นเหอเถาฮวาทำร้ายคนเพื่อเธอ
เสิ่นเจาตี้ถูกตบจนหัวหมุนใบหน้าบวมเป่งเหมือนหมู ผมเผ้าก็ถูกขยุ้มจนยุ่งเหยิงเหมือนกับรังนก
"ป้าเถาฮวาหยุดก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวเราต้องกินข้าว แล้วก็ยังมีงานต้องรีบจัดการอีกอย่าเสียเวลาอยู่กับคนแบบนี้เลย"
พอได้ยินต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดแบบนี้เหอเถาฮวาถึงได้ยอมหยุดมือ และลุกขึ้นยืน
"ถุย!"
จากนั้นเธอก็ถ่มน้ำลายลงพื้นน้ำลายข้นๆ หล่นลงบนใบหน้าของเสิ่นเจาตี้อย่างพอดี
"คนหน้าไม่อาย!"
"ฮ่าๆๆๆ"
ชาวบ้านที่มามุงดูก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เสิ่นเจาตี้โกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงเธอลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเล พอเห็นชาวบ้านที่มามุงดูอย่างสนุกสนามเธอก็รู้สึกอับอายจนวิ่งเตลิดออกไป
ระหว่างทางต่งเสี่ยวเสี่ยวหันไปมองฉินฮุ่ยเจียวที่ยืนอยู่ข้างหลังแบบกล้าๆ กลัวๆเธอนวดหว่างคิ้วอย่างอ่อนใจ แล้วพูดออกมา
"ถ้าพวกนั้นรังแกพี่อีกพี่ก็แค่เรียกคนมาช่วยก็พอ อย่ายืนทื่อเป็นหุ่นขี้ผึ้งให้พวกเขารังแกสิคะ!"
"นั่นสิๆพวกผู้หญิงพวกนั้นขึ้นชื่อเรื่องปากร้ายอยู่แล้ว พี่ก็ตบหน้าพวกนั้นไปเลย"
เหอเถาฮวาก็พยักหน้าเห็นด้วยฉินฮุ่ยเจียวขี้ขลาดเกินไปหน่อย ท่าทางเก้ๆ กังๆ แบบนี้พวกผู้หญิงพวกนั้นถึงกล้ารังแก
ฉินฮุ่ยเจียวก้มหน้าลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
"ที่พวกเขาพูดมันก็จริงนี่"
ยังไงซะเธอก็ถูกสามีทอดทิ้งแล้วไล่กลับมา การที่กลับมาอยู่ในหมู่บ้านได้ก็ถือว่าน่าพอใจแล้วเธอไม่อยากมีเรื่องมีราว ทำให้คนทั้งหมู่บ้านรังเกียจ
ยังไงโดนพวกนั้นด่าก็ไม่ได้ทำให้เธอเจ็บตัวแค่ทนฟังๆ ไปเท่านั้นก็พอแล้ว
ต่งเสี่ยวเสี่ยว: …
รู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมาทันที
งั้นแปลว่าที่เธอลุกขึ้นมาปกป้องพี่สาวกลายเป็นผิดไปหมดเลยใช่ไหม?
คนเขาไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด
เหอเถาฮวากลับโกรธจนแทบคลั่งเธอพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ
"เมื่อก่อนตอนอยู่ที่หมู่บ้านเธอก็ปากจัดจะตายนี่ทำไมพอแต่งงานออกไปไม่กี่ปีถึงขี้ขลาดเหมือนเต่าหดหัวในกระดองแบบนี้? เสี่ยวเสี่ยวทำแบบนี้ก็เพื่อเธอไม่ใช่เหรอ?ทำไมเธอถึงดูถูกตัวเองล่ะ! เมื่อกี้ที่เสี่ยวเสี่ยวช่วยออกหน้าให้เธอก็กลายเป็นคนผิดไปเลยสินะ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวชื่นชมเหอเถาฮวาอยู่ในใจพูดได้ดี พูดอีกเยอะๆ เลย มันเหมือนกับมีคนพูดแทนใจเธอจริงๆ
ฉินฮุ่ยเจียวเม้มปากมองต่งเสี่ยวเสี่ยวอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็รีบหลบสายตา แล้วพูดอีกครั้งว่า
"เราสามัคคีกันไว้ดีกว่านะฉันก็ไม่อยากให้น้องสะใภ้ต้องทะเลาะกับคนพวกนั้นเพราะฉัน!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเบ้ปากเธอมองฉินฮุ่ยเจียวที่ดื้อรั้นไม่ฟังใคร น้ำเสียงก็เริ่มเย็นชาลง
"แล้วแต่พี่เลยค่ะ!"
