แม่ตั้งท่าจะเข้าเื่ั้แ่ที่ผมกลับมาอยู่แล้ว แม่มีความลังเลที่จะพูด
“เมื่อคืนไฟไหม้ที่ทุ่งนาข้าวของแม่ รายได้ทั้งหมดที่คิดว่าจะได้ในปีหน้าก็หายไปด้วย”
แม่เริ่มพูดไปพร้อมกับใบหน้าที่เศร้าลงเล็กน้อย
“ตะ..แต่ว่าเมื่อ่สายๆ มีจดหมายฉบับนี้มาส่งให้แม่ แม่อยากจะปรึกษาลูกหน่อยว่าคิดยังไง”
แม่ยื่นจดหมายหนึ่งฉบับมาให้ผม ผมก็รับมาอ่านพร้อมกับมืออีกข้างยังถือช้อนอยู่
ผมวางช้อนจากมืออีกข้างและกางจดหมายอ่านเนื้อความในจดหมายเขียนไว้ว่า
ถึง คุณนายxxx อาเคออส เราบริษัทXXX ซึ่งบริษัทของเรานั้นเคยมีบุคลากรบริหารบริษัทจนเติบโต บุคลากรผู้นั้นเป็ญาติห่างๆ ของคุณที่เสียชีวิตไปเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนตายเขาทิ้งบ้านและรถยนต์ไว้ให้คุณเป็ของขวัญแน่นอนว่าไม่ใช่แค่คุณเขาก็ทำการแจกจ่ายเงินและทรัพย์สินต่างๆ ไว้ให้คนอื่นๆ ด้วย และเราเตรียมตำแหน่งงานด้านบริการในบริษัทไว้ให้คุณแล้ว หวังว่าคุณจะเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในบริษัทของเรา
จดหมายนั่นผมเป็คนเขียนมันเอง แน่นอนว่าเื่ญาตินั้นโกหก ผมได้นัดแนะกับบริษัทสาขาต่างประเทศเอาไว้แล้ว ผมคิดและทบทวนแผนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันเ็ปมากที่ต้องจากแม่ไปแบบนี้แต่ผมก็อยากให้คนที่ผมห่วงใยมากที่สุดได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีชีวิตที่หรูหราส่วนพ่อสารเลวนั้นผมจะจัดการมันทีหลัง ผมอยากให้แม่พบแต่ความสุขหลังจากเื่นี้ ากำลังจะเริ่มแล้วต้องให้แม่ออกไปก่อนคนพวกนั้นเคลื่อนไหว
“ลูกคิดว่ายังไง”
เมื่อถามผมด้วยความคาดหวัง
“ก็ดีแล้วนิแม่งานต่างประเทศเงินดี มีบ้านและงานที่มั่นคง”
“ใช่ไหมละ น่าไปใช่ไหมลูกละพวกเราสองคนแม่ลูกใช้ชีวิตที่ต่างประเทศเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปด้วยกัน—”
“แม่ไปเถอะ”
ผมรีบปฏิเสธแม่ในทันทีเพราะทั้งหมดผมทำเพื่อให้แม่ได้ไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว
เมื่อผมพูดเสร็จความตื่นเต้นเมื่อกี้ของแม่ที่แสดงออกมาก็ได้เลือนหายไป
“งั้นหรอ มันคงยากสำหรับลูกถ้าในการปรับตัว ถ้าลูกไม่ไปแม่ก็ไม่ไป”
“แม่ครับเงินดีไม่ใช่หรอ อีกอย่างนะแม่เราไม่มีรายได้แล้วนะ เมื่อคืนเงินของเราถูกเผาไปแล้วนะ”
ผมพยายามโน้มน้าวให้แม่รับข้อเสนอ
