ภายหลังจากที่คุณหญิงฟื้นขึ้นมาและขอบคุณดาริกาเรียบร้อย เธอได้ปิดจบงานเลี้ยงประชุมในวันนี้ลง แเื่ทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน ด้านเพนนีเองก็แยกย้ายกันเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะอยู่บ้านเดียวกันกับนายพงษ์ แต่เธอก็ไม่นั่งรถกลับกันนายพงษ์
"คุณเพนนีครับ คุณจะกลับกับผมหรือรถที่คุณนั่งมา"
"นี่ นายกลับไปคนเดียวเถอะย่ะ ฉันก็กลับรถที่นั่งมานั่นแหล่ะ พงษ์นายโทรหานายก้องเกียรติหน่อย ฉันจะกลับบ้านละ ให้วนจากในลานจอดรถโรงแรมมารับฉันที่หน้าโรงแรม ด่วน"
พงษ์กำลังจะโทรตามคำสั่ง ทว่าอยู่ๆ เพนนีก็กล่าวขัดขึ้นว่า
"เดี๋ยว หยุดก่อน อย่าเพิ่งโทร นั่นคุณหญิงแม่หนิ ทำไมไปจับไม้จับมือยัยดาริกาอะไรนั่นซะสนิทสนมเชียว ไม่กลัวเชื้อโรครึไง ยัยนั่นมือสะอาดหรือเปล่าก็ไม่รู้ เที่ยวไปจับอะไรมั่วๆ ซั่วๆ มา เดี๋ยวคุณหญิงแม่ก็หน้าแก่เหมือนยัยนั่นหรอก ฮ่าๆๆๆ"
"โอ้โห ไปบูลลี่เขาขั้นสุดฤทธิ์ ตกลงว่ายังไม่กลับบ้านเนอะคุณเพนนี ละคุณจะไปว่าเขาทำไมละครับ คุณก็อยู่ของคุณ เขาก็อยู่ของเขาไป"
"อ่ะๆๆๆ ไอ้เื่ไปบูลลี่ยัยนั่นน่ะ ฉันผิดฉันยอมรับ แต่ฉันก็วิเคราะห์จากที่นายพูดไง ยัยดาริกาคนนั้นน่ะ เข้ามาด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ มองจากดาวอังคารก็รู้ ว่าแอ๊บใสทำเป็คุณหมอมาช่วยเหลือ แต่จริงๆ แล้วตั้งหน้าตั้งรอโอกาสมานานแล้วล่ะสิ แอบมีคนเื้ัส่งมารึเปล่าก็ไม่รู้ ดูแววตาสิ ใสซื่อซะที่ไหนอย่างกับพวกเสือรอตะครุบเหยื่อ คุณแม่จะหลงกลยัยนั่นก็หลงไป เงินทองอะไรก็ตามฉันก็ไม่หวง คุณแม่จะให้ไปด้วยใจพิศวาสก็เื่ของคุณแม่ ถือว่าท่านมีสติตลอดเวลา แต่เื่เดียวที่ฉันไม่ยอมคือ"
"เื่คุณธนาวินทร์"
"แน่นอนย่ะ ถ้านายมีแฟนก็จะรู้เนอะว่าของของใคร ใครก็หวงเป็ธรรมดา"
"ก็แล้วใครมันแช่งไอ้พงษ์ไม่ให้มีแฟนก็ไม่รู้"
เพนนีได้ยินจึงรู้สึกร้อนตัว หันเอามือไปตีพงษ์
"นี่ไอ้พงษ์ ฉันไม่ได้แช่งย่ะ แค่พูดลอยๆ ปากมันชินไปงั้นเอง แต่นายคอยดูเถอะ ฉันพูดแล้ว ถ้ามายุ่งกับคุณธนาฉันไม่ยอมแน่"
ในขณะที่เพนนีกำลังยืนคุยกับพงษ์นั้น ทางด้านของคุณหญิงเฟื่องทองก็ยืนอยู่กับธนินทร์ และดาริกา ส่วนธนาวินทร์ยังคงยืนสวัสดีส่งแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายให้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพตามประสาผู้รับผิดชอบหลัก
"แเื่กลับกันหมดแล้ว วันนี้ยังไงป้าก็ต้องขอบใจหนูดามากๆ นะจ๊ะ ไม่ได้หนูป้าคงแย่แน่ๆ" คุณหญิงเฟื่องทองยิ้มพร้อมกับพูดด้วยความเอ็นดู
"ไม่เป็ไรจริงๆ นะคะคุณป้า ดาด้าเองก็เต็มใจที่จะช่วยเหลือคน"
"หนูดานี่จิตใจประเสริฐมากๆ จริงๆ สมแล้วที่เรียนหมอ หนูไปเรียนที่ไหนมาละจ๊ะเนี่ย"
"หนูเรียนหมอที่อเมริ.."
