ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 106 ฉินฮุ่ยเจียวดื้อด้านไม่ฟังใคร

            ปลายมีดขูดลึกไปถึงชั้นในสุดเนื้อเน่าหลุดออกมา เลือดสดปนกับหนองไหลลงพื้น ทำให้คนมองรู้สึกคลื่นไส้

             

            จ้าวอวิ๋นถึงกับร้องครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด

             

            ชาวบ้านที่ยืนอยู่ข้างๆแค่มองดูก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ฝ่าเท้า

             

            หลังจากขูดเอาเนื้อเน่าด้านนอกออกจนหมดต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เอาสมุนไพรที่จากแห้งมาบดละเอียดแล้วโป๊ะให้ทั่วฝ่าเท้าของจ้าวอวิ๋น

             

            "ซี๊ด!"

             

            จ้าวอวิ๋นเจ็บจนหนังหัวชาไปหมดเธอตัวสั่นโดยที่ไม่รู้ตัว

             

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวจัดการพันแผลให้สะใภ้จ้าวอย่างคล่องแคล่วแล้วลุกขึ้นยืน เหลือบมองคนที่เจ็บปวดจนร้องคร่ำครวญออกมา

             

            "เรียบร้อยแล้วช่วงสองวันนี้อย่าให้แผลโดนน้ำ นี่คือยาผงที่จะต้องทาทุกวัน วันละครั้งจำเอาไว้ให้ดีล่ะ!"

             

            หลังจากกำชับข้อควรระวังเสร็จเธอก็เก็บของเตรียมกลับบ้าน

             

            "แค่ยาผงนิดเดียวคิดเงินตั้งสามสิบหยวน อาจจะเป็นหมอเถื่อนก็ได้!"

             

            เสิ่นเจาตี้คนที่สนิทกับจ้าวอวิ๋น พูดขึ้นมา

             

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกปวดตุบๆที่ขมับ ฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิดเป็น เธอจึงรีบเดินเข้าไป

             

            เพี๊ยะ!

             

            ฝ่ามือของเธอตบลงบนใบหน้าของเสิ่นเจาตี้

             

            "ฉันทนเธอมานานแล้ว!"

             

            เห็นเธอไม่เอาเรื่องก็คิดว่าเป็นคนหัวอ่อนงั้นเหรอ?

             

            เธออดทนมาครั้งแล้วครั้งเล่าแต่คนคนนี้ได้คืบกลับจะเอาศอก

             

            พอถูกตบหน้าโดยไม่รู้สาเหตุเสิ่นเจาตี้โกรธจนแทบคลั่ง เธอตะโกนใส่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเสียงดัง

             

            "ต่งเสี่ยวเสี่ยวเธอกล้าตบฉันเหรอ?"

             

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย

             

            "ใช่ฉันตบเธอนั่นแหละ!ทั้งวันไม่ทำอะไร คอยแต่พูดจายุยงคนอื่น ฉันอยากจะตบเธอตั้งแต่ตอนอยู่ในทุ่งนาแล้วแต่ก็ยั้งใจเอาไว้อยู่ แต่เธอก็ยังพูดไม่หยุด"

             

            "วันนี้ฉันจะจัดการเธอซะ!"

             

            เสิ่นเจาตี้พุ่งเข้าใส่ต่งเสี่ยวเสี่ยวอย่างบ้าคลั่ง

             

            เพี๊ยะ!

             

            ผลปรากฏว่าแก้มอีกข้างก็โดนต่งเสี่ยวเสี่ยวตบไปด้วย

             

            เหอเถาฮวาฉวยโอกาสนี้พุ่งกระโจนเข้าใส่เสิ่นเจาตี้อย่างรวดเร็ว เธอตบหน้าเสิ่นเจาตี้ไม่ยั้งปากก็ด่าไปด้วย

             

            "ฉันเคยพูดแล้วว่าถ้าใครกล้ารังแกเสี่ยวเสี่ยว ก็อย่าหวังว่าจะได้มีความสุข! เธอพูดจาไม่ดีเองจะไปโทษใครได้! ฉันก็ทนเธอมานานแล้วเหมือนกัน"

             

            เพี๊ยะๆๆ

             

            ในลานบ้านจึงได้ยินเสียงตบหน้าดังเป็นระยะๆพร้อมกับเสียงด่าทอของเหอเถาฮวา

             

