บทที่2
โลกที่แปลกประหลาด
หยุนโม่ขมวดคิ้วอย่างเคร่งขรึมเมื่อครู่เขาหลบออกมาจากจุดนั้นได้ฉิวเฉียด
เพราะโชคดีที่เขายังคงมีสัญชาตญาณที่ต่อสู้กับพวกสัตว์ต่างดาวมาเป็เวลานานอยู่
ผนวกกับโนวาที่เป็ระบบเอไออัจฉริยะตรวจพบอันตรายเขาจึงหลบอันตรายนั้นได้อย่างฉิวเฉียด
แต่กระนั้นหยุนโม่ก็ยังไม่สามารถผ่อนคลายได้
เพราะว่าร่องรอยของการโจมตีที่ปรากฏขึ้นเป็เหมือนกับกรงเล็บขนาดใหญ่ที่ผ่าลงที่พื้น
การโจมตีปริศนานั้นพุ่งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ไม่เพียงแค่นั้นมันยังแปลกประหลาด
“โอ้…ไม่คิดเลยว่าเป็เพียงแค่มนุษย์ธรรมดาแต่กลับสามารถหลบกรงเล็บเหินของข้าได้ด้วย” เสียงของชายผู้หนึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
พร้อมกับร่างของชายผู้นึงที่ค่อยๆเดินออกมาจากหลังต้นไม้
อีกฝ่ายเป็ชายหนุ่ม แต่งกายชุดจีนโบราณท่วงท่าสง่างามเหมือนคุณชายตระกูลใหญ่
หยุนโม่เหตุเห็นได้ถึงการแต่งกายนั้นเขารู้สึกแปลกประหลาดั้แ่ครั้งแรกที่เห็น
เพียงแต่ว่าก็ไม่ได้เอ่ยถามออกมายังคงจับจ้องไปที่ชายหนุ่มผู้นั้น
อีกฝ่ายแสดงรอยยิ้มอย่างเย้ยหยันที่มุมปากพร้อมกับดวงตาคู่นั้นที่จ้องมองมาหยุนโม่เหมือนกับกำลังจ้องมองสัตว์ชั้นต่ำ
หยุนโม่ไม่ได้โง่เพียงเห็นดวงตาคู่นั้น ก็ััได้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย
อีกฝ่ายแผ่ซ่านความรู้สึกที่เหนือกว่าออกมายังเห็นได้ชัดเจน
หยุนโม่ยังคงแสดงท่าทางตั้งท่าระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา
‘การโจมตีเมื่อครู่คนผู้นี้เป็คนปล่อยออกมาอย่างนั้นหรอ?แปลกมากไม่ได้สวมใส่ชุดรบอวกาศด้วย’
‘ไม่เพียงแค่นั้นยังสวมใส่ชุดแบบนั้นอีก…’
หยุนโม่มีความรู้สึกประหลาดใจหลายอย่างปรากฏขึ้น
ั้แ่ชุดและเครื่องแบบที่อีกฝ่ายสวมใส่ หรือแม้กระทั่งความสามารถที่อีกฝ่ายใช้โจมตี
อีกฝ่ายสามารถปล่อยการโจมตีระยะไกลออกมาได้โดยที่ตนเองนั้นไม่ได้ใส่ชุดเกราะรับอวกาศ
นั่นแสดงว่าการโจมตีที่อีกฝ่ายถอยออกมาเป็พลังภายในร่างกายไม่ใช่พลังภายนอกเหมือนกับชุดเกราะรบอวกาศ
“นี่เ้ามนุษย์ข้ากำลังพูดกับเ้าอยู่นะ”ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวขึ้นมา ด้วยน้ำเสียงที่ปะปนโทสะ
เป็เพราะว่าตัวของมันมองเห็นว่าหยุนโม่เหมือนว่ากำลังเหม่อลอยแล้วก็ครุ่นคิดบางอย่าง
หยุนโม่หรี่ตาของตนเองลงดึงรั้งสติของตนเองกลับมาจากความคิด
“มนุษย์งั้นหรือ?แล้วแกไม่ใช่มนุษย์งั้นเหรอ?” หยุนโม่ถามออกมา
ชายหนุ่มที่สวมใส่ชุดจีนโบราณผู้นั้นส่งเสียงหัวเราะขึ้นมา
“อย่าเอาตัวของข้าไปเทียบกับมนุษย์ชั้นต่ำอย่างพวกเ้า”
“ข้าเป็ผู้ฝึกตนไม่ใช่มนุษย์เป็ผู้ฝึกตนที่ถูกยอมรับจากฟ้าดิน”