ดาริกาพูดยังไม่ทันจบ ธนินทร์ก็พูดแทรกทันทีด้วยความไม่ชอบใจในตัวดาริกา เพราะอย่างที่บอกว่าที่พี่สะใภ้ที่เขาพึงใจมีแค่ คุณพี่เพนนีคนเดียวเท่านั้น พวกผู้หญิงอ่อนแอ บอบบาง เขาไม่ชอบ ยิ่งเห็นดาริกาคุยกับคุณหญิงเฟื่องทองอยู่นาน แล้วเพนนีที่ยืนมองฝั่งตรงข้าม เขาก็ยิ่งไม่สบายใจแทนธนาวินทร์
"คุณแม่เฟื่องครับ นี่ก็ดึกแล้ว คุณแม่เฟื่องกลับไปพักผ่อนเถอะครับ อย่ามัวแต่ยืนคุยอยู่เลย เมื่อยเปล่าๆ นะครับ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว คุณดาริกาก็บอกเองไม่ใช่หรอครับว่าคุณแม่เฟื่องต้องพักผ่อนเยอะๆ จริงหรือเปล่าครับคุณดาริกา"
ประโยคท้ายธนินทร์สะบัดเสียงขึ้นสูงนิดนึงด้วยความไม่พอใจ
ทางด้านดาริกาเองเธอก็ไม่ได้ใสซื่อจนไม่รู้ว่าธนินทร์ไม่ชอบเธอ นี่แสดงออกชัดเจนว่ากำลังกีดกันไม่ให้ดาริกาเข้ามาใกล้ธนาวินทร์ เป็การกีดกันแทนเพนนีด้วยซ้ำ แต่เธอก็ไม่สามารถแสดงความไม่พอใจออกมาได้ เพราะเธอเองก็มีแผนการบางอย่างที่เก็บเงียบซึ่ง้าเข้าหาคุณหญิงเฟื่องทองและครอบครัว โดยไม่รู้เลยว่า แผนการของเธอนั้นถูกเพนนี ภาสพงษ์ และ ลัลลภัสมองเป้าหมายออกเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นดาริกาจึงยิ้มตอบกลับธนินทร์ไปว่า
"ตามที่คุณธนินทร์พูดถูกต้องแล้วค่ะคุณป้า"
"อุ๊ย คุณเป็ลูกพี่ลูกน้องของผมหรือเปล่าล่ะครับ"
ดาริกาทำหน้างง ที่อยู่ๆ ธนินทร์ก็ถามเื่นี้
"ไม่ใช่นะคะ คุณธนินทร์น่าจะเข้าใจอะไรผิด" ดาริกาตอบปฏิเสธ
คุณหญิงเฟื่องทองเห็นทั้งดาริกาและธนินทร์คุยกันอย่างดี จึงไม่ได้ขัดขวางแต่อย่างใด ได้แต่คิดว่าถ้าหากธนินทร์สามารถชอบในตัวว่าที่สะใภ้อย่างดาริกาได้มากกว่าพนิตพร คงจะเป็การดี ลูกชายของเธอจะได้กลับมาเป็ครอบครัวที่เชื่อฟังกันและกันเช่นเดิม ไม่ต้องแตกแยก ดังนั้นเธอได้แต่คิดหวังว่าหญิงสาวในภาพลักษณ์แบบดาริกาจะสามารถประสานรอยร้าวในครอบครัวเธอได้นั้นเอง
แต่รอยร้าวนี้คุณหญิงเฟื่องทองคงคิดไปเองทั้งนั้นเพราะลูกชายทั้งสองคนอย่างธนาวินทร์ และธนินทร์ ไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติแต่อย่างใด แม้กระทั่งท่านนายพลผู้เป็สามีของคุณหญิงเฟื่องทองที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสองปีก่อนหน้านี้ตอนธนาวินทร์อายุ 27 ปีซึ่งอายุเท่ากับเพนนี และตอนธนินทร์อายุ 25 ปี แต่ก็ยังเข้ากันได้ดี นอกจากนี้เพนนียังเข้ากันได้ดีกับทุกคนแม้กระทั่งคุณแม่รองและคุณแม่สาม ที่เป็ภรรยาอีกสองคนของท่านนายพล เห็นได้ว่าเพนนีเป็ที่รักและชื่นชอบทุกคนในบ้านของแฟนหนุ่ม จะยกเว้นก็มีแต่คุณหญิงเฟื่องทองเพียงคนเดียว