“แต่ถ้าไม่มีลูก มันจะมีประโยชน์อะไรชีวิตต่างประเทศที่แม่มีความสุขคนเดียวนะมันไร้ความหมาย”
“แม่ครับ ผมนะยังไม่ได้ภาษานะ แม่เอาอย่างงี้ไหมแม่ไปอยู่ที่นั่นได้ภาษาของพวกเขาผมค่อยตามไประหว่างนี้ผมก็จะเรียนภาษาอยู่ที่นี้ เพราะนะต้องเรียนต่อนะปรับตัวกับภาษาทันทีไม่ได้”
“แต่ว่า—-”
“ก็บอกว่าเดี๋ยวผมตามไปเมื่อเรียนภาษาเสร็จ อยู่นี่ก็ไม่มีเงินนิ”
แม่เริ่มทบทวนความคิดอีกครั้งและเงียบระหว่างนั้นผมก็กินข้าวต่อจนเสร็จ
แม่ใช้เวลาอยู่นานสองนานในการใช้ความคิด
ไปเถอะนะผมขอร้อง
“โอเค แม่จะไปเองแต่ภายใน1ปีลูกต้องตั้งใจเรียนภาษาและย้ายไปที่จักรวรรดิไปหาแม่ตกลงไหม”
“ครับตามนั้น”
แม่พุ่งตัวเข้ามากอดผม
‘ผมเองก็อยากทำแบบนั้นอยู่หรอกนะ’
วันนั้นผมช่วยแม่ทำความสะอาดบ้านและหาข้อมูลสำหรับเที่ยวไปด้วยกันอย่างมีความสุขนี่คือชีวิตของครอบครัวที่ปกติสำหรับแม่การได้อยู่กับลูกคือทั้งหมดของชีวิต
“งั้นตามนี้นะครับแม่อีก1ปีผมจะไปหาแม่แต่แม่ต้องพาผมเที่ยวนะฮ่า ฮ่า”
“ได้เลยลูกจ๋า เดี๋ยวแม่คนนี้จะเก็บตังเยอะๆ ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อรอวันนั้น”
ใครที่มันใช้งานแม่ผมหามรุ่งหามค่ำผมก็จะบินไปฆ่ามันในทันทีแน่
“ครับถ้าเ้านายโหดโทรมาบอกลูกชายคนนี้ด้วยนะครับผมเป็ห่วง”
ก็ลองใช้แรงงานแม่ฉันดูสิ ถ้ากล้า
“จ้าๆ งั้นวันนี้ไปนอนเถอะนะลูก”
“แม่นอนก่อนเลยครับผมยังไม่ง่วง”
ผมบอกแม่ไปแบบนั้นไม่นานแบบก็เข้าห้องไปนอนเรียบร้อย แม่มีบินย้ายไปต่างประเทศอีก3วัน ถึงจะกระทันหันมากไปหน่อยก็เถอะ ตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้วไม่ต้องตื่นเช้าผมจึงตัดสินใจจะเปิดทีวีดูสักหน่อย ผมเอื้อมมือไปหยิบรีโมตที่วางไว้หน้าทีวี และกดเปิด ผมหารายการทีวีดูแก้เบื่อแต่ก็ไม่มีรายการไหนสนุกๆ เลย
“ไปที่ข่าวต่อไปครับ”
ผมจึงตัดสินใจที่จะดูข่าวสารบ้านเมือง
“ครับนายกรัฐมนตรีประเทศเรอา กำลังจะถูกยื่นให้พิจารณาอภิปรายไม่ไว้วางใจในสัปดาห์หน้าครับ สาเหตุเพราะมีข่าวลือเื่การโกงเงินการส่งออกอาหารระหว่างประเทศครับ”
“ผมคิดว่าถ้าเื่นี้เป็เื่จริงละก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงและอาจทำให้มีการเลือกตั้งใหม่ก็เป็ได้นะครับ ท่าทีของประชนในประเทศเรอาก็มีการออกมาประท้วงกันเล็กๆ น้อยๆ ถึงการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ว่ามีคำสั่งให้ตรวจสอบทุกหน่วยงานอย่างละเอียด นี้อาจเป็กลอุบายของรัฐบาลรึเปล่า”
