“ทำไมคุณพ่อถึงได้อยากจะมาที่นี่นัก ผู้ชายคนนี้มีความสำคัญอย่างไร” ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งหันมาถามกับอรสา หลังจากที่นายดำกับหัวหน้าคณะเดินนำไปอย่างเร่งรีบ เมื่อเห็นว่าใกล้จักถึงที่หมายอยู่ข้างหน้า
“สาก็ไม่รู้มากหรอกอานนท์ สารู้แค่ว่า เขาเป็เพื่อนรักของคุณพ่อสมัยเก่าก่อน นอกจากนั้นคุณพ่อก็ไม่เคยเล่าให้สาฟังเลย”
“มันแปลก ๆไหมล่ะ ร้อยวันพันปีพ่อของสาไม่เคยเอ่ยถึงชื่อพรานมิ่ง แล้วจู่ ๆก็อยากจะเจอเพื่อนเก่าขึ้นมา” ชายชื่ออานนท์ถาม เขาเป็ชายรูปร่างหน้าตาดีนับได้ว่าเป็เพื่อนคนสนิทที่สุดที่หวังจักครองหัวใจบุตรสาวของหัวหน้าคณะ มิเช่นนั้นคงไม่ลงทุนอาสาติดสอยห้อยตามมาจนถึงตอนนี้
“สาคงไม่รู้เื่นี้จริง ๆ สินะ” เขาพึมพำเบา ๆ
“คุณพ่อเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ” น้ำเสียงของเธอดูจะปลง ๆ แล้วจ้องมองเื้ัของบิดา ทั้งที่มีโรครุมเร้าแต่ก็ฝืนสังขารเดินป่าราวกับว่ามิได้เจ็บป่วย อย่างกับคนวัยฉกรรจ์เสียอย่างนั้น
“ทั้งที่ไม่สบาย แต่ก็ยังดั้นด้นมาถึงบ้านป่าเมืองเถื่อนนี่นะหรือยัยสา” ผู้หญิงอีกคนหนึ่งแทรกเข้ามา ดูท่าคณะนี้จะมีกันหลายคน ดูจากที่ค่อย ๆโผล่ออกมาจากสุมทุมพุ่มไม้
คณะเดินป่าครั้งนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น ห้าคนมิรวมนายดำ ประกอบด้วยหัวหน้าคณะ บุตรสาว และเพื่อนของเธออีกสามคน คือผกากรอง สงกรานต์ และอานนท์
“ทำอย่างไรได้ละผกา ความสุขบั้นปลายของเขา”
“คุณลุงนะคุณลุง ลูกสาวอุตส่าห์ร่ำเรียนมาจากต่างประเทศเพิ่งกลับมาแท้ ๆ แทนที่จักให้ได้พักผ่อนกายใจ มาถึงไม่ทันไรก็จะขอเข้าป่า” ผกาบ่นกระซิบไม่ให้ผู้ถูกกล่าวอ้างที่เดินนำไปก่อนได้ยิน
“ทั้งที่เธอก็มาเพราะเป็ห่วงอาการป่วยของคุณลุงแท้ ๆ”
“ไม่เป็ไรหรอกผกา คุณพ่อคงอยากระลึกความหลังน่ะ เพื่อนเก่า ๆของคุณพ่อสมัยท่านยังเด็ก ถ้าอะไรที่ฉันพอจะทำได้ ฉันก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ”
“อือ ... ว่าแต่เธอเคยรู้เื่เพื่อนเก่าของพ่อบ้างไหม” อรสาส่ายหน้า
“ฉันก็ไม่เคยรู้จักเลย ั้แ่เล็กจนโตคุณพ่อไม่เคยพูดถึงจนถึงก่อนวันที่จะมานี่แหละ”
“แปลกจริง ...”
