ภามม์ Said
ผมนอนมองใบหน้าสาวกลิ่นคุ้นเคยที่ซุกอยู่ในอ้อมกอดปลายนิ้วเรียวััเบาๆ ที่กรอบหน้าสวยแสงจันทร์จากระเบียงสาดส่องเข้ามาตกกระทบผิวขาวเนียนราวหิมะ เส้นผมเงางามกลิ่นหอมอ่อนๆจากน้ำหอมเคาน์เตอร์แบรนด์นอก ขนตางอนยาวและริมฝีปากกระจับอวบอิ่มยิ่งเห็นก็ยิ่งตราตรึงใจจนละสายตาไม่ได้
หลังภารกิจทำรักศึกหนักของเราจบลง เธอก็สลบไสลดั่งคนไม่เคยนอนเนื้อตัวผมยังเหนียวจากเหงื่อ จะขยับออกไปอาบน้ำก็กลัวเธอจะตื่น
อย่างที่คุณรู้… พวกเราอยู่ในโหมด S-x friend กัน เงื่อนไขที่เธอเป็คนตั้งขึ้นคือ “ห้ามหึง ห้ามหวง ห้ามและห้ามบอกใคร”ผมที่เป็เสือผู้หญิงอยู่แล้ว มีแต่ได้กับได้แล้วเหตุผลอะไรที่ผมต้องปฏิเสธ
‘เพื่อนงั้นหรอ ?’
หึ…ผมไม่เคยมองว่าเธอเป็เพื่อนั้แ่แรกแล้ว เพราะผมก็แค่ผู้ชายคนนึง และเธอก็แค่ผู้หญิงคนนึงนั่นคือความเป็จริงของโลกใบนี้ ฟังดูอาจจะเหตุแก่ตัว แต่ว่า…ผมไม่ได้บังคับขืนใจเธอสักหน่อย เธอสมยอมผมนี่ เราต่างคนต่างสนุกเธอได้ปล่อยความเครียด ผมได้ปล่อยน้ำ ทุกอย่างลงตัว วินวินทั้งคู่
ปิ่นมุกเป็ผู้หญิงที่แตกต่างจากคนที่ผมเคยเล่นด้วยไม่ใช่เพราะเธอเป็ลูกสาวของท่านทูต หรือตระกูลเธอรวย 1 ใน 10 ของระดับประเทศแต่เพราะเธอมีบุคลิกที่หยิ่งจนน่าสยบ บางมุมก็ดูอันตรายแต่น่าค้นหารูปร่างเป๊ะน่าอุ้ม และใบหน้าสวยไร้ที่ติถ้าเธอลงประกวดดาวคณะหรือมิสแกรนด์อะไรสักอย่าง ก็คงได้มาอย่างง่ายๆ แต่เ้าตัวไม่ใช่สายนี้เลยเซย์กู๊ดบาย
ปกติแล้วผมเปลี่ยนผู้หญิงแทบจะอาทิตย์ละคนบางคนครึ่งชั่วโมงก็เสร็จผมแล้ว ก็นะ ผมมันหล่อ รวย xวยใหญ่ ผู้หญิงที่ไหนจะไม่อยากได้ เรียกว่า ‘เ้าชู้’ไหมก็ไม่รู้ เพราะถึงจะจีบเยอะ ป้อเก่ง คารมณ์หวานผมก็ไม่ได้ชั่วถึงขั้นนอกใจแฟนไปเอากับผู้หญิงคนอื่น
….อันที่จริง ยังไม่ทันคบใครอย่างจริงใจก็ได้แล้วต่างหากผมไม่เคยตกหลุมรักผู้หญิงคนไหน จนอยากได้มาเป็แม่ของลูกและไม่ได้อยากขึ้นสถานะหมาถูกล่ามโซ่ พวกเธอสนุก ผมสนุก จบ แยกย้าย
มันก็ไม่ผิดในเมื่อผมโสด ผมมีสิทธิ์ที่จะเลือก หรือเอาใครก็ได้ที่เต็มใจอ้าขาให้ผม
สิ่งที่ทำให้ผมคงความสัมพันธ์ลับๆกับปิ่นมุกมานานเกือบ 4 ปี ไม่ใช่เพราะติดใจอะไรหรอก …อ่าาา OK เอาจริงก็ติดใจอยู่หน่อยๆ เธอเอวหวาน ขย่มถึงโคน อมไม่คายและรู้ใจท่าที่ผมชอบ แต่ที่สำคัญเธออยู่ในกรอบตัวเองเป็ ไม่งอแง งี่เง่า ปากมากอยากใส่ปลอกคอผมเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ
ถ้าไม่ได้คิดว่าปิ่นมุกเป็‘เพื่อน’แล้วทำไมไม่จีบ และเธออย่างเปิดเผย?
