เสียงสัจจะ ไตรภาคแห่งเสียงและหิมพานต์

    บทที่ 10 กฎแห่งเสียง

    คืนในหิมพานต์ไม่มืดสนิท

     

    หลินค้นพบเ๱ื่๵๹นี้หลังจากนอนลืมตามองฟ้าผ่านกิ่งไม้อยู่นานพอสมควรท้องฟ้าของหิมพานต์ในยามค่ำมีแสงจางๆ สีฟ้าอ่อน ไม่ใช่แสงดาว ไม่ใช่แสงจันทร์แต่เป็๲แสงที่รู้สึกว่ามาจากป่าเอง เหมือนป่าหายใจเป็๲แสง ทีละนิดๆพอให้ตามองเห็นแต่ไม่พอให้อ่านหนังสือ

     

    เพียงพอให้นอนไม่หลับ

     

    เพราะหลินไม่ค่อยนอนหลับในที่ที่ไม่คุ้นอยู่แล้วและป่าในโลกอื่นนับว่าไม่คุ้นพอสมควร

     

    เธอนอนคิดถึงอัน

     

    อันอายุ 20 ปีน้องชายที่เกิดมาช้ากว่าเธอ 5ปีแต่บางทีรู้สึกว่าโตกว่าอันที่โทรมาบอกว่าไม่สบายเมื่อสามวันก่อนและหลินก็บอกว่าจะไปเยี่ยมโดยไม่กำหนดเวลา

     

    ตอนนี้อันรู้ไหมว่าพี่สาวหายไป

     

    ตอนนี้มีใครรู้บ้างว่าหลินหายไป

     

    บทความสัทศาสตร์โบราณยังเปิดอยู่บนโน้ตบุ๊กในห้องโน้ตบุ๊กที่หน้าจอน่าจะดับไปแล้วเพราะไม่มีใครแตะห้องที่ยังมีข้าวผัดไข่ค้างอยู่ในกะทะ เพราะหลินหุงข้าวเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้กิน

     

    ใครจะรู้ว่าหายไปจากที่ไหน

     

    หลินเอามือปิดตา พยายามไม่ร้องไห้เพราะถ้าร้องไห้ป่าจะรู้สึก และเธอยังไม่รู้ว่าป่าจะตอบสนองต่อน้ำตายังไง

     

    "อัน"เธอพูดเบามาก ให้ตัวเองได้ยินคนเดียว "พี่จะกลับไปหานะ"

     

    ป่าสั่นเบาๆ เหมือนได้ยิน

     

    ต้นไม้ใกล้ที่สุดโน้มกิ่งลงมาเล็กน้อยราวกับโอบ

     

    หลินมองกิ่งไม้นั้นในความมืดจาง

     

    "ขอบคุณ"เธอพูดเบา

     

    ---

     

    รุ่งเช้า เรนตื่นก่อนฟ้าสางทำเ๱ื่๵๹ที่เรนทำทุกเช้าคือตรวจรอบๆและมองทิศทางที่ป่าบอกซึ่งหลินยังไม่เข้าใจกระบวนการนั้นว่าทำยังไงแต่เดาว่าต้องใช้เวลานานกว่าที่เธอจะเรียนรู้ได้

     

    ก่อนออกเดิน เรนพูดว่า"มีบางอย่างที่อยากทดสอบ"

     

    หลินมองเขา "ทดสอบฉัน?"

     

    "ทดสอบกฎข้อที่สาม"

     

    "ยังมีกฎข้อที่สาม?"

     

    "มีอีกสามข้อที่เธอยังไม่รู้"เรนพูด "แต่ข้อที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเ๱ื่๵๹ของคำโกหก"

     

    หลินรอ

     

    "พูดว่า'ฉันไม่กลัว'"

     

    "ทำไม?"

