"บะหมี่อะไรจะอร่อยขนาดนั้น เ้าไปทำมาสามชามซิ"
สุยอันได้ยินคำสั่งก็พลันรับคำและออกมาด้านนอก เมื่อเดินมาถึงห้องน้ำชาก็ทรุดลงไปกองกับพื้นทันทียกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ซึ่งขณะนี้ได้แห้งไปหมดแล้ว
เ้านายสามารถเหยียบย่ำบ่าวไพร่ได้ตลอดเวลา เขานอนห่มผ้าห่มของนางก็ไม่ว่าละหนำซ้ำยังทำลายไม่เหลือชิ้นดี นางก็ไม่กล้าบ่นสักแอะ นางแค่ไม่ได้ต้มบะหมี่ให้เขาเท่านั้นกลับทำให้เขาไม่พอใจถึงเพียงนี้
เ้านายที่เป็บุรุษเรือนอื่นต่างก็ใจกว้างขนาดที่สามารถให้สาวใช้ลงไปพายเรือลำน้อยกันได้ทั้งนั้นมิใช่หรือไฉนนางถึงโชคร้ายที่ได้มาเจอเ้านายจอมอาฆาต มีแค้นขี้ปะติ๋วก็ต้องชำระผู้นี้ได้เล่า
หลายปีมานี้ สุยอันจดจำคำพูดของฉู่ยี่เมื่อพบกันครั้งแรกได้ขึ้นใจนางรู้ว่าเขาเป็คนที่ทนให้ผู้อื่นมาชอบพอสิ่งของที่เป็ของเขาไม่ได้ ดังนั้นจึงรักษาระยะห่างกับเ้านายผู้ชายคนอื่นๆอยู่เสมอ และนางก็ไม่ได้คิดว่าฉู่ยี่จะพิสวาสอะไรตนขนาดนั้น นางแค่อยากจะทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดจึงต้มบะหมี่ให้หวางจื่ออวี๋
แม้แต่หวางจื่ออวี๋ นางก็ไม่เคยพูดจาหยอกล้อด้วยเลยทว่าวันนี้นางกลับรู้สึกได้ว่าทั้งสองต่างผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งสายตาของฉู่ยี่ที่มองมาก็ดูอันตรายชอบกล
สุยอันยกบะหมี่น้ำใสสามถ้วยเข้าไปในห้อง นางไม่มองหน้าใครทั้งนั้นและรีบถอยออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อถอยออกมาถึงหน้าประตู ก็เห็นวู่ยิงกวักมือเรียกนางอยู่ที่หน้าประตูเรือน
"คนจากประตูเล็กบอกว่าบิดาของท่านพี่มาหาขอรับ"
สุยอันตะลึงงัน พลันคิดว่าต้องเกิดเื่เป็แน่ จึงรีบไหว้วานวู่ยิง "เ้าช่วยข้าดูที่นี่สักครู่ ข้ารีบไปรีบมา" นางเดินกลับที่พักอย่างรีบร้อน นำเงินเก็บทั้งหมดติดตัวไปด้วย และรีบเดินไปที่ประตูเล็กทันที
ฉู่ชิวส่วยนิสัยเหมือนชื่อของเขา เขาเป็ชายหนุ่มรูปงามที่พบได้ยากทว่าขณะเดียวกันก็เป็บัณฑิตอ่อนแอผู้ไม่มีแรงแม้กระทั่งฆ่าไก่ ผู้อื่นสอบซ้ำแล้วซ้ำอีกก็สอบไม่ติดทว่าเขาไม่มีแรงแม้แต่จะไปสอบ บ้านสกุลฉู่อยู่ห่างไกล ไปกลับต้องใช้เวลามากกว่าสามชั่วยามฉะนั้นการที่สามารถทำให้ฉู่ชิวส่วยมาถึงเมืองหลวงได้ นั่นแสดงว่าต้องเกิดเื่ใหญ่แน่นอน
พ่อลูกไม่ได้พบกันนานปี สุยอันพิจารณาบิดาอย่างถี่ถ้วนแม้ว่าเสื้อผ้าของเขาจะเก่า ทว่าสะอาดสะอ้าน ทำให้นางเบาใจไม่น้อย
ฉู่ชิวส่วยเห็นสายตาเป็ห่วงของบุตรสาวก็อดนึกถึงสายตาอารีของมารดาเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่มิได้จึงห้ามน้ำตาไม่อยู่
