หลินตงเมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วก็เดินไปยังหลังหมู่บ้านทันที ต้องบอกก่อนว่าหลังหมู่บ้านของเขาเต็มไปด้วยผืนป่าและต้นไม้ที่มากมายทอดยาวอย่างไร้ที่สิ้นสุด มันถูกเรียกว่าป่าพันไม้
โดยอาณาเขตของมันนั่นกว้างใหญ่ยิ่งกว่าหมู่บ้านนับร้อยมารวมกันซะอีก หมู่บ้านของเขานั้นตั้งอยู่รอบนอกของป่าพันไม้เลยทำให้ไม่มีอันตรายอะไร รอบนอกของป่าพันไม้ส่วนใหญ่จะมีแต่สัตว์เล็กๆเช่นพวกกระต่ายหรือหมูป่า ส่วนสัตว์ที่ถูกเรียกว่าสัตว์อสูรนั้นจะอยู่ลึกเข้าไปกว่านั้นเยอะ พวกมันนั้นแข็งแกร่งกว่าสัตว์ธรรมดาทั่วไปมากแถมบางตัวถึงกับมีพลังพิเศษที่ไม่แพ้พวกมีพลังของจิตยุทธเลยทีเดียว
สักพักผ่านไปเด็กน้อยพร้อมกับตะกร้าขนาดเล็กใบนึงที่ถูกผูกไว้กับเื้ัก็ออกเดินเท้าเข้าไปภายในป่าอย่างเคยชิน เขาจ้องมองไปรอบๆเพื่อสำรวจสิ่งต่างๆ เสียงนกร้องที่ดังมาเป็พักๆพร้อมกับสายลมอ่อนๆที่พัดเข้ามาช่วยให้ชายหนุ่มรู้สึกสบายมากยิ่งขึ้น บรรยากาศภายในป่าพันไม้นี้ส่วนใหญ่จะงดงามและน่านอนหลับยิ่งนัก
ในเวลาเดียวกันเด็กน้อยก็กวาดตามองไปยังต้นไม้รอบๆเพื่อหาผลไม้กินอย่างเช่นเคยอย่างที่เคยทำในทุกๆวัน
แต่ทว่าในวันนี้มีเื่ที่ประหลาดใจ ตรงด้านล่างของต้นไม้ต้นใหญ่แห่งนึงมีใบหญ้าที่แปลกประหลาดกว่าใครเพื่อน มันมีขนาดเท่ากำมือและมีใบที่ราวกับจะลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ เด็กน้อยเมื่อเห็นมันก็รีบวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วและคุกเข่าลงเพื่อจ้องมองอย่างกะชั้นชิดและเมื่อเขาเห็นมันใกล้ๆนัตน์ตาก็ถึงกับลุกวาว
"ใบไม้สีแดงมีขนาดเท่ากำมือ..? ม.ม.ไม่ผิดแน่ นี้คือหญ้าเปลวเพลิง สมุนไพรระดับหนึ่งที่ไว้ใช้ฝึกฝนพลังจิตยุทธ..!!"
หลินตงอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น มันคือสมุนไพรที่คนในหมู่บ้านเคยเล่าให้ฟังอย่างแน่นอน ด้วยลักษณะของมันทำให้เด็กน้อยยิ่งไม่ผิดพลาด ภายในทวีปแห่งนี้นอกจากจิติญญายุทธหรือของล้ำค่าแล้วก็ยังมีสมุนไพรล้ำค่าต่างๆอีกด้วย พวกมันจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ยิ่งสมุนไพรที่มีพลังมากเท่าไหร่มันก็จะไปปรากฏในสถานที่อันตรายมากเท่านั้นแต่ทว่านานๆครั้งสมุนไพรล้ำค่าระดับหนึ่งก็จะปรากฏขึ้นมารอบนอกของป่าพันไม้เช่นกันและราคาของมันก็ไม่ใช่ธรรมดา ว่ากันว่าสมุนไพรระดับหนึ่งเพียงแค่ต้นเดียวก็มีค่ามากกว่าสิบเหรียญทองแล้ว ต้องบอกก่อนว่าคนในหมู่บ้านส่วนใหญ่มีรายรับไม่ถึงหนึ่งเหรียญทองเลยด้วยซ้ำ ถ้าเขาเอามันไปขายละก็จะร่ำรวยขึ้นมาในทันที เด็กน้อยคิดขึ้นอย่างรวดเร็วจากนั้นก็รีบหาขอนไม้บริเวณรอบๆเพื่อขุดมันออกมา