“ไม่แปลกดอก คุณพ่อบอกว่าสมัยหนุ่ม ๆ ก่อนที่จะห่างกันพวกเขาจากกันไม่ค่อยดี”
“ตอนนี้ก็เลยอยากย้อนวันวานอย่างนั้นเหรอ” สองสาวคุยกระซิบกระซาบกันไปเบา ๆ ตลอดทางเพื่อแก้เบื่อไปพลาง
และเพิ่งจะสังเกตว่ามีชายอีกคนหนึ่งที่แต่งตัวดูดีเกินกว่าจะเป็ลูกหาบ ด้วยท่าทีเหมือนคนเื่มากก็พอจะรู้ว่าเป็หนึ่งในคนจากเมืองบางประกอก
“อีกนานไหมอานนท์ นี่ฉันจะเดินไม่ไหวอีกแล้วนะ คิดถูกหรือเปล่าเนี่ย ที่ตามนายมาน่ะห่ะ”
เขาเดินมาตบไหล่เพื่อนชายกึ่งบีบรั้งไว้ ด้วยท่าทีหอบเหนื่อยราวจะขาดใจ มองปาดๆ จากสภาพสังขารแล้วดูจักเป็คนไม่เอาไหนอยู่ไม่น้อย
“คุณลุงนี่ก็กระไร เห็นแก่ ๆอย่างนั้น เดินลิ่ว ๆยังกับคนหนุ่ม ๆ” บ่นพลางมองไกลไปยังหัวขบวนอันหากพวกเขาหยุดเดินคงได้ตกขบวนด้วยทิวต้นไม้ป่าบดบังทัศนวิสัย
“แกจะยอมแพ้ไหมล่ะฮึ สงกรานต์” อานนท์ถาม
“ยอม ฉันยอมยกธงขาวให้เลย ให้ตายสิเหนื่อยฉิบหาย เหนื่อยแทบจะขาดใจตาย”
ความจริงนายสงกรานต์ผู้นี้ก็มิใช่พวกเลยวัยทอง ซ้ำยังเป็พวกหนุ่มฉกรรจ์แท้ ๆ แต่ด้วยนิสัยเ้าสำราญชอบเที่ยวกินรำสำราญในยามราตรีเป็หลัก มิได้สนใจออกกำลังกายอื่นใดนอกจากนั้นนเื่อย่างว่า จึงมีร่างกายที่ไม่พร้อมในการตรากตรำเยี่ยงนี้
“เอาน่าเพื่อน ฉันรับประกันว่าการมาของแกครั้งนี้ต้องคุ้มค่าแน่ ๆ” อานนท์กระซิบบอกเพื่อนชาย หลังจากค่อย ๆ ลดระยะการเดินให้ช้าลง เพื่อที่จะได้สนทนากันเป็การส่วนตัวได้
“ก็หวังว่าจะได้สาวบ้านป่าสักคนสองคนนะจะได้ไม่เสียเที่ยว” สงกรานต์บอก
“เข้าป่าจะหวังกระไรกับสาวบ้านป่า เทพธิดาบ้านไพรน่ะ ไม่มีจริงดอกนะไอ้เกลอ เท่าที่ผ่านตามาตลอดทางมีเอาทำน้ำยาได้ที่ไหนสักคน” อานนท์แหย่ปรามาส
“แหง๋ล่ะ ก็แกมีแม่อรสาอยู่ทั้งคนนี่ ทั้งสวย ทั้งเพียบพร้อมทั้งรูปทรัพย์ ทั้งทรัพย์สินที่กินชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่หมดขนาดนั้นน่ะ”
“ข้อนั้นไม่สำคัญดอก ถ้าหากว่าเธอไม่ยอมรับรักฉัน มันก็เปล่าประโยชน์”
“แกถึงได้หอบมานี่อย่างไรเล่า มิหนำซ้ำยังหอบเพื่อนโง่ ๆที่หลงเชื่อตามแกมาอีก ดีไหมล่ะคุณชายอานนท์แห่งวังกำมะลอ”
“ประเดี๋ยวเถอะไอ้เพื่อนปากพล่อย อย่าได้พูดมากกระไรให้ใครได้ยินอีกนะ” อานนท์ตำหนิ พลางยกมือขั้นเป็รูปมะเหงก