สุยอันรู้ว่าบิดาชอบร้องไห้ จึงยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาเช็ดน้ำตาก่อนถามอย่างตรงไปตรงมา "ท่านพ่อเดินทางมาไกลทั้งที่อากาศหนาวเหน็บเช่นนี้มีเื่อันใดหรือเ้าคะ พี่ซงเล่าอยู่ที่ไหน"
ฉู่ชิวส่วยร้องไห้อย่างอ่อนแออยู่สักพัก จึงตอบสะอึกสะอื้น "นี่ก็ใกล้จะปีใหม่แล้ว เขาบอกว่าจะเข้าเมืองหลวงมาซื้อหนังสัตว์สองผืน ข้าจึงตามมาด้วย"
"แล้วท่านกินข้าวเช้ามาหรือยัง มื้อเที่ยงคงจะยังไม่ได้กินอะไรเป็แน่" สุยอันรู้สึกว่าตนมีเื่ให้กังวลใจไม่จบไม่สิ้น เมื่อหันไปเห็นร้านซาลาเปาตรงข้ามถนนจึงเอ่ยขึ้นว่า "ท่านพ่อรอข้าสักครู่" จากนั้นก็รีบวิ่งไปซื้อซาลาเปามาสามลูก พลันนึกได้ว่าหลี่ซงก็อาจจะยังไม่ได้กินอะไรเช่นกันจึงซื้อเพิ่มอีกห้าลูก
ฉู่ชิวส่วยเห็นสุยอันซื้อซาลาเปามาเยอะแยะ พลันเอ่ยอึกอัก "ข้ากินไม่หมด"
"ข้าซื้อเผื่อพี่ซงด้วย" สุยอันดึงบิดาไปข้างประตูเพื่อหลบลมหนาว นางเดินเข้าไปขอน้ำร้อนกับหญิงรับใช้าุโที่เฝ้าประตูพลางมองดูฉู่ชิวส่วยที่กำลังนั่งหันหลังกินซาลาเปาด้วยท่าทางเหนียมอายและสงบเสงี่ยมแล้วเริ่มถามความ"ท่านพ่อเข้าเมืองมีเื่หรือเื่อะไรเ้าคะ"
ไม่ถามเสียยังจะดีกว่า พอเริ่มถาม น้ำตาของฉู่ชิวส่วยก็พลันพรั่งพรูออกมาอีกครา "ฮือฮือ...พ่อมันไร้ประโยชน์เอง ถึงตายก็ไม่มีหน้าไปพบแม่ของเ้า..."
สุยอันมุมปากกระตุกเล็กน้อย ประโยคนี้ประโยคเดียวสามารถพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกได้เป็สองสามปีทุกครั้งที่เจอนางก็มักจะมาไม้นี้เสมอ
"ข้าบอกท่านพ่อแล้วมิใช่หรือ เพียงท่านใช้ชีวิตดีๆก็ไม่มีทางได้ไปพบท่านแม่ในเร็ววันนี้ ทว่าหากท่านดึงดันจะลงไปพบนางตอนนี้ให้ได้ นางคงจะโมโหมากไม่แน่ว่าอาจจะใช้ไม้กวาดไล่ตีท่านอีก ครานี้คงจะขายหน้าไปถึงยมโลกเป็แน่"
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคนหัวเราะดังมาจากข้างหลังสองพ่อลูกหันกลับมามองพร้อมกัน
ทางเดินที่เชื่อมติดกับประตูเล็กขณะนี้มี ฉู่ยวี่หวางจื่ออวี๋ หลินซ่งเฟิง หลินซ่งหลุน และฉู่ยี่ยืนอยู่ สายตาของทุกคนกำลังมองมาที่พวกเขาสองพ่อลูก
หญิงรับใช้าุโและบ่าวรับใช้หนุ่มที่เฝ้าประตูต่างคารวะคุณชายเจ็ดคุณชายเก้า และคุณชายหวางกันใหญ่ สุยอันจึงฉุดให้ฉู่ชิวส่วยไปยืนรวมอยู่ด้านข้าง
ฉู่ยวี่คลี่ยิ้มพลางเอ่ยกับหลินซ่งเฟิง "ประตูนี้ติดกับถนนด้านนอก หากคนในจวนอยากจะออกไปเดินเล่น ก็มักจะใช้ประตูนี้เพราะสะดวกยิ่งนัก"
หลินซ่งเฟิงกล่าวขอบคุณ หลินซ่งหลุนหยิบหมวกคลุมหน้าออกมาหนึ่งใบราวกับเสกได้จากนั้นสองพี่น้องก็ขอตัวทุกคนออกไป
หวางจื่ออวี๋เอ่ยตะกุกตะกัก "เอ่อ ต้องใส่หมวกนั่นด้วยหรือ เวลาที่บรรดาพี่สาวน้องสาวในจวนออกไปข้างนอกไยไม่เคยเห็นพวกนางใส่เสียที"
