ตอนที่8 ช่วยทำการบ้าน
ครูจางส่ายหัวเล็กน้อยอย่างกังวลใจพลางสั่งนักเรียนให้เปิดหนังสือเพื่อเริ่มเรียนต่อจากเมื่อวานทันทีว่า
“ตั้งใจเรียนกันด้วยใกล้สอบเกาเข่าแล้ว พวกเธอควรทำให้พ่อแม่ภูมิใจที่สอบเข้ามหาลัยได้ เอาละ.....พวกเรามาเรียนต่อจากที่ค้างไว้เมื่อวานกันเถอะ”
เสิ่นลี่อิงยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิมคือตั้งใจเรียนและจดประเด็นสำคัญที่ได้จากการสอนของครูจางเธอพบว่าครูจางมีเทคนิคคำแนะนำที่สามารถช่วยให้เธอแก้โจทย์ยากในหนังสือเรียนได้หลายข้อ
อย่างไรก็ตามครูจางไม่ได้ให้ความสนใจเสิ่นลี่อิงเป็พิเศษเหมือนครูคนอื่นเพราะครูจางมุ่งเน้นไปที่ผลการสอบประจำเดือนมากกว่ารายละเอียดปลีกย่อยระหว่างเรียนทำให้การเรียนรู้วิชาเคมีจบลงไปพร้อมกับมีการบ้านที่ต้องเร่งทำส่งในพรุ่งนี้เช้าอีกหลายข้อทว่าการบ้านเ่าั้ไม่ได้สร้างความกังวลใจให้กับเสิ่นลี่อิงสักนิด
.........
คาบเรียนต่อไปเป็วิชาชีววิทยาก่อนที่จะพักกินอาหารกลางวัน
เสิ่นลี่อิงยังคงตั้งใจเรียนเหมือนเดิมเธอพบว่าวิชานี้ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเพราะเน้นความจำมากกว่าวิชาที่ต้องใช้สูตรคำนวณจึงคิดว่าผลสอบประจำเดือนน่าจะได้คะแนนเต็มไม่ยากเกินไป
อย่างไรก็ตามเสิ่นลี่อิงพบว่าครูหวงลู่ลู่หญิงวัยกลางคนผมสั้นใจดีให้ความสนใจเธอเป็พิเศษเพราะมักจะสอบถามโจทย์วิชาชีววิทยาเพื่อให้เธอตอบคำถามบ่อยครั้ง
ถึงอย่างนั้นเด็กสาวสามารถตอบคำถามของครูหวงได้ทุกคำถามโดยไม่มีติดขัดสร้างความประหลาดใจให้กับเพื่อนห้องห้ามากขึ้น
จนกระทั่งหมดเวลาเรียนเพื่อนห้องห้าต่างพากรูเข้ามายืนล้อมรอบโต๊ะเธอพลางจ้องมองด้วยตาเป็ประกายอย่างมีความหวังว่า
“อิงเอ๋อร์.....เธอช่วยสอนการบ้านให้พวกเราได้ไหม? ฉันไม่อยากเอากลับไปทำที่บ้านเพราะไม่มีใครช่วยสอนฉันได้เลย”
นักเรียนหญิงผมยาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาพูดกับเสิ่นลี่อิงอย่างเกรงใจทว่าแววตาเธอแฝงความคาดหวังจากเพื่อนนักเรียนไว้
เต็มเปี่ยมที่จะมีคนช่วยเหลือการบ้านตนได้
เสิ่นลี่อิงกวาดสายตามองเพื่อนชายหญิงห้องห้าด้วยความเข้าใจเธอพบว่าแต่ละคนต่างมีจุดมุ่งหมายไม่แตกต่างจากเพื่อนนักเรียนหญิงที่เสนอขอความช่วยเหลือจากตน
อีกทั้งกงเจียหลิงที่นั่งข้างเธอได้เอ่ยขึ้นมาอย่างเข้าใจและเห็นใจเพื่อนทุกคนว่า
“อิงเอ๋อร์เธอช่วยพวกเราเสียเถอะ อย่างน้อยหากเพื่อนนักเรียนเข้าใจเนื้อหาที่เรียนไปแล้วสามารถทำคะแนนสอบประจำเดือนได้ดีขึ้น พวกเราห้องห้าย่อมมีชื่อเสียงไปด้วยกัน”
เสิ่นลี่อิงยิ้มน้อยๆ อย่างไม่กังวลใจเพราะเธอตั้งใจที่จะช่วยเหลือทุกคนอยู่แล้วยิ่งมีเพื่อนร้องขอให้ช่วยเช่นนี้ เธอยิ่งไม่ปฏิเสธความ้าของทุกคนจึงตอบรับอย่างผ่อนคลายว่า
“ได้สิ!.....งั้นพวกเราก็กินข้าวให้เร็วหน่อยจะได้มีเวลามาทำการบ้านให้มากขึ้น”
เพื่อนนักเรียนทั้งชายหญิงรวมทั้งหัวหน้าห้องห้า ต่างพากันส่งเสียงขอบคุณเธอเป็การใหญ่ว่า
“ขอบคุณเพื่อนนักเรียนเสิ่น”
“ขอบคุณอิงเอ๋อร์”
เสิ่นลี่อิงเดินไปกินอาหารกลางวันพร้อมกับเพื่อนหลายคนด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจเธอไม่เคยมีบรรยากาศที่รอบกายห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนที่มีมิตรภาพที่ดีต่อกันถึงแม้ว่าเพื่อนจะเข้าหาเธอเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง
ทว่าเด็กสาวกลับคิดว่าผลประโยชน์ที่เพื่อน้าจากความรู้ที่ตนจะช่วยสอนเื่การบ้านให้กลับกลายเป็เื่ที่เธอยินดีช่วยเพื่อนอย่างเต็มใจ
เมื่อเสิ่นลี่อิงและเพื่อนนักเรียนห้องห้าหลายคนกินอาหารกลางวันในเวลาเพียงยี่สิบนาทีทำให้มีเวลาเหลือก่อนเริ่มเรียนภาคบ่ายมากถึงชั่วโมงครึ่งโดยปกติโรงเรียนจะพักกลางวันสองชั่วโมง
เด็กสาวและเพื่อนนักเรียนหลายคนรีบกลับห้องเรียนน้อยนักที่ยังห่วงเล่นฟุตบอลหรือเกมกับเพื่อนห้องอื่นกลายเป็ภาพแปลกตาสำหรับนักเรียนหลายคนที่เห็นนักเรียนห้องห้ากลับเข้าห้องเพื่อทำการบ้าน
“พวกเราจะเริ่มทำการบ้านวิชาฟิสิกส์ก่อนละกันหากใครมีคำถามอะไรก็ถามมาได้ตลอด เริ่มข้อแรกกันเถอะ”
เสิ่นลี่อิงยืนอยู่หน้าห้องอย่างมั่นใจโดยไม่หลงเหลือภาพของเด็กสาวขี้อายที่เคยเป็มาในอดีตอย่างสิ้นเชิง
แม้แต่หูเฉาเหว่ยหัวหน้าห้องยังพยักหน้าชื่นชมเด็กสาวที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างจริงใจ
“ตกลง! พวกเราพร้อมแล้ว!”นักเรียนห้องห้าขานรับเสียงดังอย่างตั้งใจ
เสียงดังของนักเรียนในห้องห้าเรียกความสนใจจากนักเรียนห้องอื่นที่มีบางคนกลับเข้ามานั่งทำการบ้านหรืออ่านหนังสือทบทวนเช่นกันหลายคนเดินออกมาดูบรรยากาศห้องห้าที่มีนักเรียนกลับห้องมารวมกลุ่มกันด้วยความสงสัย
ครั้นมีนักเรียนห้องสี่และสามหลายคนพบว่าเสิ่นลี่อิงกำลังสอนและแก้โจทย์การบ้านซึ่งมีบางข้อตรงกับที่ตนกำลังทำอยู่ จึงส่งเสียงร้องขอเสิ่นลี่อิงอย่างเกรงใจว่า
“เพื่อนนักเรียนเสิ่นพวกเราขอมาทำการบ้านด้วยได้ไหม โจทย์การบ้านของพวกเธอมีบางข้อเหมือนกับที่พวกเราได้มาเลย”
เสิ่นลี่อิงกำลังอธิบายวิธีแก้โจทย์ให้กับเพื่อนนักเรียนอยู่พลันหยุดชะงักการสอนพร้อมกับเพื่อนห้องห้าจ้องมองไปยังทิศทางประตูห้องเรียนที่มีนักเรียนห้องอื่นถือสมุดไว้ในมืออย่างเขินอาย
“ได้สิ!.... พอจะมีโต๊ะเรียนว่างอยู่เข้ามาแลกเปลี่ยนกันก็ได้”
เสิ่นลี่อิงเหลือบมองหัวหน้าห้องว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไรปรากฏว่าหูเฉาเหว่ยพยักหน้าเป็การตอบรับทำให้เด็กสาวก
ล่าวอนุญาตเพื่อนต่างห้องอย่างยินดี
เธอคิดว่าควรสร้างมิตรไว้ดีกว่าสร้างศัตรูในขณะที่เธอสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้จึงอยากช่วยให้มากที่สุด
อย่างไรก็ตามบรรยากาศการเรียนของห้องห้ามีชีวิตชีวามากขึ้นจากเพื่อนต่างห้องเพราะเป็เพื่อนนักเรียนที่สวยงามน่ารักทำให้บรรดาเด็กหนุ่มในห้องห้าต่างพากันตั้งใจเรียนและทำการบ้านเป็อย่างดี
“การบ้านวิชาฟิสิกส์จบแล้วใครมีคำถามอะไรไหม?”