….อืมมมมม ไม่รู้สิ มันอาจจะมีหลายเหตุผล ทั้งนิสัยผม ความคิดเธอและผลประโยชน์ของครอบครัวเรา
ถึงจะเก็บหญิงมานับไม่ถ้วนมันแปลกที่ผมกลับรู้สึกดีกับปิ่นมุกที่สุด อาจจะเพราะผมได้เป็ตัวของตัวเองไม่ต้องปั้นหน้าคอยหยอดคำหวานเอาใจคู่นอน ได้ผ่อนคลายกับความคิดและปัญหาในชีวิตเพราะเราเข้าใจหัวอกกันและกัน
ปิ่นมุกถือว่าเป็ที่ปรึกษาที่ยอดเยี่ยมในชีวิตผมเลยบางมุมเธอก็ซื่อๆ แต่กลับทำให้ผมแตกความคิดอะไรหลายๆ อย่างนั่นทำให้ผมสบายใจที่มีเธอ (นอนเปลือย) อยู่ข้างๆ และผมชอบที่ได้เป็ผู้ชายคนแรกและยังเป็ผู้ชายคนเดียวของเธออยู่ ทั้งๆ ที่มีผู้ชายเกือบทั้งประเทศอ้าแขนต้อนรับตามก้นเธอต้อยๆ แต่เ้าตัวดันไม่ชายตาแลใครสักคน ผมไม่สนหรอกว่าเหตุผลนั้นคืออะไรเพราะยังไง….
‘ปิ่นมุกก็คือปิ่นมุก’
ผู้หญิงที่ชื่นชอบการนอนอยู่ใต้เอวผมสักวันเราก็ต้องต่างคนต่างไป ต่างคนต่างมีเส้นทางของตัวเอง ทำไงได้มันเป็สิ่งที่ครอบครัวเราวางและกำหนดไว้แล้ว
ครืดดดดด ครืดดดดดด
สายเรียกเข้า Bamboo
ผมละสายตาจากใบหน้าสวยที่นอนข้างๆคว้ามือถือบนหัวเตียงมาดู ตอนนี้ก็เกือบตีสามแล้ว โทรมาทำไมตอนนี้วะ
“ครับน้องแบม” ผมตอบปลายสาย
“ฮะ!!!”ผมสะดุ้งตัวลุกนั่ง
“ดะ เดี๋ยว เอ่อ..อยู่หน้าคอนโดพี่หรอ”
“อ่าาา เดี๋ยวนะรออยู่ตรงนั้นก่อน เดี๋ยวพี่ลงไปรับ”
ตู้ดดด
‘ชิบxายแล้ว!’
ภามม์ End
-------------------------------------------------------------------------------------------
“..ปิ่น ปิ่นมุก ตื่น!!”
ภามม์เขย่าไหล่ฉันอย่างแรงพลางวิ่งวุ่นเก็บของรอบห้องอย่างกับจะย้ายของหนีเ้าหนี้
“อื้ออออ อะไร เช้าแล้วหรอ”
ฉันขยับตัวด้วยอาการงัวเงียตัวยังเหนียวๆ อยู่เลย แถมตรงนั้นก็ยังปวดตุบอยู่ด้วย
“แบมมา! รีบออกไปก่อน”
“ฮะ!!”
ฉันตื่นเต็มตาด้วยความใไม่ใช่เพราะได้ยินชื่อผู้หญิงคนอื่น แต่เพราะ… คอนโดนี้เขาบอกว่ามีแค่ฉันที่ได้เข้ามาไม่ใช่หรอ
“เร็วๆ รีบแต่งตัว ออกไปก่อน”
“นายพูดอะไรของนายทำไมฉันต้องรีบแต่งตัวด้วย แล้วจะให้ไปไหน”
“กลับไปก่อนเถอะ ค่อยว่ากันฉันต้องรีบลงไปรับแบม”
เขาพูดเสียงเข้มเหมือนกำลังหงุดหงิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะหยิบเสื้อผ้ายับๆ บนพื้น โยนให้ฉันใส่
“ไหนว่าคอนโดนายมีแค่ฉันที่เข้าได้....”