ฉู่ยวี่มักจะออกเดินทางอยู่ข้างนอก ทำให้หูตากว้างไกลเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงเอ่ยปนยิ้ม "วิถีของชาวใต้คงจะเป็เช่นนี้กระมังพวกเขาออกไปครั้งนี้ ครั้งหน้าหากออกไปอีกก็คงจะไม่ใส่แล้ว"
สุยอันเห็นฉู่ยี่หมุนตัวเดินจากไป พลันนึกขึ้นได้ว่าตนไม่ได้ลางานก็แอบออกมาเช่นนี้จึงรีบควักเงินและยื่นซาลาเปาให้ฉู่ชิวส่วยทันที "่นี้ฟ้ามืดเร็ว หากพวกท่านเดินทางกลับตอนกลางคืนจะลำบากเกินไป ไม่สู้ไปพักที่โรงเตี๊ยมสักคืนดื่มน้ำแกงร้อนๆ สักถ้วย จะได้ไม่ป่วย"
ฉู่ชิวส่วยไม่รับเงิน "ข้าไม่ได้มาเพื่อขอเงินเ้า"
สุยอันเห็นว่าถามไม่ได้ความจึงเอ่ยตัดบท "หากพวกท่านยังไม่กลับคืนนี้ เช่นนั้นท่านพ่อก็ให้พี่ซงมาหาข้าสักรอบเถิด" เมื่อเห็นว่าฉู่ยี่เดินไปไกลจนเกือบลับตาแล้ว จึงรีบเอ่ยลา "ท่านพ่อได้โปรดดูแลสุขภาพด้วย ข้าต้องรีบกลับไปทำงานก่อน"
พูดจบสุยอันก็เลิกชายกระโปรงขึ้นและวิ่งเหยาะแหยะตามฉู่ยี่ไป
หวางจื่ออวี๋มองฉู่ชิวส่วยที่มองสุยอันที ปากขยับมุบมิบทว่าไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปฉู่ยวี่เห็นเช่นนั้นจึงหัวเราะออกมา "พี่สะใภ้ของเ้าบอกว่าอยากกินขนมดอกหอมหมื่นลี้ร้านเฟิ่งจี้ไหนๆ เราก็เดินมาถึงนี่แล้ว ไปซื้อติดไม้ติดมือสักนิดเถิด ซื้อไปเผื่อท่านย่าด้วย เ้าไปกับข้าดีกว่าจะได้ไม่ถูกน้องเก้าลากไปแต่งกลอนอีก"
ในที่สุดสุยอันก็ไล่ตามฉู่ยี่ทันก่อนเข้าประตูเรือนนางเอ่ยถามวู่ยิงกระหืดกระหอบ "ไฉนถึงไปที่ประตูเล็กกันได้" นางเพิ่งเคยถูกจับได้ว่าอู้งานเป็ครั้งแรก
"คุณหนูหลินเข้ามา เห็นตอนที่ท่านพี่วิ่งออกไปอย่างรีบร้อนพอดีนางนึกว่าท่านมีธุระอะไร จึงเข้ามาถามข้าเพราะอยากจะช่วยท่าน ข้าจึงบอกไปว่าท่านไปพบครอบครัวใครจะคิดว่าจู่ๆ นางจะบอกว่า ไม่มีอะไรทำอยากออกไปเดินเล่น แต่ไม่รู้ถนนหนทางในจวน...คุณชายเจ็ดรู้ว่านางเป็ครอบครัวของอาจารย์หลิน จึงบอกว่าตนก็จะออกไปข้างนอกเช่นกันสุดท้ายทุกคนจึงยกโขยงไปที่ประตูเล็ก"
ฉู่ยี่เดินเข้าไปในห้องหนังสือแล้ว
สุยอันช่วยวู่ยิงและวู่เจี๋ยเก็บโต๊ะอาหาร เปิดหน้าต่างระบายอากาศจุดไม้หอมเพื่อดับกลิ่นสุรา และคอยปรนนิบัติฉู่ยี่เขียนการบ้านดังเดิม
เมื่อท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็สีดำ วู่ยิงหาโอกาสเข้ามาบอกสุยอันว่ามีคนมาหาที่ประตูเล็กนางเหลือบมองฉู่ยี่เล็กน้อย พบว่าเข้ากำลังก้มหน้าก้มตาคัดอักษรอยู่ ไม่มีทีท่าจะพักผ่อนแม้แต่น้อยผ่านไปหนึ่งเค่อ* ในที่สุดนางก็เดินพิรี้พิไรไปหน้าโต๊ะของเขา
"คุณชายเก้าเ้าคะ บ่าวอยากขอลางาน"
