นึกไม่ถึงเลยว่ามีความเกี่ยวข้องถึงหวังอี๋เหนียง
ซิ่วอิ๋งได้ยินที่พูดเม้มปาก มองหวังอี๋เหนียงที่คุกเข่าร้องไห้จนไหล่สั่นอยู่บนพื้น
นางรู้อุปนิสัยของหวังอี๋เหนียงอยู่บ้าง ไม่ต้องเอ่ยถึง่เวลานี้ แม้แต่ชาติก่อนนางล้วนสงบเสงี่ยมเสมอ แม้ว่าภายหลังบิดาของหวังอี๋เหนียงเลื่อนตำแหน่งเป็ขุนนางขั้นหก ด้วยเหตุนี้นางจึงถูกยกขึ้นเป็อนุชั้นสูง ก็ยังไม่เห็นหยิ่งผยองแม้แต่น้อย แต่ว่านั่นก็ล้วนเป็เื่ตอนที่หลังจากมารดาล่วงลับไปแล้ว
ยิ่งกว่านั้น หวังอี๋เหนียงหากอยากทำอะไรชุยอี๋เหนียง จะเลิ่นเล่อจนถึงขนาดปล่อยให้จับพิรุธได้ตรงๆ รึ
ซิ่วอิ๋งหันไปมองเฟิงซื่อ คิดจะถามสถานการณ์อย่างละเอียด ในลานบ้านได้ยินเสียงคารวะดังขึ้น เห็นนายท่านใหญ่เสิ่นเดินหน้าเขียวคล้ำเข้ามาในห้อง ปากด่าคำว่าหญิงสารเลว ยกเท้าก็ถีบไปที่ไหล่หวังอี๋เหนียง
เฟิงซื่อใลุกขึ้นยืน หวังอี๋เหนียงถูกถีบส่งเสียงร้องไห้เสียใจ ล้มอยู่บนพื้นจะยืนก็ยืนไม่ขึ้น
นายท่านใหญ่เสิ่นยังอยากจะลงมือ เฟิงซื่อรีบไปขวางข้างหน้า “ถึงแม้ท่านจะโกรธ ก็ควรระวังฐานะหน่อยเ้าค่ะ”
ขุนนางประจำเมืองอยู่ที่บ้านทุบตีอนุ ถึงแม้อนุจะมีความผิดจริงๆ หากแพร่งพรายออกไปอาจทำให้คนครหาได้
นายท่านใหญ่เสิ่นหยุดลงมือใช้ความรุนแรง ตอนนี้เพิ่งเห็นบุตรสาวคนโตก็อยู่ด้วย กำลังใช้สายตาคู่ใสแลมองตนเองอยู่ เขาพลันรู้สึกว่าตนเองวางตัวไม่เหมาะสม อดทน หันไปนั่งลง เอ่ยห่วงใยซิ่วอิ๋งอย่างหาได้ยาก “ได้ยินว่าวันนี้เ้ากับน้องสามออกไปเที่ยวชมธรรมชาติ ด้านนอกสนุกไหม”
“เ้าค่ะ สนุกมาก” ซิ่วอิ๋งหันไปน้อมคารวะเขา จากนั้นถอยไปถึงด้านหลังเฟิงซื่อ
นายท่านใหญ่เสิ่นถูกการจงใจเว้นระยะของนางกระตุ้นความโกรธขึ้นมา แต่เฟิงซื่ออยู่ด้านหน้า เขาไม่สะดวกะเิโทสะ ขณะนี้ก็วุ่นวายพอแล้ว
“หวังซื่อใจดำอำมหิต ภายภาคหน้าให้กักบริวเณไว้เถอะ” นายท่านใหญ่เสิ่นนึกถึงกลิ่นเืในห้องนอนซุยอี๋เหนียง ในตาล้วนแผ่พุ่งความโกรธออกมา “ข้าจะเขียนจดหมายไปถึงตระกูลหวัง เอ่ยอธิบายกับบิดาเ้าให้ชัด ภายหน้าเสียงเก๋อเอ๋อร์ให้ชุยอี๋เหนียงดูแล”
บิดาของหวังอี๋เหนียงเป็ขุนนางขั้นเก้าตำแหน่งเล็กๆ ทางภาคใต้ นางเป็คนที่อายุน้อยที่สุดในบ้าน ว่าไปแล้วก็เป็คนอาภัพที่ถูกบิดานำมาแลกกับความก้าวหน้า หลังจากนางแต่งเป็อนุของจวนตระกูลเสิ่นแล้ว บิดาของนางเพราะมีความสัมพันธ์กับตระกูลเสิ่น ได้เลื่อนขั้นเป็ขุนนางขั้นเจ็ด
เฟิงซื่อกลับั์ตาเย็นเยียบ เอ่ยถาม “นายท่านเมื่อครู่กล่าวอันใด ให้ชุยอี๋เหนียงดูแลเสียงเก๋อเอ๋อร์?! นายคงไม่ใช่้าเอาเสียงเก๋อเอ๋อร์ไปปลอบใจชุยอี๋เหนียง...”
