วันต่อมา:ร้านผ้าจินหง
“เ้าว่าข้าควรเอาชุดคลุมสีใดดีนะ?” ไป่เยว่ชิงเอ่ยถามสหายรักที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน
“เ้ามีผิวขาวอยู่แล้วสีใดก็ย่อมเหมาะทั้งนั้น” ฟางซินมองสองนายบ่าวที่เลือกผ้าคลุมอย่างกระตือรือร้น “ถึงเ้ามิใส่มันก็มิได้ทำให้เ้าเปลี่ยนเพราะเ้าก็..สวยอยู่แล้ว” ไป่เยว่ชิงชื่นชอบให้ผู้คนชื่นชมนางเื่นี้ตู้ฟางซินรู้ดีจึงเอ่ยชมนางอยู่ทุกวันแม้จะมิใช่เื่จริงก็ตาม
“ก็จริงของเ้า” เยว่ชิงอมยิ้มและหันมองไปรอบๆ ร้าน “เอ๊ะ..นั่น'จูเหม่ยเซียน' เหตุใดนางจึงมิเป็อะไร? "
“มิรู้สิ” ฟางซินมองผ้าผิวหยาบและคำนวนราคาอยู่ในหัวจนลืมไป่เยว่ชิงไปเสียสนิทจนเสียงเรียกของจินเมีายวดังขึ้น
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนูไป่เดินไปทางนั้นแล้วเ้าค่ะ” จินเมี่ยวชี้ไปทางที่จูเหม่ยเซียนยืนอยู่ตู้ฟางซินจึงรีบเดินไปทันที
+-++++------++++--++--------+
“คุณหนูจู” ไป่เยว่ชิงใช้เสียงเรียกอันอ่อนหวานของนางเรียกคุณหนูจูเหม่ยเซียน พร้อมผงกหัวทักทาย ตู้ฟางซินที่เดินตามอยู่ด้านหลังได้แต่มองนิ่ง
“อ่อ..คุณหนูไป่ มีเื่อันใดหรือไม่???” จูเหม่ยเซียนหันหน้ามาตอบรับคำทักทายนั้น
‘เอ๊ะ!!!’ ตู้ฟางซินที่มองเห็นหน้าผากบวมปูดเกือบจะเท่าลูกหนิงเิของจูเหม่ยเซียนก็ยืนปิดปากกลั้นหัวเราะพร้อมบ่าวอีก2คน มิได้เอ่ยแทรกคำอันใด
“เอ่อ..ข้าทราบข่าวเื่ที่เ้าตกบันไดเมื่อวันก่อน าแบนหน้าผากของเ้าจะหายทันงานประชันสาวงามวันมะรืนนี้หรือไม่” ทำน้ำเสียงเสแสร้งห่วงใยใจใครหลายๆ คนััได้ไม่อยาก
“เ้าช่างกล้าถามนะ ยืนอยู่ใกล้เราถึงเพียงนี้มองมิเห็นรึว่าแผลเราบวมใหญ่ขนาดไหน” จูเหม่ยเซียนใช้สายตามองสำรวจทุกคนมิเว้นแม้แต่ตู้ฟางซินที่ยังคงกลั้นหัวเราะ ‘นางเป็สตรีที่งามมาก…แต่หน้าผากนูนของนาง..5555’
“ข้าเอ่ยถามเพราะห่วงใยเ้า” ไป่เยว่ชิงยังคงเสแสร้งเพราะภายในร้านผ้าจินหงยังคงมีผู้คนมากมายรอดูชม
“จริงๆ แล้วคงสมใจเ้าสินะ ขาดเราไปสักคนอันดับหนึ่งคงเป็ของเ้ากระมัง ก้มหัวขอบคุณเราซะสิ” จูเหม่ยเซียนกล่าวคำพูดได้เจ็บแสบนักจนตู้ฟางซินที่ยืนฟังอยู่ยังมิค่อยชอบใจถึงแม้ไป่เยว่ชิงจะทำตัวไม่ถูกอยู่บ้างแต่ก็มิควรจะว่ากล่าวหนักเช่นนี้
“คุณหนูจูเ้ากล่าวผิดแล้ว ที่คุณหนูไป่กล่าวเช่นนี้เพราะเป็ห่วงเ้าต่างหาก เื่ตกบันไดน่าอายถึงเพียงนั้นคนเขารู้กันทั่วทั้งเมืองหลวงถึงเ้าขึ้นประชันความงาม ก็คงมิได้รางวัลใด ข้าว่าเ้ามิสู้ยืนเฉยๆ มองคุณหนูไป่รับรางวัลหญิงงามอันดับหนึ่งคงจะเหมาะกว่า" ตู้ฟางซินกล่าวจบทั้งสาวใช้และคนในร้านรวมถึงคุณหนูไป่พากันกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น ก่อนที่จะได้กล่าวสิ่งใดต่อ
ผลั่ก!!!!! จูเหม่ยเซียนก็ยื่นมือมาผลักตู้ฟางซินจนล้มลง
“โอ๊ย!!!” ฟางซินร้องลั่นเพราะปวดสะโพกไปหมด
