นับตั้งแต่เคอต้าส่าถูกขับเลือดคั่งออกจากสมอง ภายในหัวก็ยิ่งกระจ่างแจ้งความสามารถในการเล่าเรียนพุ่งขึ้นสูง ยามนี้รู้จักเป็นห่วงเป็นใยคนรอบข้างแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่มักเอาของอร่อยให้เขากินอย่างเคอโยวหราน
ยามนี้นางไม่กลับเรือนทั้งคืน เคอต้าส่าถึงกับนั่งไม่ติดที่คิดอยากจะออกไปรับที่ทางเข้าหมู่บ้านด้วยเช่นกัน
แต่ถงซื่อกลับดึงเขาเอาไว้พลางเกลี้ยกล่อมว่า “เจ้าไปก็ช่วยอันใดมิได้ต้าหลางกับเอ้อร์หลางสกุลต้วนออกไปรับพวกเขาแล้ว เจ้าไม่ต้องไปเป็นภาระจะดีกว่า”
ในขณะนั้นเอง เฉินต้าจ้วงพลันจูงล่อเข้ามาในสกุลต้วนแล้วเอ่ยว่า“มารดาซานหลาง ซานหลางกับโยวหรานของท่านอยู่ในเรือนหรือไม่?”
มารดาสกุลต้วนออกมารับ “พวกเขาเข้าเมืองตั้งแต่เมื่อวานจนถึงป่านนี้ก็ยังไม่กลับ ทำให้ผู้อื่นร้อนรนใจเจียนตายเสียแล้ว”
เฉินต้าจ้วงเอ่ยปลอบ “เมื่อวานข้าเจอพวกเขาในตัวเมือง อาจเพราะซานหลางกับโยวหรานมีธุระบางประการให้ต้องจัดแจงแต่เวลากระชั้นชิดเกินไปจึงค้างแรมในตัวเมืองหนึ่งคืนกระมัง ท่านรออีกสักหน่อยไม่แน่ว่าอีกประเดี๋ยวพวกเขาก็กลับมาแล้ว”
กล่าวจบก็ส่งเชือกบังเหียนล่อให้เคอต้าส่าและเอ่ยต่อไปว่า “นี่คือล่อที่พวกโยวหรานไหว้วานให้พวกข้าไปซื้อให้ป้อนหญ้าเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานหลังทำธุระเสร็จพวกข้ากลับมาถึงค่ำเกินไป จึงมิได้พามันมาที่ฝั่งตะวันออกและเพิ่งจะมาส่งเอายามนี้”
ครั้นมารดาสกุลต้วนได้ยินเช่นนั้นจึงวางใจไม่น้อย เอ่ยว่า “ขอบคุณเป็นอย่างยิ่งเจ้าค่ะต้องรบกวนพวกท่านเสียแล้ว”
“ไม่เป็นไร โยวหรานช่วยเหลือครอบครัวของพวกข้าเอาไว้ไม่น้อยล้วนเพียงฉวยโอกาสผ่านทางเท่านั้น”
สิ้นคำกล่าว เฉินต้าจ้วงก็ล้วงหยิบกระดาษหนึ่งปึกออกมาจากอกเสื้อ เอ่ยว่า “นี่คือโฉนดที่ดินกับทะเบียนสมรสที่ซานหลางกับโยวหรานเอาไปลงทะเบียนในจวนว่าการท่านพ่อของข้าจึงฉวยโอกาสจัดแจงเรื่องทะเบียนบ้านหลังแยกเรือนของเคอต้าส่าไปด้วยพวกเจ้าจงเก็บเอาไว้ให้ดีเถิด”
มารดาสกุลต้วนกับถงซื่อรีบรับเอาไว้และกล่าวขอบคุณเป็นเสียงเดียวกัน
ครั้นมารดาสกุลต้วนเห็นโฉนดที่ดินยี่สิบกว่าหมู่ภายใต้ชื่อของเคอโยวหรานนัยน์ตาพลันหดเล็กลงทันที ครอบครัวของพวกนางไปมีเงินทองมากมายถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกันหลังซานหลางกลับมาจะต้องสอบถามในแน่ชัดเสียแล้ว
เฉินต้าจ้วงกำลังจะกลับ ทันใดนั้นก็นึกบางสิ่งขึ้นมาได้“ซานหลางรับปากว่าจะส่งถั่วงอกกับหน่อถั่วไปให้โรงสุราฟู่หยวนทุกวันไม่รู้ว่าวันนี้ส่งไปแล้วหรือยัง?
