ท่ามกลางความมืดมิดอันนิจนิรันดร์ร่างวิญญาณหญิงสาวร่างหนึ่งได้เดินอย่างไร้จุดหมายโดยที่รอบด้านนั้นเต็มไปด้วยความมืดมิดไม่มีสิ่งใดนอกเหนือจากมันเลย มีเพียงตัวนางเท่านั้นที่หลุดเข้ามาในที่แห่งนี้หากไม่ใช่เพราะแสงสีทองที่เปล่งประกายออกมาจากตัวของนางบางทีนางคงอาจเป็นบ้าตายไปแล้ว
ที่แห่งนี้มันไม่เพียงเป็นแค่ความมืดปกติทั่วไปแต่มันยังกัดกร่อนดวงวิญญาณไปทีละนิดโชคของนางยังดีที่มีแสงสีทองช่วยพยุงร่างวิญญาณเอาไว้มิเช่นนั้นก็อาจมีจุดจบที่ร้ายแรงยิ่งเสียกว่าความตาย ระยะทางที่เดินทางมานั้นไม่อาจวัดคาดคะเนได้ว่ามันนานมากขนาดไหน วันเวลาเวียนผ่านไปแค่ไหนแล้วก็มิอาจรับรู้ได้ นางรู้เพียงแค่ว่าจิตใต้สำนึกที่อยู่ส่วนลึกที่สุดของดวงวิญญาณบอกให้นางเดินหน้าไปเรื่อยๆ
“ไม่ได้นำทางไปยังสุขคติที่ทุกคนได้พูดเอาไว้ว่าหลังจากคนเราจบชีวิตไปแล้วจะไปอย่างนั้นหรือแล้วนี่ข้าอยู่ที่ไหน ข้าต้องเดินไปต่ออีกนานแค่ไหนถึงจะเห็นจุดหมาย หรือว่าต้องติดอยู่ที่นี่ตลอดกาล”
หากไม่ใช่นางที่เดิมเป็นคนที่เยือกเย็นและอดทนต่อความยากลำบากของชีวิตเป็นทุนเดิมอยู่แล้วบางทีอาจต้องตายตั้งแต่ไม่กี่วินาทีแรกที่เหยียบย่างเข้ามาที่นี่ก็ได้
ขณะที่นางที่กำลังจะหมดกำลังที่จะไปต่อ ทันใดนั้นเองความมืดมิดก็เกิดปริแตกรอยร้าวมากมายแพร่กระจายไปทั่วทุกหนแห่งในความมืดมิด
“เกิดอะไรขึ้น เอ๊ะ….”
ความมืดมิดที่พังทลายไปส่วนหนึ่งได้ส่งคลื่นพลังประหลาดพุ่งเข้าหานางอย่างรวดเร็วจนไม่อาจรับรู้ได้ทัน
ปัง
ร่างของนางถูกกระแทกลอยไปไกลกระทั่งกระแทกเข้ากับความมืดมิดจนทำให้ความมืดมิดที่ไม่ต่างจากกำแพงใหญ่ยักษ์พังทลายทันทีส่วนตัวนางเองก็เกิดรอยปริแตกที่ร่างวิญญาณของนางเล็กน้อย นางคิดว่าคลื่นพลังประหลาดนั่นคงเป็นแค่ส่วนหนึ่งของพลังที่ปะทุออกมาไม่ต่างจากอุบัติเหตุทว่าหลังจากที่คิดเช่นนั้นก็เป็นเวลาเดียวกับที่ความมืดมิดพังทลายลงอย่างสมบูรณ์
อาวุธนานาชนิดที่มีรัศมีพลังหลากสีปรากฏขึ้นมามากมายมหาศาลเล็งมาที่ตัวของนาง ทำให้นางที่กำลังผ่อนคลายความกังวลกลับยิ่งตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า อาวุธเหล่านั้นสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะมีตัวอักษรขนาดใหญ่ค่อยๆร้อยเรียงข้อความขึ้นมาไม่นานก็กลายเป็นข้อความสีดำที่มีรัศมีพลังสีดำที่กักเก็บมหาสมุทรจิตสังหารเอาไว้ภายใน
ลานประหารเทพ!!
