[หน้าตลาดสด]
กัปตันเงยหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้ามอมแมมของคนที่โดนเฉี่ยวชนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาเมื่อเขาพบว่าบุคคลที่กำลังเจ็บอยู่ด้านหน้าของเขาคือเพื่อนร่วมห้องที่เขาไม่ค่อยจะถูกชะตาเอาซะเลย
“หึ!”
กัปตันยกยิ้มอย่างเสียไม่ได้ก่อนเขาจะถามโบ๊ทด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาทโดยเจตนา
“รู้จักชื่อผมได้ยังไงไม่ทราบครับคุณเตี้ย?"
โบ๊ทรีบก้มหน้าหลบสายตาจับผิดของกัปตันทันทีก่อนที่เขาจะรีบสะบัดผมและเงยหน้าขึ้นมาบอกกัปตันด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
"ได้ยินเพื่อนในห้องคุยกัน ก็เลยรู้"
"หึ หึ หึ"
กัปตันหัวเราะชอบใจเหมือนกับคำพูดของโบ๊ทเป็เื่ขบขันสิ้นดีแต่หนุ่มโบ๊ทกลับไม่รู้สึกว่ามันน่าขันตรงไหนเลย
"ขำอะไรวะ?"
กัปตันรีบหุบยิ้มพร้อมกับปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมตามเดิมก่อนเขาจะถามโบ๊ทกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ตกลงจะให้พาไปหาหมอไหมครับ? ถ้าไม่ให้ผมพาไปผมก็จะได้รีบกลับบ้านเพราะผมเสียเวลากับคุณมามากพอแล้ว"
คำพูดของกัปตันทำให้โบ๊ทถึงกับปรี๊ดแตกจนต้องรีบสวนคำปฏิเสธออกไปทันควัน
“ไม่ไปโว้ย!!!”
โบ๊ทรีบยกนิ้วขึ้นมาแตะปากของตัวเองทันทีตามสัญชาตญาณเมื่อเขารู้สึกปวดแสบปวดร้อนบริเวณริมฝีปากของเขา
“โอ๊ะ!!! ริมฝีปากกูอันแสนเซ็กซี่ของกู...เจ็บ! ซี๊ด!โอ้ย!"
กัปตันนั่งมองสภาพร่างกายของโบ๊ทด้วยสายตาหยามเหยียดก่อนที่เขาจะยืดตัวลุกขึ้นอย่างไม่ลังเลพร้อมกับทิ้งท้ายประโยคสุดจี๊ดไว้ให้โบ๊ทโมโหเล่น
"หึ! ไม่อยากไปก็เื่ของนายเชิญนั่งครวญครางเป็หมาเจ็บอยู่ที่นี่ต่อไปละกัน"
“เออ! ไม่ไปเว้ย! กลับไปเลย!”
โบ๊ทะโย้ำออกไปพร้อมกับสะบัดมือไล่กัปตันให้รีบกลับไป ก่อนที่เขาจะรีบยกมือขึ้นมาประคองแก้มของตัวเองเพื่อผ่อนคลายความเจ็บเมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าตัวเองอ้าปากกว้างจนเกินไป
“โอ๊ะ! อ้าปากกว้างไม่ได้สิ ก็กูเจ็บอยู่ ซี๊ด!"
โบ๊ทบอกตัวเองเบาๆ พร้อมกับเหลือบมองไปยังรถยนต์ของคู่กรณีที่กำลังถอยออกห่างเขาไปด้วยท่าทางฉุนเฉียว
ปรื้นปรื้น
หลังจากนั้นกัปตันก็ขับรถออกจากจุดเกิดเหตุไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เหลียวหลังกลับมาสนใจไยดีคนเจ็บอย่างโบ๊ทอีกเลย
“ไปเลย! ไม่ต้องสนใจกูหรอก กูแค่แขนขาถลอกและปากแตกนิดหน่อยเอง กูไม่เจ็บหรอก”
โบ๊ทะโตัดพ้อไล่หลังตามแสงไฟสีแดงเพียงริบหรี่จากท้ายรถยนต์ของกัปตันไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในวาสนาของตน
“ฮึก ฮึก ฮึก”
“เกิดมาจนมีแต่คนเมิน ขนาดขับรถมาเฉี่ยวเราแท้ ๆ ยังไม่เหลียวแลเลย”
โบ๊ทตัดพ้อกับตัวเองด้วยความน้อยใจจากนั้นโบ๊ทก็ค่อย ๆ พยุงร่างกายที่เจ็บช้ำลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากแต่ว่าในขณะนั้นไทมุงทั้งหลายก็ต่างจ้องมองเขาเหมือนตัวประหลาด ก่อนจะมีมนุษย์ป้าปากกล้าคนหนึ่งะโผ่านไทมุงออกมาต่อว่าโบ๊ท