เสิ่นลี่อิงอธิบายพร้อมพาเพื่อนแก้โจทย์ฟิสิกส์จำนวนสิบข้อเสร็จในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงซึ่งตลอดเวลาเพื่อนต่างพยักหน้ารับรู้เป็ระยะทำให้เธอไม่มั่นใจว่าเพื่อนเข้าใจในเนื้อหาที่ตนสอนหรือไม่จึงสอบถามอีกครั้งอย่างไม่มั่นใจ
“ไม่เลย.....เธออธิบายให้ฉันเข้าใจดีกว่าครูสอนเสียอีกแบบนี้ฉันคงทำการบ้านข้ออื่นได้เหมือนกัน”
เสียงสะท้อนจากเพื่อนนักเรียนต่างห้องและห้องห้าที่ไม่แตกต่างกันทำให้เสิ่นลี่อิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจตนเองที่สามารถช่วยเหลือเพื่อนได้
เธอช่วยอธิบายและสอนวิธีแก้โจทย์อีกสองวิชาที่เหลือทั้งวิชาเคมีและชีววิทยาให้กับเพื่อนจนเสร็จทันก่อนเริ่มเรียนภาคบ่ายสร้างความยินดีให้กับเพื่อนนักเรียนทุกคนเป็อย่างยิ่ง
นักเรียนทั้งหลายต่างกล่าวขอบคุณเสิ่นลี่อิงอย่างยินดีและซาบซึ้งใจ
“ขอบคุณมากเพื่อนนักเรียนเสิ่น”
“ขอบคุณมากอิงเอ๋อร์”
“ไม่เป็ไรไว้พวกเราถ้ามีโอกาสก็ค่อยเรียนรู้ด้วยกันใหม่”
เสิ่นลี่อิงยิ้มกว้างอย่างยินดีและมีความสุขที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือเพื่อนหลายคน
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ช่วยสอนการบ้านให้กับเพื่อนถูกครูหลินซูฉีที่สอนวิชาดนตรีเดินมาพบเห็นโดยบังเอิญเธอพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตาโดยคิดที่จะไปพูดคุยกับครูหลิวเฟยฟาให้แน่ใจอีกครั้งว่า
“เป็ไปได้ยังไง?! นักเรียนเสิ่นสอนเพื่อนนักเรียนแล้วยังสามารถทำการบ้านได้รวดเร็วอีกด้วย เธอเก่งขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน?”
เสิ่นลี่อิงไม่รู้ตัวสักนิดว่าเหตุการณ์สอนการบ้านให้กับเพื่อนนักเรียนจะก่อให้เกิดความโกลาหลกับบรรดาครูอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ
..........
ภาคบ่ายเป็การเรียนรู้วิชาภาษาจีนภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิชาพลศึกษา
อย่างไรก็ดีวิชาภาษาจีนและภาษาอังกฤษผ่านไปด้วยดีโดยไม่ได้สร้างความลำบากใจอะไรให้กับเสิ่นลี่อิง
กระทั่งถึงวิชาคณิตศาสตร์ของครูประจำชั้นอย่างครูหลิวเฟยฟาซึ่งเขามาพร้อมกับโจทย์พิเศษสำหรับนักเรียนเสิ่นลี่อิงโดย
เฉพาะโดยเขามอบให้หลังจากสอนวิชาคณิตศาสตร์เสร็จเรียบร้อยแล้วว่า
“เสิ่นลี่อิงมารับโจทย์นี่ไปทดลองแก้สมการดูสิ ครูไม่รีบ.....ค่อย ๆ แก้ไปก็ได้แต่ถ้าจะให้ดีก็ลองหาวิธีแก้โจทย์มาส่งครูก่อนสอบเกาเข่าแล้วกัน”
เด็กสาวลุกเดินออกจากที่นั่งไปรับโจทย์จากกระดาษที่พิมพ์ผ่านเครื่องพิมพ์จากมือครูหลิวเฟยฟาอย่างงุนงง
เธอตอบรับอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ว่า“หนูจะลองดูนะคะ โจทย์คงยากแน่เลยเพราะครูให้เวลาตั้งหลายเดือน”
เธอกล่าวตอบครูอย่างไม่มั่นใจว่าครูคิดจะทดสอบอะไรตนอีกแต่คิดว่าครูคง้าให้เธอได้ฝึกฝนทักษะเพื่อจะได้สอบเกาเข่าได้จึงไม่ได้คิดอะไรมากกับโจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนนั่นอีก
ครูหลิวเฟยฟายิ้มลึกลับโดยไม่กล่าวคำใดออกมาอีกเขาตั้งใจทดสอบว่าเสิ่นลี่อิงจะสามารถสร้างความประหลาดใจและประวัติศาสตร์ให้กับโรงเรียนได้หรือไม่โดยที่เขาไม่คิดจะเปิดเผยโจทย์คณิตศาสตร์ที่ยากระดับตำนานให้เธอรับรู้แต่อย่างใด
ต่อไปเป็วิชาพลศึกษาก่อนที่จะเลิกเรียนในเวลาสิบเจ็ดนาฬิกา
เสิ่นลี่อิงกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้วิชานี้มากขึ้นั้แ่ที่เธอได้ฝึกฝนทักษะต่อสู้ประหลาดโดยพบว่าสภาพร่างกายตนเองพร้อมรับการฝึกฝนที่หนักหน่วงได้อย่างน่าแปลกใจ