นี่คือข้อความที่ปรากฏขึ้นหลังจากที่อาวุธทุกอันสั่นไหว และในเวลาต่อมาโซ่สีดำก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินเข้ายึดร่างของนางตรึงร่างของนางเอาไว้ ความสามารถของมันยังทำให้ร่างวิญญาณของนางไม่อาจขัดขืนได้
แววตาอันแสนใหญ่โตและน่าขนลุกก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของนางมันมองนางอยู่สักพักก่อนจะแสยะยิ้มออกมา
“โทษทัณฑ์ที่รุนแรงที่สุด ไม่คิดเลยว่าจะเป็นมนุษย์ที่ได้รับบทลงโทษนี้ เจ้ามีอะไรที่จะสั่งเสียหรือไม่”
นางแทบจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมนางที่อาจหล่นไปยังขุมนรกหรือไม่ก็ไปยังสุขคติที่ดีหน่อยถ้าโชคดีหน่อยก็อาจได้ไปยัง*แดนสวรรค์เทวาสรรค์สร้างนิรันดร์กาล* แต่นี่ไม่เพียงเดินย่ำบนความมืดมิดมาอย่างยาวนานแต่กลับได้รับบทลงทัณฑ์ "ลานประหารเทพ" ที่กล่าวได้ว่ามันคือลานการประหารเหล่าปีศาจชั่วร้าย เทพชั่วร้าย สิ่งชั่วร้ายนับแสนนับหมื่นล้านล้าน แน่นอนว่ามันคือตำนานที่แค่กล่าวถึงหลังจากสูญเสียกายหยาบไปแล้วเท่านั้น
ทว่าตอนนี้นางกลับอยู่ในฐานะนักโทษ ทั้งชีวิตก็ไม่เคยทำอะไรที่มันไม่ดีมีเพียงแค่นางที่เป็นฝ่ายเสียสละทุกอย่างเพื่อปกป้องเหล่าชีวิตเอาไว้และสูญเสียหลายสิ่งเพื่อปกป้องความสุขเอาไว้ด้วย ถึงแม้ว่าบทลงทัณฑ์จะดูยิ่งใหญ่แต่นางก็ไม่เกรงกลัวมัน มันยิ่งทำให้นางรู้สึกผิดหวังกับมันเสียมากกว่า
“มันหมายความว่ายังไง ข้าไม่เคยทำอะไรผิดอีกอย่างข้าไม่ใช่ทวยเทพข้าจะรับบทลงโทษของเหล่าทวยเทพได้เช่นไร แล้วนี่ท่านเป็นใครเหตุใดถึงได้คิดจะตัดสินชีวิตของคนอื่นด้วย บางทีแล้วท่านอาจไม่ใช่คนควบคุมทัณฑ์ชนิดนี้แต่เป็นอื่นที่มีเจตนาร้าย”
“ฮ่า ฮ่า ..... นั่นเป็นคำตอบที่ทั้งฉลาดและน่าขันที่สุด ก็ได้ข้าไม่ใช่ผู้คุมการลงทัณฑ์หรอก แต่ว่าเพราะอะไรถึงได้ทำอย่างนั้นหรือ คำตอบมันก็แน่อยู่แล้วสังเวยวิญญาณอย่างไรล่ะ เพื่อเติมเต็มให้แก่มัน”
ดวงตาประหลาดเบนสายตามองไปยังดาบเล่มสีดำผุๆขึ้นสนิมที่ลอยอยู่กลางอากาศในตอนนี้มันถูกพันธนาการไม่ต่างอะไรไปจากนางและดูเหมือนมันเองยังถูกพันธนาการไว้อย่างแน่นหนา
“เห็นแก่เจ้าที่เป็นวิญญาณชั้นสูงที่เหนือเสียยิ่งกว่าผู้ปกครองของทวยเทพ ข้าจะพูดให้ฟังก่อนตายก็ได้ วิญญาณทุกดวงที่ผ่านการลงทัณฑ์ในทัณฑ์นี้จะนำไปสังเวยแก่ดาบเล่มนั้น ดาบเล่มสีดำผุๆที่ขึ้นสนิมนั่น มันมีความเป็นไปที่แปลกประหลาดเพราะดาบนี่ไม่ได้ถูกตีขึ้นแต่มันคือความสิ้นหวังและความมืดมิดอันนิจนิรันดร์ที่อัดแน่นไปด้วยเจตจำนงที่สยบทุกสรรพสิ่ง ชื่อของมันคือ @#$%^^&”
