ร่างบึกบึนในชุดขุนนางชาวฮั่นโดดเด่นเป็สง่าอยู่กลางวงล้อมของทหารใบหน้าอวบอิ่ม หางตาชี้คิ้วโค้งดังคันธนูปลายจมูกงุ้มลงเล็กน้อยรับกับรูปหน้าบ่งบอกลักษณะผู้มีอำนาจริมฝีปากบางเผยอยิ้มก่อนจะเอ่ยเสียงยินดี
“เรียกข้าว่าอากวงเหมือนเดิมก็ได้...อาหยาง”
“มิได้ขอรับ”ซุนหยางดึงหลิวเสียะลงแล้วเอ่ย “คุกเข่าสิ...คุณชาย”
นางงุนงงแต่ก็ยอมคุกเข่าตามแต่โดยดี แม่ทัพหนุ่มเห็นดังนั้นก็หัวเราะเบาๆค้อมตัวดึงแขนทั้งสองให้ลุกยืนพินิจคุณชายน้อยครู่หนึ่งจึงหันไปหาอีกฝ่าย
“ระหว่างเ้ากับข้าใยต้องมีพิธีรีตอง”
“หามิได้ขอรับ” อดีตขุนนางหนุ่มตอบน้ำเสียงนอบน้อม“ท่านเป็ถึงผู้บังคับการกรมทหารม้ารักษาพระองค์อีกทั้งพ่วงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ข้ามิบังอาจตีเสมอ”
“แต่เ้าเป็เพื่อนพี่ชายข้าั้แ่เด็กลืมแล้วรึอาหยาง”
เสียงทรงพลังแต่เปี่ยมเมตตาทำให้คุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือเพ่งมองคนทั้งสองด้วยความสงสัยเหตุใดชายพเนจรผู้นี้จึงรู้จักมักคุ้นกับบุคคลระดับสูงแห่งราชสำนักได้ทว่านางมิต้องคอยนานความกระจ่างก็ถูกไขโดยบุคคลผู้นั้น
“ซานป๋อรายงานว่าพบเ้าที่เชิงเขาป่าสนเมื่อสองวันก่อนยังไม่ทันได้คุยกันก็มีเหตุให้ต้องจากขอบใจเ้ามากที่ชี้เบาะแสทำให้สาวมาถึงสาขาของหรวนตี้ได้”
“เื่เล็กน้อยนักขอรับ” หยางซุนหยางแบ่งรับแบ่งสู้“ข้าเพียงแต่บังเอิญผ่านไปทางนั้น”
“เหตุใดเ้าจึงไปแถบนั้น ข้าได้ยินว่ามันอันตรายนัก”
อดีตขุนนางหนุ่มอึกอักเพียงครู่ก่อนจะเหลือบมองคุณชายน้อยแล้วโป้ปดไป“ตอนนี้ข้าเป็ผู้คุ้มกันสินค้าให้กับสำนักการค้าหลิวซือซือมีหน้าที่คอยอารักขาคุณชายหลิวเสียะขอรับ”
“อ้อ... เช่นนั้นเ้าหนุ่มนี่คือคุณชายหลิวเสียะงั้นรึ?”
“ขอรับ” อดีตขุนนางหนุ่มตอบรับเสียงเบาเมื่อสบดวงตากวางที่จ้องด้วยความฉงน
“ถ้าเช่นนั้นเ้าคงมีความสำคัญต่ออาหยางมากมิเช่นนั้นเขาคงไม่ยอมทำงานนี้แน่”
“นายท่านก็พูดเกินไปขอรับ”
ฮั่วกวงหัวเราะพึงใจ พินิจดวงหน้าเปรอะโคลนและเืเกรอะกรังของหลิวเสียะด้วยความสนใจพลันเอ่ย“คุณชายน้อยท่านนี้คือผู้สืบทอดสำนักหลิวซือซือเช่นนั้นรึ บิดาเ้ามีชื่อเสียงมากทีเดียว”
หยางซุนหยางเหลือบมองคุณชายน้อยครู่หนึ่งเห็นนางอึกอักก็เลยจะชิงตอบแต่นางกลับเอ่ยออกมาก่อน
“ท่านพ่อข้าค้าขายเก่งกว่าข้ามากนักขอรับ”
“รู้จักถ่อมตัวทั้งน้ำเสียงยังหวานดวงหน้างดงามราวสตรีเช่นนี้”ฮั่วกวงเอ่ยพลางหัวเราะเบา ๆ “มิน่าเล่าถึงต้องมีผู้คุ้มกันติดตาม”
“หามิได้ขอรับ ข้าก็แค่...”
