ตอนที่ 13 นี่คือผู้จัดการร้านจินหลง
“ฉันจะมีความสามารถขนาดนั้นเชียวหรือคะ? ฉันไม่เคยเรียนรู้มาก่อนจะทำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”
ณิชาเลือกที่จะตอบหยางจวินอย่างถ่อมตัวเพราะเธอไม่รู้ว่าร้านขายโบราณวัตถุนั้นอยู่ที่ใดหรือมีใครเป็เ้าของ รวมทั้งรายละเอียดอื่นๆเนื่องจากเธอเพิ่งไปเยี่ยมชมมาไม่กี่ร้านเท่านั้นเอง
“ลองทดสอบดูก่อนก็ได้นี่ครับของแบบนี้สามารถเรียนรู้ได้ ผมเชื่อว่าคุณเหยาทำได้แน่นอนครับ”
หยางจวินยิ้มกว้างอย่างยินดีเพราะณิชาไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอของเขาโดยตรงทว่ายังเปิดโอกาสให้มีการทดสอบก่อน ซึ่งเขาเชื่อมั่นในตัวณิชาอย่างบอกไม่ถูกหากจะว่าเขาเห็นแก่หญิงสาวสวยแล้วทำให้ตาบอดจนเชื่อคำพูดทุกคำของฝ่ายหญิงเขามั่นใจว่าตนเองไม่ใช่คนเช่นนั้นอย่างแน่นอน
“ก็ได้ค่ะงั้นพวกเราไปทดสอบเมื่อไหร่ดี?”
ณิชาพยักหน้าตอบตกลงอย่างผ่อนคลายเธอ้าทดสอบทักษะของตนเองเช่นกัน อย่างน้อยเป็การสร้างทางเลือกให้ตัวเองดีกว่าถูกจำกัดช่องทางสร้างรายได้ส่วนทักษะมือกลนั้นเธอจำเป็ต้องมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใช้งานส่วนตัวจึงเป็เหตุผลที่เธอยินยอมรับเงื่อนไขของอีกฝ่ายเต็มใจ
“กินอาหารเช้าเสร็จแล้วก็ไปเลยครับหรือคุณเหยามีธุระจะไปที่ไหนก่อนไหมครับ?”
หยางจวินตอบกลับณิชาพลางสอบถามแผนของเธอวันนี้อย่างใส่ใจ
“ไม่มีแผนอะไรเป็พิเศษงั้นพวกเราไปเลยก็ได้ค่ะ” ณิชาส่ายหน้าพลางยอมรับนัดหมายของหยางจวินทันที
อนึ่งณิชา้าทดสอบทักษะและััพิเศษของตนเองเช่นกันว่าจะสามารถวิเคราะห์และระบุอายุหรือคุณลักษณะของโบราณวัตถุทั้งหลายได้ตรงกับที่อีกฝ่าย้าหรือไม่หากเธอมีความสามารถนั้นจริง ย่อมช่วยให้แผนการชีวิตของเธอบรรลุอีกขั้นอย่างง่ายดาย
หลังจากทั้งคู่กินอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยหยางจวินเชื้อเชิญณิชานั่งรถยนต์ส่วนตัวไปกับเขาโดยเขารับหน้าที่เป็คนขับให้เธอนั่งอย่างยินดี ซึ่งณิชายอมรับคำเชิญอย่างสบายใจเธอเริ่มรู้สึกว่าหยางจวินไม่ได้ขี้เก๊กเหมือนแต่แรก ทว่าเป็เหมือนเพื่อนที่สามารถพูดคุยระหว่างกันได้อย่างตรงไปตรงมามากกว่าทั้งนี้เธอเชื่อในสัญชาตญาณของตนเองที่มองคนไม่ผิดอย่างแน่นอน
..........