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงกับปรบมือให้กำลังใจอยู่ในใจไม่คิดเลยว่าป้าเถาฮวาจะมีด้านที่ห้าวหาญแบบนี้ด้วย

             

            ปกติเหอเถาฮวาเป็นคนอ่อนโยนเข้าอกเข้าใจผู้อื่น ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นเหอเถาฮวาทำร้ายคนเพื่อเธอ

             

            เสิ่นเจาตี้ถูกตบจนหัวหมุนใบหน้าบวมเป่งเหมือนหมู ผมเผ้าก็ถูกขยุ้มจนยุ่งเหยิงเหมือนกับรังนก

             

            "ป้าเถาฮวาหยุดก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวเราต้องกินข้าว แล้วก็ยังมีงานต้องรีบจัดการอีกอย่าเสียเวลาอยู่กับคนแบบนี้เลย"

             

            พอได้ยินต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดแบบนี้เหอเถาฮวาถึงได้ยอมหยุดมือ และลุกขึ้นยืน

             

            "ถุย!"

             

            จากนั้นเธอก็ถ่มน้ำลายลงพื้นน้ำลายข้นๆ หล่นลงบนใบหน้าของเสิ่นเจาตี้อย่างพอดี

             

            "คนหน้าไม่อาย!"

             

            "ฮ่าๆๆๆ"

             

            ชาวบ้านที่มามุงดูก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

             

            เสิ่นเจาตี้โกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงเธอลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเล พอเห็นชาวบ้านที่มามุงดูอย่างสนุกสนามเธอก็รู้สึกอับอายจนวิ่งเตลิดออกไป

             

            ระหว่างทางต่งเสี่ยวเสี่ยวหันไปมองฉินฮุ่ยเจียวที่ยืนอยู่ข้างหลังแบบกล้าๆ กลัวๆเธอนวดหว่างคิ้วอย่างอ่อนใจ แล้วพูดออกมา

             

            "ถ้าพวกนั้นรังแกพี่อีกพี่ก็แค่เรียกคนมาช่วยก็พอ อย่ายืนทื่อเป็นหุ่นขี้ผึ้งให้พวกเขารังแกสิคะ!"

             

            "นั่นสิๆพวกผู้หญิงพวกนั้นขึ้นชื่อเรื่องปากร้ายอยู่แล้ว พี่ก็ตบหน้าพวกนั้นไปเลย"

             

            เหอเถาฮวาก็พยักหน้าเห็นด้วยฉินฮุ่ยเจียวขี้ขลาดเกินไปหน่อย ท่าทางเก้ๆ กังๆ แบบนี้พวกผู้หญิงพวกนั้นถึงกล้ารังแก

             

            ฉินฮุ่ยเจียวก้มหน้าลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

             

            "ที่พวกเขาพูดมันก็จริงนี่"

             

            ยังไงซะเธอก็ถูกสามีทอดทิ้งแล้วไล่กลับมา การที่กลับมาอยู่ในหมู่บ้านได้ก็ถือว่าน่าพอใจแล้วเธอไม่อยากมีเรื่องมีราว ทำให้คนทั้งหมู่บ้านรังเกียจ

             

            ยังไงโดนพวกนั้นด่าก็ไม่ได้ทำให้เธอเจ็บตัวแค่ทนฟังๆ ไปเท่านั้นก็พอแล้ว

             

            ต่งเสี่ยวเสี่ยว: …

             

            รู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมาทันที

             

            งั้นแปลว่าที่เธอลุกขึ้นมาปกป้องพี่สาวกลายเป็นผิดไปหมดเลยใช่ไหม?

             

            คนเขาไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด

             

            เหอเถาฮวากลับโกรธจนแทบคลั่งเธอพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ

             

            "เมื่อก่อนตอนอยู่ที่หมู่บ้านเธอก็ปากจัดจะตายนี่ทำไมพอแต่งงานออกไปไม่กี่ปีถึงขี้ขลาดเหมือนเต่าหดหัวในกระดองแบบนี้? เสี่ยวเสี่ยวทำแบบนี้ก็เพื่อเธอไม่ใช่เหรอ?ทำไมเธอถึงดูถูกตัวเองล่ะ! เมื่อกี้ที่เสี่ยวเสี่ยวช่วยออกหน้าให้เธอก็กลายเป็นคนผิดไปเลยสินะ"

             

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวชื่นชมเหอเถาฮวาอยู่ในใจพูดได้ดี พูดอีกเยอะๆ เลย มันเหมือนกับมีคนพูดแทนใจเธอจริงๆ

             

            ฉินฮุ่ยเจียวเม้มปากมองต่งเสี่ยวเสี่ยวอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็รีบหลบสายตา แล้วพูดอีกครั้งว่า

             

            "เราสามัคคีกันไว้ดีกว่านะฉันก็ไม่อยากให้น้องสะใภ้ต้องทะเลาะกับคนพวกนั้นเพราะฉัน!"

