“เป็อะไรน่ะป้อง โดนใครรังแกแล้วกุลล่ะ มีแผลด้วยหรือเปล่า” กมลาตรงเข้าไปดูน้อง
“ไม่มีใครรังแกเราหรอกพี่แก้วแต่ว่า...” ณกุลอึกอักหันไปมองหน้าเพื่อน
ป้าเข็มป้าเลื่อนวางมือจากงานครัวเข้ามาดูสองหนุ่มหวังจะซักไซ้ถามความให้ได้รู้ตอนนี้เลยแต่กมลารู้สึกว่าถ้าน้องไม่อยากจะพูดก็ควรรอเวลาสักหน่อย
“งั้นไปอาบน้ำดูแผลใส่ยากันก่อนดีไหม ป้องจะนอนค้างหรือเปล่า”
เด็กหนุ่มพยักหน้าหงอยๆยังไม่กล้าสบตาผู้ใหญ่
“เดี๋ยวพี่เอากล่องยาไปวางให้หน้าห้องนะ”กมลารุนหลังณกุลจัดแจงให้เขาพาเพื่อนขึ้นบ้านไปก่อน
“กุลไม่มีแผลใช่ไหมลูก”
“ไม่เห็นเลยนะป้าเข็มอ้าว...นั่นวาดนี่”
คล้อยเงาสองหนุ่มได้ไม่นานหลานสาวยายฉัตรก็ปั่นจักรยานมาหยุดเอี๊ยดตรงหน้ากมลา เด็กรุ่นน้องยังสวมชุดนักเรียนอยู่
“มาก็ดีป้าจะไปถามอยู่เชียวว่าจันทร์ทำกับข้าวหรือยัง นี่ทำแกงเลียงหม้อเบ่อเริ่ม เสร็จแล้วจะตักไปให้”
“ขอบคุณจ้ะป้าเข็มเดี๋ยววาดกลับไปบอกแม่แล้วจะเอาหม้อหิ้วมาใส่เองนะ เอ่อ...”
กมลาเข้าใจว่าเื่ด่วนของวาดต้องเกี่ยวกับเพื่อนสองคนแน่เข็มเมื่อรู้ว่าเป็เื่ของเด็กๆ ที่อาจจะอยากจัดการกันเองจึงผละเข้าครัวต่อ
“เพิ่งขึ้นไปข้างบนสักเดี๋ยวคงจะลงมาอาบน้ำ ว่าแต่วาดรู้อะไรมาใช่ไหม เื่ของป้องกับกุลน่ะ”ท้ายประโยคคนเป็พี่กระซิบถาม
วาดพยักหน้า“วันนี้มีซ้อมกีฬาจะมีงานระหว่างโรงเรียนน่ะ”
“ป้องกับกุลลงแข่งอะไรล่ะ”
“ไม่ได้แข่งสักอย่างแต่ไปนั่งดูวาดกับเพื่อนผู้หญิงซ้อมเต้น แล้วทีนี้เพื่อนต่างห้องบางคนไม่มาเรียนเราอยากซ้อมให้มันได้ท่าแม่นๆ แบบย้ายไปตรงนั้นตรงนี้ยังไงให้มันดูไม่ขาด่”
“อ้อ...บล็อคกิ้ง”
วาดทำหน้างงคิ้วขมวดนิดๆ เหมือนพยายามคิดตาม
“เอ่อ...จัดวางตำแหน่งนักเต้นหรือนักแสดงบนเวทีน่ะ”
เธอเกือบลืมว่านี่คือสถานที่เสมือนประเทศไทยปีพ.ศ.2530โรงเรียนมัธยมประจำตำบล หลักสูตรภาษาต่างประเทศเป็แค่วิชาเลือกเสรี ครูผู้สอนก็ไม่ใช่เ้าของภาษาอย่างโรงเรียนในตัวเมือง
“วาดไม่ได้ลงเลือกเสรีภาษาอังกฤษพี่แก้วก็รู้ว่าวาดโง่”
“ไม่โง่หรอกวาดก็แค่กลัวเพราะมันเป็ภาษาที่เราไม่ได้ใช้ทุกวัน”
ไม่ต่างอะไรกับเธอสมัยยังเป็ไอ้เสกตอนอยู่บ้านนอกเพิ่งจะมาเข้าใจและเห็นค่าภาษาต่างประเทศว่ามันจำเป็ก็ตอนทำงาน
“งี้แหละพี่แก้วเอ่อ...พอคนซ้อมไม่ครบ ป้องเลยอาสาเป็ตัวแทน เต้นๆ กันอยู่แป๊บนึงพ่อของป้องก็โผล่เข้ามาตีป้อง ป้องวิ่งหนีก็เลยล้ม”
สภาพมอมแมมมีแผลถลอกของป้องคงมาจากเื่นี้เองสินะกมลาเคยเจอพ่อของป้อง และเกือบทุกครั้งที่เจอเขาก็อยู่ในขั้นเมาหัวทิ่ม พ่อที่กอดขวดเหล้าอยู่ไปวันๆโทษดินฟ้าวาสนาโทษเมียที่หนีไปกับชู้พ่อที่ดำรงชีพด้วยการเข้าบ่อนไก่ตระเวนเล่นพนันทุกวงไพ่ในงานศพผลักภาระความรับผิดชอบชีวิตลูกชายคนเดียวให้ญาติเลี้ยงดู
กมลารู้เื่อารมณ์โมโหร้ายของพ่อปกป้องแต่ไม่คิดว่าอีกคนจะถึงขั้นไล่ทุบตีลูกต่อหน้าคนอื่นๆ ใน่อายุที่เขากำลังเป็วัยรุ่น
“เขาด่าป้องว่าไอ้วิปริตเกิดมาผิดเพศสร้างแต่ความโชคร้าย”
“ความคิดอุบาทว์!” กมลาเผลอใส่อารมณ์โพล่งออกมา
จะเป็ตุ๊ดหรือเพศไหนก็ลูกมึงโว้ย!