     

    "แค่พูด"

     

    หลินถอนหายใจ "ฉันไม่กลัว"

     

    สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือเธอเดินออกนอกทิศทางที่ตั้งใจไม่มาก ไม่ดึงแรง แต่มีบางอย่างในขาที่ทำให้เบี่ยงซ้ายออกไปสองก้าวเหมือนมีแรงดึงเบาๆ ที่เอวไปทางซ้าย โดยที่หลินไม่ได้ตั้งใจจะเดินไปทางนั้น

     

    เธอหยุด

     

    "โอ้"หลินพูด "โอ้ ฉันเพิ่งเบี่ยงซ้ายโดยไม่ตั้งใจ"

     

    "ป่าดึงเธอไปหาสิ่งที่กลัว"เรนพูด "คำโกหกในหิมพานต์ทำให้ผู้พูดหลงทางป่าจะพาคนพูดไปหาสิ่งที่พูดโกหกแทน ถ้าพูดว่าไม่กลัวแต่กลัวจริงป่าจะพาไปหาสิ่งที่กลัว"

     

    "นั่นฟังดูอันตรายมาก"

     

    "อันตรายมาก"เรนยืนยัน"ผู้พิทักษ์หลายคนหลงในป่าตลอดกาลเพราะพูดโกหกในเวลาที่ไม่ควร"

     

    หลินนึกถึงครั้งที่อยู่ในห้องแล้วบอกตัวเองว่า"โอเค" ทุกครั้งที่รู้สึกไม่โอเคนึกถึงครั้งที่บอกอันว่าฟังอยู่ทั้งที่ไม่ได้ฟัง

     

    "แล้วถ้าพูดความจริง?"

     

    "ลอง"

     

    หลินหยุดนิ่งสักครู่ ไม่ได้รอนานแค่รอพอที่จะแน่ใจว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปเป็๲ความจริง

     

    "ฉันกลัว"

     

    แค่นั้น สองคำ

     

    เส้นทางด้านหน้าชัดขึ้นไม่ใช่แบบที่แสงสว่างมากขึ้น แต่แบบที่สายตาโฟกัสได้ง่ายขึ้น รูปร่างของต้นไม้กิ่งไม้ ทางเดิน ชัดเจนกว่าเมื่อสักครู่ ราวกับมีหมอกจางๆที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จนมันหายไป

     

    ป่าสว่างขึ้นเล็กน้อย

     

    อุ่นขึ้นเล็กน้อย

     

    เดินง่ายขึ้นเล็กน้อย

     

    หลินยืนมองเส้นทางข้างหน้าไม่พูดอะไรอีกสักพัก

     

    "นั่นรู้สึกแปลกมาก"เธอพูดในที่สุด "พูดความจริงแล้วโลกชัดขึ้น นั่นแปลกมาก"

     

    "สำหรับคนที่ไม่ค่อยพูดความจริงใช่" เรนพูด เสียงแบนราบ ไม่ตัดสิน แค่สังเกต

     

    หลินหันมามองเรน"นั่นแอบประชดฉันอยู่ไหม?"

     

    "ไม่"เรนพูด "แค่สังเกต"

     

    "ฟังดูเหมือนกันนั่นแหละ"

     

    เรนหันหน้าเดิน แต่ก่อนจะเดินไปหลินสังเกตว่ามีบางอย่างที่มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อย นิดเดียว และหายไปทันทีราวกับไม่ได้เกิดขึ้น

     

    เธอไม่แน่ใจว่าเห็นถูกหรือเปล่าแต่ก็บันทึกไว้ในหัว

     

    ---

     

    ระหว่างเดิน หลินลองพูดความจริงเล็กๆน้อยๆ เพื่อดูว่าป่าตอบสนองต่างกันไหม

     

    "เหนื่อย"ป่าส่งลมเย็นมา

     

    "หิว"ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เรนหยิบใบไม้ห่ออาหารให้โดยไม่พูด

     

    "กังวล"ต้นไม้ข้างๆ โน้มกิ่งลงมาเล็กน้อยแบบที่ทำ๻ั้๹แ๻่วันแรก

     

    หลินสังเกตว่าป่าตอบสนองได้เฉพาะสิ่งที่ป่าทำได้ป่าให้ลมเย็นได้ ให้ความอบอุ่นได้ ให้ทางเดินชัดขึ้นได้ แต่ป่าไม่ได้ให้อาหารไม่ได้เอาโทรศัพท์มาให้ ไม่ได้พาเธอกลับบ้าน

     

    ป่าให้สิ่งที่ป่ามีไม่ใช่สิ่งที่ป่าไม่มี

     

    "เรน"หลินพูด "ป่ามีขีดจำกัดไหม?"

     

    เรนเดินต่อ"ทุกสิ่งมีขีดจำกัด"

     

    "แต่ขีดจำกัดของป่าคืออะไร?"