เวลานี้หยางจวินและณิชามาถึงร้านจินหลงแอนทีคแล้วโดยมีชายชรากู้เลี่ยงหวงเบิกตากว้างจ้องมองคนทั้งคู่สลับไปมาอย่างไม่เชื่อสายตาเขาคว้าแขนของหยางจวินลากเข้าไปหลังร้าน พร้อมกับสอบถามเสียงเบาอย่างสงสัยว่า
“เสี่ยวจวินหลานพาแม่หนูคนนี้มาได้ยังไง?”
“แสดงว่าเป็เธอจริงๆใช่ไหมครับ?”
หยางจวินสอบถามชายชราเพื่อความแน่ใจถึงแม้ว่าเขาจะมั่นใจเกือบเต็มร้อยว่าต้องเป็ณิชาแน่นอน ทว่าหากได้รับคำ
ยืนยันจากกู้เลี่ยงหวงย่อมพิสูจน์ความจริงได้ดีกว่า
ชายชราพยักหน้ายอมรับพลางตอบกลับเขาว่า“ก็ใช่นะสิ เก่งไม่หยอกนะที่ตามหาแม่หนูคนนี้พบ”
กู้เลี่ยงหวงกล่าวสัพยอกหยางจวินอย่างมีเลศนัยเพราะไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มจะมีความสามารถตามหาหญิงสาวพบทำให้เขา้าพิสูจน์ทักษะของณิชาในทันใด
“ถ้าอย่างนั้นก็ลองทดสอบแม่หนูกันเถอะ”กู้เลี่ยงหวงรีบกล่าวตัดบทก่อนที่จะถูกซักไซ้จากหยางจวินมากกว่านี้
ด้านณิชารู้สึกแปลกใจที่พบว่าหยางจวินและชายชราเ้าของร้านมีความคุ้นเคยกันจนแยกตัวไปพูดคุยอย่างมีลับลมคมใน เธอไม่ได้สนใจกับการสนทนาของพวกเขาแต่อย่างใดทว่าเธอสนใจสินค้าใหม่ที่เข้ามาในร้านซึ่งถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะหนึ่งที่ตั้งอยู่คั่นกลางระหว่างหน้าร้านและหลังร้านเป็สินค้าที่แตกต่างจากเมื่อวานนี้ เรียกความสนใจจากเธอโดยตรง
กู้เลี่ยงหวงเดินออกมาจากหลังร้านกับหยางจวินทั้งคู่เหลือบมองเห็นณิชาเดินเข้าไปดูชุดน้ำชาดินเผาโบราณสีดำบนโต๊ะตรวจสอบสินค้าเป็สินค้าที่เพิ่งเข้ามาใหม่ในวันนี้พอดี ซึ่งกู้เลี่ยงหวงยังไม่ได้ทำการตรวจสอบ
กู้เลี่ยงหวงและหยางจวินหันหน้ามองสบตากันทั้งคู่มีความคิดไม่แตกต่างในเื่ที่จะทดสอบทักษะของหญิงสาวจึงปล่อยให้ณิชาหยิบชุดน้ำชาดินเผาโบราณขึ้นมาตรวจสอบอย่างใกล้ชิดด้วยความสบายใจ
ณิชาหยิบกาน้ำชาดินเผาขนาดเล็กขึ้นมาดูด้วยความสนใจเธอพบว่ามีพลังลึกลับบางอย่างที่แผ่ออกมาจากกาน้ำชาดินเผาแล้วโอบล้อมมือซ้ายที่ตนถืออยู่เป็พลังธรรมชาติชนิดหนึ่งที่แฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยและโหยหา
กาน้ำชาดินเผาโบราณมีสภาพเกือบสมบูรณ์เต็มร้อยทว่ามีรอยบิ่นเล็กน้อยที่ฝาบนกาน้ำชาซึ่งเธอคาดเดาว่ากาน้ำชานี้น่าจะมีอายุราวสามพันกว่าปีก่อนคริสต์ศักราชเป็การประมาณอายุจากทักษะที่เธอเคยเรียนรู้มาจากดาวเอเอสในการวิเคราะห์หาอายุของเทคโนโลยีและอาวุธโบราณจากดาวต่างๆ
ณิชาครุ่นคิดอย่างมั่นใจในการตรวจสอบกาน้ำชาดินเผาโบราณนี้ว่า