“เอ๋…ยังไงหรอครับคุณวรรสุศรี”
“ก็แบบว่า ตรวจพบการโกงในหน่วยงานหนึ่งสื่อและประชาชนก็จะพุ่งเป้าและความให้สนใจที่หน่วยงานนั้นและระหว่างนั้นตัวเองก็นำภาษีของพวกเราเข้ากระเป๋าตัวเองเงียบๆ โดยที่พวกเรายังให้ความสนใจกับหน่วยงานที่ถูกกล่าวหา”
รายการข่าวPOT News มีอดีตทหารชั้นสูงเป็CEOบริษัท รายการข่าวนี้พุ่งเป้าโจมตีรัฐบาลชุดปัจจุบัน หรือก็คือช่องข่าวที่ถูกควบคุมโดยทหาร
ผมฟังข่าวไปจนจบ ข้อสรุปที่ได้คือ
พวกเขาตั้งใจให้ประชาชนออกมาชุมนุมประท้วงการทำงานของรัฐบาลและเอาข่าวเื่การขึ้นราคาการขนส่งอาหารระหว่างมาเป็ข้ออ้าง หรือก็คือใส่ร้าย
“มันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วสินะ ความไม่สงบของประเทศนี้กำลังจะจบลงแล้ว”
ผมปิดทีวีและกลับไปที่เตียงและทิ้วตัวนอนในทันที
ตอนนี้ผมกำลังมาส่งแม่ที่สนามบิน ผมกับแม่ที่กำลังต่อแถวเช็คอินตั๋วอยู่ สนามบินวันนี้มีคนหนาแน่นอย่างมากอย่างกับมารอต้อนรับดารา ไม่นานนัก ข้อสงสัยของผมก็ได้ถูกไขกระจ่าง
“เฮ้มาแล้ว มากันแล้วๆ”
ผมสงสัยว่าพวกเขามารออะไรกัน เริ่มมีเสียงเอะอะโวยวายมาั้แ่เมื่อกี้นี้แล้ว พอผมหันไปมองเป้าหมายที่พวกเขากำลังรอกันอยู่ผมตกตะลึงในสิ่งที่ไม่คาดฝัน ผมรู้จักพวกเขาเ่าั้
“มาจริงๆ ด้วย นั่นมัน”
“โหตื่นเต้นจังได้ข่าวว่า เธอกับสามีและลูกจะย้ายมาอยู่ที่นี้ด้วยละฉันก็เลยรีบตื่นแต่เช้าสรุปว่าย้ายมาจริงๆ ด้วย”
“ข่าวลือนั่นเป็จริงสิแบบนี้เมืองของเราก็น่าอยู่ขึ้นไปอีก!”
ฝูงชนกลุ่มหนึ่งกำลังมองไปที่ครอบครัว ครอบครัวหนึ่งที่ได้บินมาถึงที่นี่และกำลังออกไปที่หน้าสนามบินเพื่อขึ้นรถต่อ
ครอบครัวที่กำลังเดินผ่านทางเดินสนามบิน พวกเขาถูกสายตาประชาชนจับจ้อง บางคนก็มีเข้าไปขอถ่ายรูปด้วย บางคนก็ะโผมรักคุณจากที่ไกลโดยไม่สนว่าเธอมากับสามี ผู้ชายวัย40เป็CEOเกมชื่อดัง ส่วนคนที่กำลังขวงแขนชายคนนั้นเป็การ์เดี้ยนสาวสวยวัย35อันดับที่9ของแรงค์กิ้งการ์เดี้ยนและเป็หัวหน้ากิลล์ใหญ่TOP3ของประเทศเรอาแห่งนี้ มีข่าวว่าพวกเขาจะย้ายมาอยู่ที่จังหวัดนี้ั้แ่อาทิตย์ก่อนพร้อมกับ
ลูกสาวแสนสวยราวเทพธิดามาเกิด อายุ15จะเข้า16อายุ ผมสั้นสีบอนด์ปลายผมออกสีชมพู ดวงสีฟ้า ชุดแต่งกายของเธอเป็กางเกงยีนเสื้อเชิ้ตขาวมีเสื้อนอกสีดำใส่ทับไว้ พวกพึ่งย้ายออกจากเมืองหลวงลูน่าเพราะภรรยาของชายคนนั้นเขารู้ข่าววงใน หรือพูดให้ถูกคือประธานสมาคมการ์เดี้ยนบอกพวกเขาว่าจะเกิดเื่บางอย่างที่ลูน่าครั้งใหญ่ ประธานสมาคมสั่งห้ามพวกหัวกิลล์ต่างๆ ไม่เข้าไปแทรกแซงการกระทำนี้ การ์เดี้ยนคนนั้นจึงตัดสินใจย้ายมาที่นี้ก่อน
“แม่เ้าเว้ย นี้มันสุดยอดครอบครัวเลยนี่หว่า”
“ใช่เลยพ่อรวย แม่ก็เป็การ์เดี้ยนแถมเป็หัวหน้ากิลล์ระดับแถวหน้าของประเทศเรอาและที่สำคัญกว่านั้นลูกสาวมีสกิลแรงค์Aอีกด้วย”
“ใช่แล้วสกิลแรงค์Aถึง30คนรึเปล่าในประเทศก็ไม่รู้ สุดยอดจริงๆ เลย”
คนพวกนี้ตาเป็ประกายเพราะเื่พวกนี้ไม่ได้เจอกันทุกวัน จ้องตาเป็มัน
ครอบครัวนั้นพวกเขาเดินผ่านคนพวกนั้นโดยไม่สนใจราวกับนี้คือเื่ที่เกิดขึ้นตลอดทุกวันจนชิน ตอนนี้ผมได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อเพราะเป็คนที่ผมรู้จักในชาติก่อนขาขอบผมไม่ยอมขยับมาั้แ่เมื่อกี้นี้แล้ว ผมยืนจ้องพวกเขา พวกเขากำลังเดินผ่านในที่ที่ผมอยู่
ผู้ชายวัย40เดินผ่านไปโดยไม่สนใจอะไร ตามด้วยภรรยาของเขาที่เดินขวงแขน โดยมีสายตานับร้อบนับพันคนจับจ้องพวกเขาตลอดเวลา ขณะเดียวกันเด็กหญิงผมบอนด์คนนั้นกำลังจะเดินผ่านผมไป เธอหันมาสับตาผมสักพักนึก เธอแค่มองผมผ่านๆ เพราะผมจ้องพวกเขาอยู่ตลอดแต่ไม่พูดอะไรหรือแสดงกิริยาท่าทางอะไรเลย พวกเราสบตากันแค่แปปเดียว แล้วเธอคนนั้นก็ผ่านไปแล้ว ผมยังไม่กล้าขยับตัวไปไหน
แปลกจังเื่ก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว ทำไมเราถึง…
เมื่อพวกเขาจากไปความรู้สึกในอดีตก็พรั่งพรูเข้ามาที่หัวของผม ภาพในวันวานผุดขึ้นมาในหัวผมไม่หยุดไม่หย่อน เป็ร้อยเป็พันภาพ ความรู้สึกที่จุกภายในอก ภาพของเด็กผู้หญิงคนนั้นยังจำได้ไม่เคยลืม และเป็ภาพที่ผมไม่อยากจะลืมมันเลย
เธอคนนั้น เด็กหญิงผมสีบอนด์เมื่อกี้นี้ที่ถูกสายตาคนทั้งสนามบินจับจ้อง เธอคนนั้นผมรู้จักเป็อย่างดีในชีวิตเมื่อชาติก่อน
‘อีกไม่นานก็จะได้รู้จักกันอีกครั้งแล้วสินะ อารีน่า’
ผมยังยืนอยู่ที่เดิมสักพักแม่ก็เรียกผม เครื่องของแม่ใกล้ออกแล้ว
“นี่เลออนฟังนะ กินอาหารให้ครบ3มื้อ ออกกำลังกายทุกวันแม่จะโทรมาทุกวันตอนเย็นต้องรับโทรศัพท์ด้วยหากเจ็บไข้ได้ป่วยต้องไปหาหมอในทันทีแม้แต่อาการเล็กน้อยก็ต้องไปหาหมอ อย่าอดข้าวอดน้ำส่วนเงินเดี๋ยวแม่จะโอนให้เป็อาทิตย์ๆ อยู่บ้านล็อคประตูให้เรียบร้อยกลางคืนห้ามออกไปไหนเด็ดขาด มีการบ้านก็ต้องทำให้เสร็จเกรดออกส่งเกรดมาให้แม่ดูด้วย ที่สำคัญกว่านั้นเลือกคบเพื่อนดีๆ อย่าเกเรเด็ดขาด ทำได้ใช่ไหม และสุดท้ายแม่รักลูกนะ”
