มองดูร่างเงาปีศาจสีแดงนี้แหกปากโวยวายฮ่าวเทียนได้แต่ยืนนิ่งตัวสั่นเทิ้ม ก่อนมันจะพล่ามไม่หยุดปาก
“ เ้า เ้าจะทำอะไร ?” มันถามด้วยความสั่นกลัวก่อนได้ยินเสียงฮ่าวเทียนเอ่ยปาก
“ ศิษย์พี่... พิษของท่านรสชาติดีแท้ ” ฮ่าวเทียนยื่นมือออกมา ปรากฏปราณทมิฬสีแดงสดกลืนกินพื้นเวที กระทั่งอากาศที่บริสุทธิ์คล้ายถูกปนเปื้อนด้วยสิ่งแปลกปลอมน่าสยดสยองทำเอาพิษ์หายใจลำบาก เหล่าผู้ชมยามนี้พูดคุยกันด้วยความตกตะลึง
“ นั่นไม่ใช่วิชาของเทียนอวิ๋น เด็กนี่กุมความลับใดไว้อีก มันน่ากลัวเกินไปแล้ว! ” ฮ่าวเทียนขยับตัวไปด้านหน้าก่อนพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว ยามนี้ปรากฏภาพที่ไม่น่าดูชมนัก พิษ์เืไหลออกจากหน้าอกช้าๆ จากการที่นิ้วชี้ของฮ่าวเทียมทิ่มฝังลงไปในร่างมัน จิตสังหารน่าพรั่นพรึงนี้ตรึงร่างของมันไว้แม้ขยับยังไม่อาจทำได้ ฮ่าวเทียนค่อยๆสนุกกับรอยแผลเหวอะหวะที่มันกำลังขยี้
“ เ้า! เ้ามันบ้าไปแล้ว! ” พิษ์รีบรวมกำลังผละเด็กหนุ่มออก ใช้ฝ่ามือพิษ์กลืนกินทำลายร่างของฮ่าวเทียนเต็มกำลัง
“ ปราณเข้มข้นนี้ข้าชมชอบนัก เอามันมาให้ข้าอีกสิ! ” ฝั่งผู้ชมยามนี้กุมมือกุมแขนกันแน่นคล้ายกำลังมองดูปีศาจตัวน้อยเล่นสนุกกับของเล่นอยู่ ปราณและพิษตกค้างจากฝ่ามือของอีกฝ่าย กำลังถูกฮ่าวเทียนสูบกินด้วยท่าทางนิ่งเฉย ก่อนได้ยินเสียงมันกล่าว
“ ศิษย์พี่ ท่านหมดฝีมือจะใช้ออกรึยัง รีบยอมแพ้เถอะ ข้าไม่อาจควบคุมพลังนี้ได้ดีนัก ? ” พิษ์กำลังจะใช้ออกด้วยพลังปราณหยุดชะงักลงจากการได้ยินเสียงบางอย่างทะลุเข้ามาในดวงจิต
“ พิษน้อยเ้าอยู่เฉยๆ ปราณทมิฬไม่ใช่สิ่งที่เ้าจะรับมือได้ เื่นี้อาจารย์จะจัดการเอง ” พิษ์รีบรับคำของอาจารย์มันก่อนจะหยุดมือและถอยหลังรักษาท่าทีไว้ ทันใดนั้นเองปรากฏเสียงดังของคนผู้หนึ่งยืนขึ้น เป็ปรมาจารย์พิษ์นั่นเอง
“ พวกท่านจะดูมันฆ่าทำลายพิษน้อยไปอีกนานรึไม่ เห็นได้ชัดว่านั่นเป็ปราณทมิฬ เ้าเด็กนี่เป็พวกลัทธิมาร! ”
ผู้คนยามนี้ส่งเสียงอืออา ปรมาจารย์คนหนึ่งลุกขึ้นกล่าวว่านั่นคือปราณทมิฬ ผู้นำกองกำลังราชองครักษ์เกราะทองสบโอกาสจึงเอ่ยปากทันที
“ มันเป็มารแฝงตัวมา จับกุมปะาเดี๋ยวนี้! ” องค์าาและเ้าสำนักมองดูเหตุการณ์อย่างนิ่งเฉย ก่อนรัศมีปราณสีทองจะจะกุมคร่าร่างของกองทหารเกราะทองไว้ เป็เทียนอวิ๋นนั่นเอง
“ พวกท่านหยุดมือเถอะ ข้าและเ้าตำหนักชั้นเรียนฝึกหัดจะอธิบายเื่นี้ให้กระจ่างเอง... ” คล้ายไม่ฟังคำทหารคนหนึ่งฝืนลุกขึ้นหันปลายดาบเข้าหาเทียนอวิ๋นกล่าวต่อ
“ กล้าลงมือกับทหารเกราะทองรึ เ้าเองก็มีโทษถึงตาย รับมารเป็ศิษย์ ทั้งยังฝึกฝนมันจน... !” ไม่ทันจบคำ เงาสีทองอร่ามในรูปของฝ่ามือ แหวกผ่านลงมาจากชั้นฟ้า ทุบทำลายทหารคนดังกล่าวจมลงกับพื้น พลันได้ยินเสียงเทียนอวิ๋นกล่าว
“ เหอๆ กองทัพเกรียงไกรของราชวงศ์ชุบเลี้ยงสุนัขได้จงรักดีแท้ องค์าาท่าน ท่านเ้าสำนัก เื่ปราณทมิฬและจิตมารของฮ่าวเทียนข้าและเ้าตำหนักทราบดีั้แ่ก่อนจะรับมันเป็ศิษย์แล้ว และยังเป็ข้าที่อนุญาตให้มันใช้ออก ”
ผู้คนยิ่งฮือฮาหนักขึ้น ด้วยสายเืแห่งแสงของเทียนอวิ๋น ต่อต้านปราณทมิฬซึ่งนับว่าเป็ขั้วตรงข้ามตนถึงที่สุด กระทั่งผู้คุมกฏชายแดนที่ต่อสู้กับพวกลัทธิมาร ยังไม่เข้มงวดเท่าเขา นี่ประสาอะไรกับรับเป็ศิษย์ ? องค์าาไต่ถามเื่ราวออกมา
“ ท่านอวิ๋น ท่านคือผู้ครองสายเืแห่งแสง เป็หนึ่งในบุคคลสำคัญของดินแดนเรา คล้ายท่านมีเหตุผลของตน ชี้แจงมาเถอะ ” เทียนอวิ๋นโค้งคำนับกล่าวตอบ
“ ตัวข้าและเ้าตำหนักตรวจพบปราณทมิฬในร่างเด็กหนุ่มแต่แรกเริ่ม แต่กลับพบว่าตัวเขามีใจคุณธรรมสูงส่ง จึงไม่เปิดเผยเื่ราว เนิ่นนานยิ่งพบเจอพร์ผิดแผกในตัวมัน ที่สุดก็ทราบข้อเท็จจริงประการหนึ่ง... ” องค์าารอฟังอย่างสงสัย
“ รีบบอกกล่าวออกมา! ” เทียนอวิ๋นถอนหายใจคราหนึ่งกล่าวออกไป
“ บนร่างเด็กหนุ่ม ปรากฏ กายาเทวะสรรพธาตุ ” คำกล่าวนี้ทำให้ผู้คนแทบหยุดหายใจ
คำเรียกของร่างนั้นคือผู้ฝึกตนที่มีความเข้ากันได้ของธาตุธรรมทั้งมวล สามารถฝึกฝนปราณได้ทุกรูปแบบ เพียงแต่ไม่อาจพบเจอบุคคลเช่นนี้ได้ง่ายนัก องค์าากล่าวต่อ
“ มิใช่เื่แปลกอันใดหากสำนักเราจะพบเจอกายาเทวะสรรพธาตุ ในอดีตก็พอจะมีอยู่บ้าง เพียงแต่การควบคุมปราณต่างลักษณ์ได้ ไม่เคยมีมาก่อน ? ”
เทียนอวิ๋นส่งสัญญาณให้ฮ่าวเทียน เด็กหนุ่มคล้ายเข้าใจทันที เด็กหนุ่มผายมือทั้งสองข้างออก ด้านหนึ่งปรากฏลมปราณแสง์เจิดจ้า อีกด้านปราณทมิฬสีแดงเข้มกำลังหมุนวนอย่างว่าง่าย ภาพตรงหน้านี้แม้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เขาควบคุมธาตุทั้งสองได้พร้อมกันจริงๆ ยิ่งตอกย้ำเื่กายาเทวะสรรพธาตุเข้าไปอีก เ้าตำหนักเทพยุทธ์และอีกหลายคนเข้าใจได้ทันที ฮ่าวเทียนมีจิตมารแน่ๆ เพียงแต่เทียนอวิ๋นยกเื่กายาเทวะสรรพธาตุมาล้างมลทินให้มันเท่านั้น...
ได้เห็นดังนั้นผู้คนหันหน้าคุยกันไม่หยุด ก่อนองค์าาจะเอ่ยปาก
“ ควบคุมได้ดั่งใจจริงๆ นี่หรือว่า ?” เทียนอวิ๋นกล่าวต่อ
“ พระองค์เข้าใจถูกแล้ว เทียนอวิ๋นมอบพลังแสง์ให้เพื่อสะกดข่มพลังมารไปในตัว ยามนี้ เด็กหนุ่มตรงหน้า คือคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถบงการแสงสว่างและความมืดดังใจนึก ภายหน้าหากเขาเติบใหญ่ พวกเราไม่ต้องกริ่งกลัวลัทธิมารอีกต่อไปแล้ว! ”
เื่ราวในวันนี้นับว่าใหญ่โตเกินไป มีทั้งฝั่งคนที่เชื่อสนิทใจว่าเทียนอวิ๋นพูดความจริง และเหล่ายอดยุทธ์ที่เข้าใจตื้นลึกหนาบางของเื่ราวนี้ดี องครักษ์เกราะทองที่เย่อหยิ่งเมื่อครู่ถึงกับผงะไปกับเหตุผลที่ได้รับฟัง หากเป็เช่นนั้นจริง ตัวตนของเด็กหนุ่มยิ่งใหญ่เกินกว่าพวกมันจะแตะต้อง องค์าาทุบเก้าอี้ลุกขึ้นยืนก่อนกล่าว
“ วิเศษ วิเศษมาก! เทียนอวิ๋น เ้าละทิ้งความทะนงในสายเื เห็นแก่อนาคตของดินแดนเรา ชุบเลี้ยงเด็กน้อยคนนี้จนเติบใหญ่เป็กำลังสำคัญ ยิ่งได้พบเห็นพร์มันเราาาพอใจนัก! ราชองครักษ์ ข้าจะตบรางวัลแก่เทียนอวิ๋นอย่างงามที่สุด! รวมถึงให้เด็กคนนี้เข้ามาอยู่ในราชสำนัก ฝึกฝนกับเหล่าเทพยุทธ์ที่เข้มแข็งที่สุด! ”
คำกล่าวนี้ทำเอาทุกคนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อตัว นี่ไม่ใช่คำเชื้อเชิญหากแต่เป็คำสั่ง ชัดเจนว่าตัวตนของเทียนอวิ๋นและเด็กหนุ่มยิ่งใหญ่เกินใครจะแตะต้องแล้ว ทุกคนหลงลืมงานประลองไปสิ้น ในใจขบคิดเื่ราวที่เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน ก่อนจะได้ยินฮ่าวเทียนเอ่ยปาก
“ น้ำพระทัยของพระองค์ข้าและท่านอาจารย์เลื่อมใสยินดีนัก เพียงไม่อาจตอบรับ ขอพระองค์ถอนราชโองการ ” คำกล่าวนี้น่ากลัวยิ่งกว่าเื่ทั้งหมดเสียอีก เด็กหนุ่มคนนึงปฏิเสธคำสั่งที่ออกจากปากาาแห่งทวีป ก่อนทหารจะเข้าจับกุมตัวฮ่าวเทียนไว้พลันได้ยินเสียงองค์าาดังขึ้น
“ พวกเ้าห้ามแตะต้องเขา! ฮ่าวเทียน ที่แท้เ้ามีเหตุผลอันใด? ” พระองค์ถามต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ฮ่าวเทียนคำนับตอบ
“ แต่ไหนแต่ไรฮ่าวเทียนเป็ดั่งสุนัขข้างถนน ได้ท่านอาจารย์ชุบเลี้ยงจนเติบใหญ่ พระคุณยิ่งใหญ่ไม่อาจทดแทน ฮ่าวเทียนไม่อาจเห็นแก่ลาภยศสรรเสริญสละทิ้งท่านอาจารย์ไปได้ อีกทั้งสรรพวิชายังไม่บรรลุแตกฉาน ยังต้องอาศัยร่มโพธิ์ของท่านอาจารย์กำบังลมฝนต่อไป... ”