“มิต้องอายหรอกคุณชาย ข้าเต็มใจเป็ผู้คุ้มกันเ้า”ซุนหยางเอ่ยหน้าตาย
“เ้าจะบ้ารึเ้าคนจร! หาเป็เช่นนั้นไม่ขอรับ”
นางร้องเสียงหลงด้วยกลัวเข้าใจผิดขุนนางหนุ่มโบกมือห้าม
“เ้าคือคนที่ซานป๋อเล่าให้ฟังว่ากล้าหาญช่วยสตรีนางหนึ่งที่โรงเตี๊ยมนั่นทำให้ทางการทลายโรงกษาปณ์ปลอมและโรงต้มเหล้าเถื่อนได้นับว่าเ้าสองคนมีความดีความชอบมาก”
“หามิได้ขอรับ”
โดยมิได้นัดหมายทั้งสองเอ่ยพร้อมกัน แม่ทัพหนุ่มถึงกับหัวเราะลั่นเมื่อเห็นสีหน้าเลิ่กลั่กของคุณชายน้อยและรอยยิ้มจากเสือยิ้มยากในอดีตเช่นเพื่อนของพี่ชาย
“เอาไว้ข้าจะกราบทูลความดีความชอบพวกเ้าแก่ฮ่องเต้หากมีเื่ใดก็แล้วแต่มาหาข้าได้ทุกเมื่อ”
“ขอรับ”
สองหนุ่มสาวตอบรับและคำนับขุนนางหนุ่มด้วยความเคารพก่อนที่ฮั่วกวงจะกล่าวต่อ
“แล้วนี่พวกเ้าจะไปแห่งใด จะกลับฉางอันเลยหรือไม่”
สองหนุ่มสาวมองหน้ากันพลันคุณชายน้อยก็เอ่ยตอบ “ข้าต้องรีบกลับเมืองหลวงขอรับป่านนี้ท่านพ่อคงรอให้ข้ากลับไป”
หยางซุนหยางเหลือบมองครู่หนึ่งเห็นดวงหน้านวลสลดไม่ร่าเริงเช่นเดิมก็ได้แต่เป็ห่วงนางยังเด็กนักแต่ต้องแบกรับภาระสำนักการค้าใหญ่โตเอาไว้ช่างน่าสงสารแท้คุณชายน้อยหน้าหวาน...
“ถ้าเช่นนั้นกลับพร้อมข้าพวกเ้าไม่มีม้าคงเดินอีกอย่างน้อยสองวันไปถึงแล้วพักผ่อนให้หายเหน็ดเหนื่อยก็แวะไปกินโต๊ะที่จวนข้า นำผ้าแพรผ้าไหมไปด้วยข้าอยากได้ผ้างาม ๆ ฝากฮูหยินกับลูกข้าสักนิด”
“แต่ข้าต้องนำผ้าแพรไหมที่เก็บรวมรวมถวายวังหลวงข้าเกรงว่าจะหาผ้างดงามเหมาะสมกับฮูหยินท่านมิได้”
“ฮูหยินข้าไม่ใช่คนเื่มาก”
“แต่ว่า...”
พอเห็นสีหน้ายุ่งยากของหลิวเสียะแล้ว หยางซุนหยางก็ลอบถอนใจนางเป็พ่อค้าที่ไม่เคยคิดฉวยโอกาสที่กำลังถูกยื่นมาตรงหน้าเลยหรืออย่างไร เช่นนี้คิดอยากจะไปค้าขายไกลถึงเปอร์เซียได้อย่างไรนึกแล้วปากก็โพล่งออกไปด้วยความลืมตัว
“เ้าอย่าห่วงเลยคุณชาย ข้าจะพาเ้าไปที่แห่งหนึ่ง ที่นั่นมีผ้างดงามที่หาที่ไหนมิได้ในฉางอัน”หยางซุนหยางเอ่ยอย่างภาคภูมิเมื่อนึกถึงสถานที่แห่งนั้น
หลิวเสียะหรี่ตามองเพราะคนจรดูมีลับลมคมในแต่นางไม่ได้แสดงอาการเพราะรู้ว่าตกเป็เป้าสายตาของผู้บังคับการกองทหารม้ารักษาพระองค์นามฮั่วกวง...
