จิ้นเหอรับมาด้วยอาการตกตะลึงหากเมื่อขวานนั้นอยู่ในมือกลับรู้สึกได้ว่ามันเหมาะกับตนเองอย่างยิ่ง ทั้งยังรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของตนเองที่เพิ่มขึ้น
“เอ่อ...ถ้าท่านอาจะทดลองใช้มันช่วยทดลองให้ห่างจากร้านและบ้านของข้าด้วยเ้าค่ะ”เสวี่ยหลินรีบบอกทันทีเมื่อเห็นจิ้นเหอกำลังจะฟาดขวานออกในอากาศ
คำบอกเล่านี้ทำให้จิ้นเหอนึกขึ้นได้เขารีบเหาะขึ้นกลางผืนฟ้าก่อนจะฟาดขวานออกมา
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงง
เสียงสนั่นดังสะท้านฟ้าสร้างความตื่นเต้นยินดีให้กับจิ้นเหอยิ่งนัก
“ขอบพระทัยองค์หญิงน้อยต่อไปหากองค์หญิงน้อยมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้ เรียกข้าได้ทุกเวลาเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าค่ะ เช่นนั้นข้าฝากให้ท่านอาช่วยบอกกล่าวผู้คนที่ท่านรู้จักให้มาอุดหนุนร้านชาของข้าด้วยนะเ้าคะ”
“แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”จิ้นเหอรับคำด้วยความยินดีก่อนจะลาจากไป
ยามนี้เหลือเพียงการฝึกฝนนางกำนัลและเซียนรับใช้ให้ทำหน้าที่เพาะปลูกชงชา ทำขนม และให้บริการแก่ลูกค้า
“ท่านน้าเสวี่ยปิงช่วยคัดเลือกคนให้ข้าหน่อยเ้าค่ะข้าอยากได้เซียนรับใช้ที่มาทำหน้าที่เพาะปลูกจำนวนสิบคน นางกำนัลจำนวนหกสิบคนแยกเป็ทำหน้าที่ชงชาจำนวนสิบคน ทำขนมจำนวนสิบห้าคน ให้บริการลูกค้าจำนวนสามสิบคนและขายขนมสำหรับนำกลับไปบ้านจำนวนห้าคน”
“ได้เพคะ”
เสวี่ยหลินใช้เวลาเจ็ดวันในการสอนพวกเขาทั้งหมดให้ทราบว่าต้องปลูกและดูแลอย่างไรชงชาอย่างไร ทำขนมอย่างไรและนางจึงได้พบว่าการสอนเหล่าเทพเซียนให้ทำงานนี้ช่างง่ายดายจนนางนึกไม่ถึงเพราะพวกเขาเข้าใจและเรียนรู้ได้เร็วกว่ามนุษย์มากนัก
มิน่า ตอนสอนเสด็จแม่ทำขนม เราก็ยังรู้สึกว่าทำไมสอนง่ายนักที่แท้นี่เป็คุณสมบัติของพวกเขาอยู่แล้ว ประการสำคัญคือสิ่งที่สอนมันไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน เสวี่ยหลินคิดขึ้นได้ในที่สุด
เสวี่ยหลินตัดสินใจจะเปิดร้านชาจิ้งจอกน้อยของนางในอีกสามวันข้างหน้าและก่อนที่จะเปิดร้าน นางก็ให้คนไปป่าวประกาศถึงร้านชาจิ้งจอกน้อยที่ตั้งอยู่ที่เชิงเขาทะเลหมอกเมื่อเหล่าเซียนจิ้งจอกทั้งหลายได้ทราบข่าวต่างพากันมาดูร้านชานี้พวกเขาต่างประหลาดใจและชื่นชมร้านชานี้อย่างยิ่ง
ก่อนจะถึงวันเปิดร้าน เสวี่ยหลินให้นางกำนัลที่นางฝึกหัดไว้ทำขนมหวานจัดเก็บไว้ให้มากพอส่วนเื่ราคาที่จะขาย นางพิจารณาตามวัตถุดิบที่ใช้ เหม่ยเมิ่งเสด็จแม่ของนางจะบอกให้นางทราบว่าราคาขายของชาและขนมหวานควรจะมีราคาเท่าใดและแน่นอนว่าเสวี่ยหลินย่อมต้องบวกค่าบริการและกำไรลงไปด้วย เมื่อได้ราคาออกมาจึงเป็ระดับที่ค่อนข้างจะราคาสูง