     

    เรนคิดอยู่ครู่"ป่าไม่ให้สิ่งที่ต้องมาจากนอกป่า และป่าไม่ย้อนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วป่าตอบสนองต่อปัจจุบัน ไม่ใช่อดีต"

     

    "แต่ป่าจำ"

     

    "ป่าจำแต่ไม่ย้อน"

     

    หลินพิจารณาเ๱ื่๵๹นี้ระหว่างเดิน

     

    "งั้นถ้าฉันพูดความจริงออกมาเ๱ื่๵๹อะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตป่าจะไม่เปลี่ยนอดีตนั้น?"

     

    "ป่าทำแบบนั้นไม่ได้"

     

    "แต่ป่าจะทำอะไร?"

     

    เรนเดินไปอีกสักพักก่อนตอบ"ป่าจะ... รับรู้ ป่าไม่เปลี่ยนอดีต แต่ป่าเปลี่ยนน้ำหนักของมันบางครั้งการที่มีอะไรบางอย่างรับรู้สิ่งที่เราพูดออกมาทำให้น้ำหนักนั้นเบาลง"

     

    หลินเดินตามในความเงียบ

     

    สิ่งที่เรนพูดฟังดูเหมือนอะไรบางอย่างที่เธอรู้อยู่แล้วแต่ไม่เคยรวบรวมเป็๲คำ

     

    ---

     

    พวกเขาหยุดพักที่ขอบแนวป่าใหม่เมื่อบ่ายคล้อยป่าข้างหน้าเข้มกว่า ต้นไม้ใหญ่กว่า แสงน้อยกว่า เห็นได้ชัดว่าอีกชั้นหนึ่งของป่า

     

    "ป่าชั้นสอง"เรนพูด มองไปข้างหน้า "จากนี้ไปกฎจะเข้มข้นกว่าป่าตอบสนองเร็วกว่าและแรงกว่า"

     

    "เข้มข้นขึ้นยังไง?"

     

    "ที่ชั้นแรกถ้าโกหกเธอหลงทางเล็กน้อย ที่ชั้นสองถ้าโกหกเธอหลงลึกมากขึ้นและที่ชั้นสามที่เราต้องไปถึงสังข์ ถ้าโกหก ผลจะไม่ใช่แค่หลงทาง"

     

    "ผลจะเป็๲อะไร?"

     

    เรนมองเธอ"ขึ้นกับว่าเธอโกหกเ๱ื่๵๹อะไร และโกหกมากแค่ไหน"

     

    หลินมองป่าชั้นสองที่ขอบข้างหน้า

     

    มืด แต่ไม่ได้มืดแบบที่น่ากลัวมืดแบบที่ลึก เหมือนน้ำทะเลที่ดูไม่เห็นก้น แต่รู้ว่ามีบางอย่างอยู่ลึกลงไปแน่นอน

     

    เธอพูดเบาๆ"ฉันกลัวที่จะเข้าไปข้างหน้า"

     

    ป่าตอบสนองเส้นทางด้านหน้าชัดขึ้นเล็กน้อย

     

    เรนมองเธอ นานกว่าปกติ แล้วก็พูดเงียบๆก่อนหันหน้าเดินต่อ

     

    "เธออาจรอดไปได้"

     

    หลินได้ยินประโยคนั้น

     

    ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพูดแต่ครั้งนี้ฟังต่างออกไปนิดหน่อย ต่างในแบบที่ยังบอกไม่ได้ว่าต่างอย่างไรแต่รู้สึกว่าในคำว่า "อาจ" ของครั้งนี้มีความหมายที่น้อยลงกว่าครั้งแรก

     

    หลินตามเขาเข้าไปในป่าชั้นสอง

     

    ป่าปิดรอบข้างทันทีต้นไม้สูงชะลูดจนมองไม่เห็นยอด แสงลดลงจนเป็๲แค่เส้นทองเล็กๆ ที่กรองผ่านระหว่างใบเสียงเปลี่ยน ลึกขึ้น ช้าลง

     

    หลินมองรอบๆ แล้วพูดเบาๆ กับตัวเอง"ยังไม่ถึงบ้านหรอก แต่กำลังพยายามอยู่"

     

    ป่าไม่ตอบ แต่รู้สึกได้ว่าได้ยิน

     

    เธอเดินต่อ

     

    ---