นางแทบไม่ได้สนใจจะฟังดวงตาประหลาดที่อยู่ตรงหน้าแต่กลับไปสะดุดที่ชื่อของมันที่กลายเป็นภาษาประหลาดที่นางเองก็ฟังไม่เข้าใจ
“ฟังให้ดีนะ ดาบ @#$%^^& เล่มนี้คือดาบที่สบั้นความหวังเปลี่ยนกลายเป็นความสิ้นหวังซึ่งมันเหมาะกับข้ามากๆและเจ้าเองก็คือดวงวิญญาณสุดท้ายที่ข้ารอคอยมานานมากถึงหลายแสนปีลงทัณฑ์สรรพชีวิตที่แข็งแกร่งไปมากมายกระทั่งมันในตอนนี้ก็ใกล้ที่จะทลายผนึกออกมาได้แล้วโดยที่ยังเหลือดวงวิญญาณอีกดวงเท่านั้นมันก็จะสมบูรณ์และตกอยู่ในการควบคุมของข้าในที่สุด ฮ่า ฮ่า”
นางขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะชื่อของมันที่ดวงตาประหลาดกล่าวถึงมันกลายเป็นภาษาแปลกๆอีกแล้วส่วนการสาธยายของเขานางไม่ได้ฟังต่อแต่อย่างใดเพราะกำลังคิดหาทางที่จะหลุดออกไปจากทัณฑ์แห่งนี้
“อะ แฮ่ม อืม สาธยายไปนานมากแล้วเอาล่ะถึงเวลาสักที คงเพราะข้าดีใจมากหรอกนะถึงได้พูดอะไรแบบนี้ให้เจ้าฟัง เอาล่ะถึงเวลาอันสมควรแล้ว ลานประหารเทพ ลงทัณฑ์”
อาวุธนานาชนิดมากมายสั่นไหวอย่างรุนแรงพุ่งมาจากทุกสารทิศโดยมีเป้าหมายเป็นนางที่ถูกตรึงร่างเอาไว้อย่างสมบูรณ์
“เอาเลย เอาเลย ข้าจะได้ดาบมาครอบครองแล้วแค่คิดก็ตื่นเต้นจนห้ามใจไม่อยู่”
เมื่อความสิ้นหวังเกิดขึ้นอย่างฉับพลันนางก็เพียงแค่หลับตาลง และเกิดภาพความทรงจำดีๆมากมายตั้งแต่เด็กจนกระทั่งทำหน้าที่ในฐานะ “ผู้กล้าหญิง” ถึงวาระสุดท้าย
“จะต้องจบสิ้นเพียงเท่านี้จริงๆอย่างนั้นหรือ”
ในขณะที่อาวุธนานาชนิดมากมายพุ่งเข้าประชิดตัวของนางมากจนถึงระยะหวังผลแสงสีทองก็เรืองแสงห่อหุ้มร่างของนางเอาไว้โซ่ที่ใช้ตรึงร่างของนางระเบิดสลายหายไปอาวุธมากมายถูกตรึงเอาไว้ภายในอากาศแทนและในเวลาเดียวกันทางฝั่งของดาบเล่มสีดำผุๆที่ขึ้นสนิมก็สั่นไหวพลังที่พันธนาการเอาไว้ระเบิดออกหายไป ดาบเล่มสีดำผุๆที่ขึ้นสนิมเล่มนั้นก็เรืองแสงสีดำออกมาปกคลุมตัวของมันเองจากดาบที่ผุๆขึ้นสนิมก็เปลี่ยนกลายเป็นดาบที่ไม่ต่างจากดาบศักดิ์สิทธิ์
ดาบเล่มสีดำที่รักษาตนเองจนเสร็จมันก็หันปลายดาบไปยังร่างของนางและพุ่งเข้าหานางจนแทงทะลุร่างของนางไป
“อะไรกันไม่ใช่ว่า.....!!!”