ฉู่ยี่ไม่เอ่ยอะไร จนกระทั่งคัดเสร็จไปหนึ่งหน้า ค่อยวางพู่กันลงและเงยหน้ามองนางแวบหนึ่งเขาเห็นตั้งนานแล้วว่านางกะจิตกะใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขากำลังรอให้นางเป็คนเอ่ยปากเองอยู่
สุยอันขยุ้มชายเสื้อ ร้อนใจประหนึ่งถูกไฟลน เพราะกลัวว่าหลี่ซงจะรอไม่ไหวและกลับไปก่อนกลัวว่าบิดาจะเกิดเื่อะไรจริงๆ กลัวว่าฉู่ยี่จะไม่อนุญาตให้ลาเพราะโกรธนางอยู่ นางภาวนาให้เขาเอ่ยอะไรสักอย่างออกมาแต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าเขาจะพูดอะไรที่ไม่น่าฟังออกมาเช่นกัน
"เ้าเป็คนทำเส้นหมี่เองหรือ"
"เ้าค่ะ ฟางต้าเหนียงที่อยู่เรือนข้างๆ เป็คนสอนบ่าวบ่าวทำเส้นหมี่พร้อมกับนาง หลายวันก่อนค่อนข้างยุ่งจึงลืมไปรับอาหาร เลยต้องต้มบะหมี่ให้คุณชายหวางแทนมะ ไม่ได้อร่อยเหมือนที่คุณชายหวางบอกหรอกเ้าค่ะ"
ฉู่ยี่หัวเราะออกมา "เ้าลนลานอะไร กลัวว่าข้าจะว่าเ้าประจบเ้านายใหม่เช่นนั้นหรือ"
สุยอันใจนคุกเข่าลงกับพื้น "คุณชายเก้า คืนนั้นบ่าวน้อมรับคำสั่งของท่านให้ไปดูแลคุณชายหวาง บ่าวเพียงแต่ทำหน้าที่ของตนการไปดูแลคุณชายหวางก็ไม่ใช่ความ้าของบ่าวเลย"
ฉู่ยี่มองท่าทางหวาดกลัวของสุยอันที่คุกเข่าอย่างเชื่อฟังอยู่บนพื้นใจก็เกิดลำพอง สาวใช้คนอื่นๆ ของเขาต่างถูกอบรมสั่งสอนจากคนอื่นถึงส่งมาให้เขา มีเพียงสุยอันเท่านั้นที่เขาเป็คนอบรมสั่งสอนตามความ้าของเขาเองเขาให้นางไปซ้ายนางก็ไม่มีทางกล้าไปขวา ซ้ำยังฉลาดเฉลียว เขาเพียงส่งสายตาให้นาง นางก็รู้แล้วว่าต้องไปทำอะไรเพียงเขาเอ่ยประโยคแรก นางก็รู้แล้วว่าจะต่อประโยคที่สองอย่างไร...สาวใช้เช่นนี้ แม้ปากเขาจะบอกว่าจะส่งให้คนนั้น จะมอบให้คนนี้ ทว่าความจริงกลับไม่เคยคิดเช่นนั้นและคำพูดเช่นนี้ เขาสามารถพูดได้แต่เพียงผู้เดียว ไม่อนุญาตให้คนอื่นพูดเด็ดขาด และยิ่งยอมให้สุยอันมีความคิดที่จะไปหาเ้านายคนใหม่ไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อคิดถึงตรงนี้เขาก็อารมณ์ดีไม่น้อย ยื่นมือไปบีบคางของนางดวงตาเป็ประกาย"ข้าสั่งให้เ้าทำอะไรเ้าก็จะทำตามเช่นนั้นจริงหรือ"
สุยอันชะงักไปเล็กน้อย มองดวงหน้าสุขุมของฉู่ยี่ที่แฝงความคึกคะนองของเด็กหนุ่มมิว่าเช่นไรนางก็คิดกับเขาแบบนั้นไม่ได้จริงๆ หัวสมองของนางตอบสนองออกไปอย่างรวดเร็ว "คุณชายเก้าเป็นาย บ่าวพร้อมจะทำตามบัญชาของคุณชายเก้าเสมอ"
ทว่าฉู่ยี่กลับไม่พอใจคำตอบของนาง จึงรุกถามไม่เลิกรา "เช่นนั้นหากให้เ้าคอยปรนนิบัติข้าเล่า ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าปีหน้าจะทำพิธีหมั่งหมิ่ง*ให้เ้า และให้เ้ามาคอยปรนนิบัติอยู่ในห้องของข้า..."