“เพราะแบบนั้นพวกข้าจะถือว่าเป็มนุษย์ชั้นต่ำอย่างพวกเ้าได้อย่างไร”ชายหนุ่มในอาภรณ์จีนโบราณผู้นั้นพูดออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะ
หยุนโม่หรี่ตา “ผู้ฝึกตน”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้จักคำนี้ภายในเื่ราวมากมายจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนิยายทั้งบทละครหรือแม้กระทั่งทั้งเื่เล่าหลายๆอย่าง ไม่ใช่ว่ามนุษย์โลกไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าผู้ฝึกตน
แต่ว่ามันเป็สิ่งที่อยู่เหนือสิ่งที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ที่มนุษย์นั้นกำลังค้นคว้าแล้วก็กำลังพัฒนา
เพราะแบบนั้นในสายตาของมนุษย์พวกเขามองว่าเหมือนกับเื่เล่าโบราณหรือว่านิยายที่ไม่มีทางเป็จริง
แต่ว่าคนที่อยู่ด้านหน้าบอกว่าอีกฝ่ายเป็ผู้ฝึกตนและสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาเหมือนว่าจะไม่ใช่เื่โกหก
เป็เพราะว่าล่องลอยการโจมตีที่ยังคงหลงเหลืออยู่บ่งบอกได้แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา
ต่อให้เป็เผ่ามนุษย์ในดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่ทำการพัฒนายีนของตนเอง พวกเขาก็ไม่มีทางปล่อยการโจมตีจากพลังแบบนี้ได้
เห็นว่าหยุนโม่นิ่งเงียบไปชายหนุ่มในชุดจีนโบราณที่อยู่ด้านหน้าก็ส่ายหน้าพลางพึมพำออก “พวกมนุษย์มีแต่โง่เขลาจริงด้วย”
หยุนโม่เงยหน้ามองบุรุษผู้นั้นอีกครั้ง
“ทำไมต้องโจมตีด้วย พวกเรามีเื่บาดหมางอะไรกันงั้นหรือ?”หยุนโม่ถามออกมา
ก่อนหน้านี้คนผู้นี้โจมตีใส่เขาโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยถามอันใดเลยด้วยซ้ำ
การโจมตีเมื่อครู่เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่าย้าที่จะสังหารหยุนโม่ ทั้งที่ไม่ได้เคยมีเื่ที่บาดหมางอันใดกัน
“พูดอันใด? ข้าก็แค่รู้สึกอยากสังหารเ้าเท่านั้น”
“เป็เพียงแค่มนุษย์ชั้นต่ำดีเช่นไรแล้วที่ได้ตายด้วยมือของข้า”
หยุนโม่มุมปากกระตุกเขาเริ่มรู้สึกแปลกประหลาดกับโลกใบนี้แล้ว
เ้าคนที่อยู่ด้านหน้าตรรกะความคิดแปลกประหลาดและบิดเบี้ยวมากเกินไป
ชายชุดจีนโบราณผู้นั้นเริ่มขยับแล้วเท้าหนึ่งข้างก้าวออกมาด้านหน้าทันใดนั้นก็เหมือนกับว่าคนผู้นั้นทั่วทั้งร่างกายเหมือนกับมีพลังบางอย่างที่มองไม่เห็นปะทุออกมา
หยุนโม่ยังไม่ทันได้ขยับเคลื่อนไหวคนผู้นั้นก็พุ่งเข้ามาแล้ว
ดวงตาทั้งสองของหยุนโม่เบิกกว้าง
เป็เพราะว่าเ้าคนผู้นั้นที่พุ่งตรงเข้ามารวดเร็วเกินไปเหมือนมันขยับเพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็เข้าไปประชิดร่างกายของเขาที่ยืนอยู่ห่างหลายเมตรได้อย่างง่ายๆ