หลังจากดาริกาตอบกลับมา ธนินทร์จึงตอบกลับคืนว่า
"อ๋อ ไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้อง อื้มมม แสดงว่าคุณดาริกาก็ยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน แล้วทำไมถึงมาเรียกคุณแม่เฟื่องของผมว่าเป็คุณป้าล่ะครับ มานับญาติกันเหมือนรู้จักกันมานาน ทั้งๆ ที่เพิ่งจะรู้จักกันแท้ๆ ฮ่าๆๆๆ เรียกคุณหญิงเฟื่องทองเหมือนที่คุณลัลลภัสและคนอื่นๆ เรียกสิครับ เดี๋ยวมันจะดูสนิทสนมมากเกินไป คุณเป็ลูกเต้าเหล่าใคร ครอบครัวผมก็ไม่ได้รับรู้"
ดังนั้นธนินทร์จึงทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์เพนนีอย่างเต็มที่
ดาริกาที่ได้ยินไปก็เริ่มหน้าเสียขึ้น เหมือนโดนตอกหน้าท่ามกลางสายตาทุกคนที่มองอยู่ ทั้งที่จริงแล้วนับั้แ่เธอช่วยให้คุณหญิงเฟื่องทองฟื้นขึ้นมา ก็ไม่ได้มีใครสนใจเธอแล้วด้วยซ้ำ เพราะทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน และลืมเลือนไป
คุณหญิงเฟื่องทอง เริ่มรู้สึกสงสารดาริกามากขึ้น จึงช่วยแก้สถานการณ์ให้หญิงสาว
"นี่ตาธัน หนูดาเขาจะเรียกแม่ว่าคุณป้าคุณน้าคุณอาคุณอะไรก็เื่ของเขาเถอะ แล้วเราน่ะไปหาเื่เขาทำไม เขาช่วยแม่ไว้แท้ๆ นะ จะมาหาเื่เขาไปเพื่ออะไรกัน ไปเลย ไปตามตาธนามา จะได้บอกลาหนูดาแล้วกลับบ้านเรา"
ธนินทร์เมื่อได้ยินมารดาพูดจึงเดินไปตามธนาวินทร์ตามคำสั่ง ส่วนดาริกาเมื่อเห็นคุณหญิงเฟื่องทองเข้าข้างแบบนี้จึงรู้สึกใจชื้น อย่างน้อยลุคที่แต่งกายมาวันนี้ ประกอบกับสีหน้าท่าทางของเธอคงทำให้ได้ใจคุณหญิงไปส่วนหนึ่ง
"ไม่เป็ไรจริงๆนะคะคุณหญิง"
"เรียกคุณป้าเถอะจ่ะ อย่าไปสนใจตาธันเลย แล้วหนูก็ไม่ต้องไปใส่ใจอะไรตาธันเขามาก ดูพิลึกคน นายคนนี้ เข้าข้างแต่แม่พนิตพร"
"ดาด้าอาจจะมาผิดที่ผิดเวลาเองค่ะคุณป้า ถ้าดาด้ามาก่อนหน้านี้คุณธนินทร์อาจจะรู้สึกดีกับดาด้ามากกว่านี้ค่ะ"
“ผมว่ารูปประโยคมันแปลกๆนะครับคุณดาริกา”
"หนูดาอย่าคิดมากเลย ป้ายังยืนยันนะว่าหนูคือผู้มีพระคุณของป้า ช่วยเหลือป้าไว้"
เมื่อกำลังจะพูดต่อก็เห็นธนินทร์พาธนาวินทร์เข้ามาทันที
"มาพอดีเลยตาธนา นี่หนูดา วันนี้หนูจะกลับบ้านยังไงจ๊ะ"
