“ฉันไม่เคยคิดจะทำดีหวังผลค่ะฉันแค่อยากให้เพียงดาวมีความสุข”
“หึความสุขงั้นเหรอ ความสุขปลอม ๆ”
“แล้วแบบไหนคือความสุขที่แท้จริงคะ”
ไม่มีคำตอบใดๆ จากพลเอก มีเพียงความเงียบปกคลุมทั่วบริเวณต่างฝ่ายต่างเงียบราวกับมีเื่บางอย่างในใจที่ต่างกำลังคิดอยู่
“ความสุขที่แท้จริงคือการมีพร้อมทุกอย่างยังไงละ”
“ไม่จริงค่ะ”
ทอฝันเอ่ยสวนทันควันเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น
“คุณดูบ้านหลังใหญ่โตหลังนี้สิคะดูรถคันหรูมูลค่าหลายล้านบาทที่คุณขับ ดูชุดข้าราชการและยศตำแหน่งใหญ่โตที่คุณมีนั่นคือการมีพร้อมทุกอย่างใช่มั้ยคะ แล้วคุณมีความสุขรึเปล่า”
คำถามของทอฝันทำให้พลเอกนิ่งเงียบใบหน้าแดงก่ำ
“อย่าริมาสอนฉัน”
น้ำเสียงเยือกเย็นนั้นทำให้ทอฝันใจหวิวเล็กน้อย
“ด้วยความเคารพนะคะฉันไม่เคยคิดจะสอนคุณค่ะฉันแค่อยากให้คุณเข้าใจถึงความรู้สึกของลูกสาวคุณบ้างเท่านั้นเอง”
อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรได้แต่นิ่งเงียบ
“คุณไม่ต้องยอมรับฉันก็ได้ค่ะแต่ได้โปรดอย่ากีดกันความรักของฉันกับเพียงดาวเลยนะคะ ได้โปรดให้เราได้พิสูจน์ให้ฉันได้ทำให้คุณเห็นว่าฉันสามารถดูแลเพียงดาวได้”
“หึอย่างแกนะเหรอจะดูแลเพียงได้”
“เพราะแบบนี้ไงคะฉันถึงขอโอกาสให้ฉันได้พิสูจน์ระหว่างผู้ชายหลายต่อหลายคนที่คุณสรรหามาให้เพียงดาว ซึ่งลูกสาวคุณก็เอาแต่หนีกับฉันที่เป็ผู้หญิงแต่อยู่เคียงข้างและโอบกอดเธอได้เสมอยามเจอเื่ร้ายต่าง ๆขอโอกาสให้เราได้พิสูจน์ความรักในแบบของเราเถอะนะคะ”
ความรู้สึกของพลเอกนั้นสับสนปนเปกันไปหมดเขาไม่รู้จะต้องทำอย่างไรกับคำขอนี้ แต่อีกใจก็ไม่อยากให้เพียงดาวออกจากบ้านอีกเพราะั้แ่เพียงดาวออกไปครั้งนั้นเขาก็รู้ว่าลูกคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเขา
“ของขวัญชิ้นนี้ฉันตั้งใจซื้อมาให้คุณนะคะและเพียงดาวก็ช่วยเลือกอย่างตั้งใจ เธอรู้ว่าคุณชอบแบบไหน ลองเปิดดูสิคะ”
พลเอกไม่ตอบอะไรแต่เอื้อมมือไปแกะของขวัญที่อยู่ตรงหน้าและรอยยิ้มก็ค่อย ๆ เกิดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มวัยกลางคน
“รุ่นนี้หายากมากสวยจริง ๆ”
แววตาเปล่งประกายคล้ายกับเด็กได้ของเล่นนั้นบ่งบอกว่าของขวัญชิ้นนี้ถูกใจพลเอกเป็อย่างมาก
“ดีใจที่คุณชอบนะคะ”
พลเอกละสายตาจากรองเท้าในมือและหันมามองหน้าทอฝันเขาจับจ้องคนตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตา ก่อนจะพูดว่า
“ฉันจะให้โอกาสแกแต่ถ้าเพียงดาวเสียใจเมื่อไหร่ แกจะไม่ได้มาเหยียบที่นี่อีก”
ทอฝันยิ้มออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น
“ขอบคุณที่ให้โอกาสความรักของเรานะคะ”
อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรเพราะยังชื่นชมรองเท้าหนังคู่ใหม่ไม่จุใจสายตาจึงจับจ้องเพียงแต่รองเท้าในมือซะมากกว่า
“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทู้ยู แฮปปี้เบิร์ด เดย์ ทู้ยู แฮปปี้เบิร์ด เดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์แฮปปี้เบิร์ด เดย์ ทู ยู”
เสียงร้องเพลงวันเกิดของทอฝันดังมาแต่ไกลพร้อมกับเค้กก้อนหนึ่งในมือที่ปักเทียนมาเรียบร้อยแล้วเธอเดินถือเค้กมาตรงหน้าพลเอกและยื่นเค้กให้อีกฝ่ายเมื่อร้องเพลงจบ
“สุขสันต์วันเกิดนะคะพ่ออธิษฐานสิคะ”
พลเอกหลับตาลงทำตามที่อีกฝ่ายบอกอย่างว่าง่าย
“ขอบใจนะลูก”
ใบหน้าที่มีแต่ความดุดันความเกรี้ยวกราด ตอนนี้มีรอยยิ้มบาง ๆ เข้ามาแทนบ้านหลังใหญ่โตที่เคยเงียบเหงาก็ดูจะมีชีวิตชีวาขึ้นทันที แม้การฉลองวันเกิดของพลเอกในค่ำคืนนี้จะมีคนแค่สี่คนก็ตาม
“เพียงเดี๋ยวพี่จะกลับแล้วนะเพราะดึกมากแล้ว”
ทอฝันกระซิบบอกเพียงดาวที่นั่งอยู่ข้างๆแต่ระดับเสียงคงจะดังเกินไปจึงทำให้พลเอกและน้าอิ่มที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ฝั่งตรงข้ามได้ยิน
“นี่มันก็ดึกมากแล้วนะลูกน้าว่านอนค้างที่นี่ก่อนดีมั้ย ผู้หญิงขับรถดึก ๆ คนเดียวมันอันตรายนะ”
น้าอิ่มเอ่ยขึ้นสีหน้าดูเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรค่ะฝันขับกลับได้ค่ะ”
“แต่เพียงว่าค้างที่นี่เถอะค่ะพี่ฝันดึกมากแล้ว”
เพียงดาวเห็นด้วยกับน้าอิ่มจึงพูดให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจเป็ค้างที่นี่แต่ก็ดูจะไม่เป็ผล
“ไม่เป็ไรค่ะพี่กลับได้”
ทอฝันเหลือบมองพลเอกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเล็กน้อยก่อนจะยืนยันคำเดิม
“ค้างที่นี่แหละเดี๋ยวเกิดอะไรขึ้นปัญหายุ่งยากจะตามมา”
น้ำเสียงเรียบเฉยนั้นไม่อาจบ่งบอกว่าแท้จริงแล้วคนพูดคิดอะไรอยู่ในใจแต่มันก็เป็คำพูดที่ทำให้ทอฝันและเพียงดาวยิ้มออกมาทั้งคู่จับมือกันใต้โต๊ะอย่างดีใจ
แม้จะเป็การเริ่มต้นที่ไม่ได้สวยหวานเท่าไหร่นักแต่อย่างน้อยการที่พลเอกเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้พิสูจน์ตัวเองว่าสามารถดูแลกันได้และเปิดบ้านต้อนรับทอฝันอย่างเต็มใจก็ถือเป็เื่ที่ดีมากแล้วสำหรับทั้งคู่
“ขอบคุณนะคะ”
ทอฝันกล่าวพร้อมกับยกมือไหว้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างเรียบง่ายแต่ความสุขนั้นมากล้นเหลือเกินไม่มีใครรู้ว่าความรักของเพียงดาวและทอฝันจะเป็ยังไงต่อจากนี้ปลายทางของทั้งคู่จะแสนหวาน หรือมีอุปสรรคปัญหาใด ๆ เข้ามาอีกหรือไม่
แต่ทั้งคู่รู้แค่ว่าทุก ๆ ปัญหาจะผ่านไปได้ถ้าคนสองคนจับมือกันแน่นพอ เพราะความรักชนะทุกอย่างรวมถึงความกลัว