“พอพ่อป้องไปแล้วเพื่อนบางคนก็ล้อป้องว่าไอ้ตุ๊ด พวกมันว่าให้กุลด้วยนะพี่แก้ว”
กุลก็ด้วยเหรอ...
“วาดไม่ต้องห่วงนะป้องนอนที่นี่แหละ มาก็ดี...เอาขนมถ้วยกลับไปกินก่อน ยี่สิบนาทีแล้วค่อยแวะกลับมาเอาแกงเลียง”
กมลาผละไปจัดขนมถ้วยใบเตยใส่ตะกร้าให้วาดสิบสองคู่
“ค่อยเอาถ้วยตะไลมาส่งพี่ตอนมาเอาแกงอยากได้ผักอะไรไปทำกับข้าวหน่อยไหม”หญิงสาวถามตามประสาเพื่อนบ้านที่มีน้ำจิตน้ำใจต่อกัน ถึงรู้ว่าบ้านของวาดก็ปลูกผักสวนครัวไว้กินเหมือนกัน
วาดส่ายหน้า“ไว้วันเสาร์วาดขอมาตกกุ้งที่ศาลาท่าน้ำดีกว่า”
“เอาสิชวนกุลกับป้องตกด้วยกัน ตอนเที่ยงตั้งเตาย่าง ที่เหลือก็แบ่งไว้ทำกับข้าวตอนค่ำว่าแล้วก็อยากกินต้มยำกุ้ง”
ตกลงกันแล้ววาดก็กลับบ้านพร้ะกร้าใส่ขนมถ้วยคล้อยหลังเพื่อนครู่เดียวสองหนุ่มก็หอบเสื้อผ้าลงมาจากชั้นบน
“วาดมาเหรอพี่แก้ว”
“อื้อ...วันเสาร์พี่นัดวาดมาตกกุ้งตกปลาที่ท่าน้ำบ้านเรา”
กมลาไม่พูดถึงเื่ที่เพิ่งคุยกับเด็กสาวเข้าใจว่าน้องของเธอก็คงรู้ดีว่าเพื่อนมาเพราะห่วง
“ว่าจะทำกุ้งเผาย่างปลากินกับตำมะละกอ ขนของไปทำกินที่ท่าน้ำเลย ปูเสื่อปิกนิกกัน”
“ปิกนิกยังไง”คนเป็ป้าหันมาถาม
“กินข้าวนอกบ้านหรือในสวนจ้ะป้าเข็มพรุ่งนี้ให้ลุงมิ่งเอามะพร้าวอ่อนลงด้วยนะจ๊ะ” ตอบป้าเข็มแล้วก็หันมาพูดกับน้องชาย “ถ้าจะกินน้ำอัดลมเลิกเรียนกุลก็ซื้อมาสักสองขวดมัดจำค่าขวดเขาไว้ก่อน ซื้อพวกขนมถุงๆ มาด้วย แบบนี้ดีไหม”
สองหนุ่มน้อยมองหน้ากันก่อนพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
ในตู้เย็นมีหมูสามชั้นที่ตอนแรกจะเอาไว้ต้มจับฉ่ายเพราะพรุ่งนี้เธอจะรื้อผักในแปลงกมลาอยากให้กับข้าวมื้อนี้พิเศษสักหน่อยจึงเปลี่ยนมาทำหมูสามชั้นทอดน้ำปลาแทนกินกับข้าวสวยร้อนๆ คงถูกปากป้องที่ตัวผอมกระหร่องอีกทั้งกุลก็ชอบกินหมูทอดด้วย
หลังอาบน้ำป้องซักชุดนักเรียนที่ใส่ติดตัวมาเพื่อใช้ในวันรุ่งขึ้นรอยถลอกฟกช้ำพอมีให้เห็นบ้าง เธอหวังว่าเขาจะมีใจเข้มแข็งมากพอเมื่อไปถึงโรงเรียนแล้วต้องเจอกับสายตาและเสียงซุบซิบของคนอื่น
เย็นวันศุกร์ป้องมาค้างกับณกุลพร้อมเสื้อผ้าซึ่งกลับไปเอาที่บ้านญาติหลบเลี่ยงจะกลับไปบ้านเพิงข้างกำแพงวัดของตัวเองเพราะเกรงจะเจออารมณ์โมโหร้ายของพ่ออีก