“เสด็จแม่ว่ามันจะแพงไปหรือไม่เพคะ”เสวี่ยหลินถามขึ้น นางไม่อยากขายของดีแต่ราคาแพงแล้วไม่มีคนซื้อหรือมีคนซื้อน้อย
“ไม่หรอก หลินเอ๋อร์เซียนจิ้งจอกทั้งหลายน่ะมั่งคั่งนะหากไม่นับเผ่าัที่ขึ้นชื่อว่ามั่งคั่งที่สุดในเจ็ดเผ่าแล้วล่ะก็อีกหกเผ่าที่เหลือก็เรียกได้ว่ามั่งคั่งไม่น้อยหน้ากัน ดังนั้นเ้าเพิ่มราคาไปอีกสักหน่อย พวกเขาก็พร้อมยอมจ่ายหากพวกเขาถูกใจ”
“ได้เพคะ” เสวี่ยหลินยิ้มกว้างทันทีแล้วนางก็บวกราคาเพิ่มเข้าไป ราคาที่ออกมาแม้จะแพงสักนิด แต่เมื่อพวกเขาได้ลิ้มรสและดื่มด่ำอยู่ในร้านชานางก็เชื่อว่าพวกเขายินดีจ่ายแน่นอนเพราะบรรยากาศในร้านชาของนางจะเป็เหมือนที่นั่งพักผ่อน สังสรรค์กับมิตรสหายนางกำนัลทั้งหลายจะให้บริการอย่างเหมาะสม รู้กาละเทศะนั่นเพราะนางฝึกหัดนางกำนัลทั้งหมดมาอย่างดี พวกนางสามารถให้บริการได้อย่างสุภาพเรียบร้อยไม่ต่างจากร้านชาหรูหราในเมืองมนุษย์ที่นางเคยอยู่
วันนี้เป็วันเปิดร้านชาจิ้งจอกน้อยวันแรกเสวี่ยหลินเห็นเหล่าเทพเซียนมากมายมารอกันอยู่ที่หน้าร้านของนางทำให้นางต้องนึกไม่ถึง หากนางเตรียมการมาพร้อมแล้ว
“ทุกท่านช่วยเข้าแถวด้วยเ้าค่ะ ร้านชาของข้าจะได้บริการพวกท่านได้อย่างเต็มที่”เหล่าเทพเซียนทั้งหลายต่างพากันเข้าแถวอย่างเป็ระเบียบ ผิดกับมนุษย์โดยสิ้นเชิงทำเอาเสวี่ยหลินถอนหายใจอย่างโล่งอก
“พวกท่านมากันกี่คนเ้าคะ”เสวี่ยหลินถามเซียนคนแรกที่อยู่หน้าสุดของแถว
“สามคน ข้ามากับสหายสองคน”
“เ้าพาพวกเขาไปยังที่นั่งที่เ้าดูแลอยู่”นางหันไปสั่งนางกำนัลที่ยืนรอพวกนางใส่ชุดที่แปลกตาสำหรับทุกคนที่ได้พบเห็นแต่กลับดูทะมัดทะแมงคล่องแคล่ว
“เชิญท่านเซียนทั้งสามตามข้ามาเ้าค่ะ”นางกำนัลผู้หนึ่งที่ก้าวมาต้อนรับพวกเขาบอกกล่าวก่อนจะพาพวกเขาทั้งสามเข้าไปในร้าน
“ข้ามาห้าคน เป็ท่านพ่อ ท่านแม่บุตรภรรยาของข้า”
นางกำนัลผู้หนึ่งก้าวเข้ามา“เชิญท่านเซียนทั้งห้าตามข้ามาเ้าค่ะ”
ด้วยการจัดเตรียมอย่างพร้อมพรักเพราะเสวี่ยหลินก็คาดเดาไว้ก่อนแล้วว่าสมควรมีคนมาเยือนร้านชาของนางเป็จำนวนมากทำให้ทุกอย่างเป็ไปอย่างเรียบร้อยนางกำนัลทั้งสามสิบคนที่มีหน้าที่ดูแลลูกค้าสามารถทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อ ร้านชาจิ้งจอกน้อยก็เต็มทุกที่นั่งหากยังมีเทพเซียนยืนรอคอยอยู่นอกร้านของนางอีกสิบคน