"ซวบซวบซวบ"
ฝ่ามือเล็กๆทั้งสองข้างจับขอนไม้ขนาดไม่ใหญ่มากในมือไว้แน่นและใช้มันเริ่มขุดบริเวณรอบๆโคนของหญ้าเปลวเพลิงในทันที
ถ้าเป็ผู้ฝึกจิตยุทธละก็สามารถจับสมุนไพรได้ง่ายๆเลยละแต่ทว่าตัวของเขาเป็เพียงคนธรรมดาเท่านั้นเลยต้องขุดมันออกมาเพื่อให้เปลวเพลิงที่เปล่งประกายอยู่บนใบจางหายไปซะก่อนเขาถึงจะจับมันได้
และในที่สุดหลินตงก็สามารถเอามันใส่ลงไปในตะกร้า เด็กน้อยตอนนี้ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด ระหว่างนั้นเขาก็พลันได้สติก็เห็นว่าเวลาผ่านไปจนเริ่มจะเย็นแล้ว
"โห ข้าขุดนานยิ่งนัก เวลาปานี้แล้วหรอเนี่ยแต่ก็นะ วันนี้คุ้มค่านัก หาผลไม้สักสองผลไปนั่งกินที่เชิงผาของเราดีกว่า แล้วพรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางเข้าไปภายในเมือง"
เด็กน้อยพูดจบก็ฮัมเพลงออกมาอย่างมีความสุข สำหรับเขาแล้วนี้ถือว่าเป็วันที่ดีที่สุดในรอบสิบปีที่เขาถือกำเนิดออกมาเลยก็ว่าได้ สมุนไพรที่มีมูลค่าสูงถึงสิบเหรียญมันมากยิ่งกว่าครอบครัวชาวบ้านแห่งนึงใช้กันรวมสิบปีเชียวนะ ถ้าชายหนุ่มขายมันได้เขาก็คิดว่าหลังจากนี้จะไม่กลับมาที่หมู่บ้านนี้อีกแล้ว เขาจะไปอยู่ภายในตัวเมืองซื้อบ้านดีๆซักหลังและหางานง่ายๆทำภายตัวเมือง
เวลาเดียวกันเด็กน้อยก็ไม่ได้รู้เลยว่ามีชายวัยกลางคนๆนึงกำลังแอบมองเขาอยู่เงียบๆด้วยใบหน้าที่เฉยชาและเมื่อเขาเห็นว่าหลินตงกำลังไปยังหน้าผาที่มันเคยนั่งในทุกๆวันก็ลอบติดตามไปอย่างห่างๆ
"สมุนไพรเปลวเพลิงระดับหนึ่งหรอ? ก็เข้าทางข้าพอดีเลยนะสิ"
ชายวัยกลางคนครุ่นคิดอย่างตื่นเต้น เมื่อวันก่อนลูกชายของเขาปลุกจิตยุทธหมาป่าสีชาดขึ้นมาได้ โดยที่จิตยุทธอสูรนี้ก็มีคุณสมบัติธาตุไฟเข้าพอดีและถ้าเกิดว่าลูกชายของเขาได้สมุนไพรเปลวเพลิงนี้ไปฝึกฝนละก็พลังของเขาก็จะพุ่งทะยานแซงหน้าเด็กคนอื่นๆแน่ เผลอๆอาจจะสามารถยกระดับจิตยุทธให้เป็ระดับกลางอีกด้วย ยิ่งเขาคิดก็ยิ่งตื่นเต้นนัก เขารีบวางแผนต่างๆเพื่อที่จะชิงมันมาในทันที
บนเชิงผาอันเป็จุดพักผ่อนของเด็กหนุ่มในทุกๆวัน ในตอนนี้เขากำลังนั่งลงและซึมซับบรรยากาศอย่างเช่นเคยโดยที่ในมือของเขามีผลไม้สีเขียวลูกเท่ากำมือติดมาด้วย ั์ตาที่สุกสกาวจ้องมองไปยังหมู่เมฆที่ห่างไกลพลางยกมือหยิบผลไม้เข้าปากและเคี้ยวมันอย่างอร่อย นี้คืออาหารของเขาในทุกๆวัน สำหรับพวกเนื้อหมูหรือเนื้อตากแห้งนะหรอ อย่างเขาตลอดปีมานี้ก็ไม่เคยได้กินมันเลยแม้แต่นิดและหลังจากนี้มันจะไม่เป็เช่นนั้นเมื่อเขาขายสมุนไพรระดับหนึ่งนี้ได้