ป้องเริ่มเช้าวันเสาร์ั้แ่ไก่ขันด้วยการช่วยงานลุงมิ่งอย่างขยันขันแข็งมื้อเช้ากินโจ๊กหมูสับคนละถ้วย วาดแวะเอาปาท่องโก๋มาให้หนึ่งถุง
“ป้าล่ะขมแทน”
เข็มมองกมลาฉีกปาท่องโก๋จุ่มลงในแก้วกาแฟดำเป็เวลาครึ่งเดือนแล้วที่หลานสาวเปลี่ยนมาชงกาแฟผงไม่ใช่โกโก้ชงกับนมข้นหวาน
“ไว้มีเวลาเหมาะๆแก้วจะต้มกาแฟสดให้ลอง เอสเปรสโซ คาปูชิโนมอคค่า ลาเต้”
“เอ่อ...ป้ากินแค่โอเลี้ยงก็ได้นะ”เป็ครั้งแรกที่เลื่อนได้ยินชื่อเครื่องดื่มไม่คุ้นหู
“ไว้ทำให้กุลกับป้องกินก็ได้พี่แก้ว”
“ได้สิชานมไข่มุก หรือใส่บราวน์ชูการ์เจลลี่ ชาเขียวลาเต้ก็น่าลองนะ กาแฟส้มกาแฟน้ำมะพร้าวแก้วอยากให้พวกป้าลองดูลองแล้วรับรองจะติดใจ”
“แล้วไปเคยกินที่ไหนมาล่ะลูก”
กมลายิ้มหวานแล้วรีบเปลี่ยนเื่“น้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดเผ็ดยกครกให้ป้าเข็มทำ เที่ยงนี้ไปปิกนิกกับพวกแก้วนะ ไปนะๆ”
หลานสาวอ้อนป้าทั้งสองคนไม่ลืมะโชวนลุงมิ่งที่กำลังเฉาะมะพร้าวให้เธอเดี๋ยวกรอกน้ำมะพร้าวใส่กระบอกแช่เย็นขนไปปิกนิกท้ายสวนคงง่ายกว่าหิ้วไปทั้งทะลายแบ่งเนื้อมะพร้าวกับน้ำบางส่วนไว้ทำวุ้น
“งั้นก็ขนกันไปทั้งหมดเนี่ยแหละเอาเสื่อไปสักสองผืน พี่มิ่งเอารถเข็นไปด้วยสิขากลับเผื่อแวะเก็บอะไรในสวนมาด้วยจะได้ไม่ต้องหอบหิ้วพะรุงพะรัง”
มิ่งพยักหน้า“แล้วเหยื่อที่จะใช้ตกปลาตกกุ้งล่ะคุณหนู”
“กุลกับป้องไปขุดไส้เดือนเองครับ”สองหนุ่มอาสา
“งั้นหามาสักกำมือไม่ต้องเอาตัวใหญ่นะปากกุ้งเล็กนิดเดียวเดี๋ยวพี่หั่นมะพร้าวอ่อนไว้เป็เหยื่อล่ออีกอย่าง”
ชีวิตคนบ้านนอกอยู่กับไร่นาส่วนใหญ่เคยหว่านแหตกปลาหาปูหากบด้วยกันทั้งนั้นส่วนกุ้งก้ามกรามเธอเคยพาเด็กในร้านไปนอนโฮมสเตย์แถวอัมพวา เ้าของบ้านพาใช้กุ้งฝอยเกี่ยวเบ็ดเด็ดหัวออกให้มันกุ้งลอยน้ำเรียกกุ้งมากินเบ็ดอีกอย่างที่ใช้ก็คือหัวใจไก่หั่นเป็เส้นแช่เื มะพร้าวอ่อนกับมะพร้าวแก่เผาเธอเคยอ่านเจอในหนังสือนอกเวลาวันนี้ได้จังหวะเลยคิดอยากลองดู
จบมื้อเช้าสองหนุ่มไปช่วยงานลุงมิ่งและหาไส้เดือน ส่วนสามสาวก็ตระเตรียมวัตถุดิบที่จะทำมื้อเที่ยงรอวาดมาสมทบใกล้ถึงเวลาจะได้ขนเตาขนถ่านจานชามลงรถเข็น แล้วมุ่งหน้าไปปูเสื่อกินข้าวตรงท่าน้ำ
‘กิจกรรมครอบครัวสุขสันต์ครั้งที่ 1’อย่างหลานสาวบอก ฟังดูแล้วเข็มคิดว่าน่าสนุกดีเหมือนกัน