วันต่อมา บรรยากาศรอบลานประลองกลางเมืองหินขาวคึกคักกว่าทุกวัน ผู้คนต่างเบียดเสียดเข้ามาจับจองที่นั่งเพื่อชมการประลองรอบที่สอง และคู่ที่ทุกคนจับตามองมากที่สุดก็คือคู่ของเฟยหลงและหลิวเฟิง...การปะทะกันระหว่าง "เด็กบ้านนอกผู้ลึกลับ" กับ "คุณชายตระกูลใหญ่ผู้เย่อหยิ่ง"
บนแท่นพิธีสำหรับแขกผู้มีเกียรติ ทูตพิเศษจากสำนักัครามนั่งนิ่งอยู่บนที่นั่งประธาน แววตาของเขาดูเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ขนาบข้างด้วยประมุขจากสี่ตระกูลใหญ่ที่ต่างก็มีสีหน้าครุ่นคิด
"คู่ที่สิบเจ็ด! เฟยหลง ปะทะ หลิวเฟิง! เริ่มการประลองได้!"
ฆ้อง!
ทันทีที่เสียงฆ้องดังขึ้น หลิวเฟิงก็คำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่ง ความอับอายและความเกลียดชังทั้งหมดของเขาะเิออกมาเป็เพลงกระบี่ที่ดุดัน เขาชักกระบี่ชั้นดีที่สลักเสลาอย่างงดงามออกมาจากฝัก แล้วพุ่งเข้าใส่เฟยหลงทันที
"เพลงกระบี่วายุคลั่ง!" เขาะโชื่อกระบวนท่า "ตายซะไอ้เด็กบ้านนอก!"
คมกระบี่ของเขารวดเร็วและต่อเนื่อง มันสร้างเสียงแหวกอากาศดัง หวีด หวิด ดูน่าเกรงขามในสายตาของคนทั่วไป ปลายกระบี่จู่โจมไปยังจุดตายทั่วร่างของเฟยหลง ทั้งลำคอ หัวใจ และช่องท้อง
แต่เฟยหลงกลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด...เขาไม่ได้ตั้งรับ...และก็ไม่ได้ชักอาวุธ (ซึ่งเขาก็ไม่มี)
เขากลับหลับตาลง...เพียงชั่วพริบตา...
เมื่อเขาลืมตาขึ้น โลกที่อึกทึกรอบกายพลันเงียบสงบลงในความรู้สึกของเขา เหลือเพียงตัวเขากับคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามา เขาใช้เท้าที่หยั่งรากแต่มั่นคงราวกับต้นสน เคลื่อนไหวไปด้านข้างด้วยท่วงท่าที่ดูเรียบง่ายแต่กลับหลบคมกระบี่ที่ฟาดฟันเข้ามาได้อย่างเฉียดฉิวทุกครั้ง
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
กระบี่ของหลิวเฟิงฟันผ่านอากาศธาตุครั้งแล้วครั้งเล่า เฟยหลงเคลื่อนไหวไปรอบตัวเขาราวกับเป็เงาที่จับต้องไม่ได้ บางครั้งก็เอนตัวไปข้างหลัง บางครั้งก็ก้าวถอยหลังเพียงครึ่งก้าว บางครั้งก็บิดตัวหลบ...ทุกการเคลื่อนไหวของเขาน้อยนิดแต่กลับมีประสิทธิภาพสูงสุด มันคือผลลัพธ์จากการฝึกเดินบนขอนไม้และหลบก้อนกรวดนับครั้งไม่ถ้วน
"หนีทำไม! ไอ้ขี้ขลาด! สู้กับข้าสิ!" หลิวเฟิงะโอย่างบ้าคลั่ง ความโกรธทำให้เพลงกระบี่ของเขายิ่งรวดเร็วขึ้น แต่ก็ยิ่งเต็มไปด้วยช่องโหว่มากขึ้นเช่นกัน
บนแท่นพิธี ประมุขไป๋เทียนเหอหรี่ตามอง "เพลงกระบี่ของตระกูลหลิวดูเกรี้ยวกราด แต่ไร้ซึ่งรากฐานที่มั่นคง"ทูตพิเศษจากสำนักัครามยังคงนิ่งเงียบ แต่ปลายนิ้วของเขาเคาะที่เท้าแขนเบาๆ เป็จังหวะเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของเฟยหลง
เฟยหลงกำลังรอ...รอจังหวะที่สมบูรณ์แบบที่สุด...