พูดจบเธอก็เดินต่อโดยไม่สนใจฉินฮุ่ยเจียวอีกต่อไป
เหอเถาฮวาได้ยินแล้วก็พูดไม่ออกโกรธจนแทบคลั่ง
"สามัคคีอะไรกันเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ถูกกับพวกนั้นอยู่แล้ว ถ้าเธออยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเธอก็ต้องเข้มแข็งขึ้นมาหน่อย เอาท่าทางเมื่อก่อนของแกออกมา อย่าขี้ขลาดเหมือนเต่าถ้าถึงตอนนั้นเสี่ยวเสี่ยวไม่สนใจเธอแล้ว ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
ถ้าเธอเป็นเสี่ยวเสี่ยวเธอคงจะโกรธจนระเบิดไปแล้ว
รู้สึกเหมือนเอาความหวังดีไปยัดเยียดให้คนที่ไม่ต้องการ
พวกเธอสองคนออกหน้าแทนแต่คนคนนั้นกลับไม่เห็นคุณค่า?
สวีซิ่วที่ยืนอยู่ข้างๆเงียบมาตลอด เหลือบมองฉินฮุ่ยเจียว แล้วพูดขึ้นว่า
"ป้าเถาฮวาคะพูดไปก็เท่านั้น เธอคงไม่ฟังหรอกค่ะ พวกเราไปกันเถอะ"
พูดจบเธอก็ดึงเหอเถาฮวาให้เดินตามไปข้างหน้าทิ้งให้ฉินฮุ่ยเจียวยืนอยู่ข้างหลังคนเดียว
ฉินฮุ่ยเจียวมองตามหลังของพวกเขาไปก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
สิ่งที่เธอพูดก็ไม่ได้ผิดสักหน่อย!
ตอนอยู่ที่บ้านสามีแม่สามีก็พูดเรื่องนี้กรอกหูเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าจะทำอะไรก็ให้สามัคคีกันไว้
คนในหมู่บ้านของแม่สามีก็มักจะดูถูกเธอพอนานวันเข้าเธอก็เลยชินชากับเรื่องนี้ แต่เธอไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมน้องสะใภ้ถึงต้องโกรธมากขนาดนี้ด้วย?
สวีซิ่วกับเหอเถาฮวาต้องกลับไปเตรียมวัตถุดิบทั้งสองคนจึงแยกย้ายกันกลับบ้านไปกินข้าวเที่ยง เพื่อเตรียมตัวไปซื้อของในช่วงบ่าย
ส่วนต่งเสี่ยวเสี่ยวในช่วงบ่ายจะต้องไปรายงานตัวที่สถานีอนามัยของหมอหลี่แล้วก็ไปที่ตลาดเพื่อซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เด็กน้อยทั้งสามคน
ตอนกินข้าวเที่ยงบรรยากาศบนโต๊ะเงียบจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดสายตาของเขาจึงมองไปมาระหว่างพี่สาวคนโตกับภรรยา
"แม่คะหนูอยากกินเนื้อ!"
ฉินไห่เยว่ตักข้าวสวยกินไปด้วยพร้อมกับพูดเสียงเล็กเสียงน้อย
"ได้เลย!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มตอบรีบคีบเนื้อสองสามชิ้นใส่ในชามของฉินไห่เยว่แล้วก็ตักให้เด็กชายอีกสองคนอย่างทั่วถึง
"ขอบคุณครับ/ค่ะแม่!"