วูบ
ก่อนที่เขาจะได้ทําอะไร
ประกายแสงสีเงินก็ส่องสว่างสยายออกไปทั่วทั้งความมืดมิดเปลี่ยนความมืดมิดที่เวิ้งว้างก่อนหน้าในบัดดลกลายเป็ความสว่างสง่างามราวดวงดาวที่ยิ่งใหญ่!
เปาเฟิงตกตะลึงจนชะงักไปดูเหมือนว่าเหตุการณ์ตรงหน้านี้กับประกายแสงสีเงินจะไม่ใช่เื่บังเอิญเสียแล้วบางที่อาจมีเงื่อนงําที่เขาไม่รู้แอบซ่อนเอาไว้
แต่ทันใดนั้นเอง...
“คัมภีร์ปฐมเวทย์เก้าวงแหวนแห่งจักรวาล’’ เป็อีกครั้งที่เสียงลุ่มลึกผ่านเข้ามาในห้วงความคิดของเขาแต่เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก เขาจึงเพียงแค่ประหลาดใจและตั้งใจฟังโดยหวังว่ามันจะมีข้อมูลที่เขา้า
และก็เป็ไปอย่างที่เขาคิด
เสียงๆนี้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง…
พิฆาติญญา...ปราบปีศาจ...ทําลายอสูร...สยบเซียน...บัญชาเทพ
เพียงประสงค์สรรพสิ่งน้อมรับบัญชา!
“เสียงที่สั่นสะท้านได้แม้กระทั่งฟ้าดินนี่มันอะไรกัน?’’แม้เปาเฟิงจะเป็ผู้เดียวที่ได้ยินมัน แต่เขาก็รู้สึกหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่าต่อหน้าเสียงนี้ เขาเป็เพียงมดปลวก!
ไม่สิ!มันเป็ยิ่งกว่า อาจกล่าวได้ว่าต่อหน้าเสียงที่สั่นสะท้านได้แม้กระทั่งฟ้าดินนี้เขาไม่ต่างอะไรไปจากความว่างเปล่า!
เพียงความว่างเปล่าดั่งอากาศธาตุเท่านั้น!
“บัดซบ!’’เปาเฟิงสบถอย่างไม่พอใจนับว่าเป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกด้อยค่าจนราวกับไม่อยากเกิดมาถึงเพียงนี้
ทว่าเสียงลุ่มลึกในลมหายใจต่อมาพลันแปรเปลี่ยน ราวกับร่ายเวทย์ไว้บนร่างของเขา
“ด้วยคัมภีร์ปฐมเวทย์และประกายแสงสีเงินนี้...กฏทั้งปวงจะถูกเชื่อมต่อ!’’
ทันทีที่สิ้นเสียงเปาเฟิงพลันรู้สึกได้ถึงดวงิญญาที่กําลังสั่นสะท้าน ไม่ช้า พอเขารู้สึกตัวอีกทีเขาก็บังเอิญสังเกตเห็นว่าท้องน้อยของเขา ได้ปรากฏวงแหวนเวทย์หนึ่งวงขึ้นมันเป็วงแหวนเวทย์สีทองแดงที่เปล่งประกาย!
พริบตาเมื่อวงแหวนเวทย์สีทองแดงนี้เริ่มหมุนวนตันเถียนของเขาพลันถูกกระตุ้นอย่างบ้าคลั่ง
ตึกตักตึกตัก ตึกตัก
หัวใจของเปาเฟิงเต้นถี่ขึ้นราวกับจะหลุดออกจากร่างโดยที่ไม่รู้ตัว เขาคํารามก้อง
“หลอมรวม!’’