และแล้วโอกาสนั้นก็มาถึง! หลิวเฟิงที่ถูกความโกรธเข้าครอบงำจนขาดสติ ตัดสินใจใช้กระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดของเขา เขาะโลั่น "จบสิ้นกันแค่นี้แหละ! อสรพิษทะยานเมฆา!"
เขาทะยานร่างไปข้างหน้าพร้อมกับแทงกระบี่ออกไปสุดแขน เป็ท่าที่ทุ่มพลังทั้งหมดไปกับการจู่โจมเพียงครั้งเดียว...และมันก็เปิดช่องว่างมหาศาลหากพลาดเป้า!
เฟยหลงไม่พลาดโอกาสนี้...เขาก้มตัวหลบปลายกระบี่ที่พุ่งผ่านศีรษะไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ร่างของหลิวเฟิงที่ถลำไปข้างหน้าตามแรงแทงเผยให้เห็นจุดตายทั่วทั้งร่าง
แต่เฟยหลงไม่ได้โจมตีจุดตายเ่าั้...
เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างของหลิวเฟิง แล้วซัดฝ่ามือที่เรียบง่ายออกไป...เป้าหมายไม่ใช่ร่างกาย...แต่เป็ ด้ามกระบี่ ในมือของหลิวเฟิง!
เพียะ!
มันไม่ใช่เสียงที่ดังรุนแรง แต่เป็แรงสั่นะเืที่ถูกควบคุมไว้อย่างสมบูรณ์แบบ มันส่งผ่านจากฝ่ามือของเฟยหลงเข้าไปในด้ามกระบี่ แล่นปราดขึ้นไปตามแขนของหลิวเฟิง ทำให้มือของเขาชาจนหมดความรู้สึก!
เคร้ง!
กระบี่ชั้นดีร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินเสียงดังสนั่น!
หลิวเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขายืนนิ่งตัวแข็งทื่อ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น...ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งตัว...ฝ่ามือของเฟยหลงก็มาหยุดนิ่งอยู่ห่างจากลำคอของเขาไม่ถึงหนึ่งนิ้ว...
ฝ่ามือที่ไม่ได้ัั...แต่กลับแผ่ไอเย็นที่ทำให้หลิวเฟิงขนลุกไปทั้งตัว...
ทั้งลานประลองเงียบกริบ...
"ผู้...ผู้ชนะ...เฟยหลง!!!" เ้าหน้าที่กรรมการประกาศเสียงสั่น
เสียงโห่ร้องของฝูงชนะเิขึ้นมาดังสนั่น พวกเขาเพิ่งได้เป็พยานของการต่อสู้ที่น่าเหลือเชื่อที่สุด! ชัยชนะที่ไม่ได้เกิดจากพลังที่เหนือกว่า แต่เกิดจากฝีมือที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน!
หลิวเฟิงทรุดเข่าลงกับพื้น เขามองดูกระบี่ของตนที่ตกอยู่บนพื้นสลับกับมือที่ยังคงชาของตัวเองด้วยความอัปยศอดสูอย่างที่สุด เขาพ่ายแพ้...อย่างสมบูรณ์แบบ...ต่อหน้าทุกคน...ต่อหน้าทูตจากสำนักัคราม
เฟยหลงลดฝ่ามือลง เขาเดินไปหยิบกระบี่ของหลิวเฟิงขึ้นมา แล้วยื่นส่งคืนให้โดยหันด้ามจับไปทางเ้าของ...มันเป็การกระทำตามมารยาทของนักสู้...แต่ในสถานการณ์นี้ มันคือการตบหน้าฉาดใหญ่ที่เ็ปยิ่งกว่าการถูกทำร้ายร่างกาย
"ข้าไม่้ามัน!" หลิวเฟิงตวาดลั่น เขาปัดกระบี่จนกระเด็นแล้วลุกขึ้นวิ่งหนีลงจากลานประลองไปด้วยความอับอาย
เฟยหลงเพียงแค่วางกระบี่เล่มนั้นลงบนพื้นอย่างแ่เบา โค้งคำนับให้กรรมการเล็กน้อย แล้วเดินลงจากลานประลองไปอย่างเงียบสงบ ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความทึ่ง, ความนับถือ, และความสงสัยจากคนทั้งเมือง
บนแท่นพิธี ทูตพิเศษแห่งสำนักัครามหยุดเคาะนิ้วเป็ครั้งแรก...มุมปากของเขาดูเหมือนจะยกขึ้นเล็กน้อย...เพียงชั่วครู่...ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม