“จินเอ๋อร์”พวกเขาหันตามเสียงเรียกอันแหบโหย จึงพบกับหยวนปินที่ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเืเข้าใช้ดาบของมู่หยางหย่งเล่อค้ำยันร่างกายไว้ไม่ให้ล้มลงบนพื้น
“ท่านพ่อ ท่านแม่จากลูกไปแล้วท่านพ่ออย่าทิ้งลูกนะขอรับ อย่าทิ้งลูก” หยวนจินโผเข้ากอดบิดาแน่นเขาร้องเรียกบิดาเสียงแหบแห้งอย่างน่าเวทนา
“ท่านอาเขย ผู้ใดทำร้ายท่าน”มู่หยางหย่งเล่อเข้าประคองอาเขยที่าเ็หนัก
“พวกมันเป็คนของหลู่โหย่วอี้กระหม่อมตามสืบจนรู้ว่าหลู่หนานอ๋องร่วมมือกับฮ่องเต้แคว้นอู่ พวกมันสืบจนเจอเรา”
“ข้าเจอพวกมันกลุ่มหนึ่งที่ริมแม่น้ำหลบซ่อนอยู่นาน แต่เมื่อข้ากับจินเอ๋อร์ออกมาทุกคนก็ถูกทำร้ายล้มตายกันหมดแล้วข้าผิดเองท่านอาเขย ข้าไม่ได้อยู่ดูแลทุกคนที่นี่”
“อี้เอ๋อร์ บอกว่าพระองค์อยู่กับจินเอ๋อร์ที่แม่น้ำ กระหม่อมจึงรีบตามไป แล้วหลอกล่อพวกมัน บัดนี้พวกมันตายหมดแล้วพระองค์กับจินเอ๋อร์ปลอดภัยแล้ว ขออย่าได้โทษตัวเองเลย จินเอ๋อร์ของพวกเราคงต้องฝากไว้กับพระองค์แล้ว”
“ท่านอาเขยโปรดวางใจ ข้าขอสาบานข้ามู่หยางหย่งเล่อจะดูแลและปกป้องหยวนจินด้วยชีวิตของข้าตราบเท่าที่ข้ายังมีชีวิตอยู่เขาจะเติบโตและมีความสุข ข้าให้สัญญา”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะท่านซ่งชีฟงแผงตัวอยู่ในเมืองต้าหยาง ไม่มีที่กบดานแน่นอน ขอประทานอภัยที่กระหม่อม สืบข่าว ได้เพียงเท่านี้ แฮกๆ”หยวนจินพูดจบก็กระอักเืออกมาจำนวนมาก
“ท่านอาเขย ไม่เป็ไรข้าไม่ถือโทษท่าน ท่านอย่าพูดอีกเลยนะ”
“ท่านพ่อ ฮื่อๆ ท่านพ่อขอรับ”หยวนจินกอดบิดาร่ำไห้เสียงแหบแห้งถึงน้ำตาจะไม่ไหลแต่เขาก็ยังคงไม่หยุดร้องไห้เสียใจ
“อย่าร้องไห้จินเอ๋อร์เ้าจงจำไว้ว่า พ่อกับแม่รักเ้า และจะอยู่กับเ้าเสมอ ลูกรักจงเชื่อฟังคำพี่เ้า” หยวนปินเอื้อมมืออันสั่นเทาลูบหัวลูกชายเป็ครั้งสุดท้าย
“ขอรับท่านพ่อ ลูกจะเชื่อฟังพี่ชายลูกจะจำคำของท่านพ่อท่านแม่ไว้ ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ฮื่อๆ”
“ดีแล้วจินเอ๋อร์ ดีแล้ว”พูดจบหยวนปินก็สิ้นลมต่อหน้าบุตรชายของเขา หยวนจินกอดร่างบิดาร่ำไห้ไม่ได้สนใจว่าตอนนี้ร่างกายของตนนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยเืของบิดามากเพียงใด
“ทำความเคารพพ่อเ้าเป็ครั้งสุดท้ายเถิดหยวนจิน” หยวนจินก้มลงคำนับหยวนปินบิดาของเขาเป็ครั้งสุดท้ายมู่หยางหย่งเล่ออุ้มร่างของหยวนปินไปวางเคียงข้างองค์หญิงหรูอี้ผู้เป็ภรรยาที่รักของเขาไม่เคยคิดว่าเวลาที่เขาจะได้อยู่กับท่านอาหญิงจะน้อยนิดถึงเพียงนี้ เขามองบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านอาหญิงอย่างสงสารคิดถึงอดีตครั้งเมื่อเขาสูญเสียมารดา มีเพียงท่านอาหญิงที่รักและดูแลเขาตอนนี้ท่านอาหญิงจากไปแล้ว เหลือเพียงบุตรชายเพียงคนเดียวไว้เขาก็พร้อมที่จะดูแลน้องชายคนนี้แทนท่านอาหญิงอย่างสุดความสามารถ
“ข้า มู่หยางหย่งเล่อขอสาบานต่อเทพยดาฟ้าดิน ข้าจะต้องเอาเืของหลู่โหย่วอี้ เ้าคนโฉดมาเซ่นสังเวยดวงิญญาของทุกคนให้จงได้”มู่หยางหย่งเล่อคุกเข่าคำนับทุกคนที่เสียชีวิต เขาจัดการเผาศพของทุกคนเผาบ้านเรือนทุกหลัง แล้วพาหยวนจินจากมา
“ท่านพี่ท่านสอนข้าใช้สิ่งนี้ได้หรือไม่ขอรับ” หยวนจินชี้ไปที่ดาบของมู่หยางหย่งเล่อเขาเห็นท่านพ่อของเขาถือดาบเล่มนี้ก่อนเสียชีวิต
“เดิมทีพ่อแม่เ้าไม่อยากให้เ้าจับดาบฟาดฟันกับใครแต่พี่เข้าใจเ้า ในใจเ้าเจ็บแค้น มีหรือพี่จะไม่รู้”
“ท่านพี่จะสอนข้าใช้มันใช่ไหมขอรับ”เด็กชายมองหน้าพี่ชายถามย้ำอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ
“ก่อนที่เ้าจะจับมันเ้าต้องรู้จักมันก่อนแต่ไม่ใช่ตอนนี้จินเอ๋อร์”
“ขอรับ”เด็กชายนอนกอดพี่ชายผู้เป็ญาติคนสุดท้ายของเขาแล้วหลับไป
สองพี่น้องเดินทางปะปนกับผู้อพยพจากภัยาเข้าเมืองต้าหยางมู่หยางหย่งเล่อจับมือเด็กชายเดินเข้าร้านน้ำชาแห่งหนึ่งเขาสั่งแป้งทอดสามชิ้นสำหรับเด็กชายและตัวเขาเอง ไม่นานซ่งชีฟงก็ปรากฏตัว
“นายท่านในที่สุดท่านก็กลับมาพวกเราตามหาท่านแทบพลิกเมือง ท่านไปอยู่ที่ไหนมา” ชายวัยกลางคนที่เพิ่งเดินมาถึงโค้งคำนับมู่หยางหย่งเล่อด้วยความนอบน้อมและเข้าถามขึ้นทันทีอย่างร้อนใจ
“กลับที่พักก่อนแล้วค่อยคุยกันเถิด”เขาพูดพร้อมกับเช็ดปากให้น้องชายเมื่อเห็นว่าหยวนจินกินอาหารหมดแล้ว
“ขอรับ” ซ่งชีฟงแม้จะแปลกใจกับท่าทางที่องค์ชายของเขาปฏิบัติต่อเด็กชายแต่ก็เก็บความสงสัยนั้นไว้ในใจแล้วรีบเดินนำคนทั้งสองกลับที่พัก
หยวนจินมองจวนหลังใหญ่ที่เห็นอยู่ตรงหน้าเขากำมือพี่ชายแน่นเมื่อต้องเดินเข้าไปในสถานที่ไม่คุ้นเคยนี้เมื่อเข้ามาถึงก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นเหล่าชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันหลายคนตั้งแถวพร้อมกับก้มลงคำนับ มู่หยางหย่งเล่อทำเพียงยิ้มอ่อนโยนส่งให้เขาเท่านั้นหยวนจินจึงก้าวเดินอีกครั้ง ทั้งคู่เดินผ่านสวนที่สงบร่มเย็นเข้ามาด้านในแต่ความงดงามเ่าั้ไม่ได้ดึงความสนใจของเด็กชายอีกแล้ว เขาทำเพียงเดินตามการนำพาของพี่ชายเท่านั้นพี่ชายคือคนที่เขาไว้ใจที่สุด
“จินเอ๋อร์ เ้ากลับไปรอพี่ที่ห้องนะพี่คุยกับท่านอาจารย์ไม่นานจะรีบตามเ้าไป”มู่หยางหย่งเล่อหยุดพูดกับหยวนจินที่หน้าห้องห้องหนึ่ง ที่ด้านหลังของพวกเขามีคนหน้าตาดุดันหลายคนยืนอยู่ด้วยท่าทางนอบน้อม
“ข้าจะอยู่กับท่านพี่”หยวนจินกำมือพี่ชายแน่นอีกครั้ง ยืนยันว่าเขาจะไม่ยอมห่างพี่ชายไปไหน
“หนูน้อย ไปพักที่ห้องก่อนเถิดให้นายท่านคุยธุระก่อนนะ”ชายหนุ่มคนหนึ่งที่หน้าตาดุดันน้อยกว่าใครก้มลงพูดกับหยวนจิน แต่เขากลับทำเพียงเงยหน้ามองพี่ชายเท่านั้น
“เอาเถอะ ถ้าเ้าอยากอยู่กับพี่เ้าต้องนั่งเงียบๆ ห้ามเดินไปไหน” หยวนจินทำเพียงพยักหน้าตอบรับเขาเท่านั้น
“อยากพูดอะไรก็พูดมาเถิดท่านอาจารย์”มู่หยางหย่งเล่อพูดขึ้นทำลายความเงียบ หลังจากที่เขาและหยวนจินนั่งลง ก็ไม่มีใครพูดอะไรทั้งๆที่แสดงสีหน้าอยากรู้อยากถามทุกคน
“เขาคือใครพ่ะย่ะค่ะ”ซ่งชีฟงถามคำถามที่ทุกคนต่างก็้าคำตอบเหล่าทหารคนสนิทที่เหลืออยู่ห้านายต่างก็มองหน้ามู่หยางหย่งเล่ออย่างรอคอยคำตอบ
“เขาคือน้องชายของเรา มู่หยางจิน”หยวนจินมองหน้าพี่ชาย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเหล่าทหารคนสนิทต่างมองหน้ากันอย่างงุนงงกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
“พวกท่านทั้งห้าคนพร้อมตายเพื่อปกปิดความลับนี้ของเราหรือไม่”มู่หยางหย่งเล่อมองหน้าเหล่าทหารคนสนิทกลุ่มสุดท้ายของเขา
“กระหม่อมพร้อมยอมตายเพื่อพระองค์”เหล่าทหารคนสนิท ซ่งชีฟง ซ่งเยี่ยนชาง จางหลงซาน เซียวซีเหวินและเจิ้งเหว่ยอีต่างก็ก้มลงทำความเคารพเ้านายเหนือหัวของพวกเขาทันทีที่สิ้นเสียงของมู่หยางหย่งเล่อ
“ท่านอาหญิงของเราสิ้นแล้ว”ทุกคนต่างก็มองไปทางหยวนจิน เขาทำเพียงนั่งมองกลับมาด้วยสายตาเ็าเท่านั้นไม่แสดงสีหน้าอาการใดๆให้ใครรู้ได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร
“องค์หญิงหรูอี้สิ้นแล้วแล้วท่านองครักษ์หยวนปินเล่า หรือว่า”ซ่งชีฟงมองเด็กชายที่นั่งสงบนิ่งกับองค์ชายของเขาสลับกันทั้งคู่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้แสดงความรู้สึกเหมือนกันไม่มีผิด
“ข้า โดนศัตรูไล่ล่าอยู่สามวันสามคืนจินเอ๋อร์และพ่อของเขาช่วยข้าให้รอดพ้นมาได้ ระหว่างรักษาตัวพวกมันก็ตามมาเจอคนในหมู่บ้านตายสิ้น เหลือเพียงแค่เราสองคนก่อนสิ้นใจพ่อของจินเอ๋อร์บอกข้าว่าพวกท่านอยู่ที่นี่”มู่หยางหย่งเล่อเล่าเพียงแค่สิ่งที่พวกเขาควรรู้เท่านั้นไม่ได้บอกรายละเอียดที่ชัดเจนใด หลู่โหย่วอี้คนนั้นทิ้งบทเรียนสำคัญให้เขาไว้ว่าไม่ควรไว้ใจใคร
“ข้าจะวางใจพวกท่านให้ช่วยสอนมู่หยางจินได้หรือไม่”เขามองทหารคนสนิทด้วยสายตาเรียบเฉยอีกครั้ง
“กระหม่อมรับบัญชา”เหล่าคนสนิทน้อมรับคำ วันนี้หยวนจินเรียนรู้ได้ว่าทุกคำพูดของพี่ชายที่กล่าวออกมาล้วนเป็วาจาสิทธิ์ที่ผู้คนเหล่านี้จะต้องทำตาม