“องค์หญิงน้อย ไม่มีที่นั่งแล้วหรือ”เซียนจิ้งจอกผู้หนึ่งถามขึ้น เมื่อมองเข้าไปในร้านแล้วจึงพบว่าทุกที่นั่งเต็มหมด
“ต้องขออภัยท่านเซียนจริงๆ เ้าค่ะเป็ความผิดของข้าเอง คาดไม่ถึงว่าจะมีผู้ให้ความสนใจกับร้านชาของข้ามากเช่นนี้”
“ร้านของท่านสามารถรับคนได้เท่าใด”
“สามร้อยห้าสิบคนเ้าค่ะ”
ได้ยินจำนวนแล้ว เซียนทั้งหมดต้องมีสีหน้าตกตะลึงจำนวนเช่นนี้ แม้แต่งานเลี้ยงรับรองของหยางเจี้ยนเทียนจวินยังมีไม่ถึง
“เอ่อ...ไม่ทราบว่าพวกท่านจะยินดีนั่งจิบชาด้านนอกหรือไม่เ้าคะ”เสวี่ยหลินถามขึ้น หลังจากมองเห็นพื้นที่ด้านหนึ่งที่นางเว้นไว้ให้เป็ที่ยืนชมทิวทัศน์
“ได้สิ”
“เช่นนั้นพวกท่านรอสักครู่นะเ้าคะ”
เสวี่ยหลินเดินไปตรงที่นั้นก่อนจะยกมือร่ายเวทเพียงครู่ก็ปรากฏโต๊ะและเก้าอี้น่าสบายพร้อมเบาะรองนั่งสีสวยจำนวนห้าที่
“พวกท่านเชิญเลือกนั่งได้ตามสบายเลยเ้าค่ะเดี๋ยวข้าจะเป็ผู้ให้บริการแก่พวกท่านเอง” เพราะมันฉุกละหุกเสวี่ยหลินจึงต้องลงมือเอง
นางก้าวเข้าไปยังโต๊ะหนึ่งที่นั่งไว้ด้วยเซียนสตรีจำนวนสามคน
“ไม่ทราบว่าท่านเซียนทั้งสามอยากลิ้มลองชาใดเ้าคะหรือจะให้ข้าแนะนำให้”
“ให้องค์หญิงน้อยแนะนำดีกว่าพวกข้ายังไม่เคยชิมเลย แต่สหายข้าที่เคยชิมชาที่ท่านเอาไปแจกเมื่อคราวนั้นนางชอบมาก แต่วันนี้นางมีธุระ มาไม่ได้ จึงให้พวกข้าทั้งสามมาลองก่อนเพคะ”
“ได้เ้าค่ะ เช่นนั้นข้าแนะนำเป็รายการนี้น่าจะถูกใจพวกท่าน” เสวี่ยหลินกางรายการชาและขนมหวานให้พวกนางได้ดู
“เป็ชุดพระจันทร์สีเงินในชุดนี้จะประกอบด้วย Silver MoonTea เป็ชาร้อนรสนุ่มที่ได้มาจากชาเขียวผสมกับสตรอว์เบอร์รี่และวานิลลาฝักใหญ่ ส่วนขนมจะเป็ Passion Fruit Panna Cotta เนื้อนุ่มหอมกลิ่นวานิลลา ้าจะเป็ผลไม้สดอย่าง สตรอว์เบอร์รี่และองุ่นล้อมรอบด้วยซอสเสาวรส รสเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นชาเอิร์ลเกรย์และชาบลอสซั่มอ่อนๆ”
“ขนมอีกอย่างจะเป็ Matcha Nara เค้กชาเขียวหวานกลมกล่อมด้านในประกอบไปด้วยอัลมอนด์ ไวท์ช็อกโกแลต และมัทฉะครีม สุดท้ายจะเป็ EarlGrey d’Amour เค้ก 3 ชั้น ชั้นล่างสุดเป็เฟโยติน แป้งบางกรอบต่อมาเป็แครมบรูเล รสหวานหอม ที่มีส่วนผสมของชาเอิร์ลเกรย์ส่วนชั้นบนสุดเป็เค้กดาร์กช็อกโกแล็ต เคลือบด้วยโกโก้ไซรัปรสเข้มข้น”
ฟังที่เสวี่ยหลินบอกแล้วพวกนางได้แต่งุนงง ชื่อชาและขนมแปลกหูทั้งสิ้น แต่ฟังแล้วก็น่าลิ้มลอง
“ได้เพคะ องค์หญิงน้อยจัดมาได้เลย”
“เ้าค่ะ ชุดนี้ห้าสิบตำลึงทองข้าต้องขอเก็บเงินเลยนะเ้าคะ เพราะนี่เป็ระเบียบที่เสด็จพ่อกับเสด็จแม่กำหนดไว้เพื่อให้ทุกอย่างไม่วุ่นวายและไม่รบกวนระหว่างที่พวกท่านพักผ่อน”เสวี่ยหลินอ้างาาเสวี่ยิและราชินีเหม่ยเมิ่ง