‘กาน้ำชาดินเผานี้มีอายุนานนับหลายพันปีแล้วน่าจะอยู่ในยุคไหนของโลกนี้กันนะ?ร่างเก่ามีความทรงจำของ
ประวัติศาสตร์น้อยมากฉันคงต้องหาเวลาศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศจีน และประเทศอื่นๆ หากว่าต้องทำงานเกี่ยวกับด้านนี้โดยตรง’
จากนั้นเธอหยิบถ้วยน้ำชาดินเผาอีกห้าใบขึ้นมาดูด้วยความสนใจทว่ามีอยู่ใบหนึ่งที่เธอเกิดความรู้สึกแปลกใจ เนื่องจากเธอไม่พบพลังลึกลับเหมือนกับถ้วยชาใบอื่นหรือพลังลึกลับจากกาน้ำชาดินเผาทำให้เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัยอย่างไม่ตั้งใจ
กู้เลี่ยงหวงและหยางจวินจับจ้องท่าทางของเธออยู่ก่อนแล้วทั้งคู่เดินเข้ามาหาเธอก่อนที่จะสอบถามด้วยความใคร่รู้ว่า
“คุณเหยาพบอะไรผิดปกติกับถ้วยชานี้หรือครับ?”หยางจวินสอบถามณิชาเป็ครั้งแรกด้วยความสงสัย
“นั่นสิแม่หนูพบอะไรผิดปกติหรือ?”กู้เลี่ยงหวงถามหญิงสาวด้วยความอยากรู้เช่นกัน
“ฉันไม่แน่ใจนักแต่รู้สึกว่าถ้วยชาใบนี้ แตกต่างจากกาน้ำชา และถ้วยชาใบอื่นๆ ค่ะ”
ณิชาแสดงความคิดเห็นตามจริงซึ่งเธอมั่นใจว่าสินค้าเหล่านี้อาจเตรียมไว้สำหรับทดสอบทักษะของเธอฉะนั้นหากเธอ้างานทำในเวลาเร่งด่วนเช่นนี้เธอก็ควรแสดงทักษะที่แท้จริงออกมาซึ่งเป็ทักษะที่เกิดจากสัญชาตญาณพื้นฐานของตนเองโดยเธอลุ้นกับคำตอบที่จะได้รับจากชายชราอย่างคาดหวัง
“อืม!น่าสนใจ ฉันจะลองตรวจดูก็แล้วกัน อยากรู้เหมือนกันว่าสินค้านี้จะเก่าแก่ขนาดไหน?”
กู้เลี่ยงหวงพยักหน้าด้วยความสนใจเขานั่งบนเก้าอี้ไม้โบราณหัวโล้นพลางหยิบอุปกรณ์บนโต๊ะซึ่งเป็กล่องไม้ขนาดกลางเก่าแก่เมื่อเปิดออกมาในกล่องนั้นมีอุปกรณ์หลากหลายชนิด รวมทั้งแว่นขยายและแผ่นไม้ผ้าสักหลาดเพื่อวางวัตถุสำหรับการตรวจสอบ
จากนั้นเขาเริ่มทำการวิเคราะห์และตรวจสอบอย่างจริงจังโดยมีหยางจวินและณิชานั่งล้อมวงสังเกตท่าทางของชายชราด้วยความสนใจ
กู้เลี่ยงหวงหยิบแว่นขยายประจำตัวออกมาส่องดูกาน้ำชาดินเผาโบราณก่อนโดยเขาส่องดูช้าๆ ทุกมุมมองเพื่อไม่ให้พลาดรายละเอียดสำคัญใดๆพร้อมกับพยักหน้าช้าๆ เป็ระยะ เมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วจึงหยิบถ้วยน้ำชาดินเผามาตรวจสอบทีละใบโดยเว้นใบที่ณิชาให้ความสนใจเป็พิเศษแยกไว้ต่างหาก
จนกระทั่งชายชราตรวจสอบกาน้ำชาและถ้วยน้ำชาเสร็จสิ้นครบทุกชิ้นเขาเงยหน้าขึ้นสอบถามผลการตรวจสอบของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสนใจว่า
“แม่หนูคิดว่ากาน้ำชาดินเผาและถ้วยน้ำชาพวกนี้น่าจะมีอายุเท่าใดหรือ?”