“ผมเองก็รักแม่นะครับ”
ผมกับแม่กอดลากันเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่แม่จะบินไปทำงานที่ต่างประเทศอยู่นานสองนานจนเ้าหน้าที่ประกาศว่าเครื่องกำลังจะขึ้นบินแล้วแม่รีบไปขึ้นเครื่องถึงอย่างนั้นแม่ก็ยังหันหลังกลับมาพูดกับ
“แม่ไปก่อนนะลูกทำตามที่แม่บอกละ”
ผมยิ้มและโบกมือลาแม่อย่างสดใส แม่เริ่มไกลห่างจากผมไปเรื่อยๆ ผมมองดูแม่ด้วยรอยยิ้มและมือที่โบกมือลาจนสุดสายตา
ตอนนี้แม่ขึ้นเครื่องไปแล้ว
ผมเอามือของผมลดสีลงกลายเป็สีหน้าที่ไร้อารมณ์ และหันหลังกลับ แม่ไปแล้วสินะ ผมค่อยๆ เดินออกมาจากสนามบิน ที่หน้าสนามบินมีสตีฟและเฮเลนรอรับผมอยู่ เฮเลนเปิดประตูรถให้ผมเข้าไปนั่ง แล้วเธอก็นั่งลงข้างๆ ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม
“คุณแม่ของพี่ไปแล้วสินะคะ”
เฮเลนเริ่มเปิดประเด็น
“อืม”
ผมตอบกลับเธอไปด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยไม่พูดอะไรมากกว่านี้อีกแล้ว ผมหันหน้าออกทางต่างรถและแขนขวาพิงที่ประตูมือของผมเท้าคางของผมเอาไว้ จ้องมองผู้คนผ่านกระจกรถที่กำลังแล่นอยู่ คนที่ผมห่วงใยเพียงคนเดียวในตอนนี้เธอได้ไปจากประเทศแห่งนี้แล้ว ดังนั้นผมจึงทำอะไรสะดวกกว่าเมื่อก่อนอย่างมาก เป้าหมายของผมจะต้องไม่ให้แม่เข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาดแม่ต้องอยู่ในสถานที่ปลอดภัยเมื่อานี้กำลังดำเนินไป
เมื่อเป็แบบนี้ก็ต้องทำให้สุด ทำตามแผนที่วางเอาไว้ เอาคืนเ้าพวกนั้นให้สาสม ของจริงมันจะเริ่มหลังจากนี้ต่างหาก พวกแกจงระวังตัวเอาไว้ของที่พวกแกรักจงดูแลมันให้ดู ความเ็ปของฉันมันยังไม่หายไปหรอกนะ ฉันยังไม่ลืมสิ่งที่พวกแกทำกับฉันหรอก เสพสุขกันให้เต็มที่ เมื่อถึงเวลานั้นฉันจะตามไปแย่งความสุขของแก และเอามันมาไว้ในกำมือของฉัน ต่อจากนั้นฉันเหยียบย่ำความสุขของพวกแกต่อหน้าต่อตา และเผาทำลายมันทิ้งลงด้วยไฟโทสะภายในตัวของฉัน ถึงแกจะพยายามสร้างความสุขขึ้นมาใหม่ฉันก็จะทำแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมาจนไม่รู้จบ ฉันจะไม่ฆ่าพวกแกในทันทีเพราะการฆ่ามันง่ายสำหรับฉันการฆ่าเหมือนการให้รับพร การทรมานหากคือบทลงโทษที่แท้จริงสำหรับพวก
าที่แท้จริงมันเริ่มต้นขึ้นหลังจากนี้ต่างหาก.