“ปิ่นมุก ! อย่างอแงตอนนี้ฉันไม่มีเวลา”
เขาตวาดเสียงดังใบหน้าคมที่เ้าเล่ห์นั้นตอนนี้กลับกลายเป็เสือที่เกรี้ยวกราด คิ้วเข้มขมวดผูกปมเขารีบเก็บซองถุงยางมัดใส่ถุงขยะสีดำ ปิดปากถุงมิดชิด ซุกซ่อนจากสายตาคนอื่น
เมื่อเห็นอารมณ์ด้านมืดของเขาเป็ครั้งแรกฉันก็ไม่กล้าที่จะต่อกรณ์ รีบจัดแจงใส่เสื้อผ้าและคว้ากระเป๋าเพื่อเตรียมออกไปอย่างที่เขาบอก
“ลงไปทางบันไดหนีไฟนะถ้าไปทางลิฟต์แบมจะเห็น”
ฉันหยุดยืนฟังคำสั่งนั้นก่อนจะจิกเล็บ กัดฟัน จ้ำเท้าเดินออกมาโดยไม่ล่ำลาเขาทันทีที่ประตูบันไดหนีไฟปิดลง ฉันทรุดเข่ากับพื้นอย่างคนไร้สติ ใช้กำปั้นมือน้อยๆทุบอกตัวเองเพราะมันจุกจนหายใจไม่ออก
ปึก ปึก ปึก
“อึก ฮืออออฉันไม่ใช่ชู้ใครนะ ทำไมต้องทำกับฉันแบบนี้ด้วย ฮือออ”
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังลั่นชั้นด้วยเวลานี้ถ้าคนในโรงแรมตื่นมาได้ยิน คงเป็ข่าวใหญ่ว่ามีผีเฮี้ยนแน่ๆ
แม้สติอันเลือนลางจะบ่งบอกว่าความเ็ปที่กำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่ความฝันแต่มันก็อดไม่ได้ที่จะทึ้ง ทุบ และหยิกผิวขาวๆ ของตัวเองจนเืซิบเพียงหวังว่าตัวเองจะตื่นขึ้นบนที่นอนในอ้อมกอดที่คุ้นเคย พร้อมกับเล่าฝันร้ายนี้และฟังคำปลอบโยนแสนอบอุ่นของเขา
ท้ายที่สุดต่อให้หยิกจนเืซิบเต็มขอบเล็บฉันก็ยังนั่งสะอื้นครวญครางอยู่ที่เดิม เตียงที่ฉันเคยนอน มุมที่ฉันเคยสบายใจและโลกของเรา มันเปิดรับคนอื่นมาแทนแล้ว
‘…ไม่มีอะไรที่เป็ของฉันั้แ่แรก’
ถึงจะย้ำเตือนตัวเองแบบนั้นแต่ความรู้สึกรักก็ยังท่วมท้น พอๆ กับคำว่าเกลียดในตอนนี้ความเ็ปที่มีเพียงฉันที่แบกรับเอาไว้กับโลกอันน่าสมเพชที่ตัวเองเป็คนสร้างขึ้น
ในขณะที่นั่งครวญครางด้วยความเ็ปใจที่ดำมืดก็บอกให้ฉันลุกสู้ เดินกลับไปเพื่อบอกผู้หญิงคนนั้น ว่าห้องที่เธอเข้าเตียงที่เธอกำลังจะนอน อ้อมกอดผู้ชายคนนั้น หรือจูบที่เขากำลังจะมอบให้เธอฉันเป็เ้าของมันมาก่อนแล้ว
ถ้าเธอไม่เชื่อฉันจะเปิดถุงขยะหยิบถุงยางนับสิบนั้นขึ้นปาใส่หน้าคนทั้งสอง ให้รู้ไปเลยว่านั่นคือที่ของใคร
แต่พอคิดจะทำขามันกลับก้าวไม่ออก มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็ความสมเพชสมเพชตัวเองเหลือเกินที่ทำแบบนั้นลงไป
‘เขามีค่าพอให้ฉันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีตัวเองขนาดนั้นเลยหรอ’
พอนึกได้แบบนั้นฉันจึงหันหลังเดินลงบันได และสาปแช่งในใจว่าขอให้เขาเ็ปจากหญิงที่รักเข้าสักวันอย่างที่ฉันกำลังเป็ในตอนนี้