หากว่ายัง พวกข้ากำลังจะไปส่งเต้าหู้พอดี มิสู้พวกเจ้าเอามาให้พวกข้าส่งในคราเดียวเป็นอย่างไร”
“งั้นหรือ? เช่นนั้นก็พอดีเลยเจ้าค่ะต้องรบกวนท่านปู่ใหญ่ของโยวหรานลำบากอีกสักรอบแล้ว ช่วยพวกเราได้มากจริงๆเจ้าค่ะ!” มารดาสกุลต้วนเอ่ยด้วยความซาบซึ้งและพูดคุยกับเฉินต้าจ้วงอีกครู่หนึ่ง
นางลอบครุ่นคิดภายในใจว่า : ดูแล้ว เมื่อวานซานหลางกับโยวหรานมีรายได้อุดมสมบูรณ์เช่นนั้นแสดงว่าจะต้องมีเรื่องแปลกๆ บางประการเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ทางด้านถงซื่อบอกให้เคอต้าส่าช่วยจัดเตรียมถั่วงอกกับหน่อถั่วให้เรียบร้อย
......
ณ เรือนหลังของสกุลต่งภายในตัวเมือง ต่งปี้อู่พาคนคุ้มกันจวนและบ่าวรับใช้เข้าไปเก็บรวบรวมของมีค่าทั้งหมดภายในห้องของอี๋เหนียงและหญิงรับใช้แต่ละนาง
ขณะเคอเสี่ยวหรูเพิ่งเลิกตบตีกับหญิงรับใช้ของตนเองและกำลังเจ็บปวดทั้งกายใจ ต่งปี้อู่พลันเข้ามาเอาแก้วแหวนเงินทองของนางไปจนหมดกระทั่งสร้อยคอและกำไลยังถอดไปจนเกลี้ยง
“กรี๊ด! ต่งปี้อู่คนสารเลว เอาแก้วแหวนเงินทองของข้าคืนมาเอาเครื่องประดับของข้าคืนมา! ข้าจะจบสิ้นไปพร้อมกับเจ้าเสีย...”
เคอเสี่ยวหรูพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างสุดชีวิตคิดอยากจะแย่งชิงสิ่งของของตนกลับมาจากในมือต่งปี้อู่และบ่าวรับใช้
ทว่าน่าเสียดาย สองหมัดมิอาจต้านทานสี่มือ นางจึงถูกคนคุ้มกันจวนจำนวนหนึ่งคุมตัวเอาไว้จนไม่สามารถขยับได้
เมื่อก่อนนางจะกล้าทำตัวหุนหันพลันแล่นต่อหน้าต่งปี้อู่ได้อย่างไรเพราะครั้งนี้ถูกบีบบังคับให้จนตรอกท้ายที่สุดถึงได้ระเบิดออกมา
ผู้ใดใช้ให้เมื่อก่อนเคอเสี่ยวหรูชอบทำตัวอวดอ้าง ขอเพียงตนมีเครื่องประดับอันใดก็นำออกมาสวมใส่ไว้บนตัวเสียหมดทั้งยังเดินวางมาดไปทุกแห่งหน
หากนางได้เงินทองมาเท่าใดก็ป่าวประกาศให้ทุกคนในเรือนหลังได้รู้กันถ้วนหน้าประเดี๋ยวนั้นด้วยอยากให้ทุกคนอิจฉาตน กลัวว่าผู้อื่นจะไม่รู้ว่านางมีเงินมีทอง
ครานี้ประเสริฐนัก กระทั่งหญิงรับใช้ยังแอบเก็บเงินส่วนตัวเอาไว้ทว่าเคอเสี่ยวหรูนอกจากถูกดึงทึ้งจนเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งก็ยังถูกขูดรีดจนไม่เหลือแม้กระทั่งผ้าเช็ดหน้าผืนเดียว
ยามนี้มีหรือต่งปี้อู่จะมัวสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของสตรีเหล่านี้ ถ้าไม่รีบเตรียมข้าวของที่นายท่านต้องการให้ครบถ้วนผู้ที่ต้องตายก็คือคนทั้งสกุลต่งของพวกเขา
......