ต่อให้เฟิงซื่อไม่เอ่ยปาก ซิ่วอิ๋งก็ััถึงความไม่ถูกต้องได้อย่างรวดเร็ว
ท่านแม่ของนางยังไม่ได้บอกเื่รับเสียงเกอเอ๋อร์มาเลี้ยงดูกับนาง แต่ซินเหมยลอบบอกเป็นัยๆ ต่อหน้านางหลายครั้งแล้ว เื่ที่จะยกฐานะเสียงเก๋อเอ๋อร์เป็บุตรสายตรงใกล้จะกำหนดเสร็จสิ้น ทำไมไม่ทันไรถึงเปลี่ยนเป็มอบให้ชุยอี๋เหนียงได้
ชาติที่แล้วชุยอี๋เหนียงไม่ได้ตั้งครรภ์ และก็ไม่มีเื่ยกเสียงเก๋อเอ๋อร์เป็บุตรสายตรง แต่วันนี้ทั้งสองเื่ถึงกับเชื่อมโยงกัน?!
ซิ่วอิ๋งสงสัยยิ่ง นายท่านใหญ่เสิ่นที่ถูกเฟิงซื่อถามพลันนึกถึงเื่ที่ได้ตอบตกลงไป ชุยอี๋เหนียงแท้ง เขา้าชดเชยนางท่สูญเสียบุตรไป ตอบอนุญาติทันที ตอนนี้กลับลำบากที่จะบอกกล่าว
นายท่านใหญ่เสิ่นเม้มริมฝีปากไม่กล่าววาจา คิ้วน่ามองของเฟิงซื่อค่อยๆ ขมวดขึ้น สายตาที่มองไปทางเขายิ่งมายิ่งแหลม
“อวิ๋นเจิง...” นายท่านใหญ่เสิ่นถูกนางมองจนนั่งไม่ติด ไม่อาจเงียบต่อไป “เสียงเก๋อเอ๋อร์ยังคงยกให้เป็บุตรใต้ชื่อเ้า แต่ตอนนี้ให้ชุยอี๋เหนียงดูแลไปก่อน...” เขาระหว่างพูดรู้สึกยากที่จะเปิดปาก
เฟิงซื่อยิ้มหยัน “ชุยอี๋เหนียงนางช่างมีวาสนานัก นี่เพิ่งสูญเสียไปหนึ่งคน นี่ไม่ทันไรก็ได้ทดแทนอีกหนึ่งคนแล้ว?! บุตรสายตรงที่จดใต้ชื่อข้า ให้อนุเลี้ยงดู นายท่านท่านสามารถเสียหน้ากับเื่นี้ได้ แต่สำหรับข้าไม่มีทาง!”