ทันทีที่สิ้นเสียงเปาเฟิงพลันเข้าสู่สภาวะพิเศษโดยไม่รู้ตัว เวลารอบๆราวกับถูกหยุดเอาไว้
“นี่มัน…’’พอรู้สึกตัว เปาเฟิงก็เผลอออกจากสภาวะ ‘ตื่นรู้’และมองไปรอบๆที่ดูราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ด้วยความอัศจรรย์ใจแต่เมื่อตั้งใจสังเกตดูดีๆแล้ว ไม่ใช่ว่ามันจะถูกหยุดเอาไว้ทว่ากลับเป็เวลาเองต่างหากที่ช้าลง
ช้าลงนับสิบเท่า!
“เป็ไปได้อย่างไร?นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!’’ เปาเฟิงค่อนข้างใกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้เขาจึงลองตั้งสมาธิไปที่วงแหวนเวทย์สีทองแดงที่กําลังหมุนวนดูเพียงชั่วอึดใจก่อนที่จะได้ทําอะไรเขาก็พลันตะหนักได้ถึงข้อมูลบางอย่างโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหายสงสัยในที่สุด
ดูเหมือนว่าหลังจากที่หลอมรวมเส้นทางแห่งการฝึกตนเข้ากับคัมภีร์ปฐมเวทย์ด้วยประกายแสงสีเงินที่เชื่อมต่อกฏทั้งปวงเข้าด้วยกันแล้วด้วยฐานพลังระดับหนึ่งขั้นสูงสุดของเขามันได้ให้กําเนิดวงแหวนเวทย์สีทองแดงนี้ขึ้น
ภายใต้วงแหวนเวทย์สีทองแดงนี้มันสามารถที่จะเร่งการทํางานทุกอย่างขึ้นได้นับสิบเท่า หรืออีกนัยคือความแข็งแกร่งทั้งหมดจะถูกเพิ่มขึ้นเป็สิบเท่า
กล่าวได้ว่ายามนี้ที่เขารู้สึกราวกับเวลาช้าลงมันเป็เพราะสมองของเขาถูกเพิ่มความแข็งแกร่ง จนความเร็วในการทํางานเพิ่มขึ้นนับสิบเท่า
เหตุนี้เองประสาทััทั้งเจ็ดซึ่งถูกสั่งการโดยตรงจากสมองพลันได้รับผลพวงไปด้วย
เฉียบคมขึ้น!กล้าแกร่งขึ้น! เหนืุ์ยิ่งขึ้น!
เป็ที่กระจ่างแล้ว!
กล่าวได้ว่าในตอนนี้เปาเฟิงสามารถรู้สึกได้ถึงส่วนต่างๆของร่างกายอย่างแม่นยําไม่ว่าจะเป็ หู ตา จมูก ปาก เขาล้วนััได้อย่างชัดเจน
กระทั่งการทํางานของกล้ามเนื้อและเอ็นข้อต่อแม้มิได้ตั้งใจ เขายังสามารถรู้สึกถึงมันได้!
กระทั่งเสียงการทํางานอวัยวะต่างๆยังชัดเจน ราวกับดังขึ้นในหัวของเขาไม่ปาน!
เกรงว่าในตอนนี้เขาคงเป็เพียงผู้เดียวที่มีประสาทััทั้งเจ็ดที่เฉียบคมเช่นนี้...
