ตอนที่ 6 บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหมดอายุ (1)
ที่บ้านของกัวเทียนไม่มีก๊อกน้ำ มีเพียงบ่อน้ำหนึ่งบ่อเท่านั้น ้าบ่อน้ำมีราววางพาดอยู่ บนราวมีรอกชักและด้ามจับ บนรอกชักผูกเชือกเอาไว้ ซึ่งปลายเชือกผูกกับถังน้ำใบหนึ่ง หาก้าใช้น้ำก็ต้องโยนถังน้ำลงไปแล้วค่อยหมุนขึ้นมา
มู่เจ๋ออวี่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อนตอนที่ถ่ายละคร แถมยังเคยใช้ด้วย ดังนั้นเขาจึงเดินตรงเข้าไปหาแล้วโยนถังน้ำลงไป
การหมุนรอกขึ้นมากินแรงเอาเื่ แขนที่ไม่ได้กำยำนักจึงออกแรงได้ไม่มาก แต่ในความคิดของมู่เจ๋ออวี่นั้น เป็เพราะถังน้ำมีขนาดใหญ่เกินไปเขาจึงต้องเปลืองแรงมากถึงขนาดนี้
กัวเทียนออกมาจากบ้านก็เห็นอีกฝ่ายกำลังตักน้ำด้วยความเหน็ดเหนื่อย พอเห็นแขนเรียวเหยียดออกจนตึงก็ก้าวยาวๆ เข้าไปหา มือข้างหนึ่งกุมด้ามจับ ส่วนมืออีกข้างผลักมู่เจ๋ออวี่ออกไป จากนั้นหมุนเพียงไม่กี่รอบถังน้ำก็โผล่ขึ้นมา
หลังจากน้ำถูกเทลงในถังข้างตัวดังซ่า มู่เจ๋ออวี่ก็เห็นลำแขนแข็งแรงของกัวเทียนหิ้วถังน้ำขึ้นมาแล้วก้าวเป็จังหวะเข้าไปในครัวอย่างสบายๆ
มู่เจ๋ออวี่เดินตามเข้าไป พอเข้าไปก็เห็นอีกฝ่ายเทน้ำลงไปในหม้อใบใหญ่ที่วางอยู่บนเตาไฟ
“คอยดูสักครึ่งชั่วโมง พอน้ำร้อนแล้วก็ตักออกมาผสมกับน้ำเย็น” พูดจบกัวเทียนก็ออกไปจากครัว มู่เจ๋ออวี่ยืนมองเตาไฟในครัว พอเหลือบไปเห็นว่ามีม้านั่งตัวเล็กๆ เขาจึงเดินเข้าไปหยิบมันมาวางไว้หน้าประตูแล้วนั่งลง สายตามองตามทางเดินลาดปูนในลานบ้านและหมู่บ้านที่เงียบสงบด้านนอก
มู่เจ๋ออวี่ไม่เคยประสบกับความเงียบขนาดนี้มาก่อน ด้านนอกไม่มีเสียงรถเสียงแตรที่เคยคุ้น เงียบเสียจนได้ยินแต่เสียงร้องของแมลงและเสียงหมาเห่าจากบ้านสักหลัง
ความรู้สึกแบบนี้ไม่เลวทีเดียว ทำให้อารมณ์หุนหันสงบลงได้ เขามองไปยังสถานที่เ่าั้แล้วค่อยๆ เหม่อลอย
...
เมื่อนึกถึงอีกคนที่อยู่ในบ้าน กัวเทียนที่เพิ่งกินมื้อกลางวันไปเมื่อครู่ก็ไม่อยากเข้าครัวทำอาหารอีก เขารื้อหาของในกล่องลังและลิ้นชักอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็หยิบเอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปห่อหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเดินทางของตัวเอง
เขาคิดไว้แล้วว่าคนที่อยู่ข้างนอกคงจากไปในเร็ววัน ทั้งยังี้เีจะปรนนิบัติรับใช้ ถึงอย่างไรก็คงจะไม่ได้พบหน้ากันอีกอยู่ดี
ดังนั้นเขาจึงถือบะหมี่ห่อนั้นแล้วเดินออกไป
มู่เจ๋ออวี่คิดว่ากัวเทียนออกไปแล้ว จู่ๆ กลับได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากในห้อง ทำให้เขาที่กำลังเหม่อลอยได้สติขึ้นมาทันที ก่อนที่เสียงของอีกฝ่ายจะดังเข้ามา “วันนี้ไม่มีอะไรกินแล้ว มีแค่บะหมี่หนึ่งห่อ แล้วก็แตงกวาสองสามลูกกับมะเขือเทศ คงจะพอกินได้”
พอจบประโยค เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง คงจะเดินเข้าไปในห้องแล้ว
มู่เจ๋ออวี่ลุกขึ้นแล้วเข้าไปในห้องโถงกลาง จึงเห็นว่ามีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งห่อ แตงกว่าสามลูก และมะเขือเทศสองลูกวางอยู่บนโต๊ะ
คงจะเพราะเกิดหิวขึ้นมาจริงๆ ดังนั้นเขาจึงรีบเดินเข้าไป หยิบแตงกวามาเช็ดสองสามทีแล้วเอาเข้าปาก จากนั้นก็หยิบกระติกน้ำร้อนที่วางไว้มุมห้องขึ้นมา พร้อมหยิบถ้วยหนึ่งใบและตะเกียบหนึ่งคู่จากในห้องครัวมายังห้องโถง
หลังแกะห่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดังแควกก็เทบะหมี่ลงในถ้วย ตามด้วยเทเครื่องปรุงลงไปแล้วเติมน้ำร้อน นำฝามาปิดไว้ ก่อนจะนั่งลงกัดแตงกวากินต่อ
สามนาทีผ่านไป พอเปิดฝาออกมู่เจ๋ออวี่หยิบตะเกียบขึ้นมา เป่าไปด้วยกินไปด้วย ด้วยความเบื่อหน่ายไม่มีอะไรทำเขาจึงหยิบซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นมาดู พอเห็นวันที่ที่พิมพ์ไว้บนนั้น อาการขบเคี้ยวก็หยุดลงทันที
หมดอายุมาสองเดือนแล้ว...
มู่เจ๋ออวี่มองบะหมี่ในชาม เขาขยับลิ้นกวาดไปมา ก่อนโยนซองบะหมี่ทิ้งแล้วกินต่อไป