ใกล้ถึงเวลาเรียน่บ่าย เซี่ยปิงลงจากดาดฟ้ากลับไปที่ห้องเรียน ระหว่างทางมีนักเรียนหญิงสองคนเข้ามาขวางไว้
คนแรกมีส่วนสูงปานกลางสวมเสื้อผ้าชั้นดีั้แ่หัวจรดเท้า
เซี่ยปิงจำได้ว่า เธอชื่อเหลียงเซียวซุย เป็เพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขา ผู้หญิงคนนี้มาจากครอบครัวร่ำรวย จึงติดนิสัยถือตัวและคิดว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าคนอื่นตลอดเวลา
อีกคนอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัว ทุกสัดส่วนยวนเย้าสายตาคนมอง อวดขาเรียวสวยด้วยกางเกงยีนส์เข้ารูปกับรองเท้าผ้าใบสีขาว
เธอคือเจียงหย่าหรู ประธานรุ่นประจำชั้น ครองความโดดเด่นทั้งเื่รูปร่างหน้าตา ความฉลาดเฉลียว การเรียน รวมถึงด้านทักษะการต่อสู้ เธอจึงได้รับคำชื่นชมจากผู้คนนับไม่ถ้วน
จะว่าไปแล้ว เขากับเจียงหย่าหรูไม่ใช่คนแปลกหน้า เพราะพวกเขารู้จักกันมาั้แ่เด็ก
“เซี่ยปิง ฉันได้ยินมาว่านายมีแผนจะประลองกับสงป้าเทียนเหรอ” เจียงหย่าหรูมองเซี่ยปิง
เซี่ยปิงพยักหน้า “ใช่”
“ทำไมนายถึงตอบตกลงไปอย่างนั้น!” เจียงหย่าหรูประสานสายตากับเซี่ยปิงด้วยสีหน้าจริงจัง
“นายรู้ใช่ไหม สงป้าเทียนไม่ใช่คนที่จะล้อเล่นด้วยได้ เขาเป็นักสู้ระดับห้า เกิดมาพร้อมกับพลังศักดิ์สิทธิ์ มีข่าวว่าเขายังฝึกฝนหมัดหมีสายฟ้าทรราช ซึ่งเป็ทักษะการต่อสู้ขั้นกลาง ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ สามารถรับมือกับนักสู้ระดับหกได้ไม่ยาก”
“แต่นายยังเป็แค่นักสู้ขั้นสาม อยากโดนสงป้าเทียนทุบตีขนาดนั้นเลยหรือไง รีบยอมแพ้และยกเลิกการประลองนี้ซะ”
“เธอไม่เข้าใจหรอก” เซี่ยปิงกล่าว
เจียงหย่าหรูตอบกลับด้วยความโมโห “ใช่สิ ฉันจะไปเข้าใจอะไร ตอนนี้นายแค่ทำตามอารมณ์ชั่ววูบเหมือนคนโง่เขลา ออกไปสู้ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าคู่ต่อสู้ของนายคือสงป้าเทียน จริงอยู่ที่นายอาจจะโชคดีไม่ตายบนลานประลอง แต่ถ้านายได้รับาเ็สาหัสขึ้นมา นายคิดว่าค่ารักษามันถูกมากขนาดนั้นหรือไง คุณลุงกับคุณป้าต้องแบกภาระเื่ค่าใช้จ่ายอีกเท่าไหร่”
เธอรู้ดีว่าครอบครัวของเซี่ยปิงเป็เพียงครอบครัวธรรมดาทั่วไป การจ่ายค่ารักษาพยาบาลหนึ่งครั้ง อาจทำให้ครอบครัวต้องลำบากเื่ค่าใช้จ่ายภายในบ้านไปพักใหญ่
“ตัวเองไร้ความสามารถ แต่ยังจะดื้อรั้นรนหาที่ตาย คนแบบนี้ไม่เรียกว่าหล่อหรอกนะ เขาเรียกโง่”
เหลียงเซียวซุยมองเซี่ยปิงด้วยความรังเกียจ ไม่รู้จักประเมินความสามารถตัวเองไม่พอ แต่ยังพยายามสร้างหน้าตาให้คนอื่นชื่นชม เธอเกลียดผู้ชายประเภทนี้มากที่สุด ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเพื่อนสนิทของเธอถึงต้องสนใจเขาด้วย
“อย่ามัวมายุ่งกับเื่ของคนอื่นเลย ฉันรู้ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่” เซี่ยปิงปัดมือไล่ เดินผ่านเจียงหย่าหรูมุ่งหน้าไปที่ห้องเรียน
คนพวกนี้ไม่มีทางรู้ เขาไม่ใช่เซี่ยปิงคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะในเื่เคล็ดวิชาหยางบริสุทธิ์ การทะลวงขั้นเป็นักสู้ขั้นสี่ รวมถึงการฝึกวิชาหมัดห้าอสูรจนสำเร็จ ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ มากพอที่จะบดขยี้สงป้าเทียนได้ไม่ยาก
ฉะนั้นแล้วเขาไม่จำเป็ต้องป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ ขืนพูดออกไปคงไม่มีใครเชื่อ ใช้ผลลัพธ์เป็ข้อพิสูจน์จะดีกว่า
“เซี่ยปิง!” เจียงหย่าหรูะโเรียกเซี่ยปิง แต่เขากลับทำเป็ไม่สนใจและเดินต่อไป
เหลียงเซียวซุยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “หย่าหรูทำไมเธอต้องสนใจผู้ชายพรรคนี้ด้วย เสียเวลาไปเปล่าๆ รอให้ไอ้บ้านี่ถูกสงป้าเทียนทุบตีจนสลบเหมือบก่อนเถอะ เขาจะรู้เองว่าเขาคิดผิดแค่ไหน”
“หากเขาได้รับาเ็ฉันจะไปบอกป้าฮวงยังไง” เจียงหย่าหรูยังรู้สึกกังวล
เหลียงเซียวซุยเอ่ยต่อไปว่า “เื่นี้มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วล่ะ เราเข้าห้องเรียนกันก่อนเถอะ”
กล่าวจบ เหลียงเซียวซุยพาเจียงหย่าหรูเดินเข้าห้องเรียน
ในเวลาเดียวกันนั้น เสียงพูดคุยจอแจในห้องหยุดลง สายตาทุกคู่หยุดอยู่ที่ร่างของเซี่ยปิงที่กำลังเดินเข้ามา แฝงไปด้วยความสงสัยและอยากรู้อยากเห็น เพราะชายคนนี้ตกลงประลองกับสงป้าเทียน
ใครบ้างไม่รู้ว่าสงป้าเทียนเป็คนแบบไหน เขาใช้ความแข็งแกร่งเข้าครอบงำผู้คนจนไม่มีใครกล้าแหย่เท้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ชายหนุ่มธรรมดาๆ แทบไม่มีด้านใดโดดเด่นคนนี้ถึงกล้ายั่วยุสงป้าเทียนได้
“เซี่ยปิง เป็เื่จริงหรือเปล่าที่นายจะประลองกับสงป้าเทียน นายมีโอกาสชนะไหม” นักเรียนชายคนหนึ่งถาม
เกาหวานที่เคยมีประเด็นกับเซี่ยปิงมาก่อนหน้านี้ แสดงสีหน้าเยาะเย้ยก่อนพูดว่า “นายก็แค่ไปเป็กระสอบทรายให้เขาอัดใส่เท่านั้นเอง”
ได้ยินแบบนี้ มีนักเรียนจำนวนหนึ่งส่งเสียงหัวเราะชอบใจ และมองเซี่ยปิงคล้ายกำลังดูเื่ตลก
“เอาล่ะทุกคน หยุดล้อเซี่ยปิงได้แล้ว”
หยางเว่ยยืนขึ้นแสดงตัวด้วยภาพลักษณ์ที่ดี “ไม่ว่าจะมองอย่างไร เขาก็กล้าท้าทายสงป้าเทียน เอาแค่ความกล้าหาญนี้อย่างเดียวก็สมควรได้รับความเคารพแล้ว เพราะฉันเองยังไม่กล้าทำแบบเขา รู้สึกละอายใจชะมัด”
กลุ่มนักเรียนในห้อง พากันหัวเราะครื้นเครงยิ่งกว่าเดิม
เกาหวานจึงลุกขึ้นพูดบ้าง “เกิดเป็คนต้องรู้จักประมาณตน อย่าเอาแต่คิดเพ้อเจ้อไร้สาระ นาย้าเข้าสถาบันหยานหวง และยังอยากเอาชนะสงป้าเทียน นายคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน แค่นักสู้ขั้นสามธรรมดาๆ ต๊อกต๋อยคนหนึ่ง คิดจะเข้าสถาบันระดับสามก็ยากแล้ว หรือนายคิดว่ากำลังฝันกลางวันอยู่”
“ไม่ว่าฉันจะสอบเข้าสถาบันหยานหวง หรือเอาชนะการประลองกับสงป้าเทียนได้หรือไม่ก็ตาม นั่นไม่ใช่เื่ของนายเลย อย่าทำตัวเหมือนสุนัขที่ชอบเสนอหน้ากับเื่ของคนอื่น”
เซี่ยปิงปัดมือไล่ เขาี้เีจะโต้ตอบคนเหล่านี้
พอเห็นท่าทางเย่อหยิ่งของเซี่ยปิง เกาหวานก็โกรธขึ้นหน้า ไอ้สารเลวนี่กำลังเหน็บแนมว่าเขาเป็สุนัข “ถ้านายมั่นใจขนาดนั้น ทำไมเราไม่มาเดิมพันกันสักหน่อย”
“เดิมพันเหรอ” เซี่ยปิงหันมามองเกาหวาน
เกาหวานพูดต่อ “ใช่ ถ้านายแพ้การประลอง นายต้องแก้ผ้าวิ่งรอบโรงเรียนสามรอบเป็ไง แต่ถ้าหากนายชนะสงป้าเทียน พวกเราจะเป็ฝ่ายที่แก้ผ้าวิ่งรอบโรงเรียนเอง นายกล้าเดิมพันไหมล่ะ”
“มันจะไม่มีปัญหาจริงๆ งั้นเหรอ ว่าแต่...ฉันจำได้ว่านายมีข้อบกพร่องทางร่างกายอยู่นี่นา ถ้าเกิดนายถอดเสื้อผ้าเปลือยกายล่อนจ่อนวิ่งร่อนไปทั่วโรงเรียน ฉันกลัวคนอื่นจะเข้าใจผิดกันยกใหญ่ว่าพวกนายเป็...เด็กผู้หญิง”
เซี่ยปิงมองเกาหวานและหยางเว่ยด้วยสายตาสงสัย
หลังจากได้ยินเซี่ยปิงพูดจบ หยางเว่ยและเกาหวานโกรธจนเืขึ้นหน้า เพราะกลัวเพื่อนร่วมชั้นเรียนจะแพร่ข่าวลือนี้ออกไป
ใครกันที่มีข้อบกพร่องทางร่างกาย เขาน่ะมีครบทุกส่วน และไอ้จ้อนของเขาก็ไม่ได้จิ๋วเจี้ยมจนใครคิดว่าเขา ‘ไม่มีมัน’ อยู่ตรงนั้น!