เมื่อถึงบ้านหลังนั้นคเชนทร์พาเธอรีบเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วราวกลับเกรงว่าจะมีใครเห็นพวกเขา มินตราเห็นเขาแอบลอบมองออกไปข้างนอกจากทางหน้าต่างอยู่บ่อยครั้งไฟที่บ้านเปิดเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อไม่ให้เป็จุดสนใจ หญิงสาวเหนื่อยเกินกว่าจะมาสังเกตอะไรเขาตอนนี้จึงขอตัวไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วชายหนุ่มที่กำลังมองออกไปข้างนอกกลับเข้ามาเมื่อรู้สึกถึงความปลอดภัยแล้วก่อนจะเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานที่ว่างเปล่า เปิดลิ้นชักและหยิบไอแพดขึ้นมาเปิด
ด้านในมีข้อมูลลับอยู่มากมายที่อัพเดทเอาไว้เขากดลบมันทิ้งทั้งหมดก่อนจะเข้าไปที่ข้อมูลเฟสบุ๊คของมินตรา และอินสตราแกรมของเธอที่เขาพบว่าได้มีการกู้คืนแต่ไม่สำเร็จ
คเชนทร์ได้ทำการลบข้อมูลทุกอย่างจากโซเซี่ยลมีเดียของมินตราออกจนหมดแล้วั้แ่ก่อนที่พวกเขาจะไปงานเปิดตัวเ้าสัวคนใหม่ที่เรือสำราญนั้นบนสื่อออนไลน์ไม่หลงเหลือข้อมูลใด ๆ ของมินตราอีกแล้ว แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนกลับมีผู้พยายามกู้คืนข้อมูลอย่างที่เขาเคยคิดไว้ชายหนุ่มปิดไอแพดลงหลังจากได้ยินเสียงประตูเปิดหญิงสาวในชุดนอนผ้าฝ้ายที่เขาได้เตรียมไว้ให้ เธอใส่มันลื่นแนบกับตัวมินตราแอบเคืองเขาเล็กน้อยที่เลือกเสื้อผ้าให้เธอได้หวาบหวิวเพียงนี้ถึงจะไม่ได้โป๊อะไรแต่แน่นอนว่าเธอไม่ได้ใส่ชุดชั้นในความลื่นของผ้าแนบไปกับร่างกายทำให้เห็นสัดส่วนอย่างชัดเจนชายหนุ่มมองมาที่เธอโดยมีรอยยิ้มที่มุมปาก
หื่นกาม
หญิงสาวสะบัดหน้าตรงไปที่ห้องนอนแล้วล้มตัวลงทันทียังไม่ทันได้หลับตาเธอก็รู้สึกถึงเตียงที่ยุบลงไปหยิงสาวสะดุ้งโหยงเขานั่งอยู่บนเตียงข้างเธอพร้อมเลิกคิ้วริมฝีปากมีรอยยิ้มเล็กน้อย
“คุณทำอะไร”
“ทำอะไร” เขาถามพร้อมทำหน้าเฉไฉรอยยิ้มที่มุมปากยังไม่จางหาย
“คุณขึ้นมาบนนี้ทำไมทำไมไม่ไปนอนข้างล่าง”
“นี่เตียงผม” เขากล่าวพร้อมกับเลิกผ้าห่มสอดตัวเข้าไปด้านใน
“เตียงคุณ?แล้วเตียงฉันล่ะ”
“ก็นี่ไง ก็นอนด้วยกันนั่นแหล่ะ”ชายหนุ่มขยับเข้าใกล้ หญิงสาวจึงลุกคืบหนีแต่ไม่ทันได้ขยับตัวเขาก็คว้ามือเธอให้ตรึงอยู่กับที่
“ไม่ได้ทำไมฉันต้องนอนกับคุณตรงนี้ด้วย”
“ทำเป็รังเกียจไปได้ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า”
“ไม่ได้”หญิงสาวสะบัดแขนออกแต่ไหนเลยจะต้านทานแรงของเขาได้ชายหนุ่มจับเธอกดลงบนเตียงหญิงสาวหวีดร้องอย่างใ
“นอนตรงนี้แหล่ะเธอเหนื่อยมามากพอแล้ว”
แรงของเขาทำให้ร่างบางแนบไปกับเตียงโดยมีลำตัวล่ำสันของเขาแนบกายชิดจนหญิงสาวรู้สึกได้ถึงร่างที่แนบชิดลงมาทั้งหมดไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ชายหนุ่มมองใบหน้าตื่นตระหนกอย่างขำๆเขาแค่อยากแกล้งเธอเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะทำเื่อื่นใดแต่แล้วเมื่อหญิงสาวเงยหน้าเล็กจิ้มลิ้มของเธอขึ้นตรงกับใบหน้าของเขาจมูกโด่งของเธอเชิดขึ้นริมฝีปากบางอวบอิ่มอยู่ตรงหน้านั้นทำให้เขาใจสั่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขามองริมฝีปากอวบอิ่มด้วยหัวใจที่พอโตหญิงสาวมองใบหน้าของเขาด้วยความรู้สึกลุ้นระทึกไม่ใช่แค่กับเขาที่รู้สึกกระหายริมฝีปากตรงหน้า แต่เป็กับเธอด้วยทั้งสองจ้องริมฝีปากของกันและกันชายหนุ่มถึงกับต้องเลียริมฝีปากของตนเองอย่างเลี่ยงไม่ได้
ให้ตายเถอะ ทำไมเขาเซ็กซี่แบบนี้!