ต้วนเหลยถิงกับเคอโยวหรานซื้อเพลารถม้า จัดการยึดเข้ากับอานแล้ววางไว้ด้านในจากนั้นรีบมุ่งหน้ากลับไปยังหมู่บ้านเถาหยวน
เคอโยวหรานเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน นางนำข้าวสาร เส้นหมี่ ธัญพืช และน้ำมันจำนวนไม่น้อยออกมาจากมิติวิเศษแล้ววางไว้ในรถม้า
หลังจากปูฟูกนอนกับหมอน เคอโยวหรานก็นอนไม่รู้ฟ้ารู้ดินเป็นเพื่อนลูกหมาป่าไปเสียแล้ว
ต้วนเหลยถิงรู้ดี พวกเขาไม่กลับเรือนทั้งคืน คนในครอบครัวจะต้องพากันเป็นห่วงอย่างยิ่งดังนั้นจึงเร่งม้าเร็วภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วยามก็มาถึงทางสายเล็กทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ
นอกจากนี้ยังมองเห็นพี่ชายทั้งสองกำลังชะเง้อคอมองอยู่หน้าหมู่บ้าน
ครั้นเขาเข้าไปใกล้ก็บอกให้คนทั้งสองขึ้นมานั่งบนเพลารถแล้วเร่งกลับเรือนด้วยความรีบร้อน
มารดาสกุลต้วนส่งมอบข้าวของทั้งหมดที่เฉินต้าจ้วงเอามาให้กับต้วนซานหลาง ก่อนเปิดปากถามอย่างมิอาจรีรอว่า
“เมื่อวานพวกเจ้าไปที่ใดกัน? เหตุใดจึงไม่กลับเรือนทั้งคืนเล่า? พบเจอเรื่องอันใดเข้าหรือ?”
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นกังวลนะขอรับ รอจนกระทั่งข้าพาโยวหรานไปเข้านอนให้เรียบร้อยข้าจะกลับมาเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ท่านฟังขอรับ”
เมื่อสิ้นคำ ต้วนเหลยถิงก็เข้าไปในรถม้า อุ้มเคอโยวหรานทั้งคนทั้งหมอนลงมา และยังไม่ลืมถือตะกร้าลูกหมาป่าทั้งสองตัวด้วยเช่นกัน
กล่าวไปแล้วก็น่าแปลกโดยทั่วไปลูกหมาป่ากับลูกสุนัขจะลืมตาหลังเกิดประมาณยี่สิบวัน
แต่เจ้าลูกหมาป่าสองตัวนี้อายุครบยี่สิบวันแล้วก็ยังเอาแต่กินกับนอนนอนกับกินอย่างว่าง่าย ไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาเลยสักนิด ไม่รู้ว่ามีปัญหาทางสุขภาพอันใดหรือไม่
รอจนกระทั่งโยวหรานตื่นขึ้นมา จะต้องให้นางตรวจสอบสถานการณ์ของลูกหมาป่าโดยละเอียดสักหน่อย
ครั้นหยวนซื่อเห็นต้วนเหลยถิงปกป้องเคอโยวหรานถึงเพียงนี้ นางพลันนึกอิจฉาจนอวัยวะภายในทั้งห้ารู้สึกไม่ดีเสียแล้ว
นางออกเรือนกับต้าหลางมาสามปีแล้ว ต้วนต้าหลางกลับไม่เคยอุ้มนางเช่นนี้มาก่อนตามหลักแล้วพวกเขาล้วนเป็นบุตรชายสกุลต้วน คำสอนให้รักถนอมภรรยาควรเหมือนกันจึงจะถูก
เหตุใดต้วนซานหลางจึงรักถนอมเคอโยวหรานถึงเพียงนี้แต่ต้วนต้าหลางกลับปฏิบัติต่อตนด้วยความเคารพเกรงใจ
หยวนซื่อดึงทึ้งผ้าเช็ดหน้าภายในมือ ขยับเข้าใกล้มารดาสกุลต้วนพลางย่อกายอย่างอ่อนช้อย“ท่านแม่ น้องสะใภ้สามแต่งเข้ามาระยะหนึ่งแล้ว ตามหลักควรจะตรวจผ้าแดงไม่ทราบว่าท่านแม่ตรวจไปเมื่อใดหรือเจ้าคะ?”