“ได้เพคะ”เซียนสตรีนางนั้นบอกกล่าวก่อนจะส่งก้อนทองคำเล็กๆ ให้เสวี่ยหลิน
เสวี่ยหลินเดินไปหาเหล่าเซียนที่นั่งรออยู่อีกสองโต๊ะเพื่อรับคำสั่งก่อนจะเดินกลับเข้าไปในร้านไม่นานนางก็กลับมาพร้อมกับถือถาดใส่ชาและขนมมาให้นางเซียนทั้งสามที่โต๊ะแรกก่อน
เพียงได้กลิ่นหอมของชาและเห็นขนมหวานที่นำมาวางบนโต๊ะนางเซียนทั้งสามต้องตื่นตะลึงยิ่ง เพราะมันทั้งหอมและน่ารับประทานยิ่งนัก
“รับประทานให้อร่อยนะเ้าคะ”เสวี่ยหลินบอกกล่าวหลังจากรินชาใส่ถ้วยให้พวกนางเสร็จสิ้น
เสวี่ยหลินกลับเข้าไปในร้านอีกครั้งพร้อมกับถือถาดที่ใส่ชาและขนมหวานมาส่งให้อีกสองโต๊ะที่เหลือแล้วนางจึงไปยืนรอห่างออกไปเพื่อรอให้บริการทั้งสามโต๊ะที่นั่งอยู่ด้านนอกของร้านผ่านไปครู่ใหญ่
“องค์หญิงน้อยเพคะ”นางเซียนจากโต๊ะแรกเรียกหา
“ท่านเซียนจะรับอะไรเพิ่มหรือเ้าคะ”
“ชากับขนมของท่านดีมากจริงๆ”คำชมแรกออกมาทันที
“ชาหอม ขนมอร่อยดีเสียจนข้าแทบไม่เชื่อ แถมทิวทัศน์ก็ยังงดงาม นั่งจิบชาและชิมขนมที่ร้านนี้ผ่อนคลายจริงๆ”
“ห้าสิบตำลึงทองนี่ คุ้มค่ามากองค์หญิงน้อย ท่านตั้งราคาถูกไปหรือไม่”ประโยคนี้ของนางทำให้เสวี่ยหลินอึ้งไปครู่หนึ่ง
เราก็ว่าตั้งแพงแล้วนะนางยังว่าถูกอีกหรือ นี่แสดงว่าเราตั้งต่ำไปสินะ เสวี่ยหลินคิดในใจ
“มิได้เ้าค่ะข้าเห็นว่าเพิ่งเปิดร้านจึงตั้งใจว่าสามวันแรกที่เปิดจะลดราคาให้ทุกท่านหนึ่งในสิบส่วนเ้าค่ะพอเปิดร้านวันที่สี่จึงจะเป็ราคาที่จะขายจริงเ้าค่ะ”เสวี่ยหลินแถได้อย่างรวดเร็ว
“ข้าแนะนำเลยนะอย่างชุดพระจันทร์สีเงินที่องค์หญิงแนะนำให้ข้าเห็นว่าสักเจ็ดสิบตำลึงทองกำลังเหมาะ”
“เ้าค่ะขอบคุณท่านเซียนที่แนะนำเ้าค่ะ” เสวี่ยหลินรับลูกต่อทันที เื่เงินๆ ทองๆ นี่นางไม่มีทางยอมพลาดแน่
ลูกค้าทั้งร้านแทบจะไม่มีผู้ใดยอมออกจากร้านพวกเขาล้วนสั่งชาและขนมเพิ่มเติมตลอด ลูกค้าที่เข้ามาใหม่แม้จะมีไม่กี่รายแต่เมื่อได้เห็นบรรยากาศภายในร้าน กลิ่นชาอ่อนๆ ที่หอมตรลบอบอวล ขนมหวานที่น่าลิ้มลองเสียงเพลงจากนักดนตรีที่บรรเลงแว่วหวานทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าเหตุใดจึงมีเทพเซียนน้อยรายยิ่งนักที่ยอมออกไปจากร้านผู้ที่ก้าวเท้าออกจากร้านล้วนแต่สั่งขนมหวานที่ร้านกลับไปมากมายเพื่อนำไปฝากคนที่บ้าน
เมื่อถึงกลางยามโหย่ว (18.00 น.)ซึ่งเป็เวลาปิดร้าน ลูกค้าทั้งหลายแทบไม่อยากออกจากร้านกันเลยทีเดียวกว่าจะจัดการส่งลูกค้าออกไปนอกร้านเสร็จก็ล่วงเข้าปลายยามโหย่ว (19.00 น.)