ณิชายิ้มน้อยๆพลางตอบกลับชายชราตามจริงว่า
“ฉันคิดว่าน่าจะมีอายุราวๆสามพันกว่าปีก่อนคริสต์ศักราช ส่วนถ้วยน้ำชาใบนี้ น่าจะมีอายุแค่สองร้อยปีค่ะ”
น้ำเสียงตอบที่มั่นใจของณิชาเรียกความสนใจจากชายชราได้เป็อย่างดีโดยเฉพาะการคาดเดาอายุของสินค้าโบราณเหล่านี้ ซึ่งใกล้เคียงกับการตรวจสอบของเขาทำให้เขารู้สึกทึ่งหญิงสาวเป็อย่างมากเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ใช้เครื่องมือพิเศษช่วยตรวจสอบแต่อย่างใดมิหนำซ้ำยังสามารถแยกแยะถ้วยน้ำชาจริงและปลอมได้อย่างแม่นยำ
กู้เลี่ยงหวงลอบสบตากับหยางจวินอย่างยินดีซึ่งหยางจวินรับรู้ได้ทันทีว่าทักษะของณิชาแม่นยำจนทำให้ชายชราพึงพอใจได้
หยางจวินสอบถามณิชาด้วยความสงสัยกับถ้วยน้ำชาอีกใบที่แตกต่างจากใบอื่นว่า
“คุณเหยาครับถ้วยน้ำชาที่ว่ามีอายุแค่สองร้อยปี คุณดูจากอะไรหรือครับ?ช่วยบอกผมให้รู้ที”
ท่าทางจริงใจที่้ารับรู้ความแตกต่างของถ้วยน้ำชาจากหยางจวินซึ่งณิชาพบว่าเขาถามเพราะอยากรู้ด้วยใจจริงทำให้เธออธิบายกับหยางจวินและชายชราฟังอย่างใจเย็นว่า
“ฉันอธิบายเป็หลักวิชาการไม่ได้หรอกนะคะแค่รู้สึกว่าเวลาฉันััมันจะมีความแตกต่างจากใบอื่นรวมถึงสีสันที่อาจดูเหมือนกับใบอื่นอย่างแยกไม่ออก แต่ฉันเป็คนช่างสังเกตพอสมควรเลยมองเห็นระดับสีที่แตกต่างจากใบอื่นในบางจุดได้มันอยู่ตรงนี้กับตรงนี้และตรงนี้ค่ะ”
ณิชาชี้นิ้วให้ดูเปรียบเทียบสีของถ้วยน้ำชาใบเ้าปัญหากับใบอื่นให้หยางจวินและชายชราดู จากนั้นเริ่มพูดถึงอายุของสินค้าโบราณชิ้นนี้อย่างกำกวมว่า
“ส่วนอายุของพวกมันนั้นเป็ความสามารถเฉพาะของฉัน ซึ่งฉันก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดีค่ะ เอาเป็ว่าฉันสามารถคาดคะเนได้ บางทีอาจไม่ตรงเป๊ะทีเดียวแต่คิดว่าน่าจะใกล้เคียงบ้าง คุณ.....”
