หลังจากที่ความเจ็บค่อยๆหายไป เย่ซวนก็ลุกขึ้นอีกครั้งเขาตั้งใจว่าจะสำรวจบริเวณรอบๆเผื่อจะหาทางออกจากป่าแห่งนี้เจอ เดินสำรวจได้สักพักเขาก็เจอบ่อน้ำแห่งหนึ่ง สีของน้ำดูใสกระจ่างอย่างมาก บนผิวน้ำมีเหมือนควันลอยออกมา
'เหมือนกันบ่อน้ำพุร้อนเลย' เย่ซวนคิดในใจ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปใกล้ๆและลองเอานิ้วจุ่มลงไปดู
'ไม่ร้อนแหะ ออกจะเย็นด้วยซ้ำไป'
'เดี๋ยวค่อยกลับมาอาบน้ำแล้วกัน' เย่ซวนออกเดินสำรวจต่อ
เดินไปได้อีกสักพักเขาก็เจอถ้ำเล็กๆแห่งหนึ่ง มันเป็ถ้ำที่มาขนาดไม่ใหญ่มากความสูงของมันประมาณ 3-4 จั้ง ความกว้างก็มีขนาดพอๆกัน เหมาะแกการอยู่อาศัยเป็อย่างมาก
'เราคงต้องอยู่ที่นี้ไปก่อน' เย่ซวนคิดในใจก่อนที่จะเดินเข้าไปภายในถ้ำ
ด่านในเป็ถ้ำโล่งๆ ไม่ลึกมากมีหินก้อนใหญ่ที่ดูคล้ายเตียงอยู่ตรงกลาง
'ทำไมมันดูเหมือนเตียงขนาดนี้'
'มันต้องมีคนเคยเข้ามาในนี้แน่ๆ' เย่ซวนมีความหวังมากขึ้นว่าจะเจอคนในที่แห่งนี้
หลักจากที่เด็กหนุ่มสำรวจถ้ำเสร็จเขาก็เดินออกมา เตรียมที่จะหาอาหารเก็บไว้เพราะตอนนี้ใกล้ที่จะมืดแล้ว ถึงแม้ตัวเย่ซวนจะไม่รู้สึกหิวเลยก็ตามั้แ่ที่กินผลไม้สีทองประหลาดไป เขาเดินไปรอบๆแต่ก็ไม่เจออะไรที่สามารถนำกินได้เลย สุดท้ายเย่ซวนก็ตัดใจและเดินกลับไปที่บ่อน้ำที่เขาเจอตอนแรก
'เรียกบ่อน้ำนี้ว่าอะไรดีนะ' เย่ซวนคิดขณะที่กำลังแช่อยู่ในบ่อน้ำ
'หวังฝูจิ่งแล้วกันงั้น'
'เยี่ยมเหมาะกับชื่อบ่อน้ำนี้มาก'
เย่ซวนนั่งแช่น้ำอยู่สักพัก ระหว่างนั้นเขาก็ปิดตาลง ดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบๆ มันไม่ร้อนจนเกินไปทำให้ร่างกายของเขารู้สึกอบอุ่น แต่ขณะนั้นรอบๆตัวของเย่ซวนมีแสงอ่อนลอยออกมา เ้าตัวไม่รู้เื่อะไรเลย แสงขาวๆรอบตัวนั้นแม้มันจะเบาบางถ้าไม่สังเกตดีๆคงมองไม่เห็น แสงนั้นทำให้ตัวของเย่ซวนยิ่งโดดเด่นราวกับเทพเซียนตัวน้อยๆที่กำลังอาบน้ำอยู่
สภาพผิวของเย่ซวนยิ่งดูเปล่งปลั่งมากขึ้นขณะที่แช่อยู่ในบ่อน้ำ ย้อนกลับไปบ่อน้ำแห่งนี้ก็เป็บ่อน้ำธรรมๆทั่วไป แต่อยู่มาวันหนึ่งก็มีปักษาอสูรชอบคาบสิ่งต่างๆมาโยนลงในบ่อแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็แก่นอสูร ของจ้าวอสูรูเาไฟทำให้บ่อน้ำแห่งนี้คล้ายกับบ่อน้ำพุร้อน สมุนไพร หรือ โสมหายากต่างๆ มันก็จะนำมาโยนลงในบ่อแห่งนี้ ทำให้บ่อน้ำแห่งนี้กลายเป็บ่อน้ำวิเศษ
แต่บางสิ่งเยอะไปก็ใช่ว่าจะดี ถ้าเป็คนอื่นลงมานอนแช่ในบ่อน้ำแห่งนี้คงตายตกไปนานแล้ว แต่เย่ซวนกลับไม่เป็อะไร
"สบายจริงๆ รู้สึกมีแรงขึ้นเยอะเลย หลังจากได้แช่น้ำพุร้อน" เย่ซวนพึมพำเบาๆ
"จ๋อม"
อยู่ๆเย่ซวนก็ได้ยินเหมือนเสียงอะไรตกลงในบ่อน้ำ เย่ซวนลืมตาขึ้นและมองหาต้นกำเนินของเสียง ก่อนที่เขาจะเห็นว่ามีบางสิ่งลอยอยู่บนผิวน้ำ มันมีลักษณ์คล้ายกับลูกแก้ว ขนาดของมันใหญ่พอๆกับลูกปิงปอง สีของมันคล้ายกับสีของเืเข้มๆ มีสีแดงและสีดำผสมกันทำดูมีมนต์ขลัง