เพียงลูกค้าคนสุดท้ายจากไปประตูร้านชาจิ้งจอกน้อยก็ปิดลงอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าจะมีใครเข้ามาอีก
“โอยยย องค์หญิงน้อยเพคะ ข้าชงชามือเป็ระวิงเลย”นางกำนัลผู้หนึ่งบ่นออกมา หากสีหน้าปลาบปลื้มยินดีอย่างยิ่ง
“ขนมก็แทบไม่พอขายเลยเพคะนี่เหลืออยู่ไม่มากแล้ว”
“พวกเขาติดใจชากับขนมหวานขององค์หญิงน้อยมากจริงๆ”
“พวกเราต้องเร่งทำขนมหวานกันแล้วเพคะไม่รู้ว่าวัตถุดิบยังพออยู่หรือไม่ แต่ใบชาต่างๆ ยังมีเหลืออยู่มาก”เสวี่ยปิงบอกออกมา
“หลินเอ๋อร์แม่นั่งนับเงินจนเมื่อยแล้วลูก”คราวนี้เป็เหม่ยเมิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้มแม้จะอ่อนล้าอยู่บ้าง
เสวี่ยหลินเดินเข้าไปดูที่มารดาจดไว้ให้จึงได้ทราบว่าวันนี้ร้านชาจิ้งจอกน้อยของนางขายได้ถึง 48,654 ตำลึงทอง จำนวนเช่นนี้กล่าวได้ว่าคืนทุนจบสิ้นในวันเดียวทั้งยังมีกำไรถึงสามในสิบส่วน
เสวี่ยหลินเรียกทุกคนมาก่อนจะยื่นก้อนทองให้คนละ 200 ตำลึงทอง นี่เป็สินน้ำใจที่พวกเ้าทุกคนทำงานได้ดีนอกเหนือจากที่ข้าจะให้พวกเ้าเดือนละ 40 ตำลึงทอง”
เหล่านางกำนัลและเซียนรับใช้ต่างนิ่งอึ้งกันไปหมดแค่ให้เดือนละสี่สิบตำลึงทอง นั่นก็มากแล้ว นี่ยังได้พิเศษอีกคนละ 200 ตำลึงทององค์หญิงน้อยเสวี่ยหลินช่างใจกว้างยิ่งนัก
“ขอบพระทัย เพคะ/พ่ะย่ะค่ะ”
“คืนนี้ต้องรบกวนพวกเราทุกคนช่วยกันทำขนมหวานเตรียมไว้ด้วยนะส่วนวัตถุดิบไม่ต้องกังวล ข้ายังมีเก็บไว้อีกมาก”
“เพคะ องค์หญิงน้อยไม่ต้องเป็ห่วง”
วันรุ่งขึ้นเหล่าเทพเซียนมากมายยังคงมาที่ร้านชาจิ้งจอกน้อยที่เปิดขายั้แ่กลางยามอู่(10.00 น.) และจะปิดลงกลางยามโหย่ว วันนี้จึงเป็อีกวันที่ทุกคนทำงานหนัก
ผ่านไปอีกเจ็ดวันเหล่าเซียนจิ้งจอกทั้งหลายยังคงมาที่ร้านชาจิ้งจอกน้อยเพราะยามนี้ร้านชาแห่งนี้ได้กลายเป็ที่พบปะสังสรรค์ของเหล่าเซียนพวกเขาชมชอบกลิ่นชาที่ลอยอวลอยู่ทั่วร้าน ดื่มด่ำกับรสชาติของชาและขนมหวานที่นุ่มละมุนเข้ากันทิวทัศน์รอบด้านที่งามตระการของธรรมชาติ ทั้งในร้านยังมีนักดนตรีฝีมือดีบรรเลงดนตรีให้ฟังเบาๆกล่าวได้ว่าเป็สถานที่แห่งการพักผ่อนและพูดคุยอย่างแท้จริง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เสวี่ยหลินต้องคิดหาทางขยับขยายร้านเพราะตอนแรกที่วางแผนไว้ก็คิดว่าด้วยพื้นที่ร้านที่กว้างเช่นนี้สมควรจะต้อนรับลูกค้าได้ครบ แต่ดูเหมือนว่าลูกค้าจะมากกว่าที่คิด
เหม่ยเมิ่งและเสวี่ยปิงเองก็สนุกกับการทำงานในร้านชาแห่งนี้เพราะเหล่าเทพเซียนหลายคนที่รู้จักพวกนางต่างมาพูดคุยกับพวกนางอย่างเป็กันเองมากกว่าเดิม
ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน เมื่อซักถามจากาาเสวี่ยิและราชินีเหม่ยเมิ่งจนแน่ใจได้ว่าพื้นที่รอบข้างที่เสวี่ยหลินยึดครองไว้ทำร้านชานั้นไม่มีผู้ใดนางจึงบอกกล่าวลูกค้าทุกคนว่าขอปิดสิบวันเพื่อขยายพื้นที่ลูกค้าทุกคนต่างยินดีกันถ้วนหน้า