ท้ายประโยคณิชาไม่แน่ใจว่าควรเรียกขานชายชราว่าอย่างไรดีเพราะั้แ่เธอเดินเข้ามาภายในร้าน จนกระทั่งตรวจสอบโบราณวัตถุเสร็จสิ้นเธอยังไม่ได้แนะนำตัวหรือทำความรู้จักกับชายชราอย่างเป็ทางการมาก่อน
หยางจวินอุทานด้วยความรู้สึกผิดต่อเธอพลางตอบกลับด้วยความเขินอายว่า
“โอ้! ผมขอโทษด้วยครับคุณเหยานี่คือผู้จัดการร้านจินหลง เรียกว่าปู่กู้เหมือนผมก็ได้ครับ”
หยางจวินตอบณิชาแล้วเหล่ตามองชายชรานั่งข้างตนด้วยสายตามีความหมายทำให้กู้เลี่ยงหวงหัวเราะเบาๆ อย่างเข้าใจความคิดของหยางจวินจึงกล่าวยืนยันกับณิชาอย่างผ่อนคลายว่า
“ใช่แล้วแม่หนูเรียกฉันว่าปู่กู้ก็ได้ แล้วแม่หนูละ จะให้ฉันเรียกว่าอะไรดี?”
กู้เลี่ยงหวงรู้สึกอยากที่จะขบขันหยางจวินทว่าเขาจำเป็ต้องสำรวมท่าทางตนเองไว้ก่อน พลางถามหญิงสาวที่เ้านาย
น้อยให้ความสนใจเป็พิเศษอยู่ด้วยความเมตตา
ณิชาตอบชราตามจริงอย่างไม่กังวลเธอได้แต่หวังว่าแซ่ของแม่ตนจะช่วยให้สามารถติดตามร่องรอยได้ เพราะอย่างน้อยชายชรากู้น่าจะเป็คนกว้างขวางในเมืองซีอานพอสมควร
“หนูเป็ลูกครึ่งไทยจีนชื่อไทยคือณิชา แต่ชื่อจีนแม่ตั้งให้ว่า เทียนอู๋เหยาเรียกหนูว่าเหยาเหยาก็ได้ค่ะ”
กู้เลี่ยงหวงหรี่ตาเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อจีนของณิชาเขาไม่ได้แสดงท่าทางผิดปกติอะไรออกไป นอกจากหัวเราะกับท่าทาง
ของหยางจวินที่ดูไม่พอใจในการพูดคุยระหว่างตัวเขากับณิชาจึงพูดหยอกหยางจวินกับณิชาโดยตรงว่า
“ชื่อเหยาเหยางั้นหรือ? เป็ชื่อดีทีเดียว สวยงามสมชื่อยิ่งนักมิน่าละถึงได้มีบางคนสนใจ จริงไหมเสี่ยวจวิน?”
คราวนี้หยางจวินหลุดอาการเคร่งขรึมทันใดเพราะไม่คาดคิดว่าชายชราจะย้อนรอยกับตนทันควันทำให้เขาลอบถลึงตาให้กับชายชราก่อนที่จะพูดกลบเกลื่อนความรู้สึกตนเองที่มีต่อณิชาว่า
“ก็คุณเหยาเป็คนสวยนี่ครับย่อมมีคนสนใจเป็ธรรมดา ลองเดินออกไปนอกร้านสิครับไม่แคล้วจะมีแต่คนมองเหลียวหลัง”
ณิชากระพริบตาปริบๆเพื่อปรับความรู้สึก เธอพยายามกลั้นขำกับท่าทางแก้ตัวของหยางจวินโดยที่ชายชราหัวเราะเบาๆ อย่างอดไม่อยู่ทว่าทุกคนไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเื่พฤติกรรมของหยางจวินอีกต่อไปเพราะไม่้าให้เขารู้สึกเก้อเขินมากกว่าเดิม