“ปัญญาเวทย์!’’เนื่องด้วยเป็ความสามารถเฉพาะของมันจึงไม่มีชื่อเหมือนวิชาเวทย์ทั้งหกที่ปรากฏขึ้นในหัวเปาเฟิงจึงคิดว่าชื่อนี้เหมาะสมไม่น้อย เพราะหากสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งใหักับสมองนับสิบเท่าปฏิกิริยาการตอบสนองต่างๆย่อมเหนือกว่าคนธรรมดาเป็ไหนๆ
บางที…
“ลองดูหน่อย!’’เปาเฟิงตัดสินใจ แล้วลองใช้งานวงแหวนเวทย์สีทองแดงนี้ในอีกรูปแบบหนึ่งทว่าเขาก็ต้องพบกับความล้มเหลว และอดถอนหายใจมิได้
เฮ้อ…
ดูเหมือนว่าวงแหวนเวทย์สีทองแดงนี้จะสามารถเพียงแค่เพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่สมองเท่านั้นเกรงว่าหากเพิ่มความแข็งแกร่งในการทํางานของร่างกายได้สิ่งที่น่าเหลือเชื่อคงเกิดขึ้นน่าดูชม
แต่ก็เอาเถอะลองอีกสักหน่อยคงไม่เป็ไร
สุดท้ายแล้วหลังจากที่พบความล้มเหลวกับการเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกายเปาเฟิงก็ตัดสินใจลองเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ตันเถียนแทน
กล่าวได้ว่าตันเถียนนี้เสมือนอวัยวะ มันเป็ดั่งตัวทํางานของการดูดซึมกลิ่นอายฟ้าดินดังนั้นเมื่อมีพร์ระดับตํ่า สิ่งนี้ก็พลอยมีความเร็วในการดูดซึมตํ่าไปด้วย
เปาเฟิงจึงอยากลองดูว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ถูกกําหนดมาั้แ่เกิดนี้ได้หรือไม่
ทว่าไม่นานคําตอบก็ปรากฏ...
“สําเร็จ!’’ทันทีที่นึกคิด เปาเฟิงก็พบกับความสําเร็จเขารู้สึกได้เลยถึงความเร็วการดูดซึมกลิ่นอายฟ้าดินที่รวดเร็วขึ้นนับสิบเท่าเกรงว่ายามที่เขาใช้ความสามารถของวงแหวนเวทย์มนต์สีทองแดงนี้ อัตราการดูดซึมกลิ่นอายฟ้าดินของเขาคงเทียบเท่ากับคนที่มีพร์ระดับสูงสุดอย่างเฉินเมิ่งเฟยได้เลยทีเดียว
ตันเถียนเวทย์!
พริบตาชื่อเรียกความสามารถนี้พลันปรากฏในหัวของเปาเฟิงทันทีมันเป็ชื่อที่นําพามาซึ่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้
ในทวีปเหลียงหยู่มีการจัดแบ่งพร์อยู่สี่ระดับตํ่า กลาง สูง สูงสุด
เด็กทุกคนที่เกิดมาเมื่ออายุได้สิบขวบแล้วจะเริ่มสามารถชักนํากลิ่นอายฟ้าดินได้ด้วยเหตุนี้จึงสามารถทดสอบพร์ผ่านสมบัติวิเศษบางชนิดได้
จึงเป็เหตุให้มีการแบ่งแยกชนชั้นทางพร์ขึ้นเปาเฟิงเลยเป็หนึ่งในนั้น เพราะเขามีพร์เพียงแค่ระดับตํ่าอัตราการฝึกตนจึงตํ่าต้อยไปด้วย
กล่าวได้ว่าเขาแทบไม่ต่างอะไรไปจากคนธรรมดาที่ดิ้นรนทําสิ่งที่เป็ไปไม่ได้!
และแม้ว่าจะมีโอสถลํ้าค่ามากมายที่องค์จักรพรรดิหรือผู้เป็บิดามอบให้ก็ไม่สามารถที่จะทําให้ข้อแตกต่างนี้บรรเทาลงได้ กล่าวได้ว่าพร์ระดับตํ่านี้ถือเป็ตัวชี้เป็ชี้ตายอย่างแท้จริง!
ทว่า!ทว่าในยามนี้ด้วยคัมภีร์ปฐมเวทย์และวงแหวนเวทย์สีทองแดงมันสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงความแตกต่างของพร์ั้แ่กําเนิดนี้ได้!
