คืนในหิมพานต์ไม่มืดสนิท
หลินค้นพบเื่นี้หลังจากนอนลืมตามองฟ้าผ่านกิ่งไม้อยู่นานพอสมควรท้องฟ้าของหิมพานต์ในยามค่ำมีแสงจางๆ สีฟ้าอ่อน ไม่ใช่แสงดาว ไม่ใช่แสงจันทร์แต่เป็แสงที่รู้สึกว่ามาจากป่าเอง เหมือนป่าหายใจเป็แสง ทีละนิดๆพอให้ตามองเห็นแต่ไม่พอให้อ่านหนังสือ
เพียงพอให้นอนไม่หลับ
เพราะหลินไม่ค่อยนอนหลับในที่ที่ไม่คุ้นอยู่แล้วและป่าในโลกอื่นนับว่าไม่คุ้นพอสมควร
เธอนอนคิดถึงอัน
อันอายุ 20 ปีน้องชายที่เกิดมาช้ากว่าเธอ 5ปีแต่บางทีรู้สึกว่าโตกว่าอันที่โทรมาบอกว่าไม่สบายเมื่อสามวันก่อนและหลินก็บอกว่าจะไปเยี่ยมโดยไม่กำหนดเวลา
ตอนนี้อันรู้ไหมว่าพี่สาวหายไป
ตอนนี้มีใครรู้บ้างว่าหลินหายไป
บทความสัทศาสตร์โบราณยังเปิดอยู่บนโน้ตบุ๊กในห้องโน้ตบุ๊กที่หน้าจอน่าจะดับไปแล้วเพราะไม่มีใครแตะห้องที่ยังมีข้าวผัดไข่ค้างอยู่ในกะทะ เพราะหลินหุงข้าวเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้กิน
ใครจะรู้ว่าหายไปจากที่ไหน
หลินเอามือปิดตา พยายามไม่ร้องไห้เพราะถ้าร้องไห้ป่าจะรู้สึก และเธอยังไม่รู้ว่าป่าจะตอบสนองต่อน้ำตายังไง
"อัน"เธอพูดเบามาก ให้ตัวเองได้ยินคนเดียว "พี่จะกลับไปหานะ"
ป่าสั่นเบาๆ เหมือนได้ยิน
ต้นไม้ใกล้ที่สุดโน้มกิ่งลงมาเล็กน้อยราวกับโอบ
หลินมองกิ่งไม้นั้นในความมืดจาง
"ขอบคุณ"เธอพูดเบา
---
รุ่งเช้า เรนตื่นก่อนฟ้าสางทำเื่ที่เรนทำทุกเช้าคือตรวจรอบๆและมองทิศทางที่ป่าบอกซึ่งหลินยังไม่เข้าใจกระบวนการนั้นว่าทำยังไงแต่เดาว่าต้องใช้เวลานานกว่าที่เธอจะเรียนรู้ได้
ก่อนออกเดิน เรนพูดว่า"มีบางอย่างที่อยากทดสอบ"
หลินมองเขา "ทดสอบฉัน?"
"ทดสอบกฎข้อที่สาม"
"ยังมีกฎข้อที่สาม?"
"มีอีกสามข้อที่เธอยังไม่รู้"เรนพูด "แต่ข้อที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเื่ของคำโกหก"
หลินรอ
"พูดว่า'ฉันไม่กลัว'"
"ทำไม?"