'มันคืออะไรกัน' เย่ซวนขยับเข้าไปใกล้และหยิบขึ้นมาดู
'เสียดายนักเย่ซวนคนเก่ามีความรู้ไม่มาก'
'เราจะรู้ได้ยังไงว่าเ้าสิ่งนี้คืออะไร'
'ไม่เป็ไรเก็บเอาไว้ก่อนแล้วกันมันอาจจะเป็ของดีก็ได้'
"ฮ่าๆ" อยู่ดีๆเย่ซวนก็หัวเราะออกมา (คนแต่งก็ยังงงว่าหัวเราะทำไม)
หลังจากที่แช่น้ำพอสมควรแล้วเย่ซวนก็กลับเข้าไปในถ้ำ โดยในมือของเย่ซวนยังถือเ้าสิ่งนั้นเอาไว้ เขาเดินเข้าไปนั่งที่เตียงหิน ้าของถ้ำเขาเพิ่งจะสั่งเกตเห็นว่ามันมีรูขนาดไม่ใหญ่มากอยู่ พอที่จะให้แสงของพระจันทร์ยามค่ำคืนส่องลงมา
'คงต้องหาเสื้อผ้าเปลี่ยนซะแล้วสิ' เย่ซวนก้มลงมองชุดของตัวเอง
'เอาไว้ก่อนแล้วกัน' เย่ซวนสบัดความคิดนี้ทิ้งเพราะเขาลืมไปว่าเขาอยู่กลางป่า
เย่ซวนนอนลงบนเตียงหิน ก่อนที่จะมองขึ้นไปบนช่อง้า เขามองเห็นพระจันทร์และคิดถึงเื่ราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็เื่ราวในโลกก่อน ว่าเ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กจะเป็ยังไงบ้าง เด็กๆที่อยู่ที่นั้นจะคิดถึงเย่ซวนรึเปล่า พวกเขาจะเสียใจรึเปล่า พวกเขารู้เื่รึยังว่าเย่ซวนเกิดอุบัติเหตุ
ก่อนที่ภาพของถิงถิงน้อยจะลอยเข้ามาในหัว
เย่ซวนหยิบลูกแก้วที่เก็บได้ขึ้นมาดู ก่อนที่จะกำเอาไว้ที่หน้าอก เขาเหม่อมองไปบนฟ้าอีกครั้งคิดถึงบทกวีที่เขาเคยอ่าน 'ความคิดถึงในคืนสงบ'
หน้าเตียงนอนแสงจันทร์ส่องนวลใย
ให้สงสัยน้ำค้างหล่นบนพื้นดิน
ยกหัวมองแสงจันทร์พลันถวิล
ก้มหน้าอินคิดถึงถิ่นดินแดนเกิด
แล้วเย่ซวนก็หลับไป..
...
บทกวี ความคิดถึงในคืนสงบ โดย หลี่ไป๋
เป็การนำธรรมชาติมาเปรียบเทียบกับความรู้สึก จนเกิดมโนภาพเคว้งคว้างงงงวยสงสัย เห็นแสงจันทร์คิดว่าเป็น้ำค้างแข็งหล่นโรยทั่วพื้นดิน จนต้องยกหัวขึ้นมองให้แน่ใจ เมื่อไม่ได้เป็อย่างที่คิด จึงทรุดตัวก้มหน้าหวนคิดถึงบ้านเกิดทันใด
หวังฝูจิ่ง ทางทิศตะวันออกของจัตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่ง จะมีถนนหนึ่งชื่อว่า ถนนหวังฟูจิ่ง เป็ถนนที่มีประวัติมายาวนาน ถึง 700 ปี ในสมัยราชวงศ์ชิง ที่มาของคำว่า ถนนหวังฟูจิ่ง มาจากในสมัยก่อนถนนสายนี้เป็ถนนที่ผ่าน บ้านพักของอ๋องและองค์หญิงจำนวน 8 แห่ง ซึ่งบ้านของผู้มีฐานะในสมัยนั้นจะมีการขุดบ่อน้ำเพื่อเป็แหล่งน้ำสำหรับใช้ในบ้าน ดังนั้นถนนสายนี้จึงชื่อ หวังฟูจิ่ง (บ่อน้ำของท่านอ๋อง)
ปัจจุบันรู้จักกันในนาม ถนนคนเดินหวังฝูจิ่ง เป็หนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาดได้ชื่อว่าเป็แหล่งช้อปปิ้งที่น่าตื่นตาตื่นใจคู่กับเมืองปักกิ่งมาช้านาน
*ขอบคุณที่ติดตามครับ* ตอนนี้อาจจะสั้นไปหน่อย