หนึ่งวันกับอีกหนึ่งคืนของการรอนแรมบนหลังม้าท่ามกลางฝนโปรยร่วมกับขบวนทหารนับร้อยก็เริ่มเข้าสู่เขตแดนฉางอันคุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือเมื่อยล้าแม้อยู่บนหลังม้าโอนไปเอนมาจนหยางซุนหยางสังเกตเห็นและเป็ห่วงคอยขี่ม้าตามระวังภัยให้โดยที่นางไม่รู้ตัว
ทั้งหมดอยู่ในสายตาของฮั่วกวงผู้กุมบังเหียนกองทัพ ม้าศึกสีน้ำตาลเข้มปราดเปรียวชะลอความเร็วลงตีคู่กับม้าพันธ์ทางที่หยางซุนหยางขี่พอตีคู่กันแล้วจึงเอ่ยถามเสียงเบาให้ได้ยินเพียงสองคน
“ดูเ้าจะเป็ห่วงคุณชายหลิวเสียะเหลือเกินนะ”
“ขอรับ” อดีตขุนนางหนุ่มรับคำไม่ปิดบังความรู้สึก“นาง... เอ่อ... คุณชายยังเด็กเกินกว่าจะแบกรับภาระใหญ่หลวงเอาไว้โดยลำพัง”
“พี่ชายข้าก็เคยต้องรับภาระของกองทัพั้แ่อายุเพียงสิบเจ็ดปีเหมือนกัน”
หยางซุนหยางชะงักไปครู่ก่อนจะพยักหน้ารับรู้แล้วยิ้มบางๆก่อนตอบ “ท่าน้าจะบอกสิ่งใดกับข้า”
“เ้าเป็คนฉลาดย่อมรู้ว่าข้าจะบอกสิ่งใด”ฮั่วกวงหัวเราะชอบใจก่อนเอ่ยต่อ “เ้ารู้หรือไม่ว่าั้แ่พี่ชายข้าตายตำแหน่งองครักษ์ยังมีว่างหนึ่งตำแหน่ง”
“ขอรับ”
“เ้าอยากรับโอกาสนั้นไว้หรือไม่ ข้าช่วยเ้าได้”
หยางซุนหยางขมวดคิ้วเหลียวมองผู้ยิ่งใหญ่แห่งกองทัพแล้วส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนเอ่ย “ข้ายื่นหนังสือลาออกจากราชการไปแล้วขอรับ”
“แต่พี่ชายข้ามิได้เห็นชอบอีกทั้งตอนนี้ฝ่าาหาคนที่ไว้ใจได้ยากยิ่งนัก จดหมายของเ้าเขายังเก็บเอาไว้และตอนนี้มันถูกเก็บรักษาไว้หากเ้า”
“ข้ามิอาจกลับไปรับราชการอีกแล้วขอรับ” อดีตขุนนางหนุ่มตอบเสียงแ่แต่แววตาแน่วแน่มองไปในความมืด “ข้าขอเป็วิหคมีชีวิตอิสระเหนือท้องฟ้ากว้างใหญ่ดีกว่ามีชีวิตอยู่กับพิธีรีตองที่ไม่เหมาะกับข้าจะดีกว่า”
ตอบไปเช่นนั้นแต่หยางซุนหยางรู้ดีว่าเหตุใดกันแน่คือสิ่งที่ทำให้เขาหันหลังจากกองทัพเพราะมารดาของเขาสตรีที่ทอผ้างดงามที่สุดหาผู้ใดเปรียบมิได้ทั่วทั้งฉางอันต่างหาก
“เช่นนั้นคงไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนใจเ้าได้ข้าเสียดายฝีมือเ้านัก”
“มีคนสามารถกว่าข้ามากนักขอรับ” พูดจบดวงตาคมกริบก็เหลือบมองผู้ยิ่งใหญ่แห่งวังหลวงด้วยความเคารพ
ถึงแม้คนผู้นี้จะอายุน้อยกว่าเขาแต่กลับก้าวหน้าในวงราชการเพราะเป็ถึงน้องชายของอดีตแม่ทัพใหญ่ผู้ล่วงลับบุคคลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็เสมือนอาจารย์ให้เขาเดินตามอย่าง แต่บุรุษผู้น่าเกรงขามนามฮั่วกวงผู้นี้อายุน้อยกว่าเขาไม่กี่ปีแต่กลับขึ้นสู่อำนาจได้ในเวลาไม่นาน
เปรียบได้ว่าคนหนึ่งสิ้นอีกคนจึงได้รับการเชิดชู...
มันคือสัจธรรมที่ทำให้เขาไม่เคยคิดอยากจะกลับเข้ามาสู่วังวนถึงมารดาจะมิอาจไม่ร้องขอ ตัวเขาเองก็หาได้มักใหญ่ใฝ่สูงไม่...
ยามซวี[1]...
ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำหวางเหอเขตติดต่อชายแดนฉางอัน แสงจากคบไฟรอบกระโจมพักแรมส่องสว่างไปทั่วบริเวณทหารประจำยามรอบทิศคอยระวังภัย
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งกองทัพโดดเด่นอยู่กลางวงสุราล้อมรอบกองไฟเหล่าทหารบ้างร่ำสุรา บ้างขับขานลำนำแข่งกับเสียงร้องของแมลงกลางคืน ความตึงเครียดหลังาค่อยคลายลงได้บ้าง
หยางซุนหยางนั่งข้างฮั่วกวงถัดไปเป็คุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือที่นั่งฟังเงียบกริบดวงตากวางหรี่ปรือมองเหล่าทหารสนุกสนาน มือข้างหนึ่งของนางถือจอกสุราเอียงลงเรื่อยๆ จนสุรากระฉอก อีกมือหนึ่งเท้าคางฟังลำนำบางคำก็ร้องคลอตามเบา ๆ
สุรายังคงถูกเติมเต็มอยู่ตลอดโดยฟู่อิงสงทหารเอกผู้แม่นธนูเหมือนจับวางของแม่ทัพใหญ่
“ดูเ้าจะชอบสุรามาก”ฟู่อิงสงเอ่ยยิ้ม ๆ ดวงตาคมกริบแฝงแววเอ็นดู
“ข้าหรือขอรับ?” นางถามกลับ
[1]ยามซวี :19.00 –20.59 น.