องค์าาค่อยๆนั่งลงพลันกล่าว
“ เหอๆ เราอยากไปขอบคุณคนที่ชุบเลี้ยงเด็กคนนี้มานัก จิตใจหนักแน่นคุณธรรมสูงส่ง กล้าขัดคำเราเพียงเพราะไม่อาจละทิ้งบุคคลอันเป็ที่รัก นี่มิใช่คุณลักษณะที่เหล่ามารจะมีได้... ดี! ถือว่าเ้าชนะ! ไม่อยากมาก็ไม่ต้องมา เพียงแต่รางวัลใดๆที่เราอยากมอบให้จะต้องรับไว้ ห้ามปฏิเสธเราอีก!” ฮ่าวเทียนและเทียนอวิ๋นคุกเข่ารับคำขององค์าาอย่างรวดเร็ว เ้าสำนักที่มองดูเื่ราวถอนหายใจโล่งอกก่อนถามไถ่องค์าา
“ พระองค์ เช่นนี้ผลการประลอง...? ” องค์าาถอนหายใจกล่าวต่อ
“ เ้าจะถามเราทำไม ประลองต่อไปสิ? ” ได้ยินดังนั้นงานประลองจึงเริ่มต่อ เพียงแต่ฮ่าวเทียนที่ได้พักลมหายใจบ้างรวบรวมกำลังได้ส่วนหนึ่ง ใช้ประสานหยินหยางทำลายอีกฝ่ายจนตกเวทีโดยง่าย พิษ์ยามนี้ไม่ต่างกับตัวประกอบไร้ค่า...ทำเอาอาจารย์ของมันขบฟันแน่น ก่อนได้ยินเสียงเ้าสำนักดังขึ้น
“ ผลประลองชี้ชัด ฮ่าวเทียนกำชัยเหนือลำดับเทพยุทธ์ทั้งแปด พลิกหน้าประวัติศาสตร์ของสำนักเรา ดังนั้นให้ทำตามคำเขา สลับชั้นเรียนทั้งสองภายในสามวัน พรุ่งนี้เวลาเดิม 9 คนสุดท้ายของงานประลอง เข้าสู่การคัดเลือกผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมชุมนุมเทพยุทธ์! ”
เสียงเฮดังลั่นของผู้ชมตราตรึงในจิตใจทุกผู้คน ยามนี้มีเพียงความยินดียอมรับในตัวเด็กหนุ่ม ชิงเสวียนยืนมองเด็กหนุ่มสะบักสะบอมเสื้อผ้าฉีกขาดจากด้านล่างพลันกล่าว
“ ฮ่าวน้อยของพี่ยามนี้เติบใหญ่เป็ยอดคนไปเสียแล้ว ” ฮ่าวเทียนมองลงมาหานางด้วยสายตาอ่อนโยนยินดี
“ เช่นนี้ ่เวลาจะได้โอบกอดท่านอีกครา ดูท่าใกล้เข้ามาแล้ว..” ชิงเสวียนหน้าแดงก่ำก่อนจะหันหลังใส่เด็กหนุ่ม... เหล่าศิษย์และอาจารย์ของตำหนักชั้นเรียนฝึกหัดวิ่งโถมเข้ามาแสดงความยินดีกับฮ่าวเทียน เว่ยซินร้องไห้ไม่หยุดกับเื่วันนี้ ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงนี้เอง บนฟากฟ้าห่างไกล ดวงดาราสีดำทมิฬเงียบงันดวงหนึ่งกำลังก่อตัว ปรากฏร่างของชายหนุ่มผมยาวลวดลายสีดำบนใบหน้าเด่นชัด แต่งกายหรูหราประดับประดาไปด้วยสมบัติล้ำค่าสีทึบทั้งตัว
“ ในที่สุด ข้าพบเจอผู้สืบทอดแล้ว....”
จบตอน