“เฟิงซื่อ!” นายท่านใหญ่เสิ่นเสียงแข็งทันใด
คำพูดนี้กล่าวได้ระคายหูยิ่ง
แต่ซิ่วอิ๋งกลับฟังจนดวงตาสว่างวาบ
ที่น่าสงสัยก็อยู่ตรงนี้!
“เหตุการณ์ช่างบังเอิญยิ่ง” ซิ่วอิ๋งเดินออกมาจากด้านหลังของเฟิงซื่อ เงยหน้ามองนาง “ท่านแม่เพิ่งบอกว่า้านำน้องชายมาเลี้ยงดู ชุยอี๋เหนียงก็พลันตั้งครรภ์ ทั้งยังไม่มีใครระแคระคายมาสองเดือน พอทุกคนเพิ่งจะรู้ เด็กก็ไม่มีแล้ว ท่านแม่ ที่บ้านมีน้องชายคนเดียว ข้าชอบน้องชาย”
คำกล่าวประโยคนี้ของซิ่วอิ๋งพูดเสียจนนายท่านใหญ่เสิ่นใจกระตุก ในแววตาของเฟิงซื่อปรากฏแววตกตะลึง ยื่นมือลูกศีรษะของนาง บุตรสาวถึงกับมองจุดผิดปกติในเื่นี้ออก
หวังอี๋เหนียงที่แต่เดิมโศกเศร้าพอได้ยินคำพูดนี้ พุ่งไปที่เท้าของนายท่านใหญ่เสิ่นทันที กอดเขาร้องไห้ “นายท่าน ข้าวันเพียงแค่้าไปอวยพรพี่สาวชุย นางลุกขึ้นมา ข้าก็แค่ไปพยุงนางเท่านั้น หลังจากนั้นนางก้ล้มลงบนพื้น! ในห้องมีแค่ข้ากับพี่สาวชุย ข้าอธิบายเป็ร้อยครั้งก็คงยากจะหลุดพ้น แต่นายท่านลองคิดดู ข้าถ้าหาก้าทำร้ายนางจริงๆ ทำไมจะต้องใช้แผนการตื้นเขินเช่นนี้ด้วย! ”
“เ้าหุบปาก!” นายท่านใหญ่เสิ่นกัดฟันเอ่ย “ข้าตัดสินคดีความมาไม่รู้เท่าไร มีไม่น้อยที่แกล้งหลอกลวงให้ผู้คนสงสัยด้วยแผนการตื่นเขินเช่นนี้ ้าทำให้ใจคนไขว้เขว ทำให้คนรู้สึกว่าเขาไม่น่าทำเช่นนั้น!”
ที่นายท่านใหญ่เสิ่นกล่าวก็เป็ความจริง อีกอย่างชุยอี๋เหนียงยังตั้งครรภ์ นางเป็อนุ ทั้งยังไม่มีลูกชาย บางทีครรภ์นี้อาจทำให้มารดาสุขสบายเพราะบุตรได้ นางควรจะปกป้องมันทุกวิถีทาง
หวังอี๋เหนียงเบิกตาที่คลอด้วยน้ำตา รู้สึกว่าบุรุษที่ตนร่วมเรียงเคียงหมอนมาหลายคืนวันเป็คนแปลกหน้าอย่างถึงที่สุด
เขาอาศัยเพียงคำพูดประโยคเดียวก็ตัดสินว่านางทำร้ายชุยอี๋เหนียง แต่นางไม่ได้ทำจริงๆ นางมีลูกชาย ลูกชายของนางอีกไม่นานก็จะได้เป็บุตรสายตรง นางทำไมจะต้องสร้างเื่ด้วย ไม่มีใครรู้บ้างว่าฮูหยินไม่ชอบชุยอี๋เหนียง ต่อให้ชุยอี๋เหนียงให้กำเนิดบุตร หากฮูหยินไม่พยักหน้า นั่นก็เป็นแค่บุตรสายรอง!
ไม่มีทางสู้บุตรชายของนางได้!