นี่ทำให้หยุนโม่รู้สึกตกตะลึง ‘นี่มัน..ความเร็วไม่ต่างจากผู้พัฒนายีนระดับห้า’
หยุนโม่พยายามเคลื่อนไหวหลบ แต่มันเองก็ไม่ทันจนทำให้คนหนุ่มผู้นั้นจับกุมเขาได้
ฝ่ามือของอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาจับกุมที่ลำคอของหยุนโม่และชายหนุ่มผู้นั้นก็ออกแรงยกหยุนโม่ให้ลอยขึ้นจากพื้น
หยุนโม่ในตอนนี้โดนพลังปริศนาบางอย่างกดทับเหมือนกับโดนมือขนาดใหญ่บีบรัด ร่างกายแทบจะไม่สามารถขยับได้
ชายหนุ่มชุดจีนโบราณผู้นั้นยิ้มอย่างเย้นหยันหนึ่งมือจับกุมลำคอของหยุนโม่ ส่วนมืออีกข้างขึ้นก็ค่อยๆยกขึ้น
หยุนโม่ในตอนนมองเห็นว่าในมืออีกข้างที่ว่างเปล่าของอีกฝ่ายเหมือนมีพลังบางอย่างค่อยๆถูกปลดปล่อยออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน
“ได้เวลาตายแล้ว”ชายหนุ่มชุดจีนโบราณผู้นั้นกำลังจะใช้ฝ่ามือที่รวบรวมปราณิญญาโจมตี
แต่ในตอนนี้เองชุดเกราะรบอวกาศที่หยุนโม่สวมใส่อยู่มันเสียหายจากการต่อสู้ท่ามกลางธารดาราจนมันเหลือเพียงแค่ชุดเกราะบริเวณกลางหน้าอกเท่านั้นและตัวของชุดเกราะยังมีรอยแตกร้าวมากมายเหมือนกับใยแมงมุม
แต่ว่าในตอนที่ชายหนุ่มชุดจีนผู้นั้นกำลังจะโจมตีนั้นเองช่องเล็กๆบริเวณหน้าอกก็เปิดออก
พร้อมกับมีท่อนเหล็กสีดำที่เป็เหมือนกับด้ามจับเหล็กร่วงหล่นลงมาจากช่องนั้นหยุนโม่ใช้มือของตนเองพุ่งไปจับด้ามเหล็กนั้นเอาไว้
แสงหนึ่งเปล่งประกายคมดาบพลังงานปรากฏขึ้นมาจากด้านจับ กลายเป็ดาบพลังงานขนาดในชั่วพริบตา
ชายหนุ่มชุดจีนผู้นั้นตื่นตระหนกมันััได้ถึงอันตราย
แต่ว่ามันเองก็สายไปแล้วที่จะหยุดมือ
เพราะว่าหยุนโม่ใช้ดาบพลังงานในมือของตนเองตวัดโจมตีออกไป
ฉึบ!!! เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับศีรษะของชายหนุ่มชุดจีนโบราณผู้นั้นที่ปลิดปลิว
ร่างกายเหลือเพียงแค่ร่างที่ไร้ศีรษะไร้ิญญาฝ่ามือที่จับคลุมคอของหยุนโม่ค่อยๆคลายออกพร้อมกับร่างกายของชายหนุ่มชุดจีนที่ล้มกระแทกลงไปกับพื้นสิ้นชีวิต
หยุนโม่คุกเข่าลงกับพื้นส่งเสียงหายใจเหนื่อยหอบ
“ร่างกายของเรา อ่อนแอลง..งั้นเหรอ”
“นี่มันเื่อันใดกัน?”
“ทั้งเื่ของเ้าผู้ฝึกตนที่อยู่ด้านหน้าทั้งเื่ร่างกายของเราที่ไม่เหมือนเดิม” หยุนโม่รู้สึกงุนงง
ในตอนนี้ในขณะไม่มีผู้ใดรู้เห็นภายในส่วนลึกของร่างกายหยุนโม่ ลูกแก้วสีดำสนิทเปล่งแสงสว่างไสว พร้อมกับดึงดูดบางอย่างจากร่างของผู้ฝึกตนผู้นั้นที่ตายเข้าไป
แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็หยุนโม่หรือผู้ใดก็ไม่มีใครสามารถสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆที่เกิดขึ้นนี้
[เริ่มทำการวิเคราะห์ความทรงจำ[0%…/100%]]