ใบหน้าหยิงสาวร้อนผ่าวจนกระทั้งอีกหนึ่งอึดใจ ที่เธอคิดว่าเขาจะโผเข้ามามอบจุมพิตที่เร้าร้อนให้ชายหนุ่มก็ผละตัวออกไป
“เธอนอนพักเถอะ ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว”
เขาผละไปอย่างรวดเร็วจนเธอไม่ทันได้ตั้งตัวชายหนุ่มหายลับไปในห้องน้ำ บ้านหลังเล็กที่เป็ไม้ทั้งหลังมีเสียงเอียดอาดเล็กน้อยตามแรงเดินของร่างสูง หญิงสาวชะงักค้างในอากาศพร้อมกับยกมือขึ้นแตกริมฝีปากบางอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำไมกัน...หรือเธออยากให้เขาจูบเธอ
ปัง!
เสียงปืนดั่งสนั่นพร้อมกับร่างสูงอ้วนท้วมล้มไปนอนอยู่บนพื้น เสียงกรีดร้องของผู้คนดังลั่นไปทั่วเรือสำราญหญิงสาวในชุดราตรีสีแดงเพลิงกรีดร้องด้วยความใ หยาดน้ำตาไหลรินพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาร่างสูงด้วยความเ็ป ก่อนที่จะมีลำแขนของใครบางคนคว้าเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้มินตรากรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เธอยื่นมือออกไปเพื่อคว้ามือของบิดาเอาไว้แต่ก็ไม่เป็ผล เสียงเล็กร่ำไห้ ใบหน้าเคลอะไปด้วยหยาดน้ำตา มองอกเปื้อนเืของของบิดาอย่างเ็ป
“พ่อ!”
ไม่ว่าจะพยายามแกะมือหนาของคนข้างหลังออกอย่างไรเธอก็ทำไม่สำเร็จเสียงปืนดังลั่นพร้อมสายตาดวงน้อยหันไปเห็นใครบางคนที่ยืนเล็งปืนไปที่พ่อของเธออีกครั้งร่างสูงโปร่งของคเชนทร์ถือปืนพกเล็งไปที่พ่อของเธอที่กำลังนอนกุมอกห้ามเืใบหน้าของคเชนทร์เรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ ก่อนจะเหนี่ยวไกลไปที่บิดาของเธอ
“ไม่!”
“มิน!”
หญิงสาวสะดุ้งตื่นในความมืดเหงื่ออาบโชกไปทั่วใบตัวและใบหน้า ริมฝีปากของเธอซีดอย่างเห็นได้ชัดชายหนุ่มเอื้อมมือไปเปิดไฟในความมืด ก่อนจะคว้าร่างบางเข้ามากอด
“เธอฝันร้ายอีกแล้ว”ชายหนุ่มกล่าวอย่างแ่เบา มือหนาลูบศีรษะทุยอย่างปลอบประโลมหญิงสาวถอยหายใจอย่างโล่งอก สวมกอดตอบคนตรงหน้าด้วยความโล่งใจนี่เธอต้องฝันร้ายอีกครั้งกัน ทุกครั้งที่เธอฝันร้าย เธอรู้สึกราวกับทุกเื่เป็ความจริงแม้ว่าในความจริง นั้นพ่อของเธอได้ถูกทำร้ายจริง ๆ แต่เธอกลัวเสมอกลัวว่าจะเป็คนตรงหน้า ไม่ใช่คนตรงหน้าจะทำร้ายเธอกับพ่อแต่กลัวว่าคนตรงหน้าจะเป็คนจมกองเืไปอีกคนต่างหาก
“ขอบคุณที่เป็แค่ความฝัน”หญิงสาวเอ่ยลมหายใจยังคงไม่นิ่งชายหนุ่มเม้มริมฝีปากก่อนจะถอนกอดหญิงสาวพร้อมกับกุมใบหน้านวลใต้แสงไฟสลัวหญิงสาวเงยหน้ามองเขา ดวงตาคมเข้มคู่นั้นกำลังสั่นไหวไม่ต่างจากร่างกายที่สั่นเทิ้มของเขามินตราไม่อาจรู้ได้ว่าภายใต้ใบหน้าอันหล่อเหลานี้ มีความรู้สึกใดซ่อนอยู่อีกใจหนึ่งเธอก็กลัวเหลือเกินว่าจะไว้ใจคนผิด
“ฉันฝัน เห็นคุณกำลังยิงพ่อ” ชายหนุ่มสะอึกกับคำพูดนี้ดวงตากลมโตสั่นระริก มันสั่นไหวราวกับดวงแก้วที่กำลังแตกสลาย
“คุณจะไม่ทำร้ายฉันใช่ไหมคะคุณจะไม่ทิ้งฉันใช่ไหม” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ หยาดน้ำตาดวงน้อยหลั่งรินริมฝีปากซีดเซียว ชายหนุ่มคว้าเธอเข้ามากอดแน่นราวกับกลัวว่าร่างบางของเธอจะอันตธานหายไป
“ไม่ ไม่มีวัน”ชายหนุ่มจุมพิตที่หน้าผากบาง กอดรัดเธอไว้แน่น หญิงสาวปล่อยน้ำตาให้ไหลรินสวมกอดเขาแน่นเช่นเดียวกันมินตราไม่เคยปล่อยให้ตนเองอยู่ในสภาพอ่อนแอขนาดนี้เลยสักครั้ง แม้แต่ตอนที่พ่อเธอจากไปหรือแม้แต่ตอนที่แม่เธอจากไปมินตรารู้ดีเธออยู่ได้ เธอแข็งแกร่งมากพอที่จะดูแลตัวเองได้แต่ตอนนี้เธอไม่เหลืออะไรให้ปกปิดอีกแล้วสิ่งเดียวที่เธอขาดไม่ได้คือผู้ชายตรงหน้าถึงแม้ว่าเธอไม่เคยแน่ใจสักครั้งว่านี่คือบุคคลที่เธอเคยรู้จักมาตลอด เธอไม่สนใจอะไรทั้งนั้นขอเพียงได้อยู่กับเขาในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นนี้
คเชนทร์รู้ดีว่าเธอกลัวและเขารู้ว่าเธอเองมีความเคลือบแครงใจเสมอมา ทุกอย่างที่เขาทำมันทำให้เธอสับสนและหวาดกลัวตอนนี้เขาสงสารคนตรงหน้าจับใจ ชายหนุ่มจุมพิตไปที่ไรผมของหญิงสาว พรมจูบทั่วใบหน้าหน้าผาก แก้ม จมูก เคลื่อนลงมาแนบชิดกับริมฝีปากบางอย่างแ่เบา
“ฉันไม่มีวันทำร้ายเธอ...ยอดรัก”หญิงสาวหยุดชะงักมองใบหน้าคมด้วยหัวใจที่พองโต เขาจุมพิตเธอครานี้แตกต่างจากทุกคราที่อบอุ่นและเยือกเย็นในคราวเดียวกัน ก่อนจะเอ่ยถามซ้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าแววตาสับสน
“คุณว่ายังไงนะคะ”
“ยอดรัก”ไม่เคยนึกฝันว่าจะได้ยินคำพูดนี้ออกจากปากของเขา เขาเรียกเธอว่ายอดรักเธอเป็เหมือนยอดรักยอดดวงใจของเขา เขาไม่วันทำให้เธอแหลกสลายเขาสัญญากับตนเองว่าจะดูแลปกป้องน้องน้อยของเขาให้ดีที่สุดจะทะนุถนอมเธอดั่งแก้วตาดวงใจ ชายหนุ่มประทับจุมพิตลงมาอีกครั้งคราวนี้ดุดันและแนบชิดมากกว่าครั้งไหน ๆ ดวงตากลมโตหลับพริ้มรับจุมพิตที่บดลงมาอย่างเร่าร้อนมือหนาคว้าร่างบางเข้ามากอดแแ่ ก่อนลูบไล้เอวคอดกิ่วเลื่อนขึ้นใต้ทรวงอกของเธอหญิงสาวโอบกอดเขาแน่น จูบของเขาเร่าร้อนราวกับเปลวเพลิงมือบางลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเปลือย ก่อนจะรู้ตัวอีกทีเขาก็ขึ้นคล่อมเธอเสียแล้วเวลานี้เขาอยากปลอบประโลมเธอ อยากให้เธอคิดถึงแต่เขาผู้เดียวเท่านั้น
จุมพิตเอาเร่าร้อนบอดเบียดเธอดุจกัลป์กำลังเผาไหม้ริมฝีปากเผยอออกต้อนรับเขาพร้อมกับความรู้สึกที่รับรู้ได้ว่ากางเกงของเธอหลุดออกจากตัวไปเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มซุกไซร้ไปทั่วลำคอ ขบเม้มที่บริเวณลำคอจนเกิดรอยแดงไปทั่วมือหนวอดปลาหมึกที่ลูบไล้ทั่วร่างกายร้อนจนเธอต้องส่งเสียงออกมา ร่างกายส่วนล่างรับรู้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นคับดุลท้องน้อยเธออยู่ก่อนที่ชายหนุ่มจะเริ่มบรรเลงเพลงรัก เขามองใบหน้าแดงกล่ำของเธอด้วยหัวใจที่บีบรัดจนเต้นไม่เป็จังหวะ
“เป็ของพี่นะคนดี”มินตราไม่ได้ให้คำตอบเป็คำพูด เธอพยักหน้าให้เขาพร้อมดึงเขาลงมาจูบเธอยอมแต่โดยดี ยอมเป็เบี้ยล่างเขายอมถวายกายให้กับเขาผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็สามีเธอในอนาคตความรักที่เธอมีให้กับเขาไร้ซึ่งเงื่อนไข หญิงสาวเบียดกายเข้าหายอมแอ่นสะโพกเพื่อบดความ้าของชายหนุ่มคเชนทร์ถอดกางเกงที่ตอนนี้คับแน่นแทบแตกออกมาเป็เสียงๆ ออก แล้วค่อยๆ ทาบทับลงมา ขับเคลื่อนตัวเข้าหาอย่างช้าๆ ความเ็ปที่แลกมาไม่ได้ลดความหวาบหวามที่มีเลยแม้แต่น้อยหญิงสาวกอดเข้าแน่นกดฟันหนาเข้ากับไล่หน้าด้วยความเจ็บ เธอรู้มาบ้างว่าการมีเซ็กส์ครั้งแรกนั้นเจ็บมากแต่ไม่เคยคิดว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้เมื่อชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความขับแน่นก็รู้ทันทีว่าคนด้านล่างกำลังเ็ปเพียงไรเขารู้ดีว่าอวัยวะส่วนนั้นของเขาก็ค่อนข้างใหญ่พอตัวชายหนุ่มลูบผมบางเล้าโลมหญิงสาวด้วยริมฝีปาก ก้มลงจูบเธอให้ผ่อนคลายมือหนากอบกุมทรวงอกบีบอย่างเย้ายวน ก่อนร่างสูงจะเดินหน้าค่อยๆพาตัวเองเข้าไปในร่างกายของหญิงสาวจนหมดสิ้น เขาเคลื่อนตัวอยู่เหนือร่างกายเธอพาเธอไปยังที่ที่ไม่คุ้นตา มือหนาจับข้อมือของหญิงสาวไว้ข้างศีรษะสอดประสาทมือกับรวมไปหนึ่งก่อนจะบดตัวลงมาชายหนุ่มขับเคลื่อนอยู่้าร่างกายแนบชิด ริมฝีปากหนาแนบจุมพิตขณะที่ส่วนล่างยังทำงานของมันเขายกขาข้างหนึ่งของเธอขึ้นพาดบ่าของตนเองไว้และขยับร่างกายทุกส่วนเข้าหาเธออย่างแนบชิดใบหน้าหวานเหยเกเล็กน้อย อย่างไม่เคยมีความสุขเท่านี้มาก่อน
ร่างสูงบดกายไปมาอยู่นาน เพิ่มความเร็วขึ้นตามจังหวะเสียงพัดลมดังหวึง ๆ ได้ยินไม่ชัดไปพร้อมกับเสียงครวญครางของทั้งสองคนหญิงสาวเงยหน้าส่งเสียงร้องอย่างไม่อายเมื่อจังหวะเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆและแรงขึ้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะจับเธอคว่ำลงแล้วสอดมือเข้ากับมือเธอจากทางด้านหลังและสอดประสานร่างกายเข้าหาเธออีกครั้งหญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยที่ความคับใหญ่แนบเข้ามาแต่ก็รู้สึกได้ถึงการเติมเต็มจากด้านหลัง เขาดำเนินมันไปอย่างช้า ๆ ค่อยๆเพิ่มความถี่มากขึ้น ชายหนุ่มจับตัวเธอให้ชันขึ้นเพื่อให้เขาทำงานได้ถนัดมือหนาวางไว้ที่สะโพกพร้อมกับขยับเข้าหาด้วยความรักหญิงสาวได้แต่ส่งเสียงร้องไปตามจังหวะที่เริ่มเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นและร้องแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายร่างบางก็กระตุกชายหนุ่มจึงเพิ่มแรงดันเข้าไปอีกจนเขาเองก็กระตุกด้วยเช่นกันพร้อมกับเสียงครางทุ้มบ่งบอกว่าเขาได้ไปถึงจุดหมายปลายทางเรียบร้อยแล้วธารรักจำนวนมากไหลเข้าสู่ในกายของร่างบาง เธอได้รับน้ำเชื้อเ่าั้ จนหมดสิ้น คเชนทร์จุมพิตลงไปที่แผ่นหลังบอบบางปัดเส้นผมของเธอออกจากแผ่นหลังเนียน ก่อนที่เขาจับเธอเข้ามากอดเอาไว้จุมพิตทั่วใบหน้าและริมฝีปาก เปิดริมฝีปากแยกแย้มออกพร้อมกับสอดลิ้นประสานอย่างเร่าร้อนไม่ทันไรเขาพลิกขึ้นเธอนอนตะแครง แล้วลงไปแนบข้าง ขาข้างหนึ่งของเธอถูกยกขึ้น และตอนนี้มินตราก็รับรู้ได้แล้วว่าคืนนี้เธอน่าจะไม่ได้นอนเป็แน่แท้
สายวันต่อมามินตราตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียดวงตาหลับพริ้มค่อยๆ ตื่นขึ้น หล่อนพบคนตรงหน้าที่กำลังหลับใหลไม่รู้สึกตัวมือบางลูบไปที่ใบหน้าคมสัน จมูกโด่งของเขาด้วยความรู้สึกรักใคร่ ก่อนดวงตาคมจะค่อยๆ ปรือขึ้นมองใบหน้าเรียวสวย ทั้งสองจ้องมองกันอยู่สักพักมือใหญ่จึงเลื่อนขึ้นกอบกุมใบหน้าบางพร้อมจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากกลมมน เลื่อนลงมามอบจุมพิตยามเช้าให้กับเธอ
“ตื่นแล้วหรือ”
“ค่ะ”
เธอยิ้มให้เขาเมื่อคืนนี้ถึงแม้ว่าจะเป็ครั้งแรกของมินตราแต่คนตรงหน้าไม่ได้ออมมือให้เธอเลยเพราะว่ากว่าจะได้นอนเธอก็ได้ยินเสียงไก่โห่ร้องบ่งบอกว่าเป็เวลาเช้ามืดแล้วแต่ความสุขมันล้นหัวใจ เติมเต็มและอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก มินตราจูบคนตรงหน้าอย่างรักใคร่ก่อนที่ลุกขึ้นหยิบชุดนอนขึ้นมาสวมใส่อาการเจ็บกลางลำตัวยังคงสร้างความลำคาญให้อยู่บ้างแต่ก็ไม่มากมายพอที่จะทำให้หญิงสาวเดินเหินไม่ได้ชายหนุ่มลอบมองหญิงสาวแต่งตัวมือหนาลูบเอวคอดเบาๆ อย่างรักใคร่ก่อนจะลุกขึ้นทำธุระส่วนตัวเช่นกัน
หลังจากทั้งสองคนแปลงฟันล้างหน้าในห้องน้ำเสร็จชายหนุ่มเดินตามร่างบางที่กำลังไปเปิดตู้เย็น เพื่อหาของกินรองท้องคเชนทร์ทำราวกับรู้ว่าจะต้องมาอยู่ที่นี่เร็วๆ นี้เขาได้เตรียมเสบียงอาหารไว้ในตู้เย็นไว้ มีทั้งผลไม้ และอาหารสด หมู่ ไก่ ไข่แล้วก็ผักบางชนิด หญิงสาวผู้ชื่นชอบการทำอาหารเผยยิ้มเมื่อเห็นว่ามีอาหารอยู่เต็มตู้ถึงแม้ว่าจะแปลกใจ แต่เธอก็รู้ว่าผู้ชายของเธอทำเื่ให้แปลกใจได้เสมอ
ผู้ชายของเธอ...
เมื่อนึกถึงคำนี้แล้วก็หน้าแดงขึ้นมาทันทีเธอไม่เคยมีเซ็กส์ ไม่เคยกอดจูบกับผู้ชายคนไหน ๆ เพราะั้แ่เล็กจนโต เธอไม่เคยให้ใจกับใครมินตราคิดเสมอว่าถ้าหากเจอผู้ชายที่เป็สุภาพบุรุษและแสนดีเท่ากับพี่ชายของเธอไม่ได้เธอก็จะไม่มีใครยอมแก่อยู่กับพี่ชายที่ไม่มีทีท่าว่าจะแต่งงานอย่างเขาตลอดไปเสียดีกว่าแต่ไม่นึกไม่ฝัน ว่าเธอจะได้มอบกายให้กับเขาจริง ๆ ถึงแม้ว่าคำว่าสุภาพบุรุษตอนนี้จะใช้กับคนตรงหน้าไม่ได้ก็ตาม
ตอนนี้เขาไม่ใช่พี่ชายของเธอแล้วหญิงสาวคิดในใจ ไม่ใช่เพราะตอนนี้เขามีศักดิ์เป็สามี แต่เขาไม่เหมือนเมื่อก่อนเลยแม้แต่น้อยทั้งกริยา คำพูด หรือแม้แต่ความจริงที่ว่าเธอไม่เคยเห็นรอยสักตรงกลางอกซ้ายของพี่ชายเธอเลยผู้ชายคนนี้หุ่นกำยำกว่าคเชนทร์ที่เธอรู้จักมากใบหน้าสีผิวที่เข้มขึ้นเพราะไม่รู้ว่าเป็เพราะแดดหรือเปล่า แต่ที่รู้ ๆบทรักของเขาเมื่อคืนนี้ทำให้เธอรู้สึกประหลาดว่าเขาช่างแตกต่างกับพี่ชายที่สุภาพน่ารัก ขี้เล่นของเธอราวฟ้ากับเหว ราวกับว่าผู้ชายที่เธอนอนด้วยกำลังบอกเธอเป็นัยว่าเขาไม่ใช่
ก่อนที่หญิงสาวจะคิดอะไรเลยเถิดมือหนาล้วงเข้ามาภายใต้เสื้อผ้าแล้วกอบกุมหน้าอกของเธอจากด้านหลังผลักหญิงสาวชิดพนังทำให้เธอที่กำลังเอือมไปหยิบกระทะใ
“คุณ”หญิงสาวหน้าเหวอเมื่อมองใบหน้าคมเข้มฉกวูบประทับริมฝีปากลงมาและบดริมฝีปากเธออย่างเร่าร้อน
“เลิกเรียกคุณได้แล้ว”ชายหนุ่มจุมพิตไปพร้อมกับยกตัวเธอขึ้นนั่งบนโต๊ะทานข้าว
“เรียกฉันว่าพี่เคนเถอะ”
มือหนาล้วงถอด กางเกงของเธออย่างน่าไม่อายหญิงสาวใหวือแต่มือเกาะแขนแกร่งแน่นก่อนที่เขาจะใช้มือบำบัดรักให้เธออย่างชุ่มชื้นจนคนตัวเล็กสะดุ้งโหยง จุมพิตของเขาประทับลงมาดูดกลืนเธอเข้าไปทำราวกับว่าเขากำลังดูดกลืนร่างเธอออกไปทั้งตัวรู้สึกเหมือนกับตอนดุแฮรี่พอตเตอร์ที่โดนผู้คุมิญญา ดูดความสุขไปอย่างไรอย่างนั้น แต่แตกต่างตรงที่เธอกลับไม่ได้รู้สึกถึงความทุกข์อะไรเลยเพราะตอนนี้มันช่างหวานหอมและสุขที่สุด
“พี่เคน อื้อ” หญิงสาวใมากขึ้นไปอีกเมื่อเขาทาบทับลงมาไม่รู้ว่าชายหนุ่มนั้นถอดกางเกงั้แ่เมื่อไหร่เคนรั้งตัวเธอให้แนบเข้าใกล้กันอีกจนสองร่างสอดประสานกันอีกครั้งร่างบางเงยหน้าเหยเก เสียงดังกระทบกันเป็จังหวะทำให้โต๊ะทานข้าวสั่นะเืชายหนุ่มวางหญิงสาวลงนอนราบ ดันตัวเองเข้าหาอีกครั้งร้อนแรงดั่งไฟลุก
“พี่เคน อ๊ะ”
มินตรารู้แต่เพียงว่าถ้าหากคนตรงหน้ามอบความสุขให้เธอแบบนี้ไปเรื่อย ๆเธอคงสำลักมันจนตายศพสีชมพูเป็แน่เพราะไม่เคยคิดเลยว่าเซ็กส์ของเขาจะเร่าร้อนถึงเพียงนี้!