“เรื่องนี้ค่อยว่ากันภายหลังหน้าที่หลักของเจ้าควรเป็นการดูแลสุขภาพของต้าหลางให้ดี” มารดาสกุลต้วนเอ่ยสั่งสอนหนึ่งประโยคด้วยสีหน้าเฉยชา
หยวนซื่อลอบขุ่นเคืองในใจ ทว่าใบหน้ากลับฉายแววเรียบเฉย เอ่ยขณะทำความเคารพว่า“เจ้าค่ะ ท่านแม่”
มารดาสกุลต้วนจะลืมเรื่องตรวจผ้าแดงไปได้อย่างไร นางเป็นถึงผู้ใดกันดวงตาทิพย์ที่ผ่านการฝึกฝนมานานปีคู่นั้นย่อมไม่ธรรมดา
คนทั้งสองแต่งงานกันมานานถึงเพียงนี้ เคอโยวหรานกลับยังเป็นหญิงพรหมจรรย์เช่นนั้นจะไปตรวจผ้าแดงได้อย่างไร
ยามนั้นต้องให้ซานหลางแต่งหญิงสาวชาวบ้านก็นับว่าทำให้เขาต้องกล้ำกลืนไม่น้อย
โชคดีที่โยวหรานเป็นคนดี ทั้งยังกราบเป็นศิษย์ของอาจารย์ที่เก่งกาจถึงสองท่านนับว่าโชคชะตาของซานหลางทำลายกฎสวรรค์เสียแล้ว
ยามนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขากำลังไปได้ดี ควรปล่อยไปตามธรรมชาติจึงจะถูกในฐานะมารดา หากก้าวก่ายมากเกินไปกลับจะเหนื่อยไม่น้อย
หลังต้วนเหลยถิงจัดแจงเคอโยวหรานกับลูกหมาป่า อีกทั้งขนย้ายเสบียงอาหารในรถม้าจนเสร็จเรียบร้อยเขาก็เรียกมารดาสกุลต้วนกับพี่ชายทั้งสองเข้ามาแล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนโดยละเอียด
ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปคือ เขามิได้เล่าเรื่องที่โยวหรานถูกลักพาตัวแต่บอกว่าตนบังเอิญพบทางลับในตรอกเล็กโดยไม่ตั้งใจ
ด้วยแรงขับเคลื่อนของความอยากรู้ เขาจึงพาเคอโยวหรานเข้าไปข้างใน นอกจากนี้เขายังบอกเพียงว่าพบเสบียงอาหารและเงินทองมากมายภายในทางลับจากนั้นวางเพลิงก่อนจะออกมา
อีกทั้งไม่ได้เล่าว่าโยวหรานมีสมบัติเซียนและขนย้ายข้าวของภายในตรอกออกมาจนเกลี้ยง