"เดี๋ยวดาด้ากลับรถแท็กซี่เองได้ค่ะ พอดีวันนี้ที่บ้านไม่ได้ส่งรถมารับดาด้า"
จริงๆ แล้ว ไม่มีคนรับใช้อะไรที่บ้านหญิงสาวทั้งนั้น เพราะเธอกลับมาคนเดียว กลับบ้านน่ะก็คงต้องกลับแท็กซี่ แต่จะดีกว่าถ้าทำหน้าอ้อนสงสาร แล้วให้คุณหญิงเฟื่องทองเมตตาจนไปส่งเธอ
"อุ๊ย อันตรายมากเลยนะจ๊ะเนี่ย หนูดาจะกลับบ้าน มืดๆ ค่ำๆ แบบนี้แล้วยังกลับด้วยรถแท็กซี่อีก เดี๋ยวป้าให้ตาธนาไปส่งดีกว่า"
ธนินทร์รีบขัดคอขึ้น "ไม่ต้องหรอกครับคุณแม่เฟื่อง เดี๋ยวผมไปส่งคุณดาริกาได้นะครับ อย่าไปกวนพี่ธนาเลย"
คุณหญิงเฟื่องทองกลับไม่ยอม "ไม่ได้สิ ตาธัน แกทำท่าเหมือนจะไปกินหัวหนูดาเขาแบบนี้ เกิดไม่พอใจระหว่างทาง แกปล่อยเขาลงตรงถนนขึ้นมา แม่ก็ไม่รู้น่ะสิว่าหนูดาถึงบ้านแบบปลอดภัย ให้ตาธนาไปส่งหนูดีกว่า วันนี้ป้ามารถของที่บ้าน ส่วนตาธนากับตาธันมารถส่วนตัว งั้นตาธันเราเป็น้อง แม่เป็ห่วง วันนี้เราต้องกลับบ้านกับแม่ ให้พี่ธนาเขาไปส่งหนูดา แม่ฝากด้วยนะลูก"
เพื่อให้ดาริกาและธนาได้ทำความรู้จักกัน เธอจึงเปิดโอกาสให้หนุ่มสาว เพราะเธอรู้สึกได้ว่าต่อให้อยู่สองต่อสอง สองคนนี้ก็ไม่ทำอะไรที่ประเจิดประเจ้อ หรือทำพวกสิ่งที่ผิดศีลธรรมของสังคมเมื่อพูดจบคุณหญิงเฟื่องทองก็รีบเดินลากแขนธนินทร์ออกไป ด้านธนินทร์ที่ไม่ทันได้ห้าม ก็ถูกลากออกมาจึงรีบพูดกับมารดาว่า
"โถ คุณแม่เฟื่องครับ ผมเป็ห่วงพี่ธนานะ ขับค่ำๆ มืดๆ อันตราย"
"นี่ตาธัน ถ้าเป็ห่วงพี่เขา ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่ห้ามล่ะ เวลาเขาออกไปหาพนิตพรดึกๆ ดื่นๆ อย่างนี้ทำมาเป็ห่วง กะล่อนจริงๆ แม่รู้นะว่าเราจะไม่ให้เขาไปส่งหนูดา ไม่ชอบอะไรเธอนักหนา ออกจะแสนดี วิเศษขนาดนี้"
"แหม่! คุณแม่เฟื่องครับ คุณแม่เฟื่องต้องไม่ดูคนแค่ที่ภายนอกบอกนะครับ ไม่เคยได้ยินหรอครับ พวกข้างนอกใสใสเหมือนน้ำเปล่า แต่ที่แท้ข้างในคือน้ำกรดน่ะ กัดเซาะจิตใจคนยิ่งกว่าอีกนะครับ คุณแม่เฟื่องอนุญาตให้ผมไปกับพวกเขาเถอะครับ"
คุณหญิงเฟื่องทองเริ่มรู้สึกโมโหที่ถูกใจขัดครั้งแล้วครั้งเล่า
"หยุดเลยนะตาธัน เราจะทำให้แม่ขายขี้หน้าไปครั้งแล้วครั้งเล่า จะให้ขายขี้หน้าไปถึงเมื่อไหร่ พอสักที ไปกลับบ้าน เดินตามแม่มา ไม่อย่างนั้นแม่จะโกรธจริงๆ"