เปาเฟิงรู้สึกดีใจขึ้นมาโดยพลันอย่างน้อยเขาก็ไม่จําเป็ที่จะต้องใช้ชีวิตในฐานะของตัวเขาคนก่อนอย่างเส้นทางเทพาอีกต่อไปแต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงสูง เพราะหากเขาเข้าสู่เส้นทางแห่งการฝึกตนเขาคงต้องลําบากแม้มีวงแหวนเวทต์สีทองแดงนี้ช่วยก็ตาม
“ยากที่จะตัดสินใจนัก’’ชีวิตองค์ชายก็ไม่เลว แต่มันก็ไม่ได้มีอนาคต เปาเฟิงจึงฝืนยิ้มเพราะเมื่อคนเราได้ไปสถานที่ใหม่ๆ คนๆนั้นก็มักที่จะอยากสํารวจหาอะไรใหม่ๆเสมอ
เปาเฟิงเองก็เช่นกันเมื่อเขาได้มายังทวีปเหลียงหยู่แห่งนี้ เขาก็อยากที่จะสํารวจไปทั่วทั้งดินแดน แต่ด้วยเหตุที่ว่าเขาไม่เคยเผชิญหน้ากับความยากลําบากมาก่อนมันจึงยากนักที่จะทําการตัดสินใจ
แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงจะคิดแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเขาเปาเฟิงเลยมองว่านี่อาจเป็ผลพวงมาจากร่างใหม่นี้ก็ได้ดังนั้นในเวลานี้พอมองเห็นความหวังที่จะสามารถก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งการฝึกตนได้จิตใจของเขาพลันเต็มไปด้วยความแน่วแน่ใฝ่หาพลังไร้สิ้นสุดอย่างไม่น่าเชื่อ
พริบตาแววตาของเด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปีพลันฉายให้เห็นถึงจิตวิญาณแห่งการต่อสู้ที่แน่วแน่และไม่อาจสั่นคลอนกระทั่ง์ยังต้องสั่นสะท้าน!
“เอาล่ะ...ในเมื่อข้าเป็เ้าเ้าเป็ข้า ข้าจะใช้ชีวิตดั่งที่เ้าเคยปราถนายามก่อนให้เอง!’’
หากซินเสวี่ยคือแผลในใจของเ้าในยามก่อน…ข้าจะดับให้สิ้น!
…
หนึ่งจิบชาต่อมา…
แม้จิตใจที่แน่วแน่ใฝ่หาการต่อสู้จะเริ่มทะยอยมอดดับลงไปแล้วเปาเฟิงในเวลานี้กลับรู้สึกแตกต่าง ดุจดั่งตัวเขาคนก่อนและตัวเขาเป็หนึ่งเดียวกันแล้วไม่เพียงเท่านั้นยังดูเหมือนว่าความตั้งใจของตัวเขาคนก่อนจะได้หลอมรวมเข้ากับเขาอีกด้วยส่งผลให้เขากล้าที่จะตัดสินใจเลือกเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคใดๆอีก
เวลานี้เองเขาจึงเลือกที่จะค้นหาความลับของสิ่งลึกลับนี้
ตามข้อมูลบางส่วนที่ผ่านเข้ามาในหัวของเขาคัมภีย์ปฐเวทย์ มีทั้งหมดหกเวทย์
เวทย์พิฆาติญญา,เวทย์ปราบปีศาจ,เวทย์ทําลายอสูร,เวทย์สยบเซียน,เวทย์บัญชาเทพทั้งห้านี้คือวิชาเวทย์ไร้ระดับที่เป็เวทย์มนต์อย่างแท้จริง
กล่าวได้ว่าหากเส้นทางฝึกตนคือการฝืนลิขิต์แล้วเวทย์มนต์ก็คือการเป็หนึ่งกับสรรพสิ่งด้วยเหตุนี้เมื่อเส้นทางทั้งสองเข้าด้วยกัน เส้นทางที่แตกต่างจึงถือกําเนิด!
อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากห้าวิชาเวทย์ไร้ระดับแห่งคัมภีร์ปฐมเวทย์แล้วยังมีวิชาเวทย์อีกหนึ่ง นั่นคือ เวทย์ผนึกมาร!