สุยอันพลันหน้าแดงแปร๊ด คนผู้นี้หน้าหนาเสียจริง เขาเพิ่งอายุเท่าไรกันคิดจะหลับนอนกับสตรีแล้วหรือ หน้าไม่อายเกินไปแล้ว!
ฉู่ยี่กลับคิดว่านางกำลังเขินอาย จึงปล่อยมืออย่างรังเกียจเอ่ยอย่างลำพองแฝงแววกระแนะกระแหน "ดูท่าดีใจของเ้าสิ" มุมปากของเข้ายักยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ เคาะโต๊ะนิ้วกับโต๊ะหนึ่งที "เอาล่ะ อนุญาตให้เ้าลาได้ มิใช่จะไปหาครอบครัวหรอกหรือ"
สุยอันเดินมาที่ประตูเล็กอย่างทุลักทุเล เมื่อหลี่ซงเห็นนางก็เอ่ยอย่างร้อนรน "เ้าไม่ต้องรีบ อย่างไรเสียข้าก็รอเ้าเสมอ" มือที่กำลังจะหยิบผ้าเช็ดหน้าของเขาชะงักไป เพราะกลัวสุยอันจะรู้สึกสกปรก เขาลังเลเล็กน้อยก่อนเอ่ย "เ้ารีบเช็ดเหงื่อบนหน้าผากเร็วเข้า"
สุยอันยกมือปาดอย่างลวกๆ เอ่ยอย่างกระหืดกระหอบ "พี่ซง ข้าไม่เป็อะไร ข้าเพียงอยากถามว่าท่านพ่อข้ามาที่นี่มีเื่อะไรหรือ"
หลี่ซงอ้าปากค้าง กว่าค่อนวันจึงเค้นเสียงออกมาได้ "ลุงฉู่ไม่ได้บอกเ้าหรือ"
"ไม่ได้บอก พอเห็นข้าเขาก็เอาแต่ร้องไห้ พอถามอีกก็บอกว่ารู้สึกผิดต่อข้าไม่มีหน้าไปพบท่านแม่ ตกลงมีเื่อันใด รีบบอกข้าเร็วเข้า ข้าร้อนใจจะตายอยู่แล้ว"
หลี่ซงลูบหัวอย่างลำบากใจ "ลุงฉู่ก็ไม่ได้บอกข้าเช่นกัน เขาได้ยินว่าข้าจะเข้าเมืองจึงตามมาด้วย ข้าเห็นเขาดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรจึงไม่กล้าถามอะไรมากนัก"
"เช่นนั้นที่บ้านเกิดเื่อะไรหรือไม่"
"ไม่มี ไม่มีเื่อะไร ทุกอย่างเรียบร้อยดี ปีนี้บ้านเ้าไม่ได้ขายธัญพืชเลยน่าจะพอกิน่ฤดูหนาว"
สุยอันเอาใจที่ออกมาถือไว้เก็บใส่เข้าไปในอกเช่นเดิมไม่แน่ว่าฉู่ชิวส่วยอาจจะแค่คิดถึงนางเท่านั้น จึงมาเยี่ยมดูนาง
"พี่ซง ข้าขอรบกวนท่านช่วยดูแลท่านพ่อของข้าด้วย"
หลี่ซงมองดวงตาสุกสกาวของสุยอัน เมื่อคิดถึงซาลาเปาที่ฉู่ชิวส่วยเอากลับไปเมื่อตอนเที่ยงความรู้สึกในใจของเขาก็เอ่อล้น เขารวบรวมความกล้าก่อนเอ่ย "นันนัน ข้า ข้าเก็บเงินได้ห้าตำลึงเงินแล้ว"
*พิธีมังหมิ่ง หรือในภาษาจีนกลางเรียกว่าไคเหลี่ยนเป็พิธีที่ผู้หญิงที่ใกล้จะแต่งงานใช้เส้นด้ายกำจัดขนอ่อนบนใบหน้าและลำคอ และถือเป็สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของผู้หญิงสมัยโบราณที่กำลังจะแต่งงาน
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า