“อ้าว! ไอ้หนู!เมื่อกี้ตอนเกิดเหตุป้าเห็นนะว่าหนูวิ่งเข้าไปเฉี่ยวรถของเขาเอง แล้วเขายังอุตส่าห์มีน้ำใจมาลงมาถามว่าจะไปโรงพยาบาลไหมแต่หนูเป็คนปฏิเสธและไล่เขาไปเองไม่ใช่เหรอพ่อหนุ่มรูปหล่อคนนั้นเขาไม่ผิดสักกะหน่อย หนูต่างหากที่ผิดผิดที่วิ่งเข้าไปเฉี่ยวรถเขาจนสีรถลอกหมดเลย”
หลังจากที่มนุษย์ป้าออกตัวเลือกข้างอย่างเป็ทางการเหล่าไทมุงคนอื่น ๆ ก็ต่างส่งเสียงสนับสนุนเห็นด้วยกับมนุษย์ป้ากันเป็แถว
“ใช่! ตัวเองนั่นแหละผิด / ใช่!/ ใช่ โชคดีเท่าไหร่แล้วที่พ่อหนุ่มรูปหล่อไม่เป็อะไรมาก / ใช่”
ชาวไทมุงหลายสิบคนต่างรุมโจมตีโบ๊ททั้ง ๆ ที่โบ๊ทเป็ฝ่ายเสียหาย ซึ่งโบ๊ทรู้สึกว่ามันช่างไม่ยุติธรรมกับคนต่ำต้อยอย่างเขาเอาเสียเลยแต่โบ๊ทก็เลือกที่จะไม่ต่อปากต่อคำกับพวกเขาให้มากความเพราะโบ๊ทมีตัวคนเดียวไร้พรรคพวก โบ๊ทจึงรีบก้มเดินขากะแผลกฝ่าฝูงชนออกไปจากไทมุงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
และเมื่อโบ๊ทหลุดออกมาจากกลุ่มฝูงชนได้โบ๊ทก็เดินเข้าไปจูงเอารถมอเตอร์ไซด์ของเขาที่จอดอยู่ข้างทางเพื่อเดินเท้ากลับบ้านเนื่องจากเท้าข้างขวาของโบ๊ทเจ็บมาก จากอุบัติเหตุจนไม่สามารถใช้ตบเบรกหรือเปลี่ยนเกียร์ได้อีก
“ฮือ ฮือ ฮือ”
โบ๊ทปล่อยโฮออกมาด้วยความน้อยใจในขณะที่เขากำลังจูงมอเตอร์ไซด์เก่าๆ พัง ๆ กลับบ้านท่ามกลางความมืด
“เราเจ็บแท้ ๆ แต่พวกเขายังมาหาว่าเราผิดอีก”
เขาพึมพำกับตัวเองพร้อมกับค่อยๆ จูงมอเตอร์เดินชิดถนนมุ่งหน้ากลับบ้านไปเรื่อย ๆ ก่อนที่เขาจะแวะพักเหนื่อยข้างทางเมื่อเขารู้สึกว่าเขาเดินต่อไม่ไหวแล้ว
“เฮ้อ! เหนื่อยจัง”
โบ๊ทจอดรถมอเตอร์ไซด์ของเขาพิงไว้กับต้นไม้ก่อนที่เขาจะทรุดกายนั่งลงริมฟุตบาทด้วยความเหนื่อยล้าแล้วเขาก็คู้ขาตัวเองขึ้นมาเพื่อเป่าแผลถลอกตามเข่าและข้อเท้าเพื่อบรรเทาอาการปวด
“ปวดแผลจังเลย”
และในระหว่างที่โบ๊ทกำลังก้มๆ เงย ๆ เป่าแผลที่ขาของตัวเองอยู่นั้นก็มีรถยนต์หรูสีแดงวิ่งเข้ามาจอดเทียบริมฟุตบาทจนเกือบจะเฉี่ยวโบ๊ทเข้าอีกโบ๊ทจึงรีบขยับตัวลุกขึ้น ก่อนจะสบถออกมาด้วยความไม่พอใจ
“ที่จอดเยอะแยะเสือกไม่จอด สัตว์!”
แต่ดูเหมือนว่าเ้าของรถยนต์ยี่ห้อหรูสีแดงกลับยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับโบ๊ทมากขึ้นเมื่อเขาเห็นโบ๊ททำท่าเหมือนจะเดินหนีไป
ปี๊ดปี๊ด ปี๊ด
เสียงบีบแตรรถดังยาวต่อเนื่องจนโบ๊ทต้องหยุดเดินก่อนจะหันมาะโลั่นจนลืมว่าตัวเองเจ็บปากอยู่
“มึงจะมาบีบแตรใส่หูกูเพื่อ...”
โบ๊ทหยุดเส้นเสียงของเขาไว้กลางคันเมื่อเขาเห็นใบหน้าของเ้าของรถหรูเ้าปัญหา
“กัปตัน!”
“ขึ้นรถ!”
กัปตันะโสั่งโบ๊ทเสียงแข็งพร้อมกับจ้องมองสภาพอันน่าเวทนาของโบ๊ทอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่โบ๊ทจะะโตอบโต้กัปตันกลับไปเสียงแข็งไม่แพ้กัน
“ไม่!”
“บอกให้ขึ้นรถ!”
“ไม่!”
.....
sundog