             

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวเบ้ปากเธอมองฉินฮุ่ยเจียวที่ดื้อรั้นไม่ฟังใคร น้ำเสียงก็เริ่มเย็นชาลง

             

            "แล้วแต่พี่เลยค่ะ!"

             

            พูดจบเธอก็เดินต่อโดยไม่สนใจฉินฮุ่ยเจียวอีกต่อไป

             

            เหอเถาฮวาได้ยินแล้วก็พูดไม่ออกโกรธจนแทบคลั่ง

             

            "สามัคคีอะไรกันเสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ถูกกับพวกนั้นอยู่แล้ว ถ้าเธออยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเธอก็ต้องเข้มแข็งขึ้นมาหน่อย เอาท่าทางเมื่อก่อนของแกออกมา อย่าขี้ขลาดเหมือนเต่าถ้าถึงตอนนั้นเสี่ยวเสี่ยวไม่สนใจเธอแล้ว ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"

             

            ถ้าเธอเป็นเสี่ยวเสี่ยวเธอคงจะโกรธจนระเบิดไปแล้ว

             

            รู้สึกเหมือนเอาความหวังดีไปยัดเยียดให้คนที่ไม่ต้องการ

             

            พวกเธอสองคนออกหน้าแทนแต่คนคนนั้นกลับไม่เห็นคุณค่า?

             

            สวีซิ่วที่ยืนอยู่ข้างๆเงียบมาตลอด เหลือบมองฉินฮุ่ยเจียว แล้วพูดขึ้นว่า

             

            "ป้าเถาฮวาคะพูดไปก็เท่านั้น เธอคงไม่ฟังหรอกค่ะ พวกเราไปกันเถอะ"

             

            พูดจบเธอก็ดึงเหอเถาฮวาให้เดินตามไปข้างหน้าทิ้งให้ฉินฮุ่ยเจียวยืนอยู่ข้างหลังคนเดียว

             

            ฉินฮุ่ยเจียวมองตามหลังของพวกเขาไปก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา

             

            สิ่งที่เธอพูดก็ไม่ได้ผิดสักหน่อย!

             

            ตอนอยู่ที่บ้านสามีแม่สามีก็พูดเรื่องนี้กรอกหูเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าจะทำอะไรก็ให้สามัคคีกันไว้

             

            คนในหมู่บ้านของแม่สามีก็มักจะดูถูกเธอพอนานวันเข้าเธอก็เลยชินชากับเรื่องนี้ แต่เธอไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมน้องสะใภ้ถึงต้องโกรธมากขนาดนี้ด้วย?

             

            สวีซิ่วกับเหอเถาฮวาต้องกลับไปเตรียมวัตถุดิบทั้งสองคนจึงแยกย้ายกันกลับบ้านไปกินข้าวเที่ยง เพื่อเตรียมตัวไปซื้อของในช่วงบ่าย

             

            ส่วนต่งเสี่ยวเสี่ยวในช่วงบ่ายจะต้องไปรายงานตัวที่สถานีอนามัยของหมอหลี่แล้วก็ไปที่ตลาดเพื่อซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เด็กน้อยทั้งสามคน

             

            ตอนกินข้าวเที่ยงบรรยากาศบนโต๊ะเงียบจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดสายตาของเขาจึงมองไปมาระหว่างพี่สาวคนโตกับภรรยา

             

            "แม่คะหนูอยากกินเนื้อ!"

             

            ฉินไห่เยว่ตักข้าวสวยกินไปด้วยพร้อมกับพูดเสียงเล็กเสียงน้อย

             

            "ได้เลย!"

             

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มตอบรีบคีบเนื้อสองสามชิ้นใส่ในชามของฉินไห่เยว่แล้วก็ตักให้เด็กชายอีกสองคนอย่างทั่วถึง

             

            "ขอบคุณครับ/ค่ะแม่!"

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน