ยาวจิ่วทราบดีว่าตนเองถูกเยี่ยนเต๋อหลินขายแล้ว นอกจากตะคอกด้วยถ้อยคำหยาบคายเพียงไม่กี่ประโยค เขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหวใด ๆ อีก เขารู้สึกเหนื่อย มึนงง ผ่อนคลาย และชื่นชอบ ใช่แล้ว ชื่นชอบ หลังจากถูกขายครั้งนี้ เขาก็ไม่ต้องติดค้างตระกูลเยี่ยนอีกต่อไป เป็เพราะต้องช่วยเยี่ยนเต๋อหลิน ทำให้เขาต้องส่งตนเองออกไปให้คนอื่นปู้ยี่ปู้ยำราวกับของเล่นครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีใครจำได้ว่าเขายังเป็มนุษย์คนหนึ่ง ผู้ชายคนหนึ่งที่รู้สึกอับอายและโหยหาศักดิ์ศรี! บนโลกใบนี้ เกรงว่าคงมีแค่เขาคนเดียวที่ยังเห็นว่ายาวจิ่วคือบุรุษผู้หนึ่ง
ยาวจิ่วอยากจะนอนหลับสักตื่น คล้ายกับ...คล้ายกับตอนที่เขายังเยาว์วัย ซุกตัวนอนอยู่ในอ้อมกอดของบิดา ฟังเสียงฮัมเพลงของบิดาที่กล่อมให้เขาหลับอย่างเต็มอิ่ม ไม่อยากจะคิดว่าบิดาแท้ ๆ ผู้ที่เคยรักเขา เหตุใดจึงขายเขากินเช่นนั้น ใช่แล้ว ตอนนั้นหิวมากจริง ๆ หิวจนนอนไม่หลับ เอนตัวก็ไม่ได้ แม้แต่จะพลิกตัวก็ยังไม่กล้า เพราะกลัวว่าพลิกตัวแล้วอาจทำให้เปลืองกำลังจนหิวมากยิ่งขึ้น หากไม่ใช่เพราะบิดาบุญธรรมใช้ข้าวสารครึ่งถุงแลกตัวเขามา ป่านนี้เขาคงกลายเป็อาหารในท้องของผู้อื่นไปแล้ว บุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้ ยากเกินกว่าที่ยาวจิ่วจะลืมเลือน
กล่าวว่าโสเภณีนั้นโเี้ ถ้าเช่นนั้นผู้ชายที่อยู่บนผืนปฐีก็คงเป็สัตว์เดรัจฉาน! เอาเถิด เขาจะไม่สนใจสัตว์เดรัจฉานก็แล้วกัน
ยาวจิ่วหวีผมยาวสลวยสีดำขลับ ถักเป็เปียหลวม ๆ หนึ่งเส้น แล้วปัดมาอยู่บนไหล่ เขาคลี่ยิ้มให้ตนเองที่หน้ากระจก ใช้นิ้วชี้วาดลงบนกระจกไปตามโครงหน้า ราวกับว่าบุคคลผู้นั้นคือคนรักของเขาก็มิปาน
ใช่แล้ว บนโลกใบนี้ นอกจากเขา จะมีใครอีกบ้างที่รักเขาที่อยู่ในกระจก?
จู่ ๆ นิ้วของเขาที่อยู่บนกระจกก็ค้างชะงัก
ตรงนั้น มีคนยืนอยู่!
นิ้วของยาวจิ่วที่ชี้อยู่บนกระจกสั่นระริก กระจกขุ่นมัวจึงมองเห็นแค่ร่างอันเลือนรางของมนุษย์ดำทะมึน ภายในห้องเพิ่งมีคนตายหมาด ๆ เขาเกรงว่าเฟิ่งฮัวอาจจะกลับมาทวงชีวิต ทว่าหากจะทวงชีวิตก็ไม่ควรกลับมาหาเขาไม่ใช่รึ! ถึงสมองจะเข้าใจแจ่มแจ้ง แต่ก็มิอาจข่มความหวาดกลัวภายในใจได้อยู่ดี
ยาวจิ่วขบฟันแน่นพลางรำพึงในใจ ‘ก็แค่คนตาย คอยดูก็แล้วกันว่าใครกันแน่ที่ต้องกลัว?!’
เพื่อให้ “ิญญาของเฟิ่งฮัว” ใกลัว เขาเอามือทุบโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นยืน แต่แขนเสื้อของเขาบังเอิญกวาดไปโดนตะเกียงน้ำมัน ทำให้ไฟไหม้แขนเสื้อ
ภายในห้องไม่มีน้ำ ยาวจิ่วจึงรีบถอดชุดคลุมตัวนอกโยนลงพื้น แล้วะโเหยียบเพื่อดับไฟ จากนั้นถอดกางเกง ใช้มือประคองเ้าวัวน้อยเพื่อปัสสาวะดับไฟที่กำลังลุกไหม้
ไฟดับแล้ว ยาวจิ่วรู้สึกเหมือนตนเองกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ใช่แล้ว มีชีวิต จิตมีชีวิต สมองก็มีชีวิตเช่นกัน ไม่มีอะไรที่จะผ่านพ้นไปไม่ได้ ยาวจิ่วปัสสาวะออกมาขณะเกิดเหตุการณ์โกลาหลได้เช่นนี้ เห็นชัดเจนว่าเขาคือผู้มีความสามารถ!
ทว่าวินาทีต่อมา เขาพลันนึกได้ถึงสาเหตุที่ตนเองทุบโต๊ะและลุกขึ้นยืนเมื่อสักครู่...มีผี!
ยาวจิ่วรีบเก็บเ้าวัวน้อยผู้กล้าหาญและเด่นตระหง่าน มันจึงอ่อนยวบภายในพริบตาเดียว
ท่ามกลางความมืด เขารู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า จากนั้น...มันก็ััเข้ากับลูกวัวน้อยของเขา
น่า! กลัว! เกินไป! แล้ว!
ความรู้สึกเย็นะเืผ่านเ้าวัวน้อยก่อนจะแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของยาวจิ่ว เขาสงสัยว่าหลังจากถูกััในครานี้ เขาอาจจะไม่สามารถทำให้มันตั้งชันได้อีก
เขายังหวังว่าเ้าวัวน้อยจะผลิตทายาทให้เขาอยู่นะ!
ความรู้สึกกลัวที่ถาโถมเข้ากลางใจของยาวจิ่วถูกกลืนกลับลงไป เขาไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดจึงอยากร้องไห้เช่นนี้ เมื่อความคิดนี้ปรากฏ มันไม่ต่างจากหายนะที่ทำให้รู้สึกมืดหม่น ยาวจิ่วเปล่งเสียงร้องด้วยความเ็ป ราวกับว่าความคับข้องใจทั้งหมดตลอดสิบเก้าปีได้ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น
เทพเ้าโจรผู้นี้ยัง้าให้เขามีชีวิตต่อไปหรือไม่!?
หูเหยียนจำต้องยอมรับเช่นกันว่านางเองก็ใเพราะยาวจิ่ว
ต้องขอบคุณเฟิ่งฮัวที่ทำให้นางสามารถทำลายกู่ตัวนั้นที่อยู่ในร่างกาย ตอนนี้นางกลับมามีสติครบสมบูรณ์อีกครั้ง เดิมทีนางคิดว่าตนเองกำลังฝึกดูดวง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าหากกล่าวว่าเป็การคาดเดาน่าจะเข้าใกล้ความจริงมากกว่า
เดิมทีนางอยากเดินสะบัดแขนเสื้อแล้วจากไป แต่กลับรู้สึกโศกเศร้าเป็อย่างยิ่งเพราะได้สูญเสียสิ่งสำคัญไป ในความทรงจำนางจำได้ว่าตนเองเหยียบกับดักของนายพราน จากนั้นทำให้หลี่เอ้อร์เหย่หมดสติ และยังมีรายละเอียดต่าง ๆ ที่พบเจอระหว่างทาง ทว่าผู้ที่มอบอาหารให้นางกลับไม่ได้รับสิ่งตอบแทน
หูเหยียนรู้ดีว่าชวีหนานอีกำลังตามจับนางทั่วทุกหนแห่ง แต่นางก็ยังเลือกที่จะกลับมาที่นี่ ประการแรก เพื่อตามหาผ้าเช็ดหน้าของนางที่หายไป ประการที่สอง ทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับเฟิ่งฮัว ส่วนประการที่สาม เพื่อชวีหนานอีอย่างไรเล่า แม้ว่าหูเหยียนจะเป็คนใจกว้างดุจบุรุษ แยกแยะความแค้นและบุญคุณดั่งจอมยุทธ์พเนจร มีฝีมือพลิกเมฆา สติปัญญาเฉียบแหลม แต่สิ่งเหล่านี้กลับมิอาจปกป้องนางให้รอดพ้นจากอันตราย จนทำให้นางเผลอไปเหยียบเท้าใครบางคน ซ้ำยังถูกตอกฝาโลงและเผาทิ้ง!
ตอนนี้นางไม่เป็อะไรแล้ว ที่นางหนีออกมาได้ตอนนั้นเพราะความบังเอิญ ถึงกระนั้นความสามารถในการเอาตัวรอดของนางก็เป็คนละเื่กับการที่มีคนเจตนาไม่ดี้าทำร้ายนาง ความผิดบางประการต้องรอให้สายเกินแก้ จึงจะเริ่มการแก้แค้นเพื่อให้ศัตรูสิ้นลมเช่นนั้นหรือ? หึ...ไร้สาระสิ้นดี
หูเหยียนกลับมาแล้ว นางเข้ามาในห้องของยาวจิ่วเงียบ ๆ ยืนมองเขาที่กำลังนั่งเวทนาตนเองด้วยท่าทางเศร้าโศก ความอดทนของนางถือว่าไม่เลว หากไม่ใช่เป็เพราะความหิวทำให้ท้องของนางร้อง นางคงยืนมองเขาที่กำลังััความหมายที่แท้จริงของชีวิตต่อไปเรื่อย ๆ บางเวลาคนเราก็จำเป็ต้องมีเวลาได้คิดไตร่ตรองว่าเหตุใดจึงมีคนกล้าทำกับตัวเราเช่นนี้!
หูเหยียนนึกไม่ถึงว่ายาวจิ่วจะตื่นตระหนกถึงขั้นนี้ อีกทั้งไม่คาดคิดว่าเขาจะใช้วิธีนั้นเพื่อดับไฟ
ก่อนหน้านี้ เื่ที่ทำให้หูเหยียนนึกไม่ถึงมีไม่มากนัก ทว่าวันนี้กลับมีเื่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นติดต่อกันถึงสองครา ทำให้นางตระหนักได้ว่าถึงเวลาที่นางต้องกู้หน้ากลับคืนมาแล้ว คิดเช่นนี้นางจึงเดินเข้ามาลูบมันหนึ่งครั้ง
เป็อย่างที่คิดไว้จริง ๆ ยาวจิ่วก็คิดไม่ถึงว่านางจะเข้ามาลูบคลำ
หูเหยียนรู้สึกว่าอนาคตของเขาช่างแสนน่าเบื่อ เช่นเดียวกับนางในตอนนี้ ผู้ที่รู้เื่ราวทุกอย่างดุจเทพเ้า การใช้ชีวิตจะไปมีความหมายได้อย่างไร? เฮ้อ...หรือว่าที่นางยังมีชีวิตอยู่ก็เพื่อทำให้ชีวิตที่ไร้ความหมายเ่าั้ได้กลับมามีเป้าหมายในการใช้ชีวิตอันยิ่งใหญ่? หึ ช่างมีความสุขยิ่งนัก
ยาวจิ่วร้องไห้พลางกวาดตามองท่ามกลางความมืด เขาเห็นใบหน้าอันเลือนรางของหูเหยียน นี่ไม่ใช่เฟิ่งฮัว
ไม่ใช่ผีที่ตายอย่างน่าอนาถเหตุใดต้องกลัวนางด้วยเล่า!?
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยาวจิ่วบันดาลโทสะ
หูเหยียนได้ยินเสียงร้องของยาวจิ่วเบาบางลงแล้ว เขากะพริบดวงตาเฉี่ยวดุจแมว ราวกับลูกแมวน้อยที่ทำให้ผู้คนหลงรัก ทันใดนั้นนางจึงตระหนักได้ว่าแมวน้อยตัวนี้กำลังสู้กลับ
เป็อย่างที่คิดไว้ไม่ผิด ยาวจิ่วไม่ได้แค่ตั้งท่า แต่กลับแสดงทักษะวรยุทธ์ทั้งหมดออกมา กระทืบเท้าและปล่อยหมัด ไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้มีโอกาสโต้ตอบแม้แต่น้อย โชคดีที่หูเหยียนมีประสบการณ์ศิลปะการต่อสู้มาก่อน อีกทั้งมันอยู่ในความทรงจำส่วนลึกของนาง มิเช่นนั้นป่านนี้นางคงถูกยาวจิ่วโจมตีใส่ไปแล้ว
ศิลปะการต่อสู้ของหูเหยียนไม่ได้จัดอยู่ในทักษะชั้นยอด แต่ก็มากพอที่จะรับมือกับยาวจิ่ว
ครั้นหูเหยียนเห็นกระบวนท่าที่ถูกส่งออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อสบโอกาสนางจึงยื่นนิ้วชี้ออกไปและปาดเข้าที่คางของยาวจิ่ว ตวัดน้ำตาหยดสุดท้ายที่ไหลลงมาเข้าปากตนเองเพื่อลิ้มรสชาติ
ไม่รู้ว่าเป็เพราะความงามของยาวจิ่ว หรือเป็เพราะนางผ่าน่เวลาอันยากลำบากบนเขาแห่งนั้น ในครานี้ได้รับการพิสูจน์อีกครั้งแล้วว่า น้ำตาของยาวจิ่วมีรสชาติอร่อยจริง ๆ
.
.
.