ระหว่างที่หลินตงกำลังนั่งเพลิดเพลินอยู่นั้น ชายวัยกลางคนก็ก้าวเดินเข้ามาจากด้านหลังของเขาอย่างไม่รีบร้อนและหยุดลงที่หลังของเขา เด็กหนุ่มเมื่อเห็นว่าเป็ใครก็รู้สึกประหลาดใจนิดๆ โดยปกติแล้วเชิงผาแห่งนี้จะไม่มีใครมาเลยและยิ่งเห็นเขานั่งอยู่ด้วยคนส่วนใหญ่ก็ยิ่งจะไม่อยากเข้าใกล้เลยทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็จุดพักผ่อนของเด็กหนุ่มไปโดยปริยาย
"หลินตง วันนี้ก็มานั่งยังที่แห่งนี้หรอ มันอันตรายนะรู้ไหม"
ชายวัยกลางพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับแสดงอาการเป็ห่วงออกมาแต่ทว่าดวงตาของเขาก็เหลือบมองไปยังตะกร้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับเด็กหนุ่มและเมื่อเขาเห็นสมุนไพรสีแดงเพลิงที่อยู่ภายในก็ได้แต่ใจเต้นรัว ของจริงอย่างแน่นอน
"ท่านเป่ยชิง วันนี้ลมอะไรหอบมา?"
หลินตงพูดขึ้นอย่างไม่ค่อยสนใจนัก ขณะเดียวกันเขาก็ค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆพลางปัดฝุ่นของตนอย่างเช่นเคยและกำลังจะหันหลังกลับมาแต่ทว่าเป่ยชิงก็พูดออกมาก่อน
"อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกเพียงแต่ว่าเ้าตายไปได้แล้วนะ..!!"
เป่ยชิงเริ่มมีสีหน้าที่โหดร้าย เขาใช้ฝ่ามือที่ใหญ่โตทั้งสองข้างผลักดันร่างของหลินตงไปเบื้องหน้าอย่างรุนแรงและเพียงชั่วครู่เดียวตัวของเด็กหนุ่มก็ตกลงจากเชิงผาที่เขานั่ง ร่างกายเล็กๆเริ่มล่วงหล่นจากฟากฟ้าไปยังเหวลึกด้านล่างที่ไร้ก้นบึ้ง ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างอย่างใ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงผลักข้าตกลงมาละ
ขณะนั่นดวงตาของเขาก็เห็นถึงชายวัยกลางคนที่กำลังหยิบสมุนไพรในตระกร้าของเขาโดยที่ไม่ได้สนใจถึงร่างที่กำลังจะตกลงไปเลยแม้แต่นิด เพียงแค่นี้เด็กหนุ่มก็พอจะเข้าใจได้แล้ว เป่ยชิงคนนี้มาเพื่อชิงสมุนไพรของเขานี้เอง ยิ่งเขาคิดก็ยิ่งขับแค้นใจนัก ภายในม่านตาเริ่มปรากฏหยดน้ำเล็กๆและจางหายไปในทันที ด้วยการที่เขาตกลงมาด้วยความเร็วที่มากพอดูเลยทำให้หยาดน้ำตาสูญสลายไปอย่างรวดเร็ว
"โชคชะตากลั่นแกล้งข้านัก..!!"
หลินตงครุ่นคิดอยู่ในใจพร้อมกับหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้ ในเมื่อจะตายแล้วเขาก็ขอตายอย่างสงบสุขเถอะ ถึงจะมีชีวิตไปได้แต่ยังไงตัวของเขาก็ไม่มีจิติญญายุทธนี้เนอะ สิ้นคำพูดภายในใจ ร่างกายของเขาก็หล่นลงไปภายในเหวลึกที่มืดมิดอย่างไม่มีวันหวนกลับมา
เป่ยชิงจ้องมองมันเป็ครั้งสุดท้ายจากนั้นก็เก็บสมุนไพรเดินกลับไปยังหมู่บ้านในทันที