“ว้ายยย!! คุณหนูเ้าคะ" จินเมี่ยวรีบวิ่งเข้ามาประคอง คนในร้านจินหงต่างพากันใร้องเสียงดัง จูเหม่ยเซียนเดินมานั่งลงและพูดกับตู้ฟางซินช้าๆ เสียงดังชัดเจน แถมยังยกนิ้วชี้ขึ้นชี้หน้านาง
“นี่เป็เื่ระหว่างเรากับคุณหนูไป่เ้าไม่เกี่ยวอย่าได้ยื่นปากเข้ามาสอด” ฟางซินถูกนางเอานิ้วจิ้มหน้าผากจนหน้าหงายไปหนึ่งที ตู้ฟางซินยกยิ้มชอบใจในความร้ายแบบตรงๆ ของนางแม้ตัวเองจะถูกผลักจนล้มแต่ก็ไม่ได้โกรธอะไรยังคงมองนางที่ลุกขึ้นก้าวเดินต่อไปหาสหายจอมเสแสร้ง
จูเหม่ยเซียนมองคุณหนูไป่ด้วยสายตานิ่งเฉยแสยะยิ้มและส่ายหน้าไปมา นางที่ทำท่าหวาดกลัวยืนอยู่ตรงหน้าทำให้ผู้คนรอบข้างต่างพากันสงสารและเห็นใจ ‘หึหึ’
“คุณหนูไป่ อันที่จริงเราไม่ได้มีความคิดที่จะขึ้นไปประชันความงามในงานนี้ั้แ่แรก เชิญเ้าแสดงความสามรถอย่างเต็มที่เถิด เพราะเราในตอนนี้ใจจดใจจ่อรอแค่วันปักปิ่นของตนเองเท่านั้น..ท่านพ่อบอกกล่าวกับเราว่าองค์ชายรองและองค์ชายสามจะเสด็จมามอบปิ่นปักผมให้เราด้วยตนเองจนถึงจวน” จูเหม่ยเซียนยกยิ้มสะใจ “แต่เราจะไปร่วมงานรอดูความสำเร็จของเ้าก็แล้วกัน" "เสี่ยวถง"
"เ้าค่ะคุณหนู" สาวใช้ของจูเหม่ยเซียนตอบรับ
“ชำระเงินค่าผ้าฝ้ายแล้วให้อาไช่เอาไปเก็บที่รถม้า เราจะไปหาอะไรทานในตลาดอยู่ตรงนี้มีแต่คนน่าเบื่อ”
"เ้าค่ะ" สาวใช้เสี่ยวถงรับคำจบก็เดินไปสั่งงาน
จูเหม่ยเซียนหันมองไป่เยว่ชิงอีกรอบแล้วส่ายหน้าเบาๆ เมื่อเดินผ่านก็พูดออกมาเสียงดังลั่นร้าน
“หน้าตาจืดชืด อกก็แบนเหมือนไม้กระดานเช่นนี้ยังกล้าขึ้นประชันสาวงามกับเค้าอีก เหม่ยเซียนนับถือนับถือ” เงียบบบบทั้งร้าน
ตู้ฟางซินที่ลุกขึ้นยืนมองอยู่นานแล้วริมฝีปากบางมีรอยยิ้มอยู่เต็มหน้าแต่มิมีผู้ใดหันมามองนาง
---+±+++++-----++----++++
บนรถม้าของจวนเสนาบดีฝ่ายซ้ายไป๋เยี่ยกวง มีสตรีสองนางนั่งมองหน้ากันด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“เ้าได้ยินหรือไม่? ฟางซิน จูเหม่ยเซียนพูดว่าองค์ชายจะเดินทางมามอบปิ่นปักผมให้นางจนถึงจวน เหตุใดยามข้าเข้าพิธีปักปิ่นมิเห็นพระองค์ทำเช่นนี้บ้างเล่า" ไป่เยว่ชิงคร่ำครวญน้ำตาคลอ
“เยว่ชิงเ้าเคยบอกแก่ข้าว่านางเป็สหายของทั้งสองพระองค์ในวัยเยาว์ หากพระองค์จะเสด็จมาร่วมงานก็มิใช่เื่แปลกอันใด ข้าว่าตอนนี้เรามาเตรียมตัวเื่งานประชันบุปผางามวันพรุ่งนี้จะดีกว่ารึไม่?” เอ่ยปลอบโยนพร้อมลูบไหล่เยว่ชิงเบาๆ
“อืม ใช่สินะ….แล้วเ้าคิดว่าข้าา" เยว่ชิงเงียบเหมือนกำลังชั่งใจสบตาสหายรัก “ข้าอกแบนเหมือนไม้กระดานเหมือนที่นางกล่าวจริงหรือไม่” ตู้ฟางซินกลั้นหายใจเพราะกลัวจะหัวเราะออกมา ก่อนจะปลอบว่า
“ไม่หรอก…เป็นางนั่นแหละที่ผิดที่อกใหญ่เกินวัย เ้าดูงดงามสมวัยแล้วจริงๆ นะเชื่อข้าเถอะ” กล่าวอย่างแต่ใจคิดอีกอย่าง ‘อันที่จริงเ้าเป็เช่นคุณหนูจูกล่าวมาทั้งหมดนั่นล่ะ..ข้าเพียงมิเคยกล่าวก็เท่านั้น’
“จริงสินะ ขอบใจเ้ามาก” ถอนหายใจโล่งอกและยิ้มให้กัน ‘หึหึ’