ดวงวิญญาณของนางค่อยๆเกิดรอยแตกร้าวมากขึ้นจนลามไปทั่วร่าง
“นี่มันหมายความว่ายังไง เป็นเจ้าที่ต้องการชีวิตของข้าแทนอย่างนั้นหรือ”
ความรู้สึกสิ้นหวังก็เข้าจู่โจมตัวของนางอีกครั้งทว่าเหตุการณ์ประหลาดก็ยังคงเกิดขึ้นต่อไปดาบเล่มสีดำที่แทงทะลุร่างของนางเลือนหายไปมันพุ่งเข้าไปในดวงวิญญาณของนางจากนั้นก็ผสานเข้าด้วยกันอย่างช้าๆจนสมบูรณ์ในที่สุดรอยแตกร้าวของร่างวิญญาณก็หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“สรุปแล้วมันหมายความว่ายังไงกันแน่?”
เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นจริงใช้เวลาไปไม่ถึงเสี้ยววินาที และมันก็เป็นเหตุการณ์ที่ดวงตาประหลาดตกตะลึงและโกรธจนดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงออกมา
“ได้ยังไงกัน ข้าที่ชุบเลี้ยงมันด้วยดวงวิญญาณมามากมายมันกลับทอดทิ้งข้า ไม่สิเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดที่มันแต่เป็นเจ้าเสียมากกว่า ได้ ถ้ามันหลอมรวมกับเจ้า แค่สังหารเจ้าทิ้งไปแล้วดึงมันออกมาตีตราทาสลงไปมันก็กลายเป็นของข้าแล้ว ตาย!”
‘ใช้พวกข้าสิ’ นี่คือข้อความที่สื่อผ่านมาของดาบทั้งสองเล่มทำให้ร่างวิญญาณหญิงสาวยืนนิ่งก่อนที่นางจะเรียกดาบเล่มสีทองและดาบเล่มสีดำออกมา และชื่อทักษะผสานของดาบทั้งสองก็ผุดขึ้นมาในหัวของนาง
ดาบแห่งสมดุลวัฏจักรหมุนเวียนไหลเวียนบรรจบไร้สิ้นสุด – อาณาเขตไร้สิ้นสุด
วงเวทสีทองสลับสีดำในลักษณะตัว S แพร่ขยายออกไปไร้สิ้นสุดโดยมีร่างวิญญาณหญิงสาวเป็นศูนย์กลาง ทุกสิ่งทุกอย่างราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ใบมีดมากมายมหาศาลก่อตัวขึ้นในอากาศธาตุไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ามันมีมากมายขนาดไหนเป้าหมายของมันคือเจ้าดวงตาประหลาดที่ตอนนี้ถูกหยุดนิ่งเอาไว้ราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็ง พวกมันที่ปรากฏขึ้นมาในเสี้ยววินาทีก็ไม่ได้ทำการรีรอพุ่งเข้าใส่เจ้าดวงตาประหลาดจนกระทั่งเจ้าดวงตาประหลาดจมหายไปในมหาสมุทรใบมีด
ในขณะที่ดวงตาประหลาดดับสูญไปในมหาสมุทรใบมีดร่างวิญญาณหญิงสาวก็เรืองแสงขึ้นมาอีกครั้งโดยครั้งนี้เป็นแสงสีขาวและก็เป็นจังหวะที่สติของร่างวิญญาณหญิงสาวดับวูบลงไป แสงสีขาวได้นำพาดวงวิญญาณของนางพุ่งทะลุออกไปจากสถานที่แห่งนี้มุ่งหน้าไปยังโลกใบหนึ่งที่ใกล้ที่สุดที่อยู่ตรงหน้า
………
**แดนสวรรค์เทวาสรรค์สร้างนิรันดร์กาล หนึ่งในแดนสุขคติสูงสุดที่เต็มไปด้วยความสุข ว่ากันว่าคือแดนของเทพที่แท้จริงที่บันดาลได้ทุกสรรพสิ่งและยังเป็นแดนที่เต็มไปด้วยสรรพชีวิตที่ไร้ซึ่งความชั่วร้ายในจิตใจขาวสะอาดและบริสุทธิ์ตลอดเวลา