ครั้งนี้เทพจิ้นเหอมารับงานอย่างรวดเร็วเมื่อเสวี่ยปิงไปตามเขาเองก็เคยมาลิ้มรสชาและขนมหวานของที่นี่แล้วเขาและทุกคนในครอบครัวล้วนติดใจชาและขนมหวานของที่นี่อย่างยิ่ง
เสวี่ยหลินขยายพื้นที่เพาะปลูกออกไปอีก200 หมู่ โดยเพิ่มพื้นที่ปลูกสมุนไพรที่ใช้ปรุงน้ำทิพย์เติบโตอีก 10 หมู่ เป็ 20หมู่ อีก 160 หมู่ ให้เป็พื้นที่ปลูกชา ผลไม้ ดอกไม้ และ 30หมู่เพิ่มให้เป็พื้นที่สำหรับเรือนพักของนางกำนัล เซียนรับใช้
ส่วนร้านชานั้น นางขยายพื้นที่ร้านชาออกไปอีก30 หมู่ โดยเพิ่มพื้นที่ครัวอีก 10 หมู่ เป็ 14 หมู่ เพิ่มพื้นที่ให้บริการอีก 20หมู่ เป็ 28 หมู่ สามารถรองรับเหล่าเทพเซียนที่มาเยือนได้ราว 1,000 คนพร้อมกันจากเดิมที่รองรับได้ 300-350 คน ด้านนอกร้านนางยังให้จัดโต๊ะไว้ให้บริการอีกสิบโต๊ะ รองรับได้ 30-40 คนนี่กล่าวได้ว่านางยึดพื้นที่ทั้งหมดมาทำร้านชาและที่เพาะปลูกรวมทั้งโรงเก็บวัตถุดิบจนหมดสิ้นแล้วแต่ทุกสิ่งที่นางให้เทพจิ้นเหอสร้างขึ้นล้วนแต่กลมกลืนเข้ากับบรรยากาศของเชิงเขาแห่งนี้ นางตกแต่งทุกสิ่งให้เข้ากันไม่ยอมให้มีสิ่งใดผิดแปลกอันจะทำลายความงดงามของสถานที่
ตอนแรกเสวี่ยหลินคิดทำร้านชาเป็สองชั้นแต่เมื่อนั่งคิดอีกที นางต้องทิ้งความคิดนี้ไป เพราะนางเห็นว่าแม้ร้านชาสองชั้นจะเพิ่มพื้นที่ได้แต่เมื่อนึกถึงว่าหากลูกค้าต้องเดินขึ้นเดินลง นางว่ามันไม่สะดวกและคงไม่มีผู้ใดชอบ
ยามนี้มีนางเซียนมากมายและเซียนบุรุษหลายคนอยากมาทำงานที่ร้านชาจิ้งจอกน้อยเพราะนอกจากจะได้ค่าจ้างที่ดีแล้ว ยังได้รับชาและขนมหวานทุกวันๆ ละหนึ่งชุดทั้งยังสามารถเลือกได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้า ที่พัก และอาหารให้พร้อมรวมถึงยังได้ความรู้ในการเพาะปลูก ชงชา ทำขนมหวานติดตัวไปด้วย
เสวี่ยหลินจึงคัดเลือกคนเพิ่มได้ครบจำนวนที่นางคิดคำนวณไว้พร้อมกับฝึกหัดให้พวกเขาทำงานให้เป็ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้ยากการฝึกหัดจึงใช้เวลาไม่กี่วันจึงเสร็จสิ้นสมบูรณ์
ยามนี้เสวี่ยหลินจึงมีเซียนรับใช้ที่ทำหน้าที่เพาะปลูกจำนวน25 คน นางกำนัลจำนวน 118 คน แยกเป็ทำหน้าที่ชงชาจำนวน 20 คน ทำขนมจำนวน 30 คนให้บริการลูกค้าจำนวน 60 คน และขายขนมสำหรับนำกลับไปบ้านจำนวน 8 คน
นอกจากนี้ เสวี่ยหลินยังลงมาแดนมนุษย์ที่นางเคยอาศัยอยู่บ่อยครั้งเพื่อหาขนมหวานและของว่างใหม่ๆ ไปลองทำและขายในร้านชาจิ้งจอกน้อย
ร้านชาจิ้งจอกน้อยของเสวี่ยหลินมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งแดนพายัพภายในเวลาสามเดือนเซียนจิ้งจอกทั้งหลายล้วนชมชอบมานั่งจิบชา ชิมขนมของว่าง และนั่งพักผ่อนที่ร้านนี้ทำให้ร้านชาจิ้งจอกน้อยไม่เคยว่างั้แ่เริ่มเปิดร้าน ร้านชาจะว่างเมื่อปิดร้านเท่านั้น
มีเซียนจิ้งจอกหลายคนคิดทำร้านชามาแข่งขันกับร้านชาจิ้งจอกน้อยหากพวกเขาก็ต้องจนหนทาง เพราะปัญหาคือวัตถุดิบเสวี่ยหลินมีพื้นที่ในการเพาะปลูกวัตถุดิบอย่างเพียงพอและควบคุมคุณภาพของมันไว้ตลอดทำให้ผู้ที่คิดจะเลียนแบบไม่สามารถกระทำได้ ทั้งการตกแต่งร้านที่งดงามแปลกตาเข้ากับธรรมชาติของพื้นที่ ก็เป็อีกสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถเลียนแบบได้เลย และมารยาทของนางกำนัลที่คอยดูแลลูกค้าในร้านก็เป็สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถเลียนแบบได้เช่นกัน
นางกำนัลในร้านชาจิ้งจอกน้อยทุกนางราวกับทราบอยู่เสมอว่าเมื่อใดจึงควรเข้าไปพบลูกค้า เมื่อใดจึงควรถอยห่างออกมาและพวกนางควรยืนอยู่ในจุดใดที่ลูกค้าสามารถมองเห็นและเรียกใช้ได้ทันทีแต่ไม่เกะกะรำคาญตาพวกนางยังให้บริการด้วยท่าทีสุภาพนุ่มนวลมารยาทเช่นนี้ยากยิ่งที่จะสามารถฝึกหัดให้เลียนแบบกันได้พวกเขาต่างสงสัยว่าเสวี่ยหลินฝึกฝนอย่างไรจึงสามารถฝึกให้นางกำนัลทุกนางในร้านสามารถกระทำได้เช่นนี้
แม้จะมีร้านชาหลายร้านเกิดขึ้นในพื้นที่ที่ห่างไกลจากนครพายัพอันเป็นครหลวงของแดนพายัพแต่ไม่มีร้านใดเลยที่จะมีเอกลักษณ์เท่าร้านชาจิ้งจอกน้อยหากเซียนจิ้งจอกคนใดไปถึงนครพายัพและซื้อขนมหวานจากร้านชาจิ้งจอกน้อยมาเป็ของฝากผู้ที่ได้รับต่างปลาบปลื้มยินดีกันถ้วนหน้า เพราะเมื่อพูดถึงชาชั้นเลิศ ขนมชั้นเยี่ยมบรรยากาศในร้านที่สบายและผ่อนคลาย มีเพียงร้านชาจิ้งจอกน้อยเท่านั้น
เซียนจิ้งจอกหลายคนถึงกับตั้งปณิธานว่าหากมีโอกาสมาเยือนนครพายัพจะต้องแวะชิมชาและขนมที่ร้านชาจิ้งจอกน้อยให้ได้ เพราะหากไม่มาร้านชาจิ้งจอกน้อย เท่ากับยังมาไม่ถึงนครพายัพ
ผ่านไปอีกหนึ่งพันปีชื่อเสียงของร้านชาจิ้งจอกน้อยจึงเข้าไปถึงแดนประจิมของเผ่าเสือขาว เพราะไป๋เฮ่อ าาเสือขาวแห่งเผ่าเสือขาวสหายของาาเสวี่ยิมาเยี่ยมเยือน ด้วยความอยากอวดผลงานของลูกสาวสุดที่รักาาเสวี่ยิจึงพาาาไป๋เฮ่อมาที่ร้านชาจิ้งจอกน้อย
แรกที่เห็นร้านชานี้ ไป๋เฮ่อต้องมองอย่างแปลกใจเพราะร้านชาจิ้งจอกน้อยตกแต่งอย่างแปลกตาแต่ก็งดงามเข้ากับธรรมชาติรอบด้านอย่างยิ่งเสวี่ยหลินที่ทราบก่อนแล้วว่าวันนี้บิดาจะพาาาไป๋เฮ่อมาเยือนจึงออกมาต้อนรับด้วยตนเอง
“เชิญเสด็จพ่อและเสด็จอามาด้านนี้เพคะลูกจัดเตรียมทุกสิ่งไว้ให้แล้ว”
เมื่อเข้าไปในร้าน ไป๋เฮ่อจึงได้เห็นว่าร้านนี้ตกแต่งด้วยดอกไม้และพืชพรรณต่างๆอย่างงดงาม กลิ่นชาอ่อนๆ หอมกรุ่นแตะจมูกจนเขาต้องสูดลมหายใจเพื่อดมกลิ่นให้ชื่นใจมองเห็นเซียนจิ้งจอกหลายคนนั่งสนทนากันด้วยท่าทีสบายๆ คล้ายมาพักผ่อนเมื่อมองเลยไปก็เห็นชั้นขนาดใหญ่ที่จัดวางขนมสีสวยหน้าตาแปลกไว้มากมายมีเหล่าเทพเซียนเข้าไปชี้ว่า้าอะไร จำนวนเท่าใด กันไม่ขาดสายหูยังแว่วเสียงเพลงเบาๆ อันไพเราะที่ฟังแล้วผ่อนคลายอย่างยิ่ง
เดินตามเสวี่ยหลินไปไม่นานก็มาถึงซุ้มต้นไม้และดอกไม้ที่จัดวางโต๊ะและเก้าอี้ไว้ เก้าอี้นั้นกว้างและหุ้มไว้ด้วยผ้านุ่มหนาให้เอนอิงพักผ่อนสบายๆ
“เสด็จอาไป๋เฮ่อเพิ่งมาที่ร้านชาของหลานเป็ครั้งแรกหลานจึงเสนอชาและขนมหวานนี้ให้เ้าค่ะ”เสวี่ยหลินบอกกล่าวก่อนจะหยิบของจากในถาดที่นางกำนัลผู้หนึ่งนำมาให้
“Haute Couture Tea Set จะมี WhiteHouse Tea ซึ่งเป็ชาขาวผสมผลไม้และกลีบกุหลาบให้กลิ่นหอมและมีรสชาติของผลเบอร์รี่”
“ส่วนขนมหวานในชั้นเหล่านี้นั้น ชั้นบนสุดจะเป็ขนมหวานที่เป็สัญลักษณ์ของร้านประกอบด้วย พานาคอตต้า มาการอง คุกกี้รูปผีเสื้อ คุกกี้รูปดอกไม้และสปันจ์เค้กชารูปหัวใจ”
“ชั้นที่สองจะเป็ของว่าง ประกอบด้วยปลาทูน่าและแซลมอนห่อด้วยแตงกวาและหอมแดงดองแซนด์วิชสามชั้นไส้แซลมอนรมควัน หัวไชเท้าแดงและไข่ปิดท้ายด้วยไข่นกกระทาบนขนมปังครอสตินี่ มาพร้อมกับครีมเปรี้ยว ส่วนชั้นล่างจะเป็ของว่างพิเศษซึ่งในของว่างแต่ละชนิดก็จะมีส่วนผสมของชาชั้นเลิศของเราผสมอยู่ด้วย”
“ชุดที่สองจะเป็ LobsterTimbale เป็กุ้งล็อบสเตอร์หั่นเป็ชิ้นๆ ปรุงแบบสุกกำลังดีเนื้อหวาน คลุกเคล้ากับซอสสูตรพิเศษรสเข้มข้น กุ้งนี้จะอยู่ในกระทงทอดกรอบทำจากชีสพาร์เมซานวางอยู่บนอะโวคาโดทิมเบล ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยซอสซึ่งมีส่วนผสมของ Love MeTea ทำให้รู้สึกสดชื่น”
“ชุดที่สามเป็ Afternoon Tea Setชั้น้าจะประกอบด้วยมาการอง พานาคอตต้าส่วนด้านล่างจะเป็ครัวซองต์แซลมอนรมควัน ที่ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของ RussianEarl Grey และโรลล์ไส้กรอกไก่”
“สุดท้ายจะเป็ชาที่สามารถเลือกได้สามรสชาติได้แก่ StrawberrySilver moon, Vanilla bourbon Banana and Honey และ Blackberry Crumbleแต่หลานนำมาให้เสด็จอาและเสด็จพ่อทั้งสามรสชาติเลยเพคะ”
ฟังแล้วไป๋เฮ่อต้องงุนงงชื่อชาและขนมหวานช่างแปลกหูเหลือเกิน แต่กลิ่นชา ของว่างและขนมหวานที่วางตรงหน้าก็ชวนให้อยากรับประทานเสียเหลือเกิน
“ทั้งหมดห้าร้อยตำลึงทองเพคะเสด็จพ่อ” เสวี่ยหลินตบท้าย
าาเสวี่ยิสะดุ้งทันที
“ห้าร้อยตำลึงทอง? ทำไมจึงแพงนักเล่า”
“เพราะลูกมาดูแลเสด็จพ่อและเสด็จอาเองไงเพคะก็ต้องแพงกว่าปกติ แต่เสด็จพ่อไม่ต้องห่วง รับประกันว่าได้ชิมแล้ว ท่านจะไม่เสียดายห้าร้อยตำลึงทองนี้เลย”นางบอกกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้างพร้อมกับแบมือรับตำลึงทองที่เสวี่ยิจำใจควักออกมา
“รับประทานให้อร่อยนะเพคะ”เสวี่ยหลินบอกกล่าวก่อนจะเดินจากมาพร้อมกับหัวเราะชอบใจที่นานๆจะได้ขูดรีดบิดาสุดที่รักสักที
เมื่อเสวี่ยิและไป๋เฮ่อได้ชิมพวกเขาก็ต้องทอดถอนใจ จริงอย่างที่เสวี่ยหลินบอกกล่าว เพียงชาคำแรกที่จิบเข้าไปพวกเขาต้องเคลิบเคลิ้มและผ่อนคลายลงทันที ยิ่งเมื่อได้ชิมของว่างและขนมหวานตรงหน้ารสชาติที่ลงตัวเข้ากับชาอย่างที่สุด กล่าวได้ว่าคุณภาพเกินห้าร้อยลตำลึงทองไปมาก