พูดจบด้วยความหงุดหงิดแล้วคุณหญิงจึงเดินไป ด้านธนินทร์เองเห็นมารดาเป็แบบนั้นจึงรู้สึกถอนใจ ทำอะไรไม่ได้ ไม่อยากให้คุณแม่เฟื่องโกรธไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มจึงหันไปส่งสัญญาณโดยการส่ายหน้าให้กับเพนนีที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ที่แปลว่า ห้ามไม่สำเร็จ ให้คุณพี่เพนนีไปขัดขวางพี่ธนาเอง น่าจะดีกว่า จากนั้นธนินทร์และคุณหญิงเฟื่องทองจึงขึ้นรถตู้เพื่อกลับบ้านไป
ด้านเพนนี เมื่อยืนพูดคุยกับพงษ์แล้วเห็นสัญญาณบางอย่างที่ธนินทร์ส่งมาให้ จึงหันไปคุยกับพงษ์
"นี่ดีนะพงษ์ ที่ฉันไม่ให้นายบอกคนขับรถไม่งั้นตอนนี้ต้องกลับแน่ ไม่ได้การละนะ เดี๋ยวฉันรีบไปห้ามก่อน ดูสายตาสิ ยัยน้ำกรดนั่นจะกินคุณธนาไปแล้ว ฉันรีบไปก่อน นายก็อย่าเพิ่งกลับแล้วกันเผื่อฉันมีเื่ให้ช่วย เดินตามมาฉันมา" หญิงสาวตั้งฉายาให้ดาริกาทันที
แล้วเพนนีจึงเดินไปหาธนาวินทร์และดาริกาทันที พร้อมกับเดอนเข้าไปด้วยสีหน้ายิ้มร่าเริง
"เป็ไงบ้างคะคุณธนาวันนี้ เหนื่อยมั้ย"
หญิงสาวว่าแล้วก็หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนที่เช็ดให้ธนาวินทร์เป็ประจำเวลาเขาเหงื่อออก เพราะเมื่อได้เช็ดหน้าที่ซักและมีกลิ่นน้ำหอมของเพนนีติดมา เมื่อสูดดมแล้วจะรู้สึกถึงความสดชื่น
"ขอบคุณมากนะครับเพนนี วันนี้ผมไม่ค่อยเหนื่อยเลย คงเห็นหน้าคุณเหมือนกัน" ชายหนุ่มหันไปพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความหลงใหลและความรักในตัวเพนนีเช่นเดิม
"โอโห เหมือนอยู่กันสองคนไม่มีผิด" ภาสพงษ์พูดแล้วก็โดนเพนนีเอาศอกกระทุ้งท้อง
"โอ๊ย คุณเพนนีผมเจ็บนะครับ คุณธนาวินทร์ดูสิ คุณเพนนียังทำร้ายผมเหมือนเดิม"
"เพนนี คุณก็อย่าทำร้ายคุณภาสมากสิครับ น่าสงสารเขาน้าาาาา ทนหน่อยนะคุณภาส เดี๋ยวก้อหาย"
"ผมว่าเดี๋ยวก็ชินมากกว่า ฮ่าๆๆๆ"
เพนนีได้ยินแล้วหันไปถลึงตาใส่ภาสพงษ์ แต่ธนาวินทร์ดูยังไงหญิงสาวก็มีแต่ความน่ารักและน่ามอง
ทั้งสามคนที่พูดคุยด้วยความสนิทกันและร่าเริง การพูดแบบนี้จึงทำให้ดาริการู้สึกเหมือนเป็คนแปลกหน้า เป็คนนอก ที่หลงยืนอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครสนใจเข้ามาทำเธอจึงสีหน้ากระอักกระอ่วน และนั่นก็ทำให้เพนนีรู้สึกสะใจมาก ยัยน้ำกรดสมควรโดนแบบนี้ ฮ่าๆๆๆๆๆ หญิงสาวแอบหัวเราะในใจโดยไม่ได้แสดงท่าทางออกมาทางสีหน้าและแววตาแต่อย่างใด เพราะเดี๋ยวไม่เป็คาแรกเตอร์แบบนางเอกที่เธอคิด