ประเทศเรอามีสัญญาณความไม่สงบสุขมาเป็ระยะๆ แล้ว วันนี้เป็วันของการประชุมสภา บรรยากาศนอกธรรมเนียมรัฐบาลเต็มไปด้วยสื่อมวลชนนักข่าวและมีประชาชนกลุ่มหนึ่งออกมาประท้วงประชากรพวกนี้ถูกใครสักคนชักใยอยู่ ใครกันนะ เช้าวันนี้มีสส.หลายคนมาถึงที่ทำเนียบกันแล้วและฝ่ายค้านเองก็ตามมาระยะๆ
“ช่องข่าวPOT News วันนี้เรามาเกาะติดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หัวข้อในวันนี้คือ ปมการขึ้นราคาส่งออกอาหารที่เพิ่มมากขึ้นและการไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีประเทศเรอาคนปัจจุบันครับ”
ระหว่างที่รอนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ทุกช่องข่าวก็เริ่มถ่ายทอดสดกัน นี้คือวาระแห่งชาติที่น่าจับตามอง นี่จะเป็การแฉการโกงระดับชาติรึไม่ ไม่มีใครรู้สิ่งที่นักข่าวรู้คือ ประชาชนให้ความสนใจพวกเขาจึงไม่ลังเลที่จะแห่กันมาทำข่าว ประชาชนของประเทศเรอาในตอนนี้ต่างหยุดกิจกรรมต่างๆ เพื่อจับตามองเหตุการณ์ในครั้งนี้ผ่านหน้าจอทีวี มีความคิดเห็นที่หลากหลายในรัฐบาลชุดนี้ บางคนก็บอกว่า “นี่ไง พวกนักการเมืองก็อย่างงี้เอาเงินภาษีของพวกเราไปใช้เพื่อตัวเองไอ้พวกนี้ละจะทำให้ประเทศเราล่มสลาย” แต่ก็มีอีกฝ่ายที่ว่า “หรือนี่จะเป็การกลั่นแกล้งทางการเมืองเพราะรัฐบาลชุดนี้ทำงานได้ดีมากๆ พวกเขาตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระหลายหน่วยพบว่ามีการทุจริต”
แต่ก็มีกลุ่มผู้มาประท้วงปิดถนนมานานหลายอาทิตย์เพื่อขับไล่รัฐบาลชุดนี้ กลุ่มคนพวกนี้ส่วนใญ่เกี่ยวข้องกับระบบราชการและกองทัพจึงอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาถูกจ้างมารึเปล่า
“ทุกคนครับขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีกำลังเดินทางมาที่ธรรมเนียมรัฐบาลแล้วครับ!”
รถของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันค่อยๆ ขับมาผ่านผู้ชุมนุมที่ประท้วง มีเสียงโห่ใส่ั้แ่ไกล และมีการปาไข่ เปลือกกล้วย ขยะต่างๆ นาๆ ใส่รถของนายกรัฐมนตรีภาพเ่าั้ถูกถ่ายทอดสดไปทั่วทุกประเทศ ประชาชนที่เห็นก็ต่างเริ่มคล้อยตามผู้ชุมนุมเ่าั้ มีป้ายออกมาเขียนมาว่ารัฐบาลชุดนี้โกงอะไรไปบ้าง ป้ายนั้นไม่มีแหล่งอ้างอิงว่าพวกเขาทำรึเปล่าแต่ผู้สื่อข่าวไม่สนใจว่าข้อเท็จจริงเป็อย่างไร พวกเขาสนแค่เรตติ้งคนดูเท่านั้น พวกเขาจึงถ่ายทอดสดภาพเ่าั้ออกสู่สายตาประชาชนโดยไม่ได้คัดกรองข้อเท็จจริงนั่นเลย
รถของนายกรัฐมนตรีมาถึงที่นี่แล้ว เขาถูกอารักขาอย่างดีโดยบอดี้การ์ดผู้สื่อข่าวพยายามเข้าหาเพื่อสัมภาษณ์แต่ท่านไม่ตอบคำถามใดๆ เลย ท่านเดินตรงไปที่สภาทันที
ไม่นานนักการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของประเทศเรอาก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งและนี้คือการประชุมครั้งสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้อีกด้วย เนื้อหาการประชุมจะถูกถ่ายทอดสดผ่านทีวีทุกคำพูด ทุกกิริยาท่าทางในระหว่างประชุมมีสายตาประชาชนมองผ่านทีวีอยู่
บรรยากาศภายในการประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด ฝ่ายรัฐบาลพยายามอธิบายสาเหตุและที่ไปที่มาของเหตุต่างๆ ได้เป็อย่างดี ถึงอย่างนั้นฝ่ายค้านก็ยังไม่หยุดพวกแอบสร้างหลักฐานเท็จบ้าง ข้อเท็จจริงเป็ยังไงไม่รู้ เป้าหมายของฝ่ายค้านคือการปลุกปั่นประชาชนให้เชื่อและคล้อยตามที่ประชุมให้เข้าข้างฝ่ายตน การประชุมผ่านไปได้4ชั่วโมงไม่มีพัก ท่านนายกรัฐมนตรีเอาแต่นิ่งเงียบั้แ่เข้ามาในสภาแล้ว ประชาชนเริ่มสงสัยในการกระทำนั้นทำไมจึงไม่อธิบายอะไรเลย
สาเหตุที่เขานั่งเงียบมากั้แ่แรกเพราะเขาเอาแต่คิดว่าจะทำยังไงต่อจากนี้ดี? เขาถูกใส่ความจากใคร? ถึงแก้ตัวไปประชาชนในตอนนี้ก็มีแต่เข้าข้างฝ่ายค้านไปแล้ว สิ่งเดียวที่เขายังจะทำได้อยู่ในตอนนี้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด เขาอุตส่าห์อุทิศตัวเพื่อประเทศชาติและยอมทำงานอย่างหนักหาข้อมูลพวกทุจริตมาลงโทษ แต่ประชาชนกลับคล้อยตามคนพวกนั้นอย่างง่ายดาย เขาคิดทบทวนกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมาระหว่างการประชุมอันร้อนระอุ
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้แล้ว เขาค่อยลุกออกมาจากที่นั่ง ขณะที่กำลังมีการโต้เถียงกับฝ่ายค้านอย่างดุเดือด เมื่อทุกคนในที่ประชุมเห็นนายกรัฐมนตรีก้าวเท้าออกมาที่ไมค์กลางที่ประชุมจึงพากันเงียบและเฝ้ามองการกระทำนั้น แน่นอนว่าประชาชนเองก็กำลังเห็นภาพเ่าั้ด้วย ตอนนี้เขายืนอยู่ที่ไมค์แล้ว
“ผมต้องขอบอกก่อนนะครับ ั้แ่เข้ามาทำงานเมื่อ3ปีก่อนผมและสส.หลายท่านในที่นี้ยอมอดหลับอดนอนเพื่อประชาชน หาข้อมูลการทุจริตในประเทศบริหารประเทศอย่างดีจนเราก้าวขึ้นมาเป็1ใน4ประเทศมหาอำนาจ จากเดิมเราอยู่ที่20-30 การที่เราเติบโตได้มากขนาดนี้ส่วนหนึ่งมาจากการทำงานของพวกเรา”
ประชาชนกำลังรับชมเหตุการณ์นี้ด้วยการที่มีอคติกับนายกรัฐมนตรีคนนี้ไปแล้ว คนที่มีอคติคือคนที่ตัดสินคนนั้นไปแล้วดังนั้นจึงยากที่จเละโน้มน้าวประชาชนให้กลับมาเข้าข้างตัวเองอีกครั้ง นายกรัฐมนตรีคนนั้นเองก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถทำให้ประชาชนกลับมาเชื่อใจเขาได้อีก
“ผมเคารพในสิทธิ์ของพวกคุณ เคารพในสิทธิ์ผู้ชุมนุมนับหมื่นคนที่อยู่นอกธรรมเนียบ ดังนั้นเมื่อพวกท่านไม่้าผมแล้ว ไม่ต้องรัฐบาลชุดนี้ ผมจึงตัดสินใจประกาศยุบสภาั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป และจะมีการเลือกตั้งใหม่ในอีก3เดือนข้างหน้าครับ ขอบคุณครับ”
หลังสิ้นสุดคำพูดนั้นเหมือนเป็การทิ้งะเิเอาไว้ สร้างความตกตะลึงให้คนทั่วประเทศ มีกลุ่มคนที่ดีใจและเสียใจเสียงแตกออกเป็2ฝ่าย ฝั่งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีกลับไปที่รถคราวนี้ไม่มีการปาข้าวของใดๆ กลับมา