"แค่พูด"
หลินถอนหายใจ "ฉันไม่กลัว"
สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือเธอเดินออกนอกทิศทางที่ตั้งใจไม่มาก ไม่ดึงแรง แต่มีบางอย่างในขาที่ทำให้เบี่ยงซ้ายออกไปสองก้าวเหมือนมีแรงดึงเบาๆ ที่เอวไปทางซ้าย โดยที่หลินไม่ได้ตั้งใจจะเดินไปทางนั้น
เธอหยุด
"โอ้"หลินพูด "โอ้ ฉันเพิ่งเบี่ยงซ้ายโดยไม่ตั้งใจ"
"ป่าดึงเธอไปหาสิ่งที่กลัว"เรนพูด "คำโกหกในหิมพานต์ทำให้ผู้พูดหลงทางป่าจะพาคนพูดไปหาสิ่งที่พูดโกหกแทน ถ้าพูดว่าไม่กลัวแต่กลัวจริงป่าจะพาไปหาสิ่งที่กลัว"
"นั่นฟังดูอันตรายมาก"
"อันตรายมาก"เรนยืนยัน"ผู้พิทักษ์หลายคนหลงในป่าตลอดกาลเพราะพูดโกหกในเวลาที่ไม่ควร"
หลินนึกถึงครั้งที่อยู่ในห้องแล้วบอกตัวเองว่า"โอเค" ทุกครั้งที่รู้สึกไม่โอเคนึกถึงครั้งที่บอกอันว่าฟังอยู่ทั้งที่ไม่ได้ฟัง
"แล้วถ้าพูดความจริง?"
"ลอง"
หลินหยุดนิ่งสักครู่ ไม่ได้รอนานแค่รอพอที่จะแน่ใจว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปเป็ความจริง
"ฉันกลัว"
แค่นั้น สองคำ
เส้นทางด้านหน้าชัดขึ้นไม่ใช่แบบที่แสงสว่างมากขึ้น แต่แบบที่สายตาโฟกัสได้ง่ายขึ้น รูปร่างของต้นไม้กิ่งไม้ ทางเดิน ชัดเจนกว่าเมื่อสักครู่ ราวกับมีหมอกจางๆที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จนมันหายไป
ป่าสว่างขึ้นเล็กน้อย
อุ่นขึ้นเล็กน้อย
เดินง่ายขึ้นเล็กน้อย
หลินยืนมองเส้นทางข้างหน้าไม่พูดอะไรอีกสักพัก
"นั่นรู้สึกแปลกมาก"เธอพูดในที่สุด "พูดความจริงแล้วโลกชัดขึ้น นั่นแปลกมาก"
"สำหรับคนที่ไม่ค่อยพูดความจริงใช่" เรนพูด เสียงแบนราบ ไม่ตัดสิน แค่สังเกต
หลินหันมามองเรน"นั่นแอบประชดฉันอยู่ไหม?"
"ไม่"เรนพูด "แค่สังเกต"
"ฟังดูเหมือนกันนั่นแหละ"
เรนหันหน้าเดิน แต่ก่อนจะเดินไปหลินสังเกตว่ามีบางอย่างที่มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อย นิดเดียว และหายไปทันทีราวกับไม่ได้เกิดขึ้น
เธอไม่แน่ใจว่าเห็นถูกหรือเปล่าแต่ก็บันทึกไว้ในหัว
---
ระหว่างเดิน หลินลองพูดความจริงเล็กๆน้อยๆ เพื่อดูว่าป่าตอบสนองต่างกันไหม
"เหนื่อย"ป่าส่งลมเย็นมา
"หิว"ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เรนหยิบใบไม้ห่ออาหารให้โดยไม่พูด
"กังวล"ต้นไม้ข้างๆ โน้มกิ่งลงมาเล็กน้อยแบบที่ทำั้แ่วันแรก
หลินสังเกตว่าป่าตอบสนองได้เฉพาะสิ่งที่ป่าทำได้ป่าให้ลมเย็นได้ ให้ความอบอุ่นได้ ให้ทางเดินชัดขึ้นได้ แต่ป่าไม่ได้ให้อาหารไม่ได้เอาโทรศัพท์มาให้ ไม่ได้พาเธอกลับบ้าน
ป่าให้สิ่งที่ป่ามีไม่ใช่สิ่งที่ป่าไม่มี
"เรน"หลินพูด "ป่ามีขีดจำกัดไหม?"
เรนเดินต่อ"ทุกสิ่งมีขีดจำกัด"
"แต่ขีดจำกัดของป่าคืออะไร?"