ใจหวังอี๋เหนียงเย็นเยียบ นั่งพับไปด้านหลัง น้ำตาไหลอาบคางหยดลงไปบนพื้นไม่หยุด บนพื้นเปียกแฉะจนกลายเป็คราบน้ำกองเล็กๆ
เฟิงซื่อเห็นหวังอี๋เหนียงเป็แบบนี้ รู้สึกสงสาร นางรู้ว่าเื่นี้มีจุดน่าสงสัย แต่ต้องลงมือตรงจุดไหน นางยังต้องคิดให้ดี
เงาร่างเล็กๆ สายหนึ่งอยู่พุ่งออกไปข้างหน้า ลากแขนหวังอี๋เหนียงให้นางลุกขึ้น
“อี๋เหนียง ท่านไม่ได้ทำผิด ท่านทำไมต้องไปขอร้องเขาด้วย เขาไม่เชื่อท่าน...” ซิ่วอิ๋งเอ่ยหอบถี่จนหน้าแดง ขอบตาแดงระเรื่อ “เขาไม่เชื่อ ท่านยังไปอ้อนวอนเขาอีก เขาก็ไม่มีทางเชื่อท่าน!”
ประโยคสุดท้ายของซิ่วอิ๋วราวกับจะะโออกมา ร่างเล็กเริ่มสั่นเทื้อมไม่หยุด บนใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าอาลัยจนทำให้ใจคนสั่นสะท้าน
นางเคยประสบเื่แบบนี้มาก่อน นึกถึงเื่ทั้งหมดก่อนตัวเองตาย นางก็ขอร้องอ้อนวอนไม่หยุดเช่นกัน ขอให้หลี่ชิ่งเจาเชื่อ แต่เขาเชื่อไหม?! ผู้ชายพวกนี้ จิตใจลำเอียงนัก ไม่มีทางเอนเอียงมาทางเ้า!
หวังอี๋เหนียงที่ถูกนางลากดึง มองนางอย่างเลอะเลือน ท่าทางนั่นราวกับตกตะลึงกับคำกล่าวไม่สำรวมของซิ่วอิ๋ง แต่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยพายุกระหน่ำ คำกล่าวของซิ่วอิ๋งทิ่มแทงใจนัก ทำให้หัวใจของนางเ็ปอย่างรุนแรง ความเ็ปค่อยแตกละเอียดและแปรเปลี่ยนไปเป็ความโกรธ ใช่แล้ว คนคนหนึ่งไม่คิดเชื่อเ้า เช่นนั้นก็ไม่มีทางเชื่อเ้า คำบอกรักเต้มปากก็เพียงการเอาใจชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น
นางทำไมถึงมองออกเอาตอนนี้
ซิ่วอิ๋งยังคงฉุดดึงหวังอี๋เหนียง ้าให้นางลุกขึ้น คำตอบเห็นได้ชัดคาตาเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงเื่ที่ชุยอี๋เหนียงตั้งครรภ์ได้สองเดือน เพิ่งบอกกล่าวไม่ทันไรเด็กก็ไม่มีแล้ว ไหนเลยจะมีเื่บังเอิญขนาดนั้น! อีกทั้งสาวใช้ข้างกายนางยังแอบส่งมอบยาโอสถอย่างลับๆ ล่อๆ... ในห้องยังจุดกำยานกลิ่นแรงขนาดนั้น!
ซิ่วอิ๋วที่อยู่ๆ นึกถึงเื่ที่เห้นในสาวนดอกไม้ตอนนั้นได้ มองไปทางเฟิงซื่ออย่างรีบร้อน
เด็กน้อยร้องไห้น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวมาั้แ่ต้นแล้ว เฟิงซื่อตอนนี้ก็ไตร่ตรองเสร็จสิ้นพอดี มองไปยังนายท่านใหญ่เสิ่นที่กำหมัดเอาไว้แน่น “นายท่าน มีสองเื่ ข้าไม่รู้ว่าควรพูดดีหรือไม่...”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/7012340b7983053f1267ffdb04fe563d