ข่าวทุกช่องต่างนำเสนอข่าวนี้ไปทั่ว แม้แต่ต่างประเทศเองก็จับตามองเหตุการณ์นี้เอาไว้
ประเทศเริ่มตกอยู่ในความไม่สงบ มีคนออกมาประท้วงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่าไม่เอาเลือกตั้ง อีกฝ่ายก็บอกจะเอาเลือกตั้งทำให้เกิดศึกระหว่าง2ฝั่ง ระหว่างฝ่ายที่เข้าข้างรัฐบาลชุดก่อนและฝ่ายที่ไม่เอารัฐบาลชุดนี้ แบ่งเป็เสื้อดำไม่เอารัฐบาลชุดนี้ เสื้อขาวเอารัฐบาลชุดนี้เพราะพวกเขาเชื่อใจ เหตุการณ์ชุมนุมประท้วงทั้งสองเกิดขึ้นที่กลางใจเมืองหลวงลูน่า ประเทศเรอา เหตุการณ์ทวีความรุนแรงเรื่อยๆ มีคนที่ยอมมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้าร่วมชุมนุมใจกลางเมืองหลวงลูน่านี้ นักข่าวได้เผยแพร่ภาพเ่าั้ออกไป
ประเทศเรอาตอนนี้กลุ่มผู้ชุมนุมใกล้จะปะทะกันแล้ว ทางกองทัพทหารจึงออกมาเคลื่อนไหวส่วนทางด้านการ์เดี้ยนก็ออกมาบอกว่าพวกเขาแค่ทำหน้าที่กำจัดพวกอีโว้ในประเทศเท่านั้นไม่อาจแทรกแซงหรือเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นหน้าจึงเป็หน้าที่ของกองทัพทหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กองทัพได้มีการจัดประชุมแกนนำทั้ง2เพื่อหาข้อยุติ แต่ทั้ง2ไม่มีใครยอม และการชุมนุมดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เป็อาทิตย์ ความรุนแรงกำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ ในที่สุดกองทัพได้นำทหารเข้ามาที่เมืองหลวงลูน่าพร้อมรถถังหลายสิบคัน และเข้ายึดอำนาจในทันทีโดยไม่สนว่าจะมีการเลือกตั้งในอีก1เดือน
ชาย5คนนั่งเรียงกันหน้ากระดาน โดยที่นั่งตรงกลางคือพลเอกของกองทัพบก ด้านซ้ายกองทัพอากาศ กองทัพเรือ ด้านซ้าย หัวหน้ากองตำรวจอีก2คน ชายทั้ง5 นั่งเรียงกันเตรียมถ่ายทอดสด
ไม่นานภาพของการถ่ายทอดสดก็ได้ถูกฉายออกไปทั่วประเทศ
“เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในเมืองลูน่าซึ่งเป็เมืองหลวงของประเทศเราได้เกิดความรุนแรง พวกเรากองทัพอากาศ กองทัพบก กองทัพเรือและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอยึดอำนาจเพื่อรักษาความสงบสุขเอาไว้ั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป ส่วนประชาชนไม่ต้องกังวลไป โปรดใช้ชีวิตประจำวันโดยปกติทางเราจะจัดการประชุมอีกครั้งเพื่อหารือการจัดการต่างๆ”
วันที่ 20 มีนาคม ค.ศ.4004 กองทัพทหารได้ทำการรัฐปะาประเทศเรอา
วันที่ 21 มีนาคม ค.ศ.4004 ประเทศเรอาประกาศปิดประเทศเพื่อรักษาความสงบภายในประเทศ คนในไม่ให้ออก คนนอกไม่ให้เข้า แต่เหตุผลจริงๆ คือการไม่ให้ประเทศอื่นเข้ามาแทรกแซง
เลออนรู้ถึงเื่นี้ดี เขาจึงตัดสินใจหาทางทำทุกอย่างเพื่อให้แม่ของเขาออกนอกประเทศไปก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อความปลอดภัยของแม่เลออนเอง
ความวุ่นวายภายในประเทศเรอาก็ปะทุขึ้นเรื่อยๆ