“เอาน่าเพื่อน เพื่อนได้ดีก็อย่าลืมเพื่อนรักคนนี้ก็แล้วกัน”
“นี่ไอ้สง ฉันรู้นะว่าแกก็มีใจให้กับแม่ผกาเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นก็คงไม่หอบสังขารมาดอก คนบ้ากามอย่างแกถ้าไม่ได้ประโยชน์คงไม่มาแน่ ๆ”
“ชะ ! แหมไอ้คนรู้ทัน แกไม่คิดดอกหรือว่าบางทีฉันก็อยากจะมาช่วยเพื่อนจริง ๆ”
“เชื่อให้ก็โง่ แกก็หวังฟันแม่ผกาใจจะขาดละซี แต่ไม่มีโอกาส ในป่านี่แหละทำเลดีนัก” อานนท์เย้ยหยันกระแซะ สายตาที่มองสบตายกันมีเพียงชายสันดานเดียวกันเท่านั้นที่รู้กันดี
“มันก็ไม่ต่างจากแกมิใช่ดอกหรือ ไอ้คุณชายตกอับ”
“หุบปากมึงไปเสียเลยไอ้สง ยังไม่ยอมหยุดอีก อย่าริเอ่ยแบบนี้ให้ใครได้ยินเชียว โดยเฉพาะแม่อรสา รวมถึงคุณลุงด้วย”
“เออ ขอโทษว่ะ มันปากไปหน่อย ถ้าแกได้แม่อรสาเป็เมียแล้ว ได้ดิบได้ดีแล้วก็อย่าลืมเพื่อนคนนี้ก็แล้วกัน”
“ย้ำอยู่นั่น ไม่มีวันเสียดอกเพื่อน ถ้าแกช่วยฉัน หาจังหวะเหมาะ ๆให้ฉัน ฉันจะแจกรางวัลสมน้ำหน้าคุณให้อย่างงามเลย”
“อุบ๊ะ ต้องอย่างนี้ซีเพื่อนรัก อาฮา ๆ” ทั้งคู่หัวเราเบา ๆ
“เออ ว่าแต่ไอ้พรานป่าคนนั้นน่ะ มึงก็ระวังมันหน่อยก็ดีนะ” อานนท์บอก
“แกหมายถึงไอ้คนนำทางนั่นนะหรือ หน้าตาก็เหมือนพวกหัดเดินป่า ดูท่ามันไม่ใกล้คำว่านายพรานเลยสักนิด”
“จะนายพรานหรือแค่นำทางก็ช่างหัวมันเถิด แต่แกมิสังเกตรึว่ามันแอบชำเลืองแม่ผกาของแกอยู่บ่อย ๆ”
“มันหมายจะเด็ดดอกฟ้ารึ” แล้วสงกรานต์ก็หัวเราะลั่น ไม่อยากให้ค่าน้ำยาคนป่า
“ฝันไปเถิด คนอย่างผกาไม่ใฝ่ต่ำดอก ถ้าแม่ผกาจะเอาคนอย่างมัน แม่ไม่เอาคนขับรถที่บ้านหล่อนมิดีกว่าเป็ร้อยพันเท่าดอกหรือ”
“เกลอก็พูดเกินไป ฮ่า ๆ” แล้วครานี้ทั้งคู่ก็หัวเราสรวลเส เสียงดังลั่น
“แต่จะว่าไป ขนาดไอ้คนป่าอย่างมันยังแอบมองคนเมืองอย่างเราได้ ทำไมฉันจะล่อสาวดอยมิได้วะ มึงว่าที่หมู่บ้านข้างหน้านั่น จะมีช้างเผือกอยู่ไหมวะ”
“ก็บอกแล้วไงเล่า สาวบ้านป่าก็คงเป็พวก ฟันดำ ตัวเหม็น ผมเฝ้าก็คงยุ่งรุงรัง ยังจะเอาลงอีกดอกหรือ วิปริตแท้เพื่อนกู”
“แหม อย่าประมาทไปเชียวไอ้นนท์ อย่าให้เจอของดีเข้าให้ อย่ามาแย่งฉันกินก็แล้วกัน”