เรนคิดอยู่ครู่"ป่าไม่ให้สิ่งที่ต้องมาจากนอกป่า และป่าไม่ย้อนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วป่าตอบสนองต่อปัจจุบัน ไม่ใช่อดีต"
"แต่ป่าจำ"
"ป่าจำแต่ไม่ย้อน"
หลินพิจารณาเื่นี้ระหว่างเดิน
"งั้นถ้าฉันพูดความจริงออกมาเื่อะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตป่าจะไม่เปลี่ยนอดีตนั้น?"
"ป่าทำแบบนั้นไม่ได้"
"แต่ป่าจะทำอะไร?"
เรนเดินไปอีกสักพักก่อนตอบ"ป่าจะ... รับรู้ ป่าไม่เปลี่ยนอดีต แต่ป่าเปลี่ยนน้ำหนักของมันบางครั้งการที่มีอะไรบางอย่างรับรู้สิ่งที่เราพูดออกมาทำให้น้ำหนักนั้นเบาลง"
หลินเดินตามในความเงียบ
สิ่งที่เรนพูดฟังดูเหมือนอะไรบางอย่างที่เธอรู้อยู่แล้วแต่ไม่เคยรวบรวมเป็คำ
---
พวกเขาหยุดพักที่ขอบแนวป่าใหม่เมื่อบ่ายคล้อยป่าข้างหน้าเข้มกว่า ต้นไม้ใหญ่กว่า แสงน้อยกว่า เห็นได้ชัดว่าอีกชั้นหนึ่งของป่า
"ป่าชั้นสอง"เรนพูด มองไปข้างหน้า "จากนี้ไปกฎจะเข้มข้นกว่าป่าตอบสนองเร็วกว่าและแรงกว่า"
"เข้มข้นขึ้นยังไง?"
"ที่ชั้นแรกถ้าโกหกเธอหลงทางเล็กน้อย ที่ชั้นสองถ้าโกหกเธอหลงลึกมากขึ้นและที่ชั้นสามที่เราต้องไปถึงสังข์ ถ้าโกหก ผลจะไม่ใช่แค่หลงทาง"
"ผลจะเป็อะไร?"
เรนมองเธอ"ขึ้นกับว่าเธอโกหกเื่อะไร และโกหกมากแค่ไหน"
หลินมองป่าชั้นสองที่ขอบข้างหน้า
มืด แต่ไม่ได้มืดแบบที่น่ากลัวมืดแบบที่ลึก เหมือนน้ำทะเลที่ดูไม่เห็นก้น แต่รู้ว่ามีบางอย่างอยู่ลึกลงไปแน่นอน
เธอพูดเบาๆ"ฉันกลัวที่จะเข้าไปข้างหน้า"
ป่าตอบสนองเส้นทางด้านหน้าชัดขึ้นเล็กน้อย
เรนมองเธอ นานกว่าปกติ แล้วก็พูดเงียบๆก่อนหันหน้าเดินต่อ
"เธออาจรอดไปได้"
หลินได้ยินประโยคนั้น
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพูดแต่ครั้งนี้ฟังต่างออกไปนิดหน่อย ต่างในแบบที่ยังบอกไม่ได้ว่าต่างอย่างไรแต่รู้สึกว่าในคำว่า "อาจ" ของครั้งนี้มีความหมายที่น้อยลงกว่าครั้งแรก
หลินตามเขาเข้าไปในป่าชั้นสอง
ป่าปิดรอบข้างทันทีต้นไม้สูงชะลูดจนมองไม่เห็นยอด แสงลดลงจนเป็แค่เส้นทองเล็กๆ ที่กรองผ่านระหว่างใบเสียงเปลี่ยน ลึกขึ้น ช้าลง
หลินมองรอบๆ แล้วพูดเบาๆ กับตัวเอง"ยังไม่ถึงบ้านหรอก แต่กำลังพยายามอยู่"
ป่าไม่ตอบ แต่รู้สึกได้ว่าได้ยิน
เธอเดินต่อ
---