กว่าเคนจะปล่อยให้เธอหลุดออกจากวงแขนได้ก็เกือบเย็นมินตราปวดเมื่อยไปทั้งตัว ั้แ่หัวไหล่ลงมาจนถึงข้อเท้าไม่รู้ว่าเขาไปเอาแรงมาจากไหน ถึงได้อึด ถึก ขนาดนี้เธอถึงขั้นต้องขอร้องเพราะง่วงมากไม่ไหวแล้ว ชายหนุ่มจึงยอมนอนกอดเธอนิ่งๆและหลับไปในที่สุด
มินตราเปิดตู้เย็นอีกครั้งและคราวนี้ทำอาหารได้เสียทีท้องของเธอร้องมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วมือบางหยิบจับสิ่งของอย่างระมัดระวังเกรงว่าเขาจะตื่นขึ้นมาทำหื่นกามกับเธออีกเมื่อคราวอยุ่ปารีสเื่อาหารการกินไม่เป็อุปสรรคสำหรับมินตราเพราะเ้าหล่อนมีเสน่ห์ปลายจวักที่มารดาสอนมาั้แ่เด็ก ๆ ทั้งอาหารไทยอาหารต่างประเทศ โดยเฉพาะอาหารไทยที่มารดาเข้มงวดกวดขันเป็พิเศษ
“เป็คนไทยอาหารไทยถ้าทำไม่เป็ก็เสียชื่อ” มารดาเอ่ยขณะคั่วเครื่องแกงกลิ่นหอมของเครื่องเทศ พริก หอมแดงลอยเข้าจมูกของเด็กสาวที่โคลกน้ำพริกปลาทูให้มารดา
“นี่ถ้าแต่งงานไปแล้วได้แฟนเป็ฝรั่งถ้าคิดถึงอาหารไทยขึ้นมา ทำไม่เป็ก็ต้องไปซื้อกินอีก แพงจะตาย”คนเป็แม่บ่นไปพรางคั่วพริกจนหอมมีลอยไหม้เล็กน้อย ตักขึ้นมาใส่จานเตรียมนำไปตำต่อเด็กสาวผมเปียวัยสิบห้าที่พึ่งเป็สาวแรกแย้มเงยหน้าเบ้ปาก
“หนูไม่แต่งกับผู้ชายที่ไหนหรอกแม่อยู่กับพ่อแม่แล้วก็พี่ชายนี่แหล่ะ”
“โอ้ยไม่เชื่อ” คนเป็แม่หัวเราะ
“เราน่ะแค่อายุสิบหาก็มีหนุ่มๆโทรมาจีบเยอะขนาดนี้วันวาเลนไทน์แม่เห็นหอบของขวัญเข้าบ้านไม่ไหวจนตาช้างต้องไปช่วย อีกไม่นานหร๊อก”มารดาจีบปากจีบคอ
มธุรามารดาของมินตรานั้นมีนิสัยไม่เหมือนกับลูกสาวเอาเสียเลย หล่อนทั้งห้าวทั้งเข้มแข็ง ฉลาดเป็กรด อยากได้อะไรสั่งอะไรก็ได้ทุกอย่างเพราะสามีหามาให้ได้หมดแต่ถ้าพูดผิดหูนิดเดียวหูได้แดงตลอด เพราะเ้านางเล่นบิดหูสามีเสียจนแทบขาดคามือส่วนลูกสาวนั้นหรือเรียบร้อยจนแม่ไม่กล้าแตะตัวเลย มินตราเอะอะเชื่อฟังทั้งแม่ทั้งพ่อและพี่ชายตลอด แต่รายนี้ก็ดื้อเงียบ เพราะถ้าขัดใจละก็มีงอนไม่พูดด้วยอยู่เป็สัปดาห์ก็มี
“ผุ้ชายที่ไหนก็ไม่เห็นดีเท่าพี่ชายสักคนถ้าหาได้ดีไม่เท่าพี่ชาย หนูไม่เอาหรอกแม่”
“พ่อช้างน่ะเหรอนี่ก็อีกคนนะ ไม่เห็นยอมมีแฟนกับเขาเสียทีอายุอานามก็ตั้งยี่สิบห้ายี่สิบหกแล้วมัวแต่ห่วงเอ็งนั่นแหล่ะถึงไม่ได้พาสาวเข้าบ้าน
พูดเสร็จก็เหลือบไปมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่หัวเราะทั้งที่โคลกน้ำพริกอยู่แหมะๆ
“ถึงจะพาเข้าบ้านเอ็งก็ไล่ตะเพิดอยู่ดีใช่ไหมละให้พี่เขาได้มีฝั่งมีฝาบ้าไม่ได้หรือลูก”
“ไม่ได้หรอกหนูต้องเป็ที่หนึ่งของพี่ชายให้ได้ไม่มีใครได้แต่งงานกับพี่ชายทั้งนั้นแหล่ะหนูไม่ยอม”คนฟังถอนหายใจมองใบหน้าหวานที่รู้อยู่ตลอดว่ารักพี่ชายยิ่งกว่าอะไร
คนขี้หวงที่สุดในบ้านก็คือมินตรานั่นแหล่ะ
“พูดอย่างกับจะอยู่กับพี่ชายไปจนตายงั้นแหล่ะเขาอายุเยอะก็ต้องแต่งงานเป็ธรรมดา เราก็ด้วย”
มารดาเริ่มหงุดหงิดที่เห็นว่าลูกสาวเอาแต่พูดว่าพี่ชายดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ก่อนจะวางของเครื่องแกงทั้งหมดแล้วเริ่มทำแกงเผ็ดสูตรเด็ดของตนเอง มีแกงเผ็ดแกงเขียวหวาน ต้มข่าไก่ใส่กะทิ น้ำพริกปลาทู เมี่ยงปลาทู ไข่เจียวฟูๆกับผักหลากชนิดวางเรียงรายละลานตา
ส่วนคนที่โดนบ่นอุบได้แต่ยิ้มหวานๆหมายมั่นว่าอย่างไรเสียพี่ชายเธอก็ไม่ได้แต่งงานแน่นอนเพราะต้องอยู่ดูแลน้องไปตลอดชีวิต
น้ำพริกปลาทูเมี่ยงปลาทู ไข่เจียวฟูๆ พร้อมกับน้ำพริกกะปิ อาหารธรรมดาที่เธอสุดแสนจะภูมิใจวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าที่เธอและเขาใช้เป็สถานที่พลอดรักกันเมื่อครู่หญิงสาวเมื่อคิดถึงดังนั้นก็แอบยิ้มอย่างเขินๆบทรักเร่าร้อนสามารถมีได้ทุกทีเลยจริงหรือ ก่อนจะตั้งสติได้แล้วใช้มือตบหน้าเบาๆเรียกสติ พร้อมกับมองนาฬิกาบอกเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้วหญิงสาวเดินไปปลุกคนร่างั์ที่นอนสลบสไหลเนื่องจากออกแรงมาทั้งวันให้ตื่นขึ้นมาทานข้าวเคนแม้จะงัวเงียแต่ก็ยอมตื่นโดยดีเมื่อรู้ว่ามินตราเตรียมอาหารไว้แล้ว
ชายหนุ่มตักชิมคำแรกถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความประหลาดใจไม่คิดว่าอาหารรสมือเธอจะถูกปากถึงเพียงนี้ ทำเอาคนนั่งมองยิ้มกลิ่มพร้อมกับบอกให้ทานเยอะๆ
“เมียพี่ทำอาหารอร่อยขนาดนี้พี่ได้อ้วนแน่” มินตราหัวเราะกับคำชมตรงหน้า
“ทำอย่างกับไม่เคยได้กินฝีมือน้อง”นั่นทำให้ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำยกมือตักข้าวเข้าปากต่อไป
“อาหารของมินอร่อยสำหรับพี่อยู่แล้วต่อให้ทำไม่เป็ก็อร่อย” พูดจบข้าวคำสุดท้ายก็หมดลงพอดี ชายหนุ่มยกจานข้าวไปเก็บเองแม้ว่าหญิงสาวจะเอ่ยว่าเดี๋ยวเธอเก็บให้
“มินไปนั่งเถอะวันนี้เหนื่อยมามากแล้ว” พูดเท่านี้ มินตราจึงยิ้มเขินแล้วยอมให้เขาเก็บจานแต่โดยดี ชายหนุ่มจูงมือหญิงสาวไปนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ในห้องทำงาน ภายในห้องประดับด้วยข้าวของสไตล์มินิมอลบนโต๊ะทำงานมีเพียงแมคบุ๊คหนึ่งตัว ไอแพด และมือถือของเขาวางเอาไว้เคนเดินไปหยิบไอแพดขึ้นมาพร้อมกับดึงร่างบางลงมานั่งบนตักกว้าง มือข้างหนึ่งโอบเอวคอดไว้จูบแก้มเนียนหนักๆ หนึ่งทีอย่างรักใคร่
มินตราชอบโมเมนต์นี้เหลือเกินการได้นั่งบนตักโอบคอบุคคลอันเป็ที่รักและหอมแก้มเขาเบาๆ เมื่อตอนอยู่ปารีสเธอเองก็คิดอยากจะมีแฟนอยู่บ้างเพราะอายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว แต่เมื่อมีคนเข้ามาจีบ มินตราผู้เคยมีปปานิธานตั้งมั่นว่าถ้าใครดีเท่าพี่ชายไม่ได้จะไม่เอามาเป็แฟนก็ไม่เคยมีใครเข้าตาเลยสักคน ตอนนี้เธอนั่งตักได้มีโอกาสโอบกอด หอมแก้ม และ จูบกับผู้ชายที่เธอเคยเรียกว่าพี่ชายเคนทั้งทะนุถนอมเธอ ราวกับเ้าหญิงในนิยาย มันทำให้เธอมีความสุขล้นหัวใจ
“พี่อยากให้มินดูอะไรบางอย่าง”คนร่างสูงเอ่ยด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมลง ก่อนจะคลายอ้อมกอดเล็กน้อยมือหนาหยิบไอแพดขึ้นมาก่อนจะเลือกเมนูกล้องวงจรปิด
มินตรามองใบหน้าเข้มอย่างสนใจไม่รู้ว่าสิ่งตรงหน้าคืออะไรแต่เธอคาดว่าเขาเองก็ลังเลที่จะหยิบมันให้เธอดูเช่นเดียวกันไม่ช้าชายหนุ่มก็ยื่นไอแพดให้กับเธอในแอพพริเคชั่นนั้นเป็กล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้ดูตอนไหนก็ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงภาพคมชัด 1080HD เผยภาพห้องพักภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งบุคคลที่กำลังนอนใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ขยับอกกระเพิ่มขึ้นลงสายระยงรยางค์เต็มตัวไปหมด เมื่อมองให้ชัดขึ้นหญิงสาวถึงได้รู้ว่าบุคคลที่กำลังหลับไหลอยู่ในห้วงนิทรานั้นคือใคร
“นี่มันอะไรกันคะ”หญิงสาวเงยหน้ามองใบหน้าสลดที่รับรู้ได้ถึงความรู้สึกผิดอยู่ตรงหน้า
“พี่ขอโทษ ที่ไม่เคยบอกว่าจริงกับมินแต่เพราะพี่ไม่อยากให้มินเป็อันตรายก็เลยจำเป็ต้องทำแบบนี้”
พลันน้ำตาของมินตราไหลรินอย่างช่วยไม่ได้เธอคิดมาเสมอว่าบิดาของเธอตายแล้ว นับั้แ่วันที่เขาถูกยิงบนเรือสำราญคราวนั้นมินตราได้แต่โทษตัวเองว่าเป็ความผิดของเธอที่ทำให้พ่อตาย แต่วันนี้เธอกำลังมองเห็นบิดาผ่านจอไอแพดที่บอกวันที่และเวลา ณ ตอนนี้ ว่าเขากำลังอยู่ในห้องพักฟื้นที่มีสายน้ำเกลือเจาะมืออยู่สายออกซิเจนเส้นเล็กคล้องจมูก พร้อมกับเครื่องวัดคลื่นหัวใจที่บ่งบอกว่าพ่อของเธอยังไม่ได้จากไปไหนเพียงแต่รอเวลาที่เธอจะกลับไปหาเท่านั้น
ชายหนุ่มคว้าร่างบางเข้ามากอดปลอบจุมพิตที่ปลายคิ้วอยางนุ่มนวล มินตราไม่สามารถเอ่ยเป็คำพูดใด ๆ ได้ทั้งโกรธและโล่งใจในเวลาเดียวกัน
ไม่ใช่ว่าเธอจะโกรธที่เขาเก็บมันเป็ควาบลับแต่เพราะโกรธที่เธอในตอนนี้เธอกำลังมีความสุขกับผู้ชายที่เธอรักโดยที่ปล่อยให้บิดาเธอนอนอยู่ห้องพยาบาลคนเดียวรอให้เธอกลับไปหา
“พี่เคนต้องพามินกลับไปหาพ่อนะมินจะกลับไปหาพ่อ”
“พี่จะพาไปแต่ไม่ใช่ตอนนี้”
หญิงสาวเงยหน้ามองเขาระคนโกรธและเต็มไปด้วยคำถาม
“ทำไมล่ะคะ”
“อันตรายเกินไป”เขาพูดพร้อมกับถอนหายใจ มองใบหน้าไม่พอใจของคนตรงหน้ารับรู้ได้ถึงพลังงานลบที่เธอมี แน่ล่ะ มินตรารักพ่อมาก ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยพูดจากันแต่เมื่อรู้ว่าพ่อยังไม่ตาย เป็ตายร้ายดีอย่างไรเ้าหล่อนก็ต้องไปหาพ่อให้ได้
“ตอนนี้พ่อของมินมีทั้งเทศทัศและแม็กซ์ที่คอยดูแลอยู่ มินไม่ต้องกังวล”
“แต่มินจะไปหาพ่อ”หญิงสาวดื้อดึง เธอคลายอ้อมกอดจะลุกขึ้นให้ได้แต่คนด้านล่างฉุกเธอให้นั่งลงไม่ยอมปล่อยจากอ้อมกอด
“ไม่ได้”ชายหนุ่มพูดเสียงเข้ม “ถ้ามินไปตอนนี้มินจะเป็อันตราย และยิ่งไปกว่านั้นพ่อของมินเป็อันตรายด้วยพวกที่มัน้าชีวิตมินกับพ่อกำลังจับตาดูพวกเราอยู่ ถ้าหากมันรู้ว่ามินเดินทางไปเจอท่านพี่ไม่รับรองความปลอดภัยทั้งมินและนายหัว”
เสียงเข้มกล่าวหนักแน่นถูกของเขา มินตราไม่อาจให้ใครเป็อันตรายไปอีกหญิงสาวไม่อยากให้บิดาของเธอต้องเผชิญกับอันตรายที่ยากจะคาดเดาแต่ใจหนึ่งก็้าไปดูให้รู้ว่าพ่อเธอปลอดภัยเพื่อคลายกังวล
“แล้วคราวนี้มินต้องทำยังไงต่อมินไม่อาจอยู่เฉยๆ ได้หรอกนะคะ ในเมื่อทุกคนจ้องจะเล่นงานมินกับพ่ออยู่แบบนี้”
“ปล่อยให้เป็น่าที่ของพี่เถอะ”ชายหนุ่มกล่าว พร้อมกับลูบศีรษะบาง จูบหนักๆ ที่ขมับเมื่อคลายความกังวลให้กับเธอ
“พี่จะไม่ยอมปล่อยให้มินต้องเผชิญอันตรายอยู่คนเดียวแน่นอนเชื่อพี่เถอะนะ เื่นี้ปล่อยให้พี่จัดการเถอะ” เมื่อคนตรงหน้ายืนยันหนักแน่นจ้องลึกไปที่ดวงตาสั่นระริกของเธอเพื่อให้เธอเชื่อมั่นว่าเขาจะทำทุกอย่างตามที่พูดจริงมินตราแม้จะดื้อด้านแค่ไหน แต่เมื่อได้ยินชัดแล้วว่าเขาจะดูแลและปกป้องเธอเองก็ทำให้แน่งน้อยยอมอ่อนปรนให้กับคนตรงหน้า
“ก็ได้ค่ะแต่ต้องสัญญานะคะว่าจะพามินไปหาพ่อให้เร็วที่สุด”
“จ้ะ พี่สัญญา”คเชนทร์ให้คำมั่น ก่อนจะจุมพิตที่หน้าผากกลมมนกอดรัดเธอเอาไว้ให้ปลอดภัยมินตรารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากร่างสูง ชายหนุ่มกอดปลอบทั้งจูบและหอมเพื่อแสดงถึงความจริงใจหนักแน่น ก็ทำให้หญิงสาวยอมทำตามคำสั่งของผู้เป็สามีอย่างเลี่ยงมิได้ทำได้แค่ภาวนาให้